หลิงหลิงพักในโรงเตี๊ยมกับลูกๆ เมื่อถึงเวลาเข้านอนต่างแยกย้ายกันพักผ่อนและหลับไปทันทีด้วยความเหนื่อยล้า นางยังต้องเดินทางอีกไกลกว่าจะถึงเมืองที่นางตั้งใจ วันนี้จึงรีบพักผ่อนเอาแรง
เหล่าองครักษ์เงาระแคะระคายเื่ของหลิงหลิงจึงแอบตามสืบว่านางไปที่วัดจริงหรือไม่ เมื่อไปถึงวัดต่างหานางและลูกแฝดไม่เจอจึงรู้แล้วว่านางคงไปที่ไหนสักแห่งโดยไม่อยากให้พวกเขารู้ พวกเขาต่างสงสัยว่าเหตุใดนางต้องหนีไปเช่นนี้ ทั้งที่ก็ไม่มีเื่อันใดให้ต้องหลบลี้หนีหน้า ท่านอ๋องที่เป็เ้านายตนก็รักนางยิ่ง แม้จะไม่ค่อยส่งข่าวคราวอันใดมา ด้วยกลัวว่าศัตรูจะรู้เื่ของฮูหยิน
ก่อนหน้านี้ที่โดนกลุ่มมือสังหารบุกเข้ามาในบ้านเกือบ 50 คนก็แทบเอาชีวิตไม่รอดกัน ท่านอ๋องทราบเื่จึงยิ่งระมัดระวังเื่การติดต่อส่งข่าวให้น้อยลงจนหยุดไปและจัดการคนเ่าั้ตกตายไปหมดแล้ว
เหล่าองครักษ์เงาหาสาเหตุการจากไปของหลิงหลิงโดยเค้นถามกับหลงเป่า ด้วยคิดว่าหลงเป่ารู้เห็นเป็ใจกับมารดาตนแน่ๆ จนได้ความว่าฮูหยินรู้เื่งานอภิเษกของท่านอ๋องและองค์หญิงต่างแคว้น ซึ่งมันเป็เพียงแผนตบตาไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น องค์หญิงเองเป็สหายของท่านอ๋องั้แ่เด็กในตอนที่ออกไปรบที่ชายแดนจึงรู้จักกัน องค์หญิงมีคนรักอยู่แล้ว จึงมาช่วยเหลือในภารกิจครั้งนี้ เพราะท่านอ๋องเหนื่อยกับการปฏิเสธหญิงงามที่มาเสนอตัวแทบทุกตระกูลให้เขารับเป็ฮูหยิน องค์หญิงผู้นี้ไม่ต่างอะไรกับไม้กันหมาเลยองครักษ์เงาต่างคิดเช่นนั้น แล้วข่าวลือการอภิเษกก็สร้างขึ้นเพียงให้ผู้อื่นรู้ว่าท่านอ๋องมีเ้าของแล้วเท่านั้น แต่ยังไม่มีการจัดพิธีหรือมีฤกษ์แต่งอันใด ฮูหยินช่างใจร้อนนัก ขนาดท่านอ๋องอยู่ไกลถึงเมืองหลวงก็ยังมีข่าวมาถึงหูฮูหยินได้ องครักษ์เมื่อรู้เช่นนั้นจึงรีบไปส่งข่าวท่านอ๋องเื่ฮูหยินจากไปโดยไม่บอกพวกเขาให้ติดตามไปอารักขาเลย
กว่าองครักษ์จะเดินทางไปถึงเมืองหลวงก็เกือบครึ่งเดือนได้ เมื่อท่านอ๋องทราบเื่ก็โมโหมากที่เหล่าองครักษ์ของตนไม่รู้ความ นางบอกไม่ให้ติดตามก็ไม่ติดตามอย่างไม่สงสัยอันใด หากเกิดอะไรขึ้นกับนางและลูกแฝดของเขาจะทำอันใดได้กัน เดินทางไปไหนกันก็ไม่รู้ นางคงเสียใจที่เขาเงียบหายไปและไม่ส่งคราวข่าวแถมพอมีข่าวก็รับรู้เื่อภิเษกเป็แน่ หลงเฟยหารู้ไม่ว่าตนเองโดนหลิงหลิงหย่าขาดโดยไม่รู้ตัว ถ้าหากรู้คงอยู่ไม่เป็สุขกว่านี้แน่ๆ
"พวกเ้าแบ่งคนออกตามหาหลิงหลิงและลูกของข้า วาดภาพเหมือนไปแจกจ่ายกันซะ หาไม่เจอไม่ต้องกลับมาให้ข้าเห็นหน้าอีก เื่ราวในวังก็วุ่นวายมากพออยู่แล้ว ทำไมต้องเกิดเื่เช่นนี้อีก หากฝ่ายศัตรูรู้ว่าภรรยากับลูกข้าอยู่ข้างนอกนั่นโดยไร้ผู้คุ้มกันจะเป็ยังไง ยิ่งคิดข้ายิ่งอยากตัดคอพวกเ้านัก"
หลงเฟยทุบโต๊ะ ตะคอกองครักษ์เงาของตนอย่างเดือดดาล นั่งกระสับกระส่ายกำหมัดแน่นอย่างไม่รู้จะทำยังไงกับคนของตนเองดี ไหนจะห่วงลูกและภรรยาจนอยู่ไม่สุข
ทางด้านหลิงหลิงเดินทางไปถึงเมืองหยางโจวอย่างราบรื่นและเพลิดเพลินกับลูกๆ ของนางเหมือนการไปท่องเที่ยวแคมป์ปิ้งเลยทีเดียว ค่ำไหนนอนนั่นบนรถม้าของตน ทั้งได้ชื่นชมธรรมชาติที่เขียวชะอุ่มสมบูรณ์ของยุคโบราณตลอดทาง วิวทิวทัศน์ ูเา ลำธารต่างๆ ก็สวยงาม
ตลอดทางไม่มีอุปสรรคใดใด จนนางแปลกใจ พอถึงในเมืองหลิงหลิงอยากเช่าบ้านพักอาศัยสักหลัง จึงไปสอบถามคนแถวในเมืองว่าสามารถหาบ้านเช่าได้ที่ใด พวกเขาแนะนำนายหน้าคนหนึ่งให้นาง หลิงหลิงจึงได้พาลูกๆ ไปเดินดูบ้านแต่ละหลังที่ปล่อยเช่า ส่วนรถม้าฝากไว้ที่โรงเตี๊ยมที่จะพักคืนนี้
นายหน้าพาไปดูบ้านเช่าหลังไม่เล็กไม่ใหญ่ราคาเช่าเดือนละ 50 ตำลึง ถือว่าแพงสำหรับหลิงหลิง 1ปีก็ 600 ตำลึง เช่า 5 ปีนี่ซื้อบ้านได้ 1 หลังเลยนะ จึงสอบถามว่ามีบ้านขายราคาไม่เกิน 3000 ตำลึงหรือไม่ นายหน้าจึงพาไปดูบ้านหลังเล็กขนาด 3 ห้องนอน 1 ห้องโถง 1 ครัวแยก หลิงหลิงพอใจมาก นางมีเงินเหลือเฟือจึงคิดว่าซื้อไว้ก็ไม่เสียหาย อย่างไรอสังหาฯ ก็มีแต่ราคาขึ้น นางค่อยปล่อยเช่าถูกๆ ก็ได้ หากต้องเดินทางจากไป คิดได้ดังนั้นจึงตกลงซื้อทำสัญญากันในวันถัดมาทันที
เมื่อทำสัญญาซื้อขายเสร็จสิ้นในวันถัดมา หลิงหลิงจ้างคนมาทำความสะอาดบ้านทั้งหลังและไปเดินเลือกซื้อเครื่องเรือนเข้าบ้านกับลูกๆ นางเลือกฟูกหนา ผ้าห่มอย่างดี หมอนนิ่มๆ ที่ดีที่สุดให้ห้องนอนของนางและลูกๆ การหลับสบายทำให้ชีวิตได้รับการพักผ่อนที่ดี สมองก็จะปลอดโปร่ง หลิงหลิงตกแต่งบ้านอย่างสวยงามเรียบง่ายแต่มีรสนิยมเหมือนสไตล์มินิมอลของยุคปัจจุบัน ไม่เน้นหรูหราเกินไปแต่ดูดีแบบเรียบง่าย บางอย่างหลิงหลิงยอมจ่ายแพงได้ แต่กับบางอย่างหลิงหลิงก็จะไม่อยากจ่ายกับพวกเครื่องโถ จานชาม แบบราคาปานกลางก็มีที่สวยงามเรียบง่าย นางซื้อมาไว้สำหรับทานอาหารเน้นประโยชน์ใช้สอยไม่จำเป็ต้องซื้อหรูหราลวดลายอลังการหรือแพงเกินไป
แม้บ้านจะดูหลังเล็กแต่การตกแต่งสวยงามทำให้บ้านดูมีราคาและน่าอยู่กว่าเดิมมาก ห้องนอนของหลงอี้นางซื้อโต๊ะไม้สักอย่างดีมาไว้ให้หลงอี้อ่านหนังสือพร้อมเครื่องเขียน กระดาษ น้ำหมึกอย่างดี ตู้เสื้อผ้าก็เป็ตู้ขนาดกลาง หลงอี้รักการเรียนมากกว่าหลงหลงซึ่งชอบฝึกยุทธและทำอาหาร ทั้งยังรักการกิน หลงหลงจึงอยากหัดทำอาหารที่ตนเองชอบมากกว่าเรียนหนังสือ ในห้องของหลงหลงมีแต่ที่วางอาวุธที่นางพกมากับตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่กว่าของหลงอี้มาก ถึงอย่างไรหลงหลงก็เป็หญิงย่อมรักการแต่งกายสวยงาม หลิงหลิงจึงหาซื้อตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่ให้นาง ชุดที่หลงหลงนำมาล้วนเป็ชุดที่หลิงหลิงตัดเย็บให้ เป็ชุดโปรดของนางทั้งนั้น หลิงหลิงเห็นเช่นนั้นจึงคิดจะหาผ้ามาตัดเย็บชุดใหม่ให้หลงหลงและหลงอี้อีกสักหน่อย เพราะขนสัมภาระมาเท่าที่จำเป็จึงมีชุดไม่เยอะมาก
ด้วยสภาพบ้านไม่ได้ชำรุดอันใด เพียงทำความสะอาดและซื้อเครื่องเรือนเข้าบ้านก็ใช้การได้แล้ว เมื่อจัดการเื่บ้านเรียบร้อยพวกนางและลูกๆ ก็ย้ายรถม้าและข้าวของเครื่องใช้จากโรงเตี๊ยมเข้าไปอยู่บ้านใหม่ทันที หลิงหลิงสั่งทำป้ายติดหน้าบ้านไว้ว่าเป็หมอหญิงรับรักษาคนยากจน และแนบป้ายเล็กด้านหน้าประตูบ้านว่า เพียงนำอาหารหรือของสดมาแลกเปลี่ยนแทนเงินค่ารักษาได้ หลิงหลิงไม่ขัดสนเงินทองนางตั้งใจมาอยู่ทำบุญช่วยเหลือผู้คนเพื่อความสบายใจของตนเท่านั้น รับของสดและอาหารก็เพียงพอ นางไม่มีเวลาทำอาหารหรือปลูกพืชผักหากต้องคอยรักษาคนยากคนจน จึงคิดว่าแบบนี้น่าจะดีแล้ว