เกวียนกิ้งก่าคู่วิ่งไถผ่าทะเลทรายยามค่ำคืนทหารม้ากลุ่มเล็กๆ ของกรุงซาเล็มขี่ตามมาอย่างไม่ลดละแต่กิ้งก่าที่ลากเกวียนอยู่จะไปเร็วกว่าหนึ่งม้าต่อคนไปได้อย่างไร ทหารม้าเ่าั้เข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
“ขอร้องละ จอห์นนี่ โจแอนน์ ขอความเร็วสูงสุดของชีวิตแค่ตอนนี้เถอะนะ”ชายหนุ่มเริ่มเพ้อกับกิ้งก่า เสี้ยววินาทีก่อนเขาจะเสียสตินั้นเองเขาก็รู้สึกอุ่นวาบขึ้นมา ั์ตาม่วงเข้มเขาเปล่งประกาย
แล้วกิ้งก่าคู่ข้างหน้าของเขาก็เริ่มวิ่งอย่างบ้าคลั่งราวโด๊ปยาม้าตามด้วยเครื่องดื่มชูกำลังสองขวดสักพักทั้งคู่ก็ทิ้งห่างพวกทหารมาได้ เขาหันหลังกลับไปมองทางที่จากมา แต่ตอนนี้เขาออกห่างจนไม่เห็นแม้แต่เศษเสี้ยวของกำแพงเมืองซาเล็มเขาคิดในใจ ว่าการต่อสู้ของพ่อเขาเป็อย่างไร
“เปิดแก่นิญญา” อิลีฟเธริออสกล่าวขึ้น“หีบไร้บึ้ง” ก่อนบรรยากาศรอบข้างจะยืดยาวห่างออกไปในพริบตา ราวพื้นที่ที่เขากับเทวทูตตรงหน้า อยู่ห่างไกลกับคนอื่นรอบข้างไปนับกิโล
“คลังยืดหยุ่น” ซาริเอลพูดขึ้นมา “ฉันยอมรับว่าแกใช้พรนี้ได้เต็มที่มากคนอื่นคงหยุดแค่ขยายขนาดกล่องใส่ของตัวเอง”
ระยะห่างระหว่างอิลีฟกับทหารยามติดร่างแหเข้าประชิดกันเหมือนพื้นถูกย่นเข้าเขาขาดครึ่งท่อนด้วยคมดาบอิลีฟในฉับเดียว
“แกใช้ขยายหดพื้นที่รอบตัวได้” ซาริเอลปรบมือ“อัตราการใช้เวทแกสูงจริงๆ ความจุเวทคงมากพอตัวด้วย เก่งใช้ได้สำหรับมนุษย์นะถึงประมือกับพวกชั้นล่างได้”
“แกคิดว่าฉันเคยเจอแต่เทวทูตชั้นล่างเหรอ”อิลีฟตั้งท่าหันคมดาบเข้าหาศัตรู “ระดับแกน่ะ ให้มาสิบคนก็เทียบกับเซราฟิมคนนั้นไม่ได้หรอก”
“แกเคยเจอกับ มัน เหรอ” คำพูดล่าสุดทำซาริเอลหัวเสีย
อิลีฟย่นระยะห่างระหว่างเขากับเทวทูตในพริบตาแล้วฟันเข้าที่หน้าเทวทูตแต่ดาบนั้นไม่ทะลุไป
‘สถิตคงที่’ อิลีฟพึมพำในใจ ‘มันขยับไปไหนไม่ได้เพราะเสื้อผ้าถูกตรึงอยู่กับที่’
ซาริเอลโจมตีกลับด้วยมือล่องหนหนึ่งคู่ที่มองไม่เห็นแต่อิลีฟก็รู้สึกและหลบได้ด้วยการเพิ่มระยะห่างออกไป มันคือพรข้อสอง ‘divinehand’ (หัตถ์ศักดิ์สิทธิ์)
“สถิตคงที่ของแกน่ะมันกันของไหลไม่ได้” อิลีฟฟันอากาศ คมดาบระยะไกลพุ่งผ่านอากาศไปทางซาริเอล ซึ่งเขาปิดพรก่อนะโหลบได้คมนั้นจึงไปเข้าตัวทหารยามอีกคนขาดครึ่งแทน
‘พรข้อสาม ‘unsighted’ (ไร้ยล)’ ซาริเอลล่องหนแล้วเข้าประหมัดกับอิลีฟ แต่ตัวอิลีฟก็รับหมัดทั้งสี่ไว้ได้ทั้งหมดด้วยคมดาบตนเองแม้จะไม่เห็นศัตรูได้ด้วยตาหัตถ์ศักดิ์สิทธิ์ถูกฟันขาดได้ แต่ซาริเอลใช้อิมมูฟเอเบิลกับมือหลักรับดาบของอิลีฟ
“แกเปิดแก่นิญญามานานแล้วนา จะไม่ตายเอาเหรอน่ะ”ซาริเอลปิดพรไร้ยลของตัวเองด้วยความที่ไม่รู้สึกถึงประโยชน์กับคู่ต่อสู้ที่ประสาทััตึงมือพอควร
“พ่อที่ปกป้องลูกน่ะ ให้เปิดทั้งวันยันิญญาสลายไปก็ได้โว้ย”อิลีฟะโแล้วพุ่งเข้าฟันหวังจะปะทะกับอีกฝ่าย
“โทษทีว่ะ ฉันไม่ได้มีเวลาทั้งวันยังต้องไปตามจับค้างคาวอีก” ซาริเอลเอามือสองข้างปิดตาตนเอง อิลีฟชักดาบที่แกว่งไปทางซาริเอลกลับแล้วะโหนียืดพื้นที่ระหว่างพวกเขาออก
“เปิดแก่นิญญา เกาทัณฑ์นำวิถี”ลูกธนูแก้ว สีใสแต่แวววาวนับไม่ถ้วนพุ่งออกจากซาริเอลที่ยังคงปิดตาอยู่ แต่ลูกศรทั้งหมดนั้นพุ่งตรงไปทางอิลีฟอิลีฟฟันลูกศรเ่าั้ แต่ว่าเขาทำลายพวกมันไม่ได้ ถึงจะปัดมันให้เปลี่ยนทิศก็ได้เพียงชั่วคราวก่อนลูกศรเ่าั้จะพุ่งกลับตรงมาทางทิศเขา
เขาตัดสินใจวิ่งหนียืดระยะเพื่อคิดหาวิธีตอบโต้เขาตัดสินใจตรงกลับไปหาเ้าของลูกธนู หากปิดฉากผู้ปล่อยเกาทัณฑ์เ่าั้เสียได้ลูกธนูก็คงหยุดลง!
ทั้งคู่กลับมายืนที่หน้าประตูเมืองสภาพแวดล้อมรอบข้างกลับเป็ปกติ ผู้ที่ล้มลงพร้อมรูพรุนทั้งตัวคืออิลีฟเธริออส เทวทูตผู้ได้รับชัยชนะค่อยๆเปิดตาของเขาออก มือหนึ่งกุมแผลตื้นๆที่โดนฟัน อีกมือมีดาบติดอยู่ด้วยเวทหยุดการเคลื่อนไหวของเขาเขาปลดพร ปล่อยดาบนั้นลงพื้นดิน แล้วนำมือข้างนั้นเข้ากุมมีดเล่มเล็กที่แทงทะลุเกราะเข้ามิดด้ามที่อกขวาเขาหยดเืซึมออกมา
“อา... อย่างนี้ก็ตามไอ้หนุ่มนั้นไปไม่ไหวน่ะสิ”เขาหักด้ามมีดเล่มนั้นแล้วถอดชุดเกราะตนออกเพื่อทำแผล“ฉันยอมรับ แกมันแกร่งกันทั้งบ้านเลยว่ะ ผู้ผ่านางฟ้าแห่งบ้านยูริสิอุส” กำลังเสริมทหารยามเมืองซาเล็มที่เพิ่งมาถึงกรูกันวิ่งเข้ามาช่วยเหลือเทวทูตของตน
หีบห่อและกล่องใส่ของต่างๆในเกวียนเริ่มล้นทะลักด้วยของภายในออกมา แสดงถึงการสลายของมนต์ที่ใช้เพิ่มปริมาตรภาชนะไว้ยังดีที่ของส่วนใหญ่ขาย... ไม่สิ ยกออกใส่เรือไปแล้ว
“นี่มันอะไรเนี่ย”รุกแซนดราหลบกองของที่ทะลักเต็มเกวียนแล้วปีนขึ้นไปข้างบนกอง
“เวท... ของพ่อฉันคลายแล้วไง” อลัมกีร์เสียงสั่นเครือ
รุกแซนดรานิ่งไปก่อนพูดออกมาเบาๆ “ฉันขอโทษด้วย”รุกแซนดราวางหัวแห้งๆ ของลุงธีออสลงด้านข้าง “ฉันทำให้พวกนาย...”
“เฮ้ย ยัยของเถื่อน พ่อกับฉันตัดสินใจกันเองแล้ว”อลัมกีร์กลืนอารมณ์โศกของตนเองแล้วตะคอกใส่รุกแซนดราที่กำลังจะสะอื้น “เป็เ้าหญิงใช่ไหมล่ะองค์ดัชเชส” อลัมกีร์พยายามปลอบใจคุณหนูในเบาะหลังขณะมือและสายตายังต้องคุมบังเหียน“คนเป็เ้าเขาไม่มีเวลามานั่งร้องไห้ให้โชเฟอร์ทุกคนของตัวเองหรอกนะ”
เ้าหญิงค้างคาวฝืนยิ้มออกคลานไปทางคนขับเกวียน เพราะมันสั่นจนยืนไม่ได้ แล้วนำมือสับลงเบาๆที่ไหล่ทั้งสองข้างของคนขับ “งั้นฉันขอแต่งตั้งนายเป็อัศวินพลขับขั้นสูงสุดของดินแดนแค่นี้ก็สำคัญพอให้ระลึกแล้วใช่ไหมล่ะ ลอร์ดอลัมกีร์” ทั้งคู่แม้ไม่ได้เห็นหน้ากันแต่ก็รับรู้กันและกันได้ว่ากำลังน้ำตาซึม
เธอถอยกลับไปนั่ง หยิบหัวแห้งๆของลุงธีออสขึ้นมา “ลุงก็ได้เป็ ผบ.ทร. ของประเทศไร้ชายฝั่งของเราแล้วเหมือนกันนะ”พูดจบเธอก็วางหัวลุงธีออสลงด้านข้าง
เธอหยิบหัวทหารที่ติดมือมา แกะหมวกเกราะออกแล้วนั่งแทะกร้วมๆ
“เห้ย กินอะไรของแกน่ะ แวมไพร์เขาไม่ได้ดูดแค่เืเหรอน่ะ”อลัมกีร์ใ
“เนื้อมันก็มีเวทให้กินนิ” แวมไพร์สาวพูดพลางเคี้ยวกินแก้มตุ่ยๆ“แถบนี้ไม่ค่อยรู้จักแวมไพร์กันสินะ”
“ดินแดนเธออยู่ขึ้นเหนือไปซุกอยู่ในหลืบเขาคาร์เพนเธอร์จะไปรู้จักได้ไงละ” อลัมกีร์เริ่มชวนคุย “พวกแวมไพร์ไม่ชอบแดดนิ ทวีปไร้ร่มอย่างนี้คงไม่ได้เจอพันธุ์เดียวกับเธอบ่อยๆหรอกนะ”อลัมกีร์พูดกึ่งประชด “แล้วเป็ไงมาไงล่ะ เ้าหญิง ถึงมาอยู่ที่นี่ได้”
“ดินแดนของฉันน่ะ เป็ประเทศราชเป็แดนกันชน ต้องเคารพบรรณาการให้ทั้งพวกจักรวรรดิเรมัน และอาณาจักรอาร์คดยุกมหาอาคไนยมันปกป้อง”รุกแซนดราเริ่มเล่าเื่ “พ่อฉันตไปแล้วเมื่อสองปีก่อน พี่ชายคนรองของฉันวลาดิเมียร์ ขึ้นปกครองต่อ แต่ขุนนางก็ไม่ค่อยชอบเขาหรอกเขาแข็งข้อกับทั้งสองจักรวรรดิ”
“อ่า อันนั้นเื่ใหญ่ๆก็พอได้ยินข่าวมาอยู่” อลัมกีร์ตอบกลับ กิ้งก่าคู่เริ่มชะลอลง “วลาด ผู้ทะลวงทรวง นั่นใช่ไหมพี่ชายของเธอ”
“ข้างนอกเรียกกันอย่างนั้นเหรอ”รุกแซนดราอมยิ้มหัวเราะเบาๆ “ส่วนตัวน้องสาวคนเล็กเขาคนนี้น่ะ นายจะเรียกรุกแซนด์ก็ได้นะฉันอนุญาตให้สำหรับอัศวินพลขับเลย”
“ไม่ล่ะ ยัยของเถื่อน”อลัมกีร์บอกปัด “ว่าแต่ว่าเธอยัง ไม่ได้บอก สาเหตุ...ที่เธอ...มา...” เสียงพูดของอลัมกีร์ค่อยลงเรื่อยๆ ขณะที่กิ้งก่าทั้งสองตัวก็ชะลอหยุดลง ท้องฟ้าดำมืดเริ่มเป็สีน้ำเงินเข้มๆ โพ้นูเาฝั่งตะวันออกมีสีแดงเรื่อๆฉายออกมา
อลัมกีร์ยังไม่ได้นอนเลยั้แ่คืนวานสิ่งที่ทำให้เขายังคงตื่นอยู่ได้ตอนนี้คืออะดรีนาลีนจากการไล่ล่า
ณ ตอนนี้ ความสบายใจทำให้เขาผ่อนคลายลง เรี่ยวแรงเขาเริ่มหมดไป เขาคิดในใจว่าถ้าเธอไม่อยากบอกอะไรเขาเองก็คงไม่ควรถาม ชายหนุ่มเอนหลังลงนอนบนพื้นเกวียนแล้วน็อคหลับไปคาที่