เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอมีชีวิตรักที่ดีกว่าเดิม [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 102 เอาคืน

            ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้นฮวาก็หน้าถอดสี...

            เพราะยาปลุกกำหนัดตัวนี้มีผลรุนแรงยิ่งกว่ายาปลุกกำหนัดที่ขายอยู่ในตลาดมืดเสียอีก หากกินเพียงเม็ดเดียว ก็อาจพอทนได้แต่นี่ตนกินไปถึงสามเม็ด ไม่อยากนึกถึงสิ่งที่จะตามมาเลยจริงๆ! 

            แค่คิด... ก็สะท้านไปทั้งตัว 

            นางจึงกัดฟันพูด “หนีเสี่ยวเสี่ยว เจ้าช่างเก่งกาจนักที่สามารถใช้มารยาล่อลวงบุรุษให้อยู่ใต้อาณัติได้เช่นนี้!”

            หนีเจียเอ๋อร์แสยะยิ้มแล้วกล่าวว่า “อะไรกัน! พี่ฮวา ท่านไม่รู้หรอกหรือ ว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นใคร? นี่คือคุณชายสกุลโจว โจวชิงหวาอย่างไรเล่า!”

            ฮวาเบิกตากว้าง ก่อนย้อนถามเสียงตื่น “นี่เจ้า… เจ้า… เจ้าเป็นที่ปรึกษาของคุณชายโจวจริงๆ หรือ!”

            ที่ปรึกษา?

            โจวชิงหวาเหลือบมองหนีเจียเอ๋อร์พลางนิ่วหน้า แล้วกดกริชให้ชิดลำคอของแม่เล้ามากขึ้น 

            ตอนนี้ยาเริ่มออกฤทธิ์ใบหน้าของฮวาแดงซ่านไปด้วยอารมณ์ปรารถนา และยื่นมือออกไปลูบต้นขาของชายหนุ่มอย่างถือวิสาสะ 

            โจวชิงหวาขนลุกซู่ รีบส่งกริชให้หนีเจียเอ๋อร์ก่อนถอยหลังกรูด

            พอเห็นท่าทีตื่นตระหนกของเขาหนีเจียเอ๋อร์ก็อดหัวเราะมิได้ “คุณชายโจว อย่าให้หนึ่งแสนหกหมื่นตำลึงของท่านต้องเสียเปล่าสิ!” 

            ชายหนุ่มนิ่งงันใบหน้าได้รูปค่อยๆ หันไปมองอีกฝ่าย แสงสว่างที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาทำให้หนีเจียเอ๋อร์มองเห็นสีหน้าของเขาได้อย่างชัดเจน…

            โกรธแล้วหรือ?

            หนีเจียเอ๋อร์หุบปากฉับรีบเข้ามาประจบประแจงทันที “ท่านพี่ชิงหวาข้าแค่หยอกเล่นเท่านั้นเอง!”

            โจวชิงหวายังคงมองมาด้วยสายตาเย็นชาตั้งแต่เล็กจนโต ต่อให้โมโหเพียงใด ชายหนุ่มก็ไม่เคยลงไม้ลงมือกับนางเลยสักครั้ง คราวนี้ก็เช่นกัน

            “รีบไปเถอะ!” 

            หนีเจียเอ๋อร์เอ่ย พลางปรี่ไปรีดข้อมูลจากฮวาก่อนเคาะถ้วยชา แล้วรีบกลับมาหาโจวชิงหวา

            “ไปรอดูกันตรงนั้นเถอะ!”

            โจวชิงหวาโอบรอบเอวนาง พาเผ่นโผนขึ้นไปบนหลังคาของอาคารฝั่งตรงข้าม

            หญิงสาวจับจ้องไปยังห้องของฮวาด้วยความตื่นเต้นภาพที่กุ้ยกงวิ่งเข้ามาหาพี่ฮวา ก่อนจะถูกอีกฝ่ายฉุดกระชากปลุกปล้ำทำให้นางเผลอหลุดเสียงหัวเราะออกมา

            หนีเจียเอ๋อร์ส่ายหน้า “ดูสิ... ราวกับติดสัดเลย สมควรแล้ว!”

            ชายหนุ่มมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพชพลางคิดว่าบุรุษเพียงคนเดียว คงจะไม่เพียงพอสำหรับสตรีอ้วนผู้นั้นเป็นแน่!

            เขาโอบรอบเอวบาง ก่อนทะยานออกจากหอร้อยบุปผา

            หญิงสาวหันมาทักท้วงทันที “จะรีบไปไหนเล่า? ข้ายังไม่สาแก่ใจเลย...”

            โจวชิงหวาโน้มหน้าลงมากระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก “ดูเหมือนเจ้าจะสนใจเรื่องนี้เหลือเกินนะเช่นนั้นให้ข้าสอนเจ้าไม่ดีกว่าหรือ?”

            หนีเจียเอ๋อร์ผงะทันที หุบปากสนิทแล้วมุดหน้าลงกับอกแกร่งของเขา

            เพราะฮวายังคงหมกมุ่นอยู่กับเรื่องนั้นจึงไม่ทันได้สั่งให้ผู้ใดไล่ตามพวกเขาทั้งสองจึงเดินทางออกจากเมืองไปได้อย่างราบรื่น

            ระหว่างทางโจวชิงหวาก็เล่าสถานการณ์ปัจจุบันของสกุลหนีให้นางฟังส่วนหนีเจียเอ๋อร์ก็บอกเขาเรื่องกำยานที่สวีซื่อมอบให้เว่ยอี๋เหนียงทั้งสองจึงเริ่มปรึกษาหารือเรื่องแผนการเอาคืนสวีซื่อ

            ...

            พอกลับมาถึงเมืองหลวง ชายหนุ่มได้รวบรวมกำลังคนบุกไปหอร้อยบุปผาอีกครั้งเพื่อจับตัวฮวา แต่เหมือนว่านางจะไหวตัวทัน ดังนั้นเมื่อพวกเขาไปถึงหอร้อยบุปผาก็ว่างเปล่าไปเสียแล้ว

            หนีเจียเอ๋อร์เตะกระถางต้นไม้ข้างประตูด้วยความโมโหแล้วก็ต้องร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด

            โจวชิงหวาเลื่อนนิ้วไปไล้แก้มใสหัวเราะเบาๆ ก่อนเอ่ย “เด็กโง่!”

            หญิงสาวกำลังจะสวนกลับ แต่เขาก็อุ้มนางขึ้นไปนั่งบนอานม้า ก่อนกระโดดขึ้นมานั่งซ้อนหลัง

            ม้าโผนตัว ยกขาหน้าทั้งสองขึ้นแล้ววิ่งควบออกไป

            หนีเจียเอ๋อร์หันมามองค้อน “ทำไมเจ้าไม่ไปนั่งม้าตัวเองล่ะ?”

            ชายหนุ่มรั้งร่างบางเข้ามาแนบชิดแล้วจึงตอบ “อยู่ใกล้กันไว้ดีกว่าข้าจะได้ปกป้องเจ้าได้”

            “ฮึ่ม! ใช่ว่าข้าอยากจะทำตัวอ่อนแอ ให้เจ้ามาคอยปกป้องเสียเมื่อไร แต่มีคนจ้องจะปองร้ายข้าอยู่ตลอดต่างหากเล่า!” หนีเจียเอ๋อร์ทุบลงไปที่อกของเขา

            โจวชิงหวาลอบมองนาง มิใช่ว่าไม่รู้ว่าหญิงสาวอ่อนไหวกับเรื่องเหล่านี้ แต่ก็ไม่อยากให้นางกังวล

            ชายหนุ่มจึงลูบหลังมือเล็กเบาๆ “ไม่ต้องห่วงข้าไม่ตายง่ายๆ หรอก!”

            พอหนีเจียเอ๋อร์หันกลับมามองโจวชิงหวาก็ยิ้มให้ ก่อนพูดต่อ “เสี่ยวเอ๋อร์ ข้าคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้วเพื่อที่เจ้าจะได้ไม่ต้องเผชิญเรื่องเหล่านี้เพียงลำพังอีก...” 

            น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความหวั่นวิตกแต่หญิงสาวมิได้กล่าวอันใด เพียงเอนตัวลงพิงอีกฝ่ายเท่านั้น

            ซึ่งระหว่างเดินทางกลับทั้งสองก็มิได้สนทนาอะไรกันอีก...

            ...

            คืนนี้ช่างเป็นคืนที่มืดมิดไร้ซึ่งดวงดาว อากาศเย็นลงจนทำให้ทั่วพื้นที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกจางๆ 

            ชายชุดดำกลุ่มหนึ่งจึงฉวยโอกาสลอบบุกเข้ามาสังหารหนีเจียเอ๋อร์ในจวนสกุลโจว เพื่อให้ใช้เวลาน้อยที่สุดในการทำภารกิจพวกมันจึงกระจายกำลังไปทั่วจวนอย่างรวดเร็ว

            แม้จะเก่งกาจในการอำพรางตนแต่ก็ไม่อาจรอดพ้นจากสายตาของบ่าวรับใช้ในจวนสกุลโจว ซึ่งได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี

            “มีคนบุกรุก...มีคนบุกรุก!”

            เมื่อโจวชิงหวาได้ยินเช่นนั้นจึงรีบผุดลุกขึ้นมาสวมเสื้อคลุม หยิบกระบี่คู่ใจของตน แล้ววิ่งออกมาทันที “ปกป้องคุณหนูรอง!”

            สือหวู่พร้อมคนจำนวนหนึ่งจึงทะยานไปยังที่พักของหนีเจียเอ๋อร์ เพื่อปกป้องนางตามคำสั่งของเจ้านายทันที

            หญิงสาวที่สะดุ้งตื่น เพราะเสียงตะโกนของคนเฝ้ายามรีบสวมเสื้อคลุมวิ่งออกมาจากห้องนอน จึงพบเข้ากับสือหวู่ที่เพิ่งมาถึง

            “ชิงหวาเล่า? ตื่นหรือยัง?” 

            สือหวู่ตอบด้วยเสียงนอบน้อม “ตื่นแล้วขอรับ! นายท่านยังสั่งให้พวกเรามาปกป้องคุณหนูด้วย”

            แต่กระนั้นหนีเจียเอ๋อร์ก็เป็นห่วงความปลอดภัยของโจวชิงหวายิ่งนัก “เจ้ารีบไปช่วยโจวชิงหวาเถอะ!”

            ทว่าสือหวู่ยังคงยืนนิ่งเพราะเจ้านายมีคำสั่งให้เขามาคุ้มครองคุณหนูหนี

            แต่หญิงสาวที่ได้ยินเสียงต่อสู้ฟาดฟันก็เริ่มร้อนใจ “ไปเถอะ เร็ว!”

            เมื่อโดนกดดันมากๆ เข้าสือหวู่จึงแบ่งคนออกเป็นสองกลุ่ม โดยให้คนกลุ่มแรกเฝ้าอยู่ที่นี่เพื่อปกป้องหนีเจียเอ๋อร์ส่วนอีกกลุ่มก็ติดตามเขาไปสมทบโจวชิงหวา

            พอมาถึง ก็พบว่าผู้เป็นนายกำลังจะแทงชายชุดดำที่นอนเจ็บอยู่บนพื้นซ้ำ

            ทันใดนั้น เสียงนกหวีดก็ดังขึ้นแล้วบรรดาชายชุดดำก็ล่าถอยไป

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ ขอมีชีวิตรักที่ดีกว่าเดิม [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน