บทที่ 4 พบ ‘สหายเก่า’
ยามราตรีมาเยือน
ฟึ่บ! ฟึ่บ!
เสียงลมหมัดพัดก้องตามมาด้วยการจบการฝึกซ้อมหมัดครั้งสุดท้าย
หลี่กวนฉีเปิดเนตรทิพย์และพบว่าเวลานี้ พบว่าตอนนี้เป็ยามจื่อ*[1]แล้ว คิ้วของเขาขมวดเล็กน้อย
“ทำไมวันนี้ปู่ยังไม่กลับมาอีกนะ?”
“เฮ้อ ช่างเถอะ ปู่คงลงเขาไปซื้อเหล้าอีกตามเคย”
หลี่กวนฉีเช็ดเหงื่อพลางบ่นพึมพำ จากนั้นเขาเผยรอยยิ้มบาง ๆ แล้วลุกขึ้นเดินออกจากบ้าน
“จ้าวเป่ยเฉิน คราวนี้ข้ามาแล้ว!”
เด็กชายสวมชุดผ้าสีเทา ท่ามกลางความมืด เขาดูราวกับกลมกลืนเป็หนึ่งเดียวกับรัตติกาล ก้าวเท้าของเขาเบาเหมือนแมวที่ะโขึ้นไปบนหลังคา
ไม่นาน เขาก็มาถึงหน้าบ้านหลังหนึ่ง
สุนัขสีเหลืองตัวใหญ่ที่นอนอยู่หน้าประตูบ้านได้กลิ่นแปลก ๆ มันค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
เพียะ!
ฝ่ามือหนึ่งฟาดลงที่หน้าของมัน ทำให้มันงงเป็ไก่ตาแตก
ปากมันอ้าเตรียมจะเห่า...
เพียะ! เพียะ!
“หุบปาก!”
สุนัขสีเหลืองตัวใหญ่งงหนักเข้าไปอีก น้ำตาคลอด้วยความน้อยใจ เมื่อเห็นสีหน้าดุดันของหลี่กวนฉี มันไม่กล้าเห่าอีก รีบหางจุกตูดวิ่งหนีไป ขณะที่วิ่งก็หันกลับมามองบ้านจ้าวด้วยสายตาหวาดกลัว
หลี่กวนฉีเห็นดังนั้นจึงยิ้มเล็กน้อย จากนั้นก็ะโข้ามกำแพงดินที่สูงเกือบจั้งอย่างง่ายดาย
เมื่อเข้ามาในบ้านของจ้าวเป่ยเฉินแล้ว หลี่กวนฉีก็ไม่รีบร้อน เขาหันหลังเดินไปที่กองฟืนของบ้านจ้าวอย่างใจเย็น
และแน่นอน เขาพบไข่ไก่อยู่สองรัง
หลี่กวนฉียิ้มบาง ๆ และหยิบไข่ไก่เจ็ดถึงแปดฟองใส่ในอ้อมอกอย่างไม่เกรงใจ
ส่วนที่ใส่ไม่พอ...
เขาหยิบไข่ไก่สามฟองขึ้นมาและเขย่ามันแรง ๆ อยู่นานจนพอใจ ก่อนจะวางมันกลับที่เดิม
หลังจากทำเื่ทั้งหมดเสร็จแล้ว เขาก็ย่องเบาไปยังสวนหลังบ้านของจ้าว ที่นั่นมีแปลงผักเล็ก ๆ ปลูกอยู่
เขาเริ่มเตะผักเ่าั้จนเละ แล้วเดินไปที่บ่อน้ำข้าง ๆ อย่างคุ้นเคย
ซ่า~ ซ่า~
เสียงน้ำไหลดังซ่า ๆ หลี่กวนฉีผู้เต็มไปด้วยความสบายใจพึมพำกับตัวเอง “ตามปกติแล้ว่นี้น่าจะมีปัญหาล่ะนะ… อืม ดีจริง ๆ”
“อู๊ด ๆ”
เขาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะผูกสายกางเกงให้แน่น พลางหันไปมองคอกหมูข้าง ๆ ด้วยรอยยิ้มขบขัน “อย่าเพิ่งรีบสิ เ้าหมูทั้งหลาย พวกเ้าก็มีส่วนร่วมในเื่นี้เหมือนกัน”
พูดจบ เขาก็หยิบถุงกระดาษห่อด้วยเปลือกต้นหม่อนออกมาจากอกเสื้อ
มองไปที่หมูสามตัวในคอก หลี่กวนฉีหัวเราะเบา ๆ “มาเถอะ ให้ข้าเติมเครื่องปรุงพิเศษให้พวกเ้า~”
จากนั้นเขาก็เทผงสีขาวลงในรางอาหารหมู พลางพูดต่อด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ
“นี่เป็ยาถ่ายที่แรงมาก พวกเ้าต้องกินเยอะ ๆ นะ อย่าทำให้ความหวังดีของข้าที่มีต่อจ้าวเป่ยเฉินต้องเสียเปล่า”
ขณะที่เขาเทผงยาลงไป เขาก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงสภาพของคอกหมูในวันรุ่งขึ้น จนตัวสั่นด้วยความสะใจ
แน่นอนว่าคนที่จะต้องมาจัดการทำความสะอาดก็คือจ้าวเป่ยเฉิน
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จ หลี่กวนฉีหยุดนิ่งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงแปลก ๆ หูของเขาไวต่อเสียงอย่างเห็นได้ชัด รอยยิ้มที่มุมปากยิ่งกว้างขึ้น เขาพึมพำเบา ๆ
“เฮ้อ…นี่มันยามจื่อแล้วแท้ ๆ ลุงจ้าวยังมีอารมณ์อีกหรือ?”
ไม่นาน หลี่กวนฉีหันไปเห็นแสงเทียนริบหรี่ในทิศตะวันออกพอดี
เขาย่องไปที่หน้าต่างเบา ๆ เลียปลายนิ้วมือ แล้วเจาะรูเล็ก ๆ ที่กระดาษหน้าต่าง
เมื่อเขาเห็นภาพที่อยู่ภายในบ้าน ดวงตาก็เบิกกว้าง ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง “ใหญ่จริง ๆ”
เขาส่ายหัวด้วยความเสียดายเล็กน้อย พลางเงยหน้ามองฟ้าในใจแล้วครุ่นคิด
“โอ้ ์เอ๋ย! ทำไมโลกนี้ถึงมีเพียงสีขาวดำเท่านั้น เปิดเนตรทิพย์มาทำไมกัน!”
อย่างไรก็ตาม ไม่ถึงครึ่งก้านธูป เหล่าจ้าวก็หมดแรงอย่างรวดเร็ว
หลี่กวนฉีที่ดูท่าจะหมดความสนใจก็หายตัวไปจากเรือนสกุลจ้าว พร้อมพึมพำเบา ๆ ขณะเดินจากไป
“แค่นี้น่ะหรือ? เหล่าจ้าวจะหวังมีลูกคนที่สองน่ะ คงยากแล้ว~”
ขณะนั้นเอง เขาก็เห็นเ้าสุนัขสีเหลืองตัวใหญ่ที่นอนหมอบอยู่ที่หน้าประตูบ้านของมัน
สุนัขสีเหลืองตัวใหญ่ได้กลิ่นอันตรายอีกครั้ง มันรีบลุกขึ้นแล้วถอยหลังไปสองสามก้าวทันทีที่เห็นว่าหลี่กวนฉีกลับมา
ทันใดนั้น!
พื้นดินสั่นะเืเบา ๆ ไม่กี่อึดใจต่อมา เสียงฟ้าร้องกึกก้องดังมาจากขอบฟ้า
หลี่กวนฉีเงยหน้ามองไปทางทิศเหนือ แต่ก็ไม่เห็นสิ่งใดเลย เขาจึงไม่ได้คิดอะไรมากและหันกลับเข้าบ้าน
เขานอนอยู่บนเตียงด้วยความรู้สึกหดหู่เล็กน้อย ไม่นานนักก็เผลอหลับไป
กลางดึก เงาสองร่างปรากฏตัวใต้ต้นหลิวที่หน้าหมู่บ้านพร้อมกัน
ชายชราผอมแห้งที่กำลังสูบยาแห้ง หันมามองเงาที่เพิ่งมาถึงพร้อมพูดว่า “เ้าก็ถูกเรียกมาเหมือนกันหรือ?”
เมิ่งเจียงชูยักไหล่ พลางตอบว่า "เ้าคิดว่าเื่ใหญ่ขนาดนี้ข้าจะไม่มาได้หรือ?"
"อีกอย่าง เขาก็เรียกเ้าเหมือนกันไม่ใช่หรือ?"
“จางฉี่เซวียน!”
ชายชราผอมแห้งเพียงแค่หัวเราะ แต่ไม่ได้พูดอะไรอีก
ขณะมองกระดานหมากที่ยังเล่นไม่จบ ใบหน้าที่เคยผ่อนคลายของเขาก็เปลี่ยนไปทันที รอยยิ้มจางหายไปสิ้น
“เ้าเมิ่ง ข้าขอแนะนำให้เ้าดูหมากกระดานนี้!”
เมิ่งเจียงชูผู้เป็บิดาของเมิ่งหวั่นซู ได้ยินเช่นนั้นก็รีบพุ่งตัวมาที่กระดานหมากทันที
เพียงแค่มองแวบเดียว ใบหน้าของเมิ่งเจียงชูก็ซีดเผือด เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลลงบนกระดานหมากอย่างไม่หยุดหย่อน!
ชายชราสะบัดก้านยาสูบกับขอบกระดานหมาก ก่อนลุกขึ้นยืนแล้วพูดเสียงเบา “"ดูเหมือนว่าคืนนี้เขาจะมาเจรจากับเราจริง ๆ”
บนกระดานหมากนั้น มีหมากดำสามเม็ดถูกหมากขาวล้อมรอบ ทิ้งไว้เพียงช่องว่างเล็ก ๆ ช่องเดียว
ความหมายชัดเจน ถ้าหากพวกเขาไม่ยอมรับข้อเสนอของซูเสวียน เขาจะลงมือสังหารทั้งสามคน!
เห็นได้ชัดว่าหลูเทียนเฉิงไม่เลือกที่จะประนีประนอม จึงทำให้เกิดเหตุการณ์สั่นะเืดังกล่าวขึ้น
ขณะที่ทั้งสองยืนเงียบอยู่ อากาศเบื้องหน้าพวกเขาก็เกิดการบิดเบี้ยวเล็กน้อย
ร่างของซูเสวียนค่อย ๆ ปรากฏออกมาจากความว่างเปล่า เสื้อผ้าของเขามีรอยขาดเล็กน้อย แต่ใบหน้ายังคงสงบนิ่ง
เมิ่งเจียงชูหรี่ตาลงเล็กน้อย มองไปที่ปลอกดาบสีดำในมือของชายชราด้วยแววตาเป็ประกาย
“แล้วเหล่าหลูคนนั้นล่ะ?”
ซูเสวียนชี้ไปที่กระดานหมากแล้วถาม “พวกเ้าดูกระดานแล้วใช่หรือไม่?”
เมิ่งเจียงชูพยักหน้า ขณะที่จางฉี่เซวียนก้มลงเคาะก้านยาสูบแล้วพูดยิ้ม ๆ
“ดูแล้วจะทำไม ไม่ดูแล้วจะทำไม?”
ซูเสวียนไม่ตอบ เขาเพียงค่อย ๆ เอาปลอกดาบสีดำคาดกลับที่เอว
ทันใดนั้น ปราณิญญาในอากาศก็พลุ่งพล่านราวกับน้ำเดือด!
พร้อมกับที่มือของซูเสวียนค่อย ๆ กำอากาศ ด้ามดาบสีทองแดงก็เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ
ชายชราผอมแห้งเหมือนถูกพลังบางอย่างตรึงไว้กับที่ ขยับตัวไม่ได้แม้แต่น้อย!
เหงื่อเย็น ๆ ไหลพรั่งพรูจากหน้าผากของเขาทันที
ซูเสวียนยื่นมือขวาไปจับด้ามดาบ ทันใดนั้นพลังอันมหาศาลก็พุ่งตรงขึ้นสู่ท้องฟ้า!
พื้นที่รอบข้างในรัศมีหมื่นจั้งเกิดการเปลี่ยนแปลงทันที ท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆหมุนวนและเสียงฟ้าร้องดังขึ้น!
“พวกเ้าไอ้พวกแก่ไม่ยอมตาย นี่มันน่ารำคาญจริง ๆ...”
“ข้าพูดดี ๆ กับพวกเ้าแล้วไม่ฟังใช่ไหม?”
“ต้องให้ข้าไปหาเ้าด้วยตัวเองถึงประตูเซียนหรือไง?”
“เก็บร่างแยกขอบเขตแปรเทวะของเ้าไว้ไม่ดีหรือ?”
ดวงตาของชายชราผอมแห้งจ้องไปที่ปลอกดาบสีดำ ในหัวของเขาปรากฏชื่อบุคคลในตำนานขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ในที่สุด ทุกอย่างก็เชื่อมโยงกัน เขารู้สึกถึงความหวาดกลัวที่แผ่ซ่านทั่วร่าง!
ชายชราที่ตัวสั่นเทาพูดด้วยเสียงสั่นเครือ "ท่าน… ท่านคือ… ท่าน..."
ตู้ม!!
พลังอันน่าสะพรึงกลัวถาโถมลงบนร่างชายชราทันที ทำให้เขาที่โค้งตัวอยู่ล้มลงคุกเข่าในบัดดล
ร่างที่คดงออยู่บนพื้น ตัวสั่นด้วยความกลัว หัวของเขาถูกพลังบางอย่างกดลงจนแทบติดพื้น ไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะต่อต้าน!
หากว่าเป็เขาจริง ๆ ชายชราผู้นี้จะต้องไปยังแดนประตูเซียนเพื่อตามหาเขาอย่างแน่นอน!
ชายชราพูดด้วยเสียงแหบแห้ง “ขอท่านโปรดเมตตา ข้าจะออกจากดินแดนต้าเซี่ยเดี๋ยวนี้!”
ปัง!
ปราณดาบในฝักแตกออกเป็เสี่ยง ๆ ใบหน้าของซูเสวียนเผยรอยยิ้มน้อย ๆ “แบบนี้สิถึงจะถูกต้อง~”
"ข้าเป็คนพูดจามีเหตุผล ชอบใช้คุณธรรมโน้มน้าวใจคน ไม่ชอบลงมือหรอก"
เมิ่งเจียงชูที่อยู่ข้าง ๆ ถามด้วยความสงสัย “แล้วหลูเทียนเฉิงเล่า?”
ซูเสวียนยักไหล่ ก่อนจะคาดปลอกดาบไว้ที่เอวพลางบ่นพึมพำ
"ฆ่าไปแล้ว"
"ช่วยไม่ได้ เขาไม่ฟังข้า"
[1] ยามจื่อ คือเวลา 23.00 - 00.59 น.