หวังหยางยืนนิ่งงัน ราวกับิญญาหลุดลอยออกจากร่าง เมื่อมือของเขาเผลอไปััถูกทรวงอกนุ่มของลี่หยา แม้เหตุการณ์จะเป็เพียงอุบัติเหตุ
ทว่าชั่วขณะหนึ่งที่ร่างนางบอบบางทอดกายอยู่เบื้องหน้า กลิ่นหอมละมุนจากดอกไม้ที่ติดตัวนางมาทุกครานั้นลอยเข้ามากระทบจมูกเขาอย่างนุ่มนวล หัวใจของเขาเต้นถี่จนแทบไม่อาจควบคุม ใบหน้าแดงฉานราวกับเพลิงแห่งความอับอาย แม้นเขาจะเป็หัวหน้าองค์รักษ์เสื้อแพรผู้ยิ่งใหญ่ แต่ยามนี้กลับรู้สึกราวกับเป็เด็กหนุ่มอ่อนต่อโลก
ร่างกายของเขาถูกดึงดูดเคลื่อนเข้าใกล้ลี่หยามากขึ้นโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าของเขาใกล้ใบหน้าของนางเรื่อย ๆ จนเขาสามารถััได้ถึงลมหายใจแ่เบาของนาง กลิ่นหอมละมุนจากตัวนางเหมือนมนตร์สะกดให้เขาลืมทุกสิ่ง รอบกายเหมือนมีเพียงเขาและนางเท่านั้น ขณะที่หัวใจของเขาเต้นรัว มือข้างหนึ่งของเขาเผลอยกขึ้น ราวกับสัญชาตญาณในใจบอกให้เขาทำในสิ่งที่ตนรู้ดีว่าไม่ควรทำ แต่ก็ยากจะหยุดยั้ง
แววตาของหวังหยางเต็มไปด้วยความสับสน ความรู้สึกสองด้านในใจต่อสู้กันดุเดือด ทั้งความละอายที่บอกให้เขาถอยห่าง กับความปรารถนาที่บีบคั้นหัวใจเขาให้เคลื่อนเข้าใกล้นางอย่างไม่อาจควบคุม
ขณะที่ใบหน้าของเขาโน้มต่ำลงใกล้นางมากขึ้นเรื่อย ๆ นางก็พยายามขยับตัว ลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ทว่าเพียงแค่ขยับ ร่างของหวังหยางก็เผลอก้มลงมาใกล้นางอีกครั้งเหมือนแรงดึงดูดที่มิอาจต้านทานได้
หัวใจของลี่หยาก็เต้นแรงแทบจะหลุดออกมา นางไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น ความรู้สึกมากมายปะทะเข้าหัวใจไม่หยุดหย่อน นางมองเขาด้วยแววตาฉงนสงสัย ความเงียบงันรอบตัวทำให้ทุกััเด่นชัดยิ่งขึ้น
ลมหายใจอุ่น ๆ ของหวังหยางแ่เบาใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ระยะระหว่างพวกเขาแทบไม่เหลือ ทุกอย่างราวกับชะงักไปในบรรยากาศที่คับคั่งด้วยความเคร่งเครียดและความรู้สึกที่มิอาจอธิบาย เสียงหัวใจเต้นที่ไม่เป็จังหวะของทั้งสองคนแทรกเข้ามาในความเงียบ
ทันใดนั้น...
"ว้าย! นี่พวกเ้าทำอะไรกัน!"
เสียงฮูหยินหวังผู้เป็มารดาของหวังหยางดังแหลม หลังประตูห้องสมุดถูกผลักออกด้วยแรงอันไม่คาดคิด สาวใช้หลายคนตามเข้ามา และเสี่ยวลี่ที่ตามเข้ามาท้ายสุดของขบวน ดวงตาพวกนางต่างเบิกโพลง ราวกับเห็นสิ่งที่มิอาจปกปิดได้
หวังหยางผละลุกขึ้นด้วยความรวดเร็ว ราวกับเพลิงลุกลามบนใบหน้าที่แดงก่ำ เขารีบถอยห่างจากลี่หยา พยายามอธิบายด้วยเสียงประหม่า "มิใช่อย่างที่พวกท่านคิด มันเป็เพียงอุบัติเหตุเท่านั้น!"
พวกสาวใช้พากันหัวเราะคิกคัก ใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดีที่กลบความเขินอาย สาวใช้ผู้หนึ่งเอ่ยอย่างล้อเลียน
"คุณหนูตัวน้อย ๆ ของตระกูลหวังคงใกล้จะมาถึงแล้วกระมัง "
ลี่หยานั่งนิ่ง ความพยายามจะกล่าวแก้ตัวล้วนสูญสิ้นไป เมื่อคำ กล่าวติดอยู่ในลำคอ หัวใจนางเต้นแรงไม่แพ้หวังหยาง ยิ่งคิดถึงภาพที่คนอื่นได้เห็น นางยิ่งกระดากอายหนักกว่าเดิม
"มิใช่... ข้า... หวังหยางเพียงช่วยข้าเท่านั้น..."
"ช่วยอย่างนั้นรึ?" ฮูหยินหวังแสร้งทำเป็ตกตะลึง "ข้าเห็นเต็มสองตาว่าพวกเ้ากระชั้นชิดกันเพียงใด อืม ดี ๆ ข้าคงได้อุ้มหลานในเร็ววันนี้กระมัง"
หวังหยางยืนอึ้ง ไม่รู้จะเอ่ยสิ่งใด มองลี่หยาแล้วก็เหลือบไปที่สาวใช้ด้านหลังฮูหยินหวังที่ลอบยิ้มกันอย่างสนุกสนาน อับอายจนมิอาจตอบโต้ สาวใช้ทุกคนต่างกล่าวถึงลูกหลานในอนาคตที่ยังมิได้ถือกำเนิด แต่ใจเขากลับสับสน รู้สึกถึงสิ่งหนึ่งที่ก่อตัวจากส่วนลึกของจิตใจอย่างมิอาจห้ามได้
"มิจำเป็ต้องอาย" ฮูหยินหวังเดินเข้ามาใกล้ ตบไหล่หวังหยางเบา ๆ "ข้าจะเตรียมตัวเป็ย่าให้เร็วที่สุด!"
"แต่..." หวังหยางพยายามจะแย้ง แต่ดูเหมือนคำของเขาจะไม่มีผู้ใดใส่ใจ ลี่หยาได้แต่นั่งด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน พยายามหลบสายตาที่จับจ้องนาง
ลี่หยาเขินอายจนแทบมิอาจหาคำใดมาตอบ ใบหน้าของนางยิ่งแดงจนไม่รู้จะทำอย่างไร นางพยายามลุกขึ้น แต่ด้วยความอับอายและสายตาของทุกคนที่ยังจับจ้อง ทำให้นางยิ่งลุกลำบากขึ้นไปอีก
หวังหยางเห็นดังนั้น รีบยื่นมือไปช่วยนาง "ข้า... ข้าจะช่วยเ้า" เขา กล่าวอย่างแ่เบา ยื่นมือจับลี่หยาประคองขึ้น
ทว่าในขณะที่เขาช่วยนางขึ้น หญิงสาวที่ยังอายจัดกลับพลาดลื่นล้มอีกครั้ง หวังหยางเองก็ตกลงไปด้วย ทำให้ทั้งสองนอนอยู่บนพื้นดังเดิม เสียงใของสาวใช้ดังลั่นอีกครั้ง
" นี่มันชะตาฟ้าลิขิตกระมังเ้าคะ! ฟ้าลิขิตให้ท่านทั้งสองเป็คู่กันแน่ ๆ!" สาวใช้เอ่ยพร้อมเสียงหัวเราะคิกคัก
หวังหยางและลี่หยานอนแน่นิ่ง มิรู้จะตอบสิ่งใด ความเข้าใจผิดยังคงก้องอยู่ในหัวของทุกคน ไม่มีผู้ใดยอมฟังคำอธิบายของพวกเขา
ฮูหยินหวังยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะบอกให้สาวใช้ทั้งหลายว่า "พวกเ้าไปได้แล้ว ๆ" และหันมาบอกหวังหยางและลี่หยาว่า "พวกเ้าทั้งสองก็กลับไปพักผ่อนที่ห้องเสียเถิด" จากนั้นนางก็ไล่ต้อนสาวใช้ทั้งหมดออกจากห้องไป ส่วนนางออกห้องเป็คนสุดท้าย
เมื่อเหลือเพียงลี่หยาและหวังหยางในห้อง บรรยากาศก็เปลี่ยนไปทันที ทั้งสองคนหน้าแดง เขินอาย ไม่กล้ามองหน้ากัน หวังหยางพยายามรวบรวมความกล้า ก่อนจะ กล่าวขึ้นเบา ๆ
"ข้า... ข้าจะพาเ้าไปที่ห้อง"
ลี่หยาพยักหน้าเบา ๆ ไม่กล้าสบตาเขา หวังหยางจึงเดินนำลี่หยาไปที่ห้องของนาง เมื่อถึงห้อง หวังหยางเปิดประตูให้ลี่หยาเข้าไปก่อน เขายืนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจ กล่าวขึ้น "ข้าจะไม่รบกวนเ้าแล้ว... ข้าจะนั่งอยู่ที่นี่"
ลี่หยามองเขาด้วยความประหลาดใจ "เ้าจะไม่นอนหรือ?"
หวังหยางยิ้มเขิน ๆ "ข้า... ข้าจะฟุบหลับที่โต๊ะเอง เ้าไม่ต้องห่วง"
ลี่หยาพยักหน้าเข้าใจ แม้จะรู้สึกแปลก ๆ แต่ก็ไม่กล้า กล่าวอะไรอีก นางเดินไปที่เตียงของตน ส่วนหวังหยางก็นั่งลงที่โต๊ะ เขาฟุบหลับไปในที่สุด ทิ้งให้บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความเงียบสงบและความรู้สึกที่ยังคงค้างคาในใจของทั้งสองคน
ในความเงียบงันนั้น หัวใจของทั้งคู่ยังคงเต้นแรง ราวกับจะบอกว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นในวันนี้จะไม่จบลงเพียงแค่นี้