บทที่ 93 ด่าทอ
หลี่ชิงหมินถูกส่งกลับมาที่จวนสกุลหลี่ซึ่งได้รับพระราชทานมาก่อนหน้านี้ บิดามารดารวมทั้งพี่ชายของเขารออยู่ก่อนแล้ว ทุกคนเมื่อได้ยินว่าหลี่ชิงหมินจะกลับมา พวกเขาก็พากันมาที่นี่โดยพร้อมเพรียง ดังนั้นชิงหมินที่คิดจะบ่นเกี่ยวกับพระราชโองการประหลาดจึงไม่ได้พูดถึงมันอีก
คนตัวเล็กเพิ่งรู้ว่าตนเองอ่อนไหวมากก็ครั้งนี้ เขาร้องไห้ออกมาเหมือนกับเด็กสามขวบ รู้สึกว่าครอบครัวสกุลหลี่นี้ต่างหากที่เป็นความสบายใจของเขา
ทุกคนไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน มีเพียงต้อนรับเขากลับมาและจัดโต๊ะอาหารที่มีเพียงของโปรดของเขา หลี่ชิงหมินกินเหมือนอดอยากมานาน เขากินไปทั้งน้ำตา เรียกได้ว่าวันนั้น...กลายเป็นวันที่พวกเขาสกุลหลี่ทั้งมีความสุขและเศร้าใจไปพร้อมๆกัน
กว่าจะมีแรงลุกขึ้นมาตอบข้อสงสัยกัน ชิงหมินก็ใช้เวลากับความสับสนของตนเองไป 3 วันเต็ม เมื่อฟื้นตัวได้และเรียบเรียงทุกอย่างเสร็จ เขาก็ไปที่ห้องของบิดา ขอเขาพูดคุยโดยตรง
“ท่านพ่อ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่หรือขอรับ” เห็นเด็กน้อยของเขากลายร่างเป็นแมวจอมแสบอีกครั้ง ผู้นำตระกูลหลี่ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาหันไปมองคนเป็นพี่ชายที่กำลังมองเจ้าน้องชายของตนเองอยู่ด้วยเช่นกัน ก่อนจะรับบทเป็นคนพูดมันขึ้นมาด้วยตนเอง
“ได้ยินว่าเจ้าและแม่ทัพหวงช่วยเหลือกันระหว่างทาง และสุดท้ายเจ้าก็ไปอยู่กับเขาในหลายเดือนที่ผ่านมา...”
“นั่นก็ใช่ แม่ทัพใหญ่หวงช่วยข้าที่หนีกลุ่มโจรที่โจมตีขบวนขององค์รัชทายาท ดังนั้นข้าจึงติดตามเขาไปที่ค่ายพักของกองทัพอิสระ แล้วมันอย่างไรหรือขอรับ?” ชิงหมินก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี
บิดาของเขากระอักกระอ่วนเล็กน้อย ทำเหมือนว่าเขาไม่อยากจะเป็นคนพูดมันออกมาเอง
“แม่ทัพหวงส่งจดหมายมาขอโทษตระกูลหลี่”
“ขอโทษตระกูลหลี่...”
“ใช่ เขาว่าเขาได้ทำเจ้าเสียหายแล้ว ดังนั้น...เขาจะแต่งเจ้าเป็นฮูหยินใหญ่สกุลหวง”
“หือ? อะไร? นี่ท่านพูดเรื่องอะไรอยู่”
“...........” เห็นชิงหมินโวยวาย พวกเขาก็สับสน
“ท่านพ่อ เสียหายอันใด? ข้าติดตามเขาไปและเป็นผู้ช่วยอยู่โรงหมอเท่านั้น ทำไมจู่ๆจึงต้องเป็นฮูหยินอะไรนั่นด้วย”
“หือ? เจ้า...ก็แม่ทัพหวงกล่าวว่า ร่างกายของพวกเจ้าแนบชิดกันหลายวันหลายคืน เขาจะต้องรับผิดชอบที่ล่วงเกินเจ้า เรื่องสมรสพระราชทาน ก็เป็นเขาที่ทูลขอด้วยตนเอง เจ้ามีความดีความชอบมาก หลังจากนี้...ต่อให้เป็นบุรุษ ก็ยังไม่ต้องกลัวว่าจะถูกผู้คนรังแก หรือถูกทำให้ออกจากตำแหน่งฮูหยินใหญ่ของเขา”
“.........ท่านพ่อ ท่านบอกว่า เจ้าคนแซ่หวงกล่าวว่าแนบชิดกับข้าจนทำให้เสียหายอย่างนั้นหรือขอรับ!!”
ชิงหมินร้องลั่น ไอ้คนสารเลวผู้นั้นเอาสิ่งใดมาพูดให้ทุกคนเข้าใจผิดกัน ที่บอกว่าใกล้ชิด...ก็มีแค่ตอนที่เขาต้องอุ้มตนเองไปยังค่ายเท่านั้น ถึงจะกินเวลาหลายวันหลายคืน แต่นี่เป็นเพราะพวกเขารีบร้อนต้องเดินทางไปให้เร็วที่สุดไม่ใช่หรือ?
รับผิดชอบ?
รับผิดชอบหัวเจ้าน่ะสิ!!
หลี่ชิงหมินรู้สึกเหมือนตนเองไล่ตามความคิดไอ้ปีศาจสารเลวนั่นไม่ทัน เขาติดตามไปที่กองทัพเพื่อเอาตัวรอด แถมยังช่วยเหลืองานสงครามมากมาย แต่สุดท้ายกลับถูกเตะข้างหลังเช่นนี้หรือ?
เจ้านั่น....แท้จริงแล้วต้องการเก็บเขาเอาไว้ข้างกาย ตำแหน่งฮูหยินแถมยศขั้น 1 ด้วยพระราชโองการเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าสามารถขังเขาเป็นแรงงานทาสได้สำเร็จแล้วหรือ?
คิดว่าเขาจะอยู่ทำผงชาให้ตนเองตลอดไป แล้วก็ยังมาเป็นแรงงานในการปรุงยาพิษให้ใช่ไหม? ไอ้คนเจ้าเล่ห์ชั่วร้าย คนสารเลวแบบเขาจะต้องไม่ตายดีแน่!!
หลี่ชิงหมินโกรธจัดจนหน้าแดง ตอนนี้ทุกคนคิดว่าเขาเสียเชิงชายไปหมดแล้ว แนบชิดติดกันหลายวัน...เหอ เหอ เหอ เข้าใจพูดมันออกมาจริงๆ
“คะ คุณชาย...คุณชายจะไปที่ตระกูลหวงหรือไม่ขอรับ” ฝูเซ่าได้ยินเจ้านายก่นด่าแม่ทัพหวงทั้งวันก็คิดว่าคุณชายต้องการจะไปเอาเรื่องคน
แต่เมื่อเขาเอ่ยถามเช่นนี้ กลับได้สายตาดุดันกลับมาแทน
“จะไปให้ได้อะไรขึ้นมา พระราชโองการก็มีมาแล้ว ข้าแค่ต้องการด่าคนเท่านั้น”
“แต่ด่าแบบนี้ ท่านแม่ทัพหวงจะรู้ได้อย่างไรขอรับ” ฝูเซ่าไม่เข้าใจ
“เขารู้ เขาต้องรู้แน่ๆ ฮึ่ม!! ไอ้ปีศาจเจ้าเล่ห์นั่นหูดีจะตาย จำเอาไว้เลยว่า...ต่อให้ข้ากลายเป็นฮูหยินที่หย่าร้างไม่ได้ ข้าก็จะไม่ทำงาน ข้าจะไม่ทำผงชาให้เขา ข้าจะไม่ทำยาอัมพาตอีกด้วย!!!” ชิงหมินลั่นวาจากับลมฟ้าอากาศ แต่เขารู้ว่าความเย็นยะเยือกรอบๆตัวของเขาจะต้องนำความไปส่งถึงเจ้านายของมันแน่นอน
แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ...
ในขณะที่ซีเฉิง แม่ทัพใหญ่คนใหม่กำลังตรวจสอบสถานการณ์ทั้งหมดในกองทัพช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ สีหน้าของผู้เข้าประชุมทั้งหมดเคร่งเครียดเพราะพวกเขากำลังเจอจุดผิดปกติมากมาย ซึ่งน่าจะเป็นการลักลอบนำเงินในกองทัพไปใช้ส่วนตัว แถมยังลงมือโดย “ญาติ” ของเขาอีกต่างหาก
ถ้าต้องมีการลงโทษกันจริงๆ สมาชิกตระกูลหวงกว่า 20 คนจะต้องถูกลากออกมารับโทษตาย สิ่งนี้ทำให้ทุกคนรู้สึกกดดันมาก พวกเขาอยากจะรู้ว่าแม่ทัพใหญ่คนใหม่นี้จะตัดสินใจอย่างไร
“หึ หึ เจ้าแมวน้อย” อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ทุกคนกำลังตั้งใจฟังอยู่นั้น จู่ๆแม่ทัพใหญ่ก็หลุดหัวเราะออกมาด้วยท่าทางมีความสุข เขาถึงกับพึมพำว่า “เจ้าแมวน้อย” ออกมาด้วยซ้ำ
นี่หมายความว่าอย่างไร? เป็นคำสั่งลับที่พวกเขาฟังไม่ออกหรือ?
ทหารผู้ช่วยคนสนิทเม้มริมฝีปาก เขาเคยชินกับท่าทางของหัวหน้า ไม่สิ! ท่าทางของแม่ทัพใหญ่มานานแล้ว หลายครั้งที่สถานการณ์รบกำลังอยู่ในช่วงวิกฤติ จู่ๆแม่ทัพของพวกเขาก็หัวเราะออกมาแล้วพูดถึง “แมวน้อย” ของเขาได้
โชคดีที่เขารู้ว่า “แมวน้อย” ที่ว่านั้นคือใคร ไม่อย่างนั้นอาจจะคิดว่าแม่ทัพใหญ่ของเขาเสียสติไปจากการต่อสู้ที่ดุเดือดที่ผ่านมาแล้วก็เป็นได้
“จะ เจ้าแมวน้อย เอ่อ หมายถึง...จะให้พวกเราทำอย่างไรขอรับท่านแม่ทัพ”
“ต้องทำอะไร? ก็ทำตามกฎทหารไป” ซีเฉิงถูกเรียกกลับมาจากช่วงเวลาความสุข คิ้วของเขาขมวดมุ่น ท่าทางไม่พอใจฉายชัด ออร่ากดดันนี้ทำให้ทุกคนไปไม่เป็น
“ทะ ทำตามกฎทหาร อย่างนั้นก็เท่ากับว่าต้องจับคนตระกูลหวง...”
“จะเป็นคนตระกูลไหนก็ช่าง ถ้ามาแตะต้องส่วนของกองทัพ พวกมันต้องตาย!!” ซีเฉิงคำรามออกคำสั่งเป็นครั้งสุดท้าย เขาโยนเอกสารออกไปตรงหน้า หลักฐานชัดเจนขนาดนี้ อย่างไรก็สามารถจับตัวไปลงโทษได้
“เรื่องที่ทหารถูกทำร้ายอย่างไม่เป็นธรรม ได้หลักฐานมาหรือยัง”
“อะ อ่อ ได้มาบางส่วนแล้วขอรับ ตอนนี้มีทหารกว่า 200 คนที่ถูกซื้อตัวจากการเป็นทาส พวกเขาจำนวนมากกว่าครึ่งเป็นผู้พิการแล้ว ตอนนี้กำลังอยู่ในการรักษาและฟื้นฟูสภาพจิตใจ...”
ปัง!!
โต๊ะทำงานขนาดใหญ่ถูกทุบครั้งเดียวจนแตกหัก เอกสารปลิวว่อนไปตามแรงโกรธของแม่ทัพใหญ่คนใหม่
“เร่งการตรวจสอบให้จบก่อนวันแต่งของข้า ข้าไม่อยากเปื้อนเลือดหลังจากงานมงคล” ซีเฉิงกล่าวอย่างดุดัน
ตอนนี้พวกเขายังไม่ได้กำหนดงานแต่ง จะต้องตรวจสอบวันเดือนปีเกิดเพื่อหาฤกษ์มงคล ไหนจะต้องเชิญให้เหล่าเชื้อพระวงศ์มาเป็นสักขีพยานการแต่งงานที่ได้รับพระราชทานมาพร้อมแต่งตั้งฮูหยินขั้น 1 ด้วย งานเช่นนี้ควรจะเป็นงานใหญ่และต้องใช้เวลาเตรียมตัว ระหว่างนี้...เขายังปล่อยให้เจ้าเด็กตัวแสบเล่นสนุกที่จวนสกุลหลี่ได้สักพัก
เมื่อคนอื่นๆได้ยินคำสั่ง เดิมทีก็คิดว่าสมแล้วกับความเด็ดขาดของแม่ทัพใหญ่ แต่เมื่อทบทวนอีกที...แม่ทัพใหญ่ของพวกเขา ไม่ได้จะใส่ใจการแต่งงานนี้มากหรอกหรือ?
ความสำคัญของพระราชโองการต่อแม่ทัพใหญ่ไม่เคยอยู่ในสายตา บางครั้งรับคำสั่งมาก็ยังไม่ยอมทำตามด้วยซ้ำ ทว่า...พระราชโองการที่แต่งภรรยาให้เขานี้ กลับเป็นพระราชโองการเดียวที่ทำให้เขากระตือรือร้นได้ นี่...ไม่ใช่ว่าฮูหยินพระราชทานผู้นี้ มีน้ำหนักในใจของแม่ทัพใหญ่มากหรอกหรือ?
ข่าวเรื่องชัยชนะของอาณาจักรที่มาพร้อมกับการกลับมาของแม่ทัพใหญ่ที่แข็งแกร่ง ขนาดว่าไม่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นแม่ทัพใหญ่ในช่วงสงคราม ก็ยังจับดาบแล้วขับไล่ศัตรู กวาดศีรษะของศัตรูร่วงหล่นราวกับใบไม้แล้วนำชัยกลับสู่อาณาจักรได้ ด้วยความสามารถของเขาเช่นนี้ มันทำให้ผู้คนต้องหวาดกลัว
โดยเฉพาะกับศัตรูที่อยู่อาณาจักรอื่น กำลังทหารทั้งหมดของกองทัพอิสระมีเพียงสองถึงสามพันนายเท่านั้น พวกเขากระจายกำลังไปรอบๆและจัดการปิดฉากสงครามระหว่างดินแดน ลงโทษกบฏได้ทั้งหมด ในกรณีที่เขาได้กลับมากุมอำนาจทหารเหมือนเดิม เช่นนั้น...ถ้าพวกเขาคิดจะรุกรานดินแดนอาณาจักรเซิน ไม่ใช่ว่าเป็นการกระโจนเข้ากองไฟไปตายงั้นหรือ?
จากรุ่นสู่รุ่น ความหวาดกลัวในสายเลือดของแม่ทัพใหญ่ทำให้พวกเขาต้องเก็บตัวอยู่อย่างเงียบสงบ ตลอดเวลาทั้งเดือนนี้ เมืองหลวงและหัวเมืองต่างๆจัดงานเฉลิมฉลองให้กับชัยชนะครั้งใหญ่ นอกเหนือจากความปลอดภัยที่พวกเขาจะได้รับคืนกลับมาแล้ว ยังมีทรัพยากรจำนวนมากที่ยึดมาจากฝ่ายที่พ่ายแพ้อีกด้วย
นี่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติอยู่แล้ว ในเมื่อคิดจะต่อต้าน เช่นนั้นก็ต้องรอรับผลที่ตามมา
ถึงจะบอกแบบนั้น แต่มันก็เป็นทรัพยากรจำนวนน้อยนิด ยังมีผลพวงหลังสงครามอีกมาก ซึ่งนั่นไม่ใช่หน้าที่ของแม่ทัพใหญ่แล้ว เหล่าขุนนางทั้งหลายต้องทำงานหนักด้วยตนเองบ้าง...
เวลานี้ คนที่เป็นที่พูดถึงมากที่สุดนอกจากแม่ทัพใหญ่แล้ว ก็มีฮูหยินขั้น 1 จากสกุลหลี่อีกด้วย เนื่องจากข่าวเรื่องความดีความชอบของเขาแพร่กระจายออกไป คนที่สามารถปรุงยา “อัมพาต” ที่แม้แต่นักปรุงยาทั่วไปก็ยังทำไม่ได้ เขาถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เหล่าหมอหลวงต้องใช้เป็นกรณีศึกษา
ยาอัมพาตนี้กลายเป็น “ยา” ที่ใช้ได้อย่างสามัญทั่วไปแทน เนื่องจากมันไม่ได้มีผลกระทบที่ร้ายแรง เพียงทำให้ร่างกายชาหนึบและไร้ความรู้สึกในบางจุด ดังนั้นพวกทหารจึงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ายานี้ ...พวกเขาใช้เพื่อทำการรักษา
ยาอัมพาตทำให้พวกเขาไม่ต้องทนเจ็บยามที่หมอต้องเย็บแผล หรือตอนที่ต้องดึงลูกศรและดาบที่ปักอกออก ส่วนที่นำไปใช้โจมตีศัตรู เป็นเรื่องภายหลังที่ค้นพบโดยบังเอิญ
คำพูดของทหารกองทัพอิสระเปลี่ยนจากดำเป็นขาวได้อย่างแนบเนียน เมื่อเหล่าผู้รักษาลองนำตัวอย่างยามาใช้ ปรากฏว่าพวกเขาก็เห็นจริงดังที่พวกทหารเหล่านั้นพูด กระทั่งยังได้นำยาอัมพาตนี้มาใช้กับเชื้อพระวงศ์ในตอนที่ต้องผ่าตัดหรือฝังเข็มจำนวนมาก หลายคนใช้ยานี้เพื่อทำให้ตนเองไม่ต้องทนพิษบาดแผล สุดท้าย...ในฐานะผู้ที่เสียสละสูตรยาอัมพาต เขาสมควรได้ตำแหน่งฮูหยินขั้น 1 จริงๆ
ไม่มีใครสงสัยว่าทำไมเขาจึงพิเรนทร์นำสมุนไพรพิษมาลองทำเป็นยารักษา แล้วสมุนไพรพิษนั้นมีที่มาอย่างไร เพราะสุดท้าย...สมาชิกในกองทัพอิสระก็จะช่วยปกป้องชื่อเสียงของภรรยาแม่ทัพใหญ่ของพวกเขาเอง
ผู้ที่รู้ความก็ทำเป็นปิดหูปิดตาข้างหนึ่ง แสร้งทำเป็นไม่รู้เบื้องหลังของสมุนไพรพวกนี้ แล้วเปลี่ยนเป็นอนุญาตให้เพาะปลูกซื้อขายสมุนไพรหางกระรอกได้แทน
เทียบเชิญจำนวนมหาศาลส่งมาที่จวนสกุลหลี่ที่เป็นขุนนางระดับต่ำ แม้แต่องค์พระชายาก็ยังร่อนเทียบเชิญมาที่เขา หลี่ชิงหมินคร้านที่จะเข้าสังคมพวกนี้ เขาต้องการหนีกลับไปยังจวนสกุลหลี่อันเป็นที่พักที่แสนสงบของเขามากกว่า ทว่า...เรื่องราวเหล่านั้นล้วนเป็นเรื่องที่ทำได้แค่ในฝันแล้ว
สถานะของเขากำลังจะเปลี่ยนเป็นฮูหยินใหญ่ของคนตระกูลหวง ต่อให้หนี...เขาก็จะได้รับโทษประหารจากการขัดพระราชโองการไปด้วย ดังนั้น...เขาที่ยังรักตัวกลัวตายจะคิดสั้นเช่นนั้นได้อย่างไร
……………………………………………….