“แม่นี่ผมเองนะ” อาตพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เป็ห่วง
“ว่าไงลูก! สบายดีไหม”
“ผมสบายดีครับแม่ แล้วแม่ล่ะ?”
“่นี้ขายของไม่ค่อยดี ก็เหนื่อยนิดหน่อยนั่นแหละ”
“แม่ครับ! ต่อไปนี้แม่ไม่ต้องไปขายของแล้วนะครับ ผมอยากให้แม่ย้ายมาอยู่กับผมที่นี่”
“ไม่ได้หรอกลูก ถ้าไปอยู่โน่นแม่จะทำงานอะไร”
“ตอนนี้ผมก็มีเงินมากพอแล้ว แถมแม่ก็ไม่ต้องทำงานหนักอีกต่อไปแล้วด้วย แต่ถ้าแม่อยากทำจริงๆ ก็มาดูแลร้านกาแฟของผมก็ได้”
“ลูกเปิดร้านกาแฟงั้นเหรอ ทำไมถึงไม่บอกแม่” แม่อาตกล่าวเสียงดุใส่เขา
“พอดีที่ร้านมันยุ่งๆอยู่ครับ ก็เลยไม่มีโอกาสได้บอก ยังไงแม่ต้องมาให้ได้นะครับ เอามาแค่เสื้อผ้าพอ ส่วนที่เหลือเดี๋ยวผมจะซื้อให้เอง”
“ถ้าลูกพูดอย่างนั้นก็ได้จ้ะ เดี๋ยวแม่ไปหาลูกวันนี้เลย มันก็น่าจะถึงพรุ่งนี้พอดี บอกที่อยู่ของลูกมาสิเดี๋ยวแม่จะไปหาเอง”
“ไม่ต้องมาครับแม่เดี๋ยวผมไปรับเองตอนตี 5 ที่สถาณีรถไฟ”
“เอางั้นก็ได้ เดี๋ยวแม่ไปเก็บเสื้อผ้าก่อน งั้นแค่นี้นะ”
“ครับ เดี๋ยวเจอกันพรุ่งนี้ครับ ” พูดจบอาตก็วางสายไปพร้อมกับเดินไปอาบน้ำ
30 นาทีให้หลัง อาตก็เดินลงบันไดมาดูความเรียบร้อยของร้านกาแฟเหมือนเช่นเคย แต่ในขณะนั้นเอง ก็ได้มีกลุ่มคนทั้งผู้หญิงและผู้ชายพุ่งตรงมาหาอาต
“กรี๊ดดดดด! The shadows อยู่ที่นี่จริงๆด้วยล่ะแก”
“ เห็นไหมฉันบอกแล้ว สายข่าวของฉันไม่เคยพลาด ”
“พี่ครับ ขอลายเซ็นหน่อยได้ไหมครับ”
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า อาตก็ถึงกับเหงื่อตกในทันที ‘ข่าวมันจะไปเร็วเกินไปไหม!!!’ อาตพูดออกมาในใจ พร้อมกับปั้นหน้ายิ้มออกมา
“ได้ครับทุกคน เดี๋ยวผมจะเซ็นให้แน่นอน แต่ว่าช่วยกันอย่าก่อความวุ่นวายในร้านนะครับ เกรงใจลูกค้าท่านอื่นด้วย” หลังจากที่พูดจบ บรรดาแฟนคลับก็ทำตามคำพูดของเขาทันที ส่วนอาตนั้นก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาเซ็นลายเซ็นกันต่อไป
เมื่อเขาเซ็นครบให้ทุกคนแล้ว อาตก็เดินไปที่เปียโนเพื่อเล่นดนตรีให้กับทุกคนที่อยู่ในร้านฟังเหมือนกับทุกที แต่ที่ต่างไปจากทุกทีก็คือ อาตได้บอกกับทุกคนว่านี่เป็การเล่นเปียโนเพื่อแฟนคลับที่น่ารัก ซึ่งมันก็ได้ใจทุกคนไปเต็มๆ
40 นาทีให้หลัง อาตก็เดินไปยังเคาน์เตอร์เพื่อทำงานในส่วนที่เหลือต่อ
“เหนื่อยหน่อยนะคะหัวหน้า” มิ้นกล่าวออกมาอย่างติดตลก
“แค่นิดหน่อยเอง ”
“แต่หัวหน้านิสัยไม่ดีเลยนะครับ ไม่เห็นบอกพวกเราเลยว่าเป็ The Shadow ปล่อยให้เราเกือบหัวใจวายตายตอนที่ดูข่าวเมื่อเช้านี้” เก่งพูดแซวออกมา
“ฮ่าๆ ขอโทษด้วยนะทุกคน เพื่อเป็การขอโทษเดี๋ยวคืนนี้หลังจากสอนทำอาหารเสร็จ ฉันจะทำอาหารเมนูพิเศษให้ทานโอเคไหม”
“หายโกรธก็ได้ครับหัวหน้า ฮ่าๆ”
หลังจากสนทนากันเสร็จ อาตก็เดินไปเช็คสินค้าที่อยู่ในสต๊อกว่าเหลือขาดอะไรบ้างแล้วจึงค่อยเติมมันเข้าไป เมื่อเขาทำงานในส่วนที่เหลือเสร็จแล้ว อาตก็เดินออกจากร้านไปพร้อมกับสวมหมวกกับแว่นตาที่ได้มาจากอัสนี
---ที่มหาลัย
“แย่ชะมัดยาด ฟ้าก็ดันไม่ว่างซะอีก แถมอาจารย์ก็ยังไม่ให้เข้าห้องด้วย” อาตบ่นออกมาอย่างเซ็งๆ แต่ในขขณะนั้นเองก็มีลูกบอลไม่ทราบที่มาพุ่งเฉียดหน้าของอาตไป
“ ขอโทษนะครับ! ช่วยเก็บลูกบอลให้เราได้ไหมครับ ” เสียงนักกีฬาฟุตบอลดังออกมาจากสนาม อาตจึงวิ่งออกไปตามลูกฟุตบอลที่อยู่ห่างจากเขาประมาณ30เมตร
“ไม่ต้องน้องชาย! เดี๋ยวพี่ชายคนนี้จะไปเก็บลูกบอลเอง ” อยู่ๆก็มีเสียงดังออกมาจากข้างหลังของอาต ซึ่งเป็ผู้ชายที่อยู่ในชุดวิ่ง แต่โชคร้ายสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นพูดออกมากลับส่งมาไม่ถึงหูของอาต
เพียงแค่ 4 วินาทีกว่าๆ อาตก็วิ่งมาถึงลูกบอล
“แฮ่กๆ น้องชายนี้วิ่งเราเป็บ้าเลยนะ” เสียงของผู้ชายที่ชื่อเบนซ์ดังออกมาตามหลังเขา
“คุณเป็ใครกันเหรอ” อาตพูดออกมาด้วยท่าทีสบายๆ ไม่มีแม้แต่เหงื่อไหลออกมาสักนิดเดียว
“นี่ไม่สังเกตถึงฉันเลยหรอ แต่ก็ช่างเถอะ ฉันชื่อเบนซ์ แล้วน้องชายล่ะชื่ออะไร” เบนซ์พูดออกมาพร้อมกับทำหน้าเหยเก
“ผมชื่ออาต ยินดีที่ได้รู้จักครับ” อาตพูดพร้อมกับยกมือขึ้นมาจับ
“น้องชายก็เป็นักวิ่งเหรอ แต่ทำไมพี่ไม่รู้จักมาก่อนเลยนะ หรือว่าสมาชิกใหม่?”
“ก่อนที่เราจะคุยกัน ผมขอคืนลูกบอลให้อีกฝ่ายก่อน” พูดจบอาตก็วิ่งเอาลูกบอลไปคืน โดยมีเบนซ์วิ่งตามหลังเขามาอีกที
…..
“ตอนนี้น้องชายก็คงว่างล่ะสินะ” เบนซ์พูดออกมาหลังจากที่เห็นว่าอาตนำลูกบอลไปคืนเหล่านักฟุตบอลเรียบร้อยแล้ว
“ ก็คงจะเป็อย่างนั้นล่ะครับ ”
“ น้องชายยังไม่ตอบคำถามของพี่เลย สรุปว่าน้องชายเป็นักวิ่งใช่ไหม ” เบนซ์ถามออกมาอย่างคาดคั้น
“ต้องขอโทษที่ทำให้ผิดหวังครับ พอดีผมเป็แค่คนที่ผ่านมาเฉยๆ”
“ งั้นน้องชายสนใจมาเข้าชมรมกรีฑาไหม พี่รับรองได้เลยว่าน้องต้องติดกีฬามหาลัยอย่างแน่นอน ” เบนซ์กล่าวคำชวนเชิญออกมาด้วยสายตาที่เป็ประกาย
“แต่ว่า…...”
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ตามพี่มาเลยดีกว่า” ไม่ทันให้อาตพูดจบ เบนซ์ก็ลากเขาไปยังชมรมกรีฑาในทันทีโดยไม่ถามหาความสมัครใจเลยสักนิด
---ณ สนามวิ่ง
“นายพาใครมากันเนี่ย!” เสียงที่ดูไม่สบอารมณ์ของนักกีฬาคนหนึ่งดังออกมา
“นี่นะเหรอ? นักวิ่งคนใหม่ยังไงล่ะ”
“เ้ากุ้งแห้งเนี่ยนะ”
“กุ้งแห้งตรงไหนกัน ฉันว่าสมส่วนดีออก แถมเขายังวิ่งได้ไวกว่านายอีกนะเก่ง”
“เมื่อกี้แกว่าไงนะ เร็วกว่าฉันงั้นหรอ? แค่ 10 เมตรก็คงหอบแล้วมั้งนั่นน่ะ” ชายที่ชื่อว่าเก่งพูดออกมาอย่างดูถูก
“คุณระวังคำพูดหน่อย! ฉันขอบอกไว้ก่อนเลยว่าฉันไม่มีความคิดที่จะเข้าชมรมนี้แม้สักนิดเดียว ที่มาก็เพราะถูกเพื่อนของนายลากมาต่างหาก และที่สำคัญ…..แกไม่มีวันวิ่งตามฉันทันอย่างแน่นอน!!” อาตพูดอย่างไม่สบอารมณ์หลังจากที่ทนฟังอีกฝ่ายมาตั้งนาน
“มึงว่าไงนะ!”
“ยังไม่ทันแก่เลย ก็หูตึงแล้วหรอครับ น่าสงสารจริงๆ” อาตหาคำพูดออกมากวนโมโหอีกฝ่าย
“งั้นก็ดี! งั้นเรามาวิ่งร้อยเมตรแข่งกัน แต่ถ้ามึงแพ้ มึงต้องวิ่งแก้ผ้ารอบสนาม” เก่งพูดอย่างมั่นใจว่าตัวเองต้องชนะอย่างแน่นอน
“ฉันไม่กลัวอยู่แล้ว แต่กลับกันถ้านายแพ้แล้วละก็ นายก็ต้องวิ่งแก้ผ้าเหมือนกัน” อาตพูดอย่างเ้าเล่ห์
“งั้นตกลงตามนี้ เราไปที่สนามกันเถอะ” พูดจบ เก่งก็เดินนำเบนซ์และอาตไปที่สนามวิ่ง
“น้องชาย ใส่ให้เต็มที่เลยไม่ต้องกลัวแพ้” เบนซ์พูดออกมาราวกับว่ามันเป็เื่ตลก
‘ หมอนี่มันไม่รู้จักคำว่าเครียดเลยงั้นเหรอ ’ อาตพึมพำออกมาในใจเมื่อเห็นลักษณะนิสัยของเบนซ์ แล้วจึงค่อยเดินไปยังที่ยันเท้าวิ่ง( Starting block) โดยที่มีเบนซ์เป็คนให้สัญญาณปล่อยตัว
"นี่แกจะไม่เปลี่ยนชุดก่อนงั้นเหรอ?"
"ไม่จำเป็"
"มันใจในตัวเองจริงๆนะ แต่ระวังเถอะ ความมั้นใจนั้นจะทำให้มึงเสียใจ"
“ทั้งสองคนพร้อมแล้วนะ” “3” “2” “1”
ปังงงง! เสียงสัญญาณปล่อยตัวดังขึ้น พร้อมกับที่เก่งกับอาตยันตัวออกไปข้างหน้าพร้อมกัน แต่ก็โชคร้ายสำหรับเก่ง เพราะประสาทััของอาทเฉียบคมกว่าของเขา และรวมถึงพลังที่มากกว่าด้วย มันจึงทำให้อาตพุ่งตัวออกไปได้ไกลกว่าหลาย่
‘ไอ้เด็กนี่แรงสปริงเยอะกว่าที่คิดแฮะ แต่เสียใจด้วยเื่สับตีนแตกฉันไม่เคยแพ้ใคร’ เก่งเพิ่มความเร็วและพูดออกมาอย่างมั่นใจ แต่ในขณะที่เขาเงยหน้ามองออกไปอยู่นั้นเอง เขาก็ต้องพบความจริงที่ว่า อีกฝ่ายได้วิ่งไปไกลกว่า 30 เมตรแล้ว
‘ไอ้เด็กนี่มันปีศาจหรือยังไงวะ’
50 เมตร….. 40 เมตร…. 30 เมตร…... 2 เมตร……. เมื่อเก่งรู้สึกตัว เขาก็ค้นพบความจริงที่ว่า อาตได้เข้าเส้นชัยเป็ที่เรียบร้อยแล้ว อันที่จริงมันใช้เวลาไปแค่ 10 วินาที ซึ่งมันเป็ความเร็วแค่ 4 ใน 10 ของอาตเท่านั้น
“น้องชาย! นายนี่มันปีศาจชัดๆ” เบนซ์ะโออกมาพร้อมกับสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตะลึง
‘ดูเหมือนว่าจะทำเกินไปหน่อยสินะ’
“แกวิ่งเร็วขนาดนี้ได้ยังไง” เก่งที่เพิ่งวิ่งมาถึงพูดอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“แค่วิ่งเป็ประจำละมั้ง” อาตทำท่าราวกับไม่สนใจอีกฝ่าย
‘ถ้าแค่วิ่งเป็ประจำแล้วเร็วได้ขนาดนี้ ป่านนี้ฉันคงติดทีมชาติตั้งนานแล้ว’ เก่งสบถศออกมาในใจเมื่อได้ยินที่อีกฝ่ายพูด
“เธอคนนั้น! เธอชื่อว่าอะไร” ในระหว่างนั้นเอง ก็มีผู้ชายที่อยู่ในชุดวอร์มวิ่งเข้ามาจับแขนของอาต
“ ผมชื่ออาต ว่าแต่คุณเป็ใครเนี่ย ”
“ขอโทษที ทางฉันเสียมารยาทมากไปหน่อย ฉันชื่อว่าธานินทร์เป็โค้ชของชมรมกรีฑานี้เอง”
“แล้วคุณ้าอะไรจากผมงั้นหรอ”
“ แน่นอนว่า ฉันอยากให้เธอเข้าร่วมชมรมกรีฑายังไงล่ะ เธอสนใจหรือเปล่า ”
“ขอปฏิเสธครับ! พอดีผมเป็ผู้ชายที่ยุ่งเป็อย่างมาก คงทำตามที่คุณขอไม่ไหว” อาตพูดตัดบทปฏิเสธอีกฝ่ายออกมา
“ทำไมกัน ด้วยความสามารถระดับเธอคงติดทีมชาติได้ไม่ยาก ”
“ ถึงผมจะอยากเข้าชมรมก็ตาม แต่ผมก็มีสัญญากับอธิการบดี เพราะงั้นเธอคงไม่อนุญาติแน่ๆ ดังนั้นผมคงต้องขอปฏิเสธ ” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงตื้อเขาไม่เลิก อาตจึงใช้ชื่อของอธิการบดีเป็ข้ออ้าง
“ถ้าเื่นั้นก็ไม่ใช่เื่ยาก เธอรอฉันสักครู่หนึ่ง” พูดจบธานินทร์ควักมือถือออกมาโทร
“น้องพี่ พี่อยากจะขอตัวนักศึกษาคนนึงมาเข้าร่วมชมรมของพี่ ……….คนที่ชื่อว่าอาตน่ะ…….. ใช่แล้ว เขาวิ่งได้เร็วมาก น่าจะเร็วที่สุดแล้วในเมืองไทย เผลอๆอาจจะระดับโลก………..อือๆ ขอบใจมากน้องพี่”
“เธอไม่ต้องกังวลแล้ว อธิการบดีเป็คนอนุญาตด้วยตัวเองเลยล่ะ” ธานินทร์พูดออกมาอย่างยิ้มๆ
“whattttttttttttttttt!” อาตอุทานออกมาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง