เสียงเคาะจากนอกประตูไม้เมเปิ้ลบานใหญ่ของห้องทำงานระดับผู้บริหาร ภายในห้องนั้นตกแต่งด้วยสีขาว พวกมันเป็ไม้ที่ออกแบบด้วยสไตล์โมเดิร์น วิวด้านนอกกระจกของห้องทำงานนี้สามารถมองเห็นทะเลสาปที่ยาวไปจนกระทั่งถึงูเาอีกฝาก บ่งบอกถึงฐานะองค์กรได้เป็อย่างดีว่า ถ้าไม่มีอิทธิพลมหาศาลก็คงมีกำไรมหาศาลหรือไม่ก็ทั้งคู่
“เข้ามาได้ครับ”
เสียงตอบกลับเชื้อเชิญของชายเ้าของห้อง ที่ในขณะนี้เขาไม่ได้อยู่ที่โต๊ะทำงานกลางห้องทว่าอยู่ที่มุมนึงของบาร์เครื่องดื่มในห้องทำงานแห่งนี้
ชายวัย 45 กับสูทเข้ารูปอามานี่สีเทาเข้ม ผมและหนวดเคราที่เคยเป็สีบลอนด์อ่อน บัดนี้ถูกแซมด้วยผมหงอกเสียจนมันดูแทบจะเป็สีขาวไปหมดทั้งศีรษะและใบหน้า แต่กระนั้นมันก็ยังคงได้รับการจัดแต่งให้ดูดีอยู่เสมอสมฐานะคนระดับผู้บริหาร
สายตาของชายวัยกลางคนที่ยามนี้ต้องพึ่งพาแว่นตาไม่ได้จับจ้องอยู่ที่ประตูเพื่อสังเกตผู้มาเยือนแต่อย่างใด แต่เขากลับให้ความสนใจไปที่กรวยดริปกาแฟที่วางอยู่ตรงหน้า ในมือของเขาถือกาดริปสีดำ หน้าปัดดิจิตอลของมันบอกอุณหภูมิน้ำในกาที่ 86 องศาเซลเซียส มือก็กำลังค่อย ๆ รินน้ำร้อนนั้นพรมลงบนผงเมล็ดกาแฟ “ปานามาเกอิชา” คั่วอ่อนบดแบบหยาบปานกลางที่อยู่ใจกลางกรวยดริปนั้น เมื่อน้ำร้อนที่ไหลออกจากพวยกาค่อยๆหมุนวนเป็รูปก้นหอยลงบนผงกาแฟ ทำให้ผงกาแฟคายก๊าซคาร์บอนออกมา เกิดเป็กลิ่นหอมแบบดอกไม้ป่าและกลิ่นเปรี้ยวแบบผลไม้ตระกูลส้ม ซึ่งเป็เอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟชนิดนี้
“คุณริชาร์ดคะท่านกรรมาธิการ้าประชุมด่วนเื่งานวันนี้ค่ะ”
เลขานุการหญิงวัยกลางคนร่างท้วมที่ดูท่าทางมีอายุกว่าชายผู้เป็เ้านายของเธอแจ้งข้อความด่วนนี้ แต่ดูเหมือนชายผู้เป็นายดูจะไม่ได้ยิน หรืออาจจะได้ยินแล้วแต่ยังไม่ได้ให้ความสนใจมันเท่าที่ควร
“ท่านคะ...ท่านต้องประชุมด่วนเดี๋ยวนี้ค่ะ”
ริชาร์ด ยกนิ้วขึ้นชูขึ้นน้อยๆเชิงจะบอกว่าขอเวลาสักครู่ จากนั้นเขาก็ยังคงทำการดริปกาแฟต่อไปบางครั้งก็หยุดจับเวลาแล้วก็รินต่อ ทำแบบนี้อยู่นานสองนานจนกระทั่งมันใกล้เสร็จ
“ท่านคะ...ท่านกรรมาธิการรออยู่นะคะ”
“ยังไงท่านก็ต้องรอผมเดินไปที่ห้องประชุมอยู่ดีน่ะแมรี่อย่าบ่นนักเลย”
ริชาร์ดตอบกลับด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี เขาทำราวกับว่าการปล่อยให้เ้านายที่อยู่สูงกว่ารอไปอีกหน่อยมันไม่ได้เป็ความผิดอะไรมากมายนัก
“เอาล่ะเสร็จแล้ว…”
เขายกโถกาแฟขึ้นมาเพื่อแกว่งของเหลวสีดำเข้มภายในแล้วสูดดมกลิ่นหอมของมัน ก่อนหยิบแก้วกาแฟใบโปรดมารินมันลงไป พร้อมกับเดินไปหาเลขาหน้านิ่วของเขาที่ตอนนี้กำลังกังวล เพราะเ้านายที่เธอเรียกว่ากรรมาธิการ ซึ่งแน่นอนว่าตำแหน่งนั้นสูงกว่าเ้านายของเธอมากกำลังรอประชุมอยู่ แต่เ้านายของเธอคนนี้กลับทำราวกับเป็เื่เล่นๆ
“นี่ของคุณ...แล้วก็เอ่อ..ฝากเก็บอุปกรณ์ให้ผมด้วยนะครับ ขอบคุณ”
ริชาร์ดยื่นโถกาแฟที่เหลืออีกครึ่งนึงแบ่งให้เลขาของเขา พลางกวาดสายตาไปทางเก็บอุปกรณ์ทำกาแฟที่วางอยู่ เป็สัญลักษณ์ให้เธอรับรู้ แมรี่รับโถกาแฟมาพลางถอนหายใจ
“ไปเถอะค่ะท่านกรรมาธิการรอนานแล้ว”
“รับทราบครับบอส”
เขากล่าวติดตลกพลางเดินจากมา และมุ่งตรงไปทางห้องประชุม
ประตูห้องประชุมใหญ่เปิดออกหากแต่ภายในห้องนั้นกลับว่างเปล่า โต๊ะใหญ่ในห้องประชุมนั้นมีเก้าอี้ล้อมรอบอยู่ถึง 16 ตัว ทุกตัวมีอุปกรณ์คล้ายลำโพงตั้งอยู่ด้านหน้า เว้นเสียแต่ตัวกลางที่อยู่ด้านหน้าสุดห้องเป็ตัวเดียวที่ไม่มีลำโพงที่ว่านั้น และริชาร์ดก็นั่งลงที่เก้าอี้ตัวดังกล่าว
“สวัสดีครับท่านกรรมาธิการ”
ริชาร์ดกล่าวทักทายพร้อมกับยกถ้วยกาแฟของตัวเองขึ้นจิบ
“สวัสดีคุณริชาร์ด ผมได้รับรายงานว่าทางคุณจะมีภารกิจที่สำคัญในริโอเดอจาเนโรวันนี้ ผมและเพื่อนๆสมาชิกไม่อยากรอฟังผลรายงานทีหลัง เลยอยากขอเข้าร่วมสังเกตการณ์ในครั้งนี้ด้วยหวังว่าคุณคงจะไม่ว่า”
เสียงจากลำโพงนึงดังออกมาจากเก้าอี้ตัวซ้าย เหนือลำโพงนั้นมีป้ายชื่อเขียนว่า “วอชิงตันดีซี” และหากสังเกตให้ดีจะพบว่าทุกลำโพงมีชื่อเขียนทั้งสิ้น ชื่อเ่าั้เป็ชื่อเมืองหลวงของประเทศต่างๆ 15 ประเทศ ซึ่งทุกประเทศที่ว่ามานี้ล้วนเป็ประเทศหลักในเครือนาโตทั้งสิ้น(ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 26 ประเทศ)
“ด้วยความยินดีครับท่าน...จากรายงานที่ผมได้รับมา ทีมของผมกำลังเข้าประจำตำแหน่งพร้อมปฏิบัติการในอีก 5 นาทีต่อจากนี้ครับ”
“สถานการณ์เป็ยังไงบ้าง แล้วคุณมีแผนว่ายังไง”
“เรียนตามตรงผมไม่ทราบเื่แผนครับ”
ริชาร์ดตอบคำถามด้วยสีหน้าที่ออกจะแช่มชื่น แต่มันทำเอาคณะกรรมาธิการทั้ง 15 ถึงกับเงียบกริบ และบางคนก็แสดงอาการถอนหายใจเสียงดังด้วยความไม่พอใจ
ณ ลิฟต์ของลานจอดรถแห่งหนึ่ง ไฟหน้าปัด้าของลิฟต์แสดงว่ามันเคลื่อนมาหยุดอยู่ที่ชั้นบนสุด จากนั้นประตูลิฟต์ก็ค่อยเปิดออก สาวน้อยผมสั้นสีน้ำตาลอ่อนผู้มีั์ตาสีน้ำทะเลเดินก้าวออกมา เธอเหลียวซ้ายแลขวาก่อนสายตาจะเจอเข้ากับรถ SUV สีดำ ที่จอดอยู่มุมหนึ่งของลานจอด เธอจ้องไปที่ป้ายทะเบียนของมัน จับจ้องที่ตัวเลขบนป้ายทะเบียนเพื่อให้แน่ใจว่าเ้ารถคันนี้แหละเป็รถคันที่เธอกำลังตามหา
“ไอริสอยู่ที่ลานจอดรถแล้ว เชอรี่อยู่ที่รถแล้วใช่มั้ย”
ไอริสสาวน้อยผมสีน้ำตาลพูดกับบลูทูธที่เหน็บอยู่กับหู พร้อมกับเดินตรงไปที่รถคันสีดำตรงหน้า
“อยู่ที่รถแล้วเข้ามาเลย”
เสียงของสาวน้อยอีกคนดังขึ้นมาในสาย “เชอรี่” สาวน้อยผมสีดำยาวั์ตาสีน้ำตาล เธอรอไอริสอยู่ก่อนแล้วบนรถ SUV คันสีดำนั้น โดยที่ตอนนี้ด้านหลังของเบาะผู้โดยสารแถว 2 และ 3 ถูกพับลงให้เป็พื้นที่โล่งที่ท้ายรถ ประตูด้านก็หลังถูกเปิดค้างไว้ ในรถมีอุปกรณ์หลายอย่างวางอยู่ ทั้งแล็ปท็อปขนาดเล็กที่เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ กล้องตรวจการณ์ที่มีกำลังขยายถึง 60 เท่า และกล่องขนาดใหญ่ที่ระบุไม่ได้ว่าเป็อุปกรณ์อะไรอีกหลายกล่อง
เชอรี่สาวเธอกำลังง่วนอยู่กับแล็ปท็อปของเธอเพื่อทำอะไรบางอย่าง และจากท่าทีของเธอก็ดูจะเชี่ยวชาญในสิ่งที่ทำมากเลยทีเดียว
“มาแล้ว..ฮึบ”
ไอริสที่เดินมาถึงก็ปีนขึ้นมาอยู่ในรถกับเชอรี่ทางประตูด้านหลังที่เปิดไว้ จากนั้นก็มีอีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในเครือข่ายสนทนา
“ไอร์แลนด์ถึงแก๊งโดดเรียน เป็ไงบ้างพร้อมกันหรือยัง”
เสียงที่ดังขึ้นมาในกลุ่มสนทนาเสียงนี้มันได้บ่งบอกว่าพวกเธอเป็ทีมเด็กสาว 3 คน ที่กำลังจะเตรียมตัวทำอะไรบางอย่าง
“ทางนี้เรียบร้อยแล้ว แล้วที่โรงเรียนเป็ไงบ้าง” เชอรี่ตอบ
“ยืนยันแล้วว่าครูใหญ่อยู่ในโรงเรียน ทางนั้นพร้อมเมื่อไหร่ก็เริ่มได้เลยนะ”
รายงานจากสาวน้อยอีกคนที่ชื่อว่า “ไอร์แลนด์” ผู้มีผมยาวสีแดงที่เกล้ามวยไว้และซ่อนตาสีฟ้าอมเขียวไว้ใต้แว่นตากันแดด เธออยู่ในตำแหน่งที่ห่างจากกลุ่มมาอีกจุดหนึ่งซึ่งไกลพอสมควร บนรถอัลฟ่าโรมิโอคันสีเทา ซึ่งตอนนี้จอดอยู่หน้าตึกที่เป็อาคารของบริษัทเอกชนแห่งนึง แน่นอนว่าอาคารแห่งนี้มันไม่ได้เป็โรงเรียนเหมือนอย่างที่สาวน้อยทั้งสามคุยกันในบทสนทนา ป้ายด้านหน้าอาคารอันหรูหราแห่งนั้นเขียนว่า Zimstech Technology CO.,LTD (บริษัทซิมส์เทค เทคโนโลยี)
ไอร์แลนด์มองไล่สายตาขึ้นไปยัง้าสุดของตัวอาคาร ซึ่งชั้นบนสุดของตึกอันทันสมัยแห่งนี้ เป็ที่ตั้งของห้องทำงานผู้บริหารของบริษัท ที่ที่ในโค้ดเนมพวกเธอเรียกมันว่า “ห้องครูใหญ่” ในขณะที่ไอร์แลนด์มองมัน มือของเธอก็ล้วงลงไปในกระเป๋าที่วางอยู่ตรงเบาะนั่งข้างคนขับ ปืน CMMG Benshee ปืนไรเฟิล SBR* ขนาด 5.7 x 28 mm. ถูกหยิบออกมาวางไว้บนตัก อุปกรณ์เก็บเสียง griffin armament GP5 ถูกสวมเข้าทางปากกระบอกปืนแล้วขันเกลียวให้แน่นตึงเตรียมพร้อมไว้
*SBR หรือ Short-barreled rifle เป็ชื่อเรียกประเภทของปืนที่กำหนดตาม National Firearms Act of 1934 ใช้เรียกปืนที่มีความยาวลำกล้องไม่เกิน 16 นิ้วและความยาวของตัวปืนต้องไม่เกิน 26 นิ้ว หรือปืนที่มีสัดส่วนพานท้ายและลำกล้องยาวไม่เกิน 16 นิ้ว
“ผมว่าคุณเข้าใจความสำคัญของปฏิบัติการนี้เป็อย่างดีใช่มั้ยคุณริชาร์ด”
เสียงของกรรมาธิการของลอนดอนเอ่ยถามริชาร์ด
“ผมเข้าใจความสำคัญของมันดีครับท่าน แต่ในงานนี้ผมให้ลูกทีมเป็คนจัดการปฏิบัติการกับวางแผนเองทั้งหมดครับ”
“พวกเขาคงเป็ทีมที่มีประสบการณ์และคุณเชื่อใจสินะ ส่งเข้าไปกี่ทีมและมีกี่คนล่ะ”
“ทีมเดียวครับ เป็เด็กผู้หญิงอายุ 16 สามคน”
ริชาร์ดตอบพลางยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มอย่างสบายใจ แต่กรรมาธิการคนอื่นที่ได้ยินนั้นไม่อาจจะนิ่งเฉยอยู่อย่างเขาได้
“ปรกติเราไม่มีทีมอายุน้อยขนาดนั้นนี่ เด็กพวกนี้ได้รับการฝึกนานแค่ไหนและมีประสบการณ์ภาคสนามมากแค่ไหน ทำไมคุณถึงกล้าส่งพวกเธอเข้าไปทำงานสำคัญขนาดนี้!!”
น้ำเสียงอันร้อนรนระคนไปกับความพยายามที่จะระงับโทสะของกรรมาธิการท่านอื่น เริ่มแสดงออกมาในห้องประชุม ต่างกับตัวริชาร์ดที่เขายังคงนิ่งสงบ จิบกาแฟแก้วโปรดอยู่อย่างไม่แสดงท่าทีทุกข์ร้อน
“พวกเธอได้รับการฝึกมา 1 ปี และนี่เป็งานภาคสนามชิ้นแรกของพวกเธอครับ” ริชาร์ดชี้แจง
“คุณจะบ้าเหรอ!! .. เราตามเป้าหมายนี้มาหลายปี แต่คุณกลับส่งมือใหม่ไปทำงานนี้ยังงั้นเหรอ ผมขอให้คุณยุติการทำงานของหน่วยนี้ในทันทีเรียกและพวกเขากลับมา ส่งทีมมืออาชีพที่ใกล้ที่สุดเข้าไปแทนก่อนที่งานจะพังไปมากกว่านี้”
เสียงของกรรมาธิการของบรัสเซลเอ่ยออกมาอย่างสุดจะทน กับการกระทำที่เหมือนการเล่นสนุกของริชาร์ด
“ด้วยความเคารพครับท่าน เด็กพวกนี้คือมือดีที่สุดของผม และอาจจะไม่เกินเลยไปนักถ้าจะบอกว่า พวกเธออาจเป็มือดีที่สุดที่เราเคยมีก็ว่าได้ครับ”
น้ำเสียงริชาร์ดเริ่มมีเค้าลางของความเคร่งเครียดจริงจังขึ้นมาบ้างเล็กน้อย
“แปลกนะ...คุณจะบอกว่าเด็กที่รับการฝึกมาปีเดียว กับไม่เคยลงงานภาคสนามมาก่อนเนี่ยนะเหรอเก่งที่สุดกว่าทุกทีมที่เรามี อะไรทำให้คุณกล้าพูดแบบมั่นใจอย่างนั้น”
เสียงจากกรรมาธิการของลอนดอนที่ดูจากน้ำเสียงจะาุโที่สุดถามขึ้น โดยในที่นี้อาจมีเพียงเขาและกรรมาธิการอีกแค่บางคนเท่านั้น ที่ยังคงลักษณะสงบนิ่งไม่ร้อนรนเอาไว้ได้
“เด็กพวกนี้มีความสามารถเฉพาะด้านที่สูงกว่าปกติั้แ่ก่อนได้รับการฝึกแล้วครับ จริงๆในห้วงการฝึก 1 ปีนั้น เป็การฝึกยุทธการเพียง 3 เดือนเท่านั้น นอกนั้นเป็การทำงานด้านจิตวิทยาพฤษติกรรมล้วนๆครับ”
ริชาร์ดกล่าว มือของเขาหมุนวนบนแก้วกาแฟใบโปรดตรงหน้าช้าๆ
“ช่วยเจาะจงลงไปหน่อยก็จะดีนะ”
“พลซุ่มยิงระดับโลกคนหนึ่งชื่อ สิบเอก เครก แฮริสัน กองพันทหารม้ารักษาพระองค์ของอังกฤษ ผู้มีสถิติสังหารตาลีบัน 2 คนกับยิงทำลายปืนกล RPK 1 กระบอก ที่ระยะ 2,760 หลา ท่านกรรมาธิการลองเดาเล่นๆดูว่าเขาต้องยิงปรับศูนย์กี่นัดก่อนะุ 3 นัดนี้จะถูกเป้า”
ริชาร์ดนิ่งเงียบอยู่ครู่นึง แต่ไม่มีใครในห้องประชุมตอบคำถาม อาจจะเพราะไม่ทราบคำตอบหรือไม่แน่ใจว่าเื่นี้เกี่ยวข้องอย่างไรกับเื่ที่กำลังพูดคุยกันอยู่ หรืออาจจะแค่ไม่เข้าใจคำถามก็ไม่มีใครทราบได้
“ถ้าเดาไม่ถูกผมเฉลยเลยละกัน เขาใช้ะุในการปรับศูนย์เล็งถึง 9 นัด และยิงถูกเป้าในนัดที่ 10,11 และ 12 ส่วนคนของผม สมาชิกทีมคนที่ 1 ไอริส มิชเชล ซอว์เยอร์ เธอใช้ปืนไรเฟิลซุ่มยิงขนาด .50 ยิงถูกเป้าเหล็กขนาด 20x36 นิ้วที่ 2,000หลา โดยปรับศูนย์แค่นัดเดียว จากนั้นในนัดที่สอง สาม และสี่ ะุก็ถูกเป้าทั้งหมด จริงๆนัดแรกที่ปรับศูนย์นั่นก็ถากถูกขอบเป้าแล้วด้วยซ้ำ ความสามารถนี้เป็สิ่งที่สไนเปอร์ในหน่วยเราทุกคนแม้แต่ครูฝึกก็ไม่มีใครทำได้ จะพูดให้ดูน่าใกว่านั้นคือทั้งโลกนี้มีคนทำได้กี่คนผมก็ยังไม่แน่ใจ ผมพบว่าความสามารถของเด็กคนนี้ คือความสามารถในการคำนวณสภาพแวดล้อมทุกอย่างได้แบบแม่นยำ และแทบจะเรียกว่าเป็การคำนวณจากความรู้สึกล้วนๆ เช่นการมองด้วยตา ััด้วยผิว การได้ยินเสียงหรือแม้แต่กลิ่นในอากาศ เป็ลักษณะของการรับรู้สภาพแวดล้อมที่เกิดจากความสามารถด้านความจำล้วนๆ”
ริชาร์ดเคาะโต๊ะเบาๆไปด้วยขณะเล่าเื่
“สมาชิกคนที่สอง เชอรีน วิโนน่า วิลเลียม หรือเชอรี่ เธอเป็อัจฉริยะแฮคเกอร์มือฉกาจั้แ่อายุ 13 และยังมีความสนใจเป็พิเศษด้านะเิ เด็กคนนี้เราได้ตัวเธอมาเข้าทีมเพราะโชค ไม่เคยมีใครสามารถแกะรอยเธอได้ แม้เราจะจ้างแฮคเกอร์ระดับโลกตามเธอมาเกือบปีแล้ว วันที่โชคดีวันนั้นเกิดขึ้นเพราะเซอร์เวอร์ที่ติดตั้งระบบป้องกันตัวของเธอล่มเพราะตึกนั้นบังเอิญเกิดไฟไหม้ เราถึงโชคดีจับตัวเธอได้ แต่ถึงแบบนั้นก็มีทีมพิเศษที่เป็อดีตเนวีซีลของเรา 3 คน ต้องาเ็สาหัสจากกับดักของเล่นที่ะเิได้ของเธอ ตอนที่พวกเขาบุกซ่อนของเธอด้วย”
“อีกคนหล่ะ” เสียงของกรรมาธิการลอนดอนถามขึ้น
“เอริน่า อาร์เชอร์ ไอเซนเกอร์ หรือไอร์แลนด์ เธอเป็หัวหน้าทีม เป็อัจฉริยะด้านการวางแผนทั้งยังเป็เสนารักษ์ของทีม เราเจอที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กธรรมดาๆ แต่ที่ไม่ธรรมดาคือประวัติของเธอ เธออยู่ที่นั่นเพราะทำร้ายร่างกายคนาเ็สาหัส สำหรับผมเรียกว่านั่นตายทั้งเป็จะเหมาะกว่า เธอเป็เด็กกำพร้าที่ถูกพ่อแม่บุญธรรมรับมาอุปการะ พวกเขาดีต่อเธอมาก แต่วันหนึ่งสองสามีภรรยาผู้ใจดีถูกฆ่าจากกุ๊ยข้างถนน ที่้าปล้นเอาเพียงเศษเงินไปซื้อยา หลังจากงานศพทั้งสองเธอก็หายตัวไปและกลับมามอบตัวกับตำรวจในอีกปีต่อมา เธอให้การสารภาพว่าไปตามล้างแค้นและได้ทำร้ายคนที่สังหารพ่อแม่บุญธรรมของเธอจนาเ็สาหัส แต่สภาพที่ตำรวจเจอคือเหยื่อถูกทำให้สมองขาดอากาศเป็ระยะชั่วเวลานึง แล้วปั้มหัวใจให้กลับมาเต้นเหมือนเดิม ทำซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น จนเหยื่อระบบการสั่งงานร่างกายล้มเหลว กลายเป็สิ่งที่เรียกว่าศพมีชีวิต คุณลองนึกภาพคนที่ถูกขังไว้ในร่างกายของตัวเอง ทำได้แค่หายใจ ตามเนื้อตัวยังรู้สึกเ็ปร้อนหนาวอยู่แต่บังคับมันไม่ได้ รายงานทางการแพทย์บอกว่าการจะทำแบบนี้ได้ต้องอาศัยความแม่นยำอย่างมาก เพราะหากพลาดเพียงนิดเดียวเหยื่อจะเกิดอาการสมองตายและเสียชีวิตทันที”
หลังริชาร์ดพูดจบ ความเงียบก็เข้าครอบเงาห้องประชุมแห่งนั้นอยู่ครู่หนึ่ง
“สรุปตอนนี้เราต้องพึ่งพาเด็กสาวที่มีปัญหาทางจิตมากกว่าทีมทหารมืออาชีพงั้นสิ”
เสียงพูดจากระทบกระเทียบเป็เชิงดูิ่ดังออกมาจากกรรมาธิการคนนึง
“เด็กพวกนี้ผ่านการดูแลเป็อย่างดีจากทีมงานด้านจิตเวชของผม และถ้าดูจากการประเมินแล้วเด็กพวกนี้มีสุขภาพจิตที่ดีกว่าทีมทหารของเราทุกคน ทั้งไอคิวและอีคิวของพวกเธอสูงกว่าค่ามาตรฐานของนักศึกษา MIT** เสียด้วยซ้ำ แล้วก็อาจจะฟังดูตลกนะครับ...มันสูงกว่าของผมซะอีก”
**Massachusetts Institute of Technology ตัวย่อ MIT เป็มหาวิทยาลัยเอกชนในเมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ มีชื่อเสียงมานานในเื่งานวิจัยและการศึกษาในสาขาเคมี ฟิสิกส์ และวิศวกรรมศาสตร์สาขาต่างๆ แล้วเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นต่อ ๆ มาในสาขาชีววิทยา เศรษฐศาสตร์ ภาษาศาสตร์ และการจัดการ ถือว่าเป็ศูนย์รวมของเหล่านักศึกษาหัวกะทิของอเมริกาเลยทีเดียว
ริชาร์ดหัวเราะเบาๆออกมาตอนพูดถึงสุขภาพจิตของตัวเอง
“ผมชักไม่แน่ใจแล้วว่าคุณเป็ ผอ.ฝ่ายยุทธการ หรือเซลล์แมนขายของกันแน่”
เสียงดูิ่ของกรรมาธิการคนเดิมที่ยังคงตามจิกกัดไม่เลิกเอ่ยขึ้น
“ประสบการณ์ของผมมันสอนผมเสมอว่าอย่าพูดในสิ่งที่ไม่มั่นใจว่าทำไม่ได้ครับ จริงๆผมว่าเราไม่ควรจะต้องมาประชุมเื่นี้ด้วยซ้ำ เพราะยังไงสำหรับผมภารกิจนี้มันได้สำเร็จไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นผมเสนอว่าถ้าท่านกรรมาธิการท่านใดมีงานอื่นค้างอยู่ก็สามารถแยกย้ายกันไปทำงานที่ค้างไว้ได้นะครับจะได้ไม่เสียเวลาอันมีค่าของทุกท่านด้วย”
“นี่คุณมั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอ” เสียงกรรมาธิการาุโของลอนดอนถาม
“เหมือนตัวผมไปทำงานนี้เองเลยล่ะครับ...” ริชาร์ดเอ่ยเพียงสั้น
บนหลังรถ SUV ของไอริสและเชอรี่ กล่องพลาสติกสีดำกล่องหนึ่งถูกเปิดออกมา ภายในนั้นประกอบด้วยชิ้นส่วนกลไกโลหะมากมาย มันคือปืนไรเฟิลซุ่มยิง Snipex M100 ขนาด 12.7X108 มม. ที่เป็ขนาดะุของรัสเซีย ไอริสเด็กสาวอายุ 16 ทยอยลำเลียงชิ้นส่วนมันออกมาประกอบอย่างเชี่ยวชาญ ลำกล้องยาวหนาถูกสอดเข้าไปที่กระโจมหน้า เมื่อดันเข้าไปจนสุดมันก็จะจับล็อกพอดีกับช่องปลายกระโจมที่ออกแบบเป็ทรงหกเหลี่ยมเช่นเดียวกัน เฉพาะส่วนลำกล้องปืนนี้ก็ยาวไปกว่า 1 เมตรแล้ว คอมเพนเซเตอร์ขนาด 8 พอร์ทถูกหมุนเข้าไปที่ปลายลำกล้องจนสุด ก่อนจะล็อกด้วยสกรูหกเหลี่ยมข้างละ 2 ตัว สปริงลดแรงรีคอยล์แบบพิเศษของปืนชนิดนี้ 2 ตัว ถูกติดเข้าไปกับกระโจมทั้งด้านซ้ายและขวา จากนั้นเธอก็วางมือจากชุดลำกล้อง หันมาใส่ชุดลูกเลื่อนเข้าไปทางท้ายของตัวปืนและก็ติดคันรั้งลูกเลื่อนเข้าไป ส่วนพานท้ายถูกหมุนเข้าปิดช่องท้ายลูกเลื่อน จากนั้นก็ติดส่วนด้ามปืนกับชุดลั่นไกเข้าไป แล้วจึงล็อกสลักทั้ง 2 ตัวให้เรียบร้อย สุดท้ายนำส่วนตัวปืนมาหมุนเข้ากับส่วนลำกล้องเป็อันเสร็จ
ปืนกระบอกนี้มีชุดขาทรายปรับได้ ทั้งขาคู่ด้านหน้าและขาเดี่ยวด้านหลังมาให้เสร็จสรรพ ส่วนกล้องเล็งนั้น ภายหลังจากการยิงปรับศูนย์ก็ล็อกติดกับกระโจมหน้าไว้แบบนั้นเพื่อป้องกันศูนย์เคลื่อน กล้องเล็งที่เลือกใช้คือ Nightforce ATACR F2 กำลังขยาย 7-35 เท่า หน้าเลนส์ 56 มม.เพื่อการรับภาพกว้าง และเส้นเล็งที่ชดเชยะุตกเต็มรูปแบบ อย่างเส้นเล็ง Tremor3 แบบ mil มันออกแบบมาเพื่อการยิงไกลเป็พันเมตรโดยเฉพาะ อีกทั้งราง้าของปืนที่ติดกล้องเล็งนั้น ยังมีการชดเชยระยะเพิ่มให้อีกถึง 35 MOA
ะุ 1 นัดถูกใส่เข้าไปในรังเพลิง มือเล็กของเธอพลักก้านลูกเลื่อนเข้าที่ก่อนจะตั้งปืนลงบนตำแหน่งที่จัดไว้ สาวน้อยเช็กพาราแลกซ์และโฟกัสของกล้องเล็งซ้ำอีกเป็ครั้งสุดท้าย เพื่อความแน่ใจ จากนั้นนิ้วมือก็พลักตัวห้ามไกให้มาอยู่ในตำแหน่งพร้อมยิง ก่อนจะขานบอกเพื่อน
“ไอริสพร้อมแล้วนะ”
ไอริสหันไปบอกกับเชอรี่พร้อมกับเริ่มประทับเล็ง ภาพที่สาวน้อยกำลังเล็งอยู่ในตอนนี้ไม่ใช่ที่ตัวใครคนใด หากแต่เป็เฮลิคอปเตอร์ที่จอดนิ่งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของอาคารตึกซิมเทกส์ นั่นเอง
“ระยะคือ 1,240 เมตร ฉันวัดให้แล้ว” เชอรี่บอก
ไอริสตั้งศูนย์ปืนนี้ไว้ที่ระยะ 1,000 เมตร เธอเลือกใช้ะุ API B32 57-BZ-542 ของรัสเซีย ขนาดะุ 745 แกรน ซึ่งมีความเร็ว ราว 840-860 เมตรต่อวินาที ที่เลือกะุชนิดนี้เพราะทั้งน้ำหนักหัวะุและความเร็วของะุใกล้เคียงกับะุ Hornady ขนาด .50 ของอเมริกันมาก ความใกล้เคียงกันนี้มันเพิ่มความสะดวก เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องปรับตัวมากนักกับปืนจากยูเครนกระบอกนี้
จากระยะดังกล่าว ไอริสอาจจะต้องปรับชดเชยทางระยะที่ราวๆ 4.1 mil และอาจจะต้องเผื่อแรงต้านของลมอีกเล็กน้อย เพราะเธอต้องยิงใส่ฮอที่มันสามารถสร้างแรงดันลมของตัวเองได้ เสียงบิดคลิกของปุ่มชดเชยทางระยะดังขึ้นถี่ๆเพราะ 1 คลิกในกล้องเล็ง คือราวๆ 0.1 mil เท่านั้น ดังนั้นเธอจึงต้องบิดถึง 41 คลิก
“โอเคพร้อม จะไม่มีใครมาเจอเราที่นี่ใช่มั้ย” ไอริสถาม
“ฉันแฮกลานจอดรถนี้ไว้แล้ว มันจะแจ้งสถานะว่าชั้นนี้รถจอดเต็ม และถ้าใครพยายามขึ้นลิฟท์มาตอนนี้ ลิฟท์จะค้างจนกว่าเราจะทำงานเสร็จ..ไอร์แลนด์ล่ะ”
เชอรี่ถามเพื่อนอีกคนพร้อมกับเตรียมตัว เธอเรียกชุดคำสั่งชุดหนึ่งขึ้นมาบนหน้าจอของแล็ปท็อปของเธอ
“พร้อม” เสียงตอบสั้นๆของไอร์แลนด์ดังมาในสาย
เชอรี่กดเบาๆลงที่ปุ่ม Enter สิ่งที่เกิดขึ้นมีเพียงความเงียบที่ยังคงเกาะกุมรอบตัวของสองสาวน้อยไอริสและเชอรี่ หากแต่ด้านของไอร์แลนด์ที่อยู่ใกล้ๆตึกซิมส์เทคนั้น เธอได้ยินเสียงะเิดังสนั่นติดต่อกันหลายสิบลูกจากอาคารจอดรถชั้นใต้ดินและจากด้านข้างของตึก รถหลายคันที่จอดด้านนอกถูกะเิถึงกับพลิกคว่ำ จากนั้นชั่วอึดใจตึกทั้งตึกก็มีสัญญาณไฟไหม้ และเครื่องฉีดน้ำดับเพลิงก็ทำงานทันที
“ะเิเล็กแค่นี้สัญญาณดังทั้งตึกเลยแฮะ”
ไอร์แลนด์พูดในขณะกำลังจ้องมองความวินาศสันตะโรตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ก็ใช้การแฮกเข้าไปช่วยนิดหน่อย ตึกบริษัทเกี่ยวกับเทคโนโลยีแท้ๆแต่ระบบป้องกันเซอร์เวอร์ห่วยแตก ไม่รู้รวยพันล้านเข้าไปได้ยังไง”
เชอรี่บ่นด้วยน้ำเสียงติดตลกมาในสาย
“โดนแล็ปท็อปราคาถูกแฮกตึกที่มีระบบป้องกันระดับโลกได้ ขายหน้าไปจนตายแน่นอน”
ไอร์แลนด์พูดเพราะเพื่อนเธอพึ่งซื้อแล็ปท็อปมือ 2 เครื่องนั้น มาจากร้านรับจำนำด้วยราคาแสนถูก ตอนที่เข้ามาทำงานในประเทศนี้เมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนนี้เอง
“จะต้องให้บอกกี่ครั้งกันนะ..เ้าคอมเครื่องนี้มันไม่เกี่ยวหรอก ระบบที่จำเป็ทั้งหมดเก็บอยู่ในเซอร์เวอร์ส่วนตัวของฉัน ที่ฉัน้าก็แค่คอมสักเครื่อง ที่มีอินเทอร์เน็ตแรงพอล็อกอินเข้าเซอร์เวอร์ส่วนตัวแล้วสั่งมันให้โจมตีเป้าหมาย คล้ายๆกับเราเป็นายพลสั่งการให้ฐานยิงจรวดยิงเป้าหมายจากทางไกล เซอร์เวอร์ฉันคือฐานยิงจรวด ฉันคือนายพล ส่วนคอมเครื่องนี้ก็แค่..โทรศัพท์น่ะ แค่ใช้โทรออกได้เครื่องอะไรที่ไหนก็เหมือนกัน แค่รู้เบอร์แล้วคนสั่งมีพาสเวิร์ดเกทนะ”
เชอรี่เลคเชอร์วิชาแฮคเกอร์แบบเร็วๆให้เพื่อนฟัง
“แล้วะเิก็..ขนม ใช่มั้ย” ไอริสถาม
“ใช่แล้ว..” เชอรี่ตอบเสียงใส
แน่นอนว่าในตึกที่มีการป้องกันสูงการนำเอาะเิติดตั้งเข้าไปย่อมไม่ใช่เื่ง่าย แต่เชอรี่คิดนอกกรอบไปไกลกว่านั้น เธออาศัยพนักงานแถวล่างเป็ผู้นำะเิเข้าไปแทน โดยการแฮกเข้าข้อมูลส่วนตัวพนักงานระดับล่างที่ระบบป้องกันต่ำกว่า หาที่อยู่แล้วจัดการลักลอบเข้าไปติดตั้งะเิในรถยนต์ของพวกเขาในยามวิกาลที่บ้านของพวกเขาเอง
ที่เหนือล้ำไปกว่านั้นเธอใช้วัสดุที่มันไม่ได้เป็ะเิโดยกำเนิดมาใช้ ซึ่งะเินั่นก็คือ “ขนม” เปรียบร่างกายคนเราเป็เครื่องจักรความร้อนที่ใช้พลังงานจากอาหาร กล่าวก็คือพลังงานในร่างกายคนเกิดจากการใช้อาหารบวกกับออกซิเจนและความร้อนเล็กน้อย หลักการนี้สามารถนำมาสร้างะเิได้จริงโดย ดร.ซินนีย์ อัลฟอร์ด จาก บ.อัลฟอร์ดเทคโนโลยี บ.ผู้ผลิตระบบต่อต้านะเิ
ดร.ซินนีย์ได้เคยแสดงให้เห็นว่า ซีเรียลบาร์เล็กๆ 1 แท่ง รวมกับออกซิเจนเหลวเล็กน้อยและตัวจุดะเิขนาดเล็ก สามารถะเิเจาะเหล็กกล้าหนาถึง 1 หุนให้เป็รูกลวงโบ๋ขนาด 1 นิ้วได้ เธอจึงประยุกต์ใช้อาหารที่ใช้พลังงานสูงในปริมาณที่มากกมาทำะเิ เ้าะเิชนิดนี้จะมีแค่กลิ่นอาหาร ส่วนออกซิเจนก็ไร้กลิ่น ตัวจุดะเิเองก็ทำมาจากโทรศัพท์มือถือ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็ระบบตรวจจับแบบเทคโนโลยีหรือระบบตรวจจับแบบดมกลิ่น ก็ไม่สามารถตรวจพบมันได้ ที่สำคัญมันไม่ได้ใช้เพื่อก่อวินาศกรรมแบบหวังผลทำลายล้าง แต่เพียงใช้สร้างสถานการณ์เพื่อเบนความสนใจเท่านั้น
“ไอริสเห็นความเคลื่อนไหวบนดาดฟ้า”
ไอริสรายงาน เธอสังเกตได้ทันทีว่ามีชายฉกรรจ์ติดอาวุธครบมือขึ้นมาดาดฟ้าในลักษณะคุ้มกันชายคนนึงมาที่ฮอ คนเหล่านี้เป็เหตุผลที่ทั้ง 3 สาวเลือกที่จะใช้วิธีที่ยากแต่เสี่ยงน้อยกว่าในการจัดการเป้าหมาย เพราะไม่มีทางใดเลยที่จะจัดการเป้าหมายจากพื้นที่คุ้มกันแ่าแบบในตึกนั้นได้ วิธีที่ดีที่สุดคือต้อนออกมาให้อยู่ที่แจ้ง ในจุดที่เหล่าเด็กสาวจะได้เปรียบนั่นเอง
“เหมือนในรายงานเลยแฮะ หมอนี่มีกลุ่มบอดี้การ์ดเป็ทหารรับจ้างประสบการณ์สูง อย่าพึ่งทำอะไรนะ เขาเป็นักบินยังไม่ใช่เป้าหมาย”
เชอรี่รายงานจากกล้องส่องกำลังขยาย 60 เท่าของเธอ รูปแบบของทหารรับจ้างกลุ่มนี้ทำงานรัดกุมมาก พวกเขามาส่งนักบินและคุ้มกันให้นักบินติดเครื่องก่อน จากนั้นจะมีชุดที่สองมาส่งบุคคลสำคัญอีกรอบ โดยจะเป็แบบส่งขึ้นเครื่องแล้วเครื่องก็จะออกทันที เพื่อนำบุคคลสำคัญหนีให้เร็วที่สุด การที่คนเหล่านี้ไม่เลือกทางพื้นดินอาจเพราะติดกับดักแผนของเด็กสาวทั้ง 3 ที่พวกเธอสร้างสถานการณ์ะเิรถ และเปิดสัญญาณไฟไหม้ชั้นล่างเอาไว้หลอก ทำให้คนชั้นบนคิดว่าการลงล่างและการหนีด้วยรถอาจจะไม่ปลอดภัยนั่นเอง
“มีคนออกมา..เอ่อ..เห็นหน้าเขาแล้ว..ยืนยันเป้าหมายสูทสีขาว..เขาคือเป้าหมาย”
เชอรี่รายงานจากภาพที่เธอเห็นบนกล้องส่องกำลังขยายสูงพร้อมกับเอามืออุดหู เพราะเธอรู้ว่าปืนไรเฟิลของไอริสมันเสียงดังมากนั่นเอง
ไอริสสูดลมหายใจเข้าออกช้าๆ ตาของเธอจับภาพชายคนนึงที่เดินออกมาจากประตู บอดี้การ์ดที่ยืนบังหน้าหลังทำให้แน่ชัดว่ามันไม่มีมุมใดสามารถยิงได้ แต่สาวน้อยไม่ได้เป็กังวลเื่นั้นมากนักเพราะเธอไม่ได้จะยิงคน เป้าหมายที่เธอ้ายิงคือฮอลำนั้นต่างหาก เธอจึงเลือกใช้ไรเฟิลที่เรียกว่า Anti materiel rifle (ไรเฟิลต่อต้านวัตถุ) ไอริสรอจนเป้าหมายขึ้นไปบนฮอลำนั้นเสียก่อนและรอจนกระทั่งฮอลำดังกล่าวจะยกตัวขึ้นในจังหวะเทคออฟ
ก่อนหน้านี่เธอจำลองการยิงโดยใช้เป้าซ้อมที่กำหนดให้มีการเคลื่อนไหวด้วยความเร็วเท่ากับมันทั้งจังหวะยกตัวและเคลื่อนตัวด้วยหุ่นซ้อมยิง เพราะมีบางอย่างต้องคำนวณเผื่อมากมายทั้งความเร็วในการยกตัวทั้งเวลาอีกเกือบราวๆสองวินาทีกว่าๆะุจึงจะถึงเป้า และแรงปะทะของลมที่กระทำโดยใบพัดของฮอแม้จะเป็พื้นที่เล็กๆก็ตาม
เสียงะุขนาด 12.7x108 มม.ของรัสเซียแผดสนั่นในรถ SUV แคบๆ ทำเอารถทั้งคันโยกไหว ในจังหวะที่ฮอกำลังทำท่าจะยกตัวขึ้นในแนวดิ่ง เพื่อให้พ้นพื้นก่อนแล้วจึงตรงไปด้านหน้า ะุขนาด 745 แกรน (48.3 กรัม) ออกจากปากลำกล้องด้วยความเร็วสูงถึง 2,800 ฟุตต่อวินาที เพียงอึดใจเดียวะุก็ปะทะเข้ากับแกนใบพัดส่วนหางที่ทำหน้าที่ควบคุมทิศทางของฮอ
ไอริสรู้ดีว่าไม่ควรยิงตรงบริเวณเครื่องยนต์ของฮอแม้มันจะมีขนาดใหญ่กว่า เพราะจากข้อมูลเธอทราบว่าเครื่องบินลำดังกล่าวนั้นเป็เครื่องราคาแพงที่มีระบบ 2 เครื่องยนต์ การที่เครื่องยนต์ตัวใดตัวหนึ่งดับไปไม่อาจจะรับประกันได้ว่าเครื่องจะตก นักบินอาจจะสามารถประคองเครื่องให้ลงจอดอย่างปลอดภัยได้ด้วยกำลังเครื่องอีกตัวที่เหลือ
ยามนี้ใบพัดที่หางใบหนึ่งถูกยิงฉีกขาดกระเด็นไปตามแรงปะทะของะุ เครื่องบินที่กำลังยกตัวขึ้นเหนือพื้นเสียการควบคุมในทันที เพราะหางเสือที่คุมทิศทางเสียหาย มันหมุนคว้างเป็วงกลมปลิวห่างออกจากตัวตึก ไอร์แลนด์ที่ติดเครื่องยนต์รถรออยู่แล้ว เห็นดังนั้นเธอรีบเหยียบคันเร่งออกตัวไปในทันที หน้าที่ของเธอคือทำให้แน่ใจว่า...จะไม่มีใครมีชีวิตรอดจากเครื่องตก
ไอริสและเชอรี่ ที่ทั้งสองใส่ Mechanical ear plugs อุปกรณ์ป้องกันหูรุ่นใหม่ ที่ความพิเศษของมันคือผู้สวมจะไม่ได้ยินเสียงดังที่ทำร้ายหูอย่างเสียงปืน แต่เสียงปกติอย่างเสียงสนทนา จะยังสามารถได้ยินได้ราวกับไม่ได้ใส่อุปกรณ์ป้องกันหูเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้ป้องกันแรงอัดอันเกิดจากปืนไรเฟิลั์ใหญ่ที่ยิงในที่แคบแบบท้ายรถนั้น แรงดันของมันหนักหนาจนไอริสกับเชอรี่ 2 สาว แทบคลานออกมาจากท้ายรถ ก่อนหนีเชอรี่ได้กดปุ่มคำสั่งสุดท้ายขึ้นในแล็ปท็อป ซึ่งมันก็ปรากฏนาฬิกาที่นับเวลาถอยหลังราวๆ 5 นาที
ทั้ง 2 สาวน้อยกดลิฟลงไปชั้นล่าง เพื่อหลบหนีด้วยรถอีกคัน ปล่อยรถ SUV คันเก่าไว้แบบนั้น เพราะหลังจากนี้อีก 5 นาที แล็ปท็อปนั้นจะทำลายตัวเองด้วยะเิไฟ เผาให้รถคันนั้นลุกไหม้พร้อมกับสิ่งของภายใน การเผานี้ไม่ใช่เพื่อทำลายหลักฐานทางนิติเวชเพียงเท่านั้น แต่มันยังสร้างหลักฐานปลอมชิ้นใหม่ขึ้นอีกด้วย เพราะรถคันนั้นถูกหน่วยงานพวกเธอที่ปลอมตัวเป็ชายชาวสลาฟ ทำทีเข้าไปขอเช่ารถด้วยพาสปอร์ทปลอมของโครเอเชีย รวมถึงหาซื้อแล็ปท็อปเครื่องนั้นด้วย ปืนกับเครื่องะุที่ถูกเผาไปก็เป็ปืนไรเฟิลสัญชาติยูเครน ที่ใช้ะุ 12.7x108 มม.อันเป็ที่นิยมแพร่หลายจากประเทศในโซนโซเวียตเดิม หลักฐานเหล่านี้ไม่มีทางจะชี้นำทีมของตำรวจให้สงสัยใครในประเทศโลกเสรีได้เลย อีกทั้งตัวเป้าหมายที่ถูกโจมตีมีประวัติว่าเคยติดต่อค้าขายกับกลุ่มอิทธพลมืดในรัสเซียด้วยแล้ว ยิ่งแทบจะนอนใจได้ว่าภารกิจนี้จะยังเป็ความลับต่อไป
เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวราคากว่าสิบล้านดอลลาร์ ที่ตอนนี้เสียการควบคุมหมุนคว้างออกมาไกลจากจุดที่มันออกตัวเกือบสองกิโลเมตร แม้การที่มันค่อยๆลดระดับลงจะแสดงให้เห็นว่านักบินพยายามควบคุมเครื่องอยู่แต่มันก็แทบจะสุดวิสัยแล้ว เนื่องจากการหมุนควงตัวที่เร็วเกินไปจนทำให้การตกลงพื้นเริ่มเร็วขึ้นเรื่อยๆ ไอร์แลนด์ที่ยามนี้ตามมันมาติดๆจากภาคพื้นดิน เธอปาดรถคันงามเลี้ยวออกจากถนนลงข้างทางที่เป็ทุ่งหญ้าโล่ง ด้วยการที่บริษัทซิมส์เทคนี้ตั้งอยู่นอกเมืองซึ่งมีพื้นที่โดยรอบเปิดโล่งแบบชนบท ส่วนใหญ่มันจึงเป็แนวป่าเตี้ยๆกับทุ่งหญ้าโล่ง จึงไม่ค่อยมีปัญหาในการตามเท่าไหร่นัก
ในอีกไม่กี่วินาทีต่อมา เฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวก็ร่วงหล่นกระแทกพื้น ชิ้นส่วนต่างๆของมันหลุดกระเด็นสาดกระจายไปทั่ว ใบพัดหักสะบั้นกระเด็นไปไกลนับร้อยเมตร แต่ด้วยการที่นักบินน่าจะมีประสบการณ์พอสมควร มันจึงเอาท้องลงและสภาพห้องโดยสารแม้จะยับเยินไม่น้อย แต่ก็ยังคงเป็ทรงเดิมไว้ได้
อัลฟาโรมิโอสีเทาพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงก่อนเบรคเสียจนฝุ่นดินคลุ้งตลบ ไอร์แลนด์เปิดประตูก้าวลงมาอย่างรวดเร็ว ปืน CMMG Banshee mk57 ในมือถูกดึงยืดพานท้ายออก เธอเดินก้าวเท้าแบบกึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้าหาซากเครื่องบินนั้น พลันเธอก็พบกับชายร่างนึงนอนหายใจรวยรินบนพื้นเบื้องหน้า ชายคนนี้คือนักบินเครื่องบินลำนี้นั่นเอง แทบไม่ต้องคิดะุ 5.7x28 มม. JHP(ะุหัวรูหุ้มเปลือกแข็ง) ถูกส่งเข้าสู่ศีรษะเ้าของร่างที่นอนบนพื้นนั้นในทันที จากนั้นเธอก็เดินข้ามศพนั้นไปอย่างไม่ไยดี ปลายกระบอกปืนยกชี้เข้าหาซากฮอตรงหน้า สอดส่ายสายตาจนกระทั่งพบร่างชายที่เป็เป้าหมาย เขานั่งาเ็สาหัสอยู่บนเก้าอี้ในห้องโดยสาร การที่เขายังไม่ตายอาจจะเพราะเครื่องกระแทกพื้นไม่แรงพอบวกกับเขาคาดเข็มขัดนิรภัย แต่ถึงกระนั้นก็ถือว่าอาการเพียบหนักอยู่มาก แต่ก่อนจะทันได้ลั่นไกใส่เขา บอดี้การ์ดคนหนึ่งที่อาการสาหัสพอกัน พยายามยกปืนพกด้วยมือที่สั่นเทาเล็งมาทางเธอ ไอร์แลนด์เปลี่ยนเป้าหมายในทันทีเธอเหนี่ยวไกซ้อน แบบ Dubble tap ส่งะุ 2 นัดใส่ศีรษะของบอดี้การ์ดคนนั้น ก่อนตวัดปืนกลับมาหาเป้าหมายหลัก
“อ...อย่า..”
ไม่ทันที่เหยื่อจะได้ต่อรอง ะุ JHP น้ำหนัก 28 เกรนอีก 2 นัดก็ลั่นเข้าใส่ศีรษะเขา จากนั้นไอร์แลนด์เดินเข้าไปใกล้ๆเพื่อถ่ายภาพศพของเป้าหมาย และใช้หลอดแก้วสุญญากาศขนาดเล็กดูดเืจากแผลเพื่อเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ ก่อนถอยเธอตรวจสอบโดยรอบให้แน่ใจอีกครั้งว่าไม่มีผู้รอดชีวิตอื่นเหลืออีกแล้ว และเธอก็รีบวิ่งกลับไปขึ้นรถคันงามขับทะยานออกไปในทันที
“ไม่อยากจะเชื่อเลย”
เสียงที่ดังจากลำโพงในห้องประชุมกรรมาธิการของปารีสเอ่ยออกมา หลังจากที่ได้รับสายรายงานที่แทรกมากลางห้องประชุมว่าภารกิจสำเร็จ โดยที่ทั้งกรรมาธิการและริชาร์ด ยังไม่ทันได้เข้าร่วมติดตามการปฏิบัติงานแต่อย่างใดเลย คงเพราะเหล่ากรรมาธิการทั้งหลายมัวแต่ตั้งแง่ระแวงแคลงใจในตัวริชาร์ด จนกระทั่งพวกเด็กสาวทำงานสำเร็จไปเสียก่อน ซึ่งมันใช้เวลาไปแค่ 12 นาทีเท่านั้น หลังจากไอริสยิงนัดแรก
จากนั้นภาพถ่ายสภาพศพของเป้าหมายก็ถูกส่งตามมา และมันสร้างความตื่นเต้นให้แก่คณะกรรมาธิการ
“เยี่ยมมากไอร์แลนด์”
“ขอบคุณค่ะคุณลุง”
“จะกลับเลยมั้ย” ริชาร์ดเอ่ยถาม
“พวกเราจะเข้าไปเอาตัวอย่างเืไปเช็กที่เซฟเฮ้าส์ก่อนค่ะแล้วก็จะไปขึ้นเครื่อง คุณลุงจะเอาของฝากอะไรมั้ยคะ พวกเรามัวแต่ทำงานก็เลยไม่รู้ว่าที่นี่มีของอะไรขึ้นชื่อ”
“ไม่เป็ไรรีบกลับมาเถอะ เอาตัวอย่างเืไปทิ้งไว้ที่เซฟเฮ้าส์แล้วกลับเลยก็ได้ ลุงจะให้ทีมอื่นเข้าไปจัดการต่อ เครื่องเจ็ทรอที่สนามบินแล้ว ขอบใจมากเด็กๆเดี๋ยวเจอกัน”
“บาย..เจอกันค่ะ”
สิ้นเสียงสนทนาสายก็ถูกวางลงไป
“คุณลุงงั้นเหรอ จะไม่เป็การให้การสนิทสนมกับลูกน้องมากเกินไปหน่อยเหรอครับ”
เสียงจากกรรมาธิการของวอชิงตันเอ่ยถาม แต่น้ำเสียงของเขาก็ดูไม่ได้ซีเรียสมากนัก
“คงเพราะเบื่อคำว่าท่านล่ะมั้งครับ ผมฝึกและดูแลเด็กพวกนี้ด้วยตัวเอง ปรับทั้งสภาพจิตใจและพฤติกรรมเพราะไม่้าให้พวกเธอเป็ทหาร ถ้าพวกท่านได้พบพวกเธอท่านก็จะเข้าใจ พวกเธอดูเหมือนเด็กสาวธรรมดาที่น่ารักและไร้พิษภัย ถ้ามีใครตายแถวนั้นพวกเธอจะเป็คนสุดท้ายที่ถูกสงสัย เรามีฝูงหมาป่านักล่าอยู่ในหน่วยงานเยอะแล้ว ผมจึง้างูที่พิษถึงตายและมีสีกายพรางกลืนกับสภาพแวดล้อมแบบที่คุณจะไม่มีทางรู้ว่ามันซ่อนอยู่ที่ไหนจนกว่าจะถูกกัดไปแล้วนั่นแหละ”
“เปรียบได้ดี” เสียงของกรรมาธิการของลอนดอนกล่าวขึ้น
“งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วผมคงต้องขอตัวนะครับ อาจจะต้องพาเด็กๆไปทานไอศกรีมเย็นนี้ด้วย แล้วพรุ่งนี้จะส่งรายงานบรรยายสรุปไปให้ท่านครับ” ริชาร์ดลุกขึ้นสองมือกระชับจัดเสื้อสูทของเขาให้เข้าที่เข้าทางเล็กน้อย
“โอเคขอบคุณมาก คุณริชาร์ด”
สิ้นคำนั้นริชาร์ดก็เดินก้าวออกจากห้องประชุมใหญ่ไป แต่ทว่ากรรมาธิการทั้งหมดยังไม่มีใครออกจากสายสนทนาไปเลย
“ถึงแม้จะประสบความสำเร็จอย่างงดงามแต่ผมก็ยังคงไม่ชอบการทำงานของเขาอยู่ดี”
เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบของห้องประชุมแห่งนี้
“ผมได้ยินมาว่าท่านกรรมาธิการลอนดอนกับวอชิงตันดีซีเป็คนเสนอให้เขามารับตำแหน่งนี้” เสียงของกรรมาธิการบรัสเซลเอ่ยขึ้น
“ถูกต้องครับ” เสียงของกรรมาธิการวอชิงตันกล่าว
“คุณริชาร์ด การ์ดเนอร์ เป็อดีตเ้าหน้าที่ภาคสนามมากฝีมือของ CIA จนกระทั่งเมื่อ 12 ปีก่อน มีสายลับนอกแถวของเราคนหนึ่งเอาข้อมูลไปขายให้จีน รายชื่อสายลับมากมายรั่วไหลไปเข้าหูทางการจีน ริชาร์ดจึงถูกจับในขณะทำภารกิจลับในเซี่ยงไฮ้ หลังจาก 7 สัปดาห์ที่ถูกทรมานในจีนเขาก็ตัดสินใจคายความลับ หรือเรียกว่าขายความลับให้จีนเพื่อเอาชีวิตรอดก็ได้” เสียงของกรรมาธิการวอชิงตันเล่าด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราวกับเื่นี้ไม่ใช่สาระสำคัญ
“งั้นเขาก็เป็พวกสายลับสองหน้า! ทำไมเรายังให้คนอันตรายแบบนี้มารับตำแหน่งระดับผู้อำนวยการหน่วยงานของเราอีกล่ะครับ เขาอาจจะทำลายภารกิจเรา หรือแม้แต่อาจจะทำลายองค์กรเราเลยก็ได้ถ้าเขาคิดทรยศนะครับ”
เสียงกรรมาธิการของบรัสเซลกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก จนกรรมาธิการท่านอื่นก็แสดงความคิดในรูปแบบเดียวกันเซ็งแซ่ไปหมด
“ไม่เพียงเท่านั้นนะครับ หลังจากเขาหายตัวไปซึ่งเราก็คิดว่าเขาตายแล้ว หลายปีให้หลังเขากลับปรากฏตัวในโลกมืด รับงานก่อวินาศกรรมกับลอบสังหาร ตลอดระยะเวลากว่าสิบปีเขาสร้างเส้นสายเครือข่ายอาชญากรรมที่เข้าถึงข้อมูลที่ลึกและกว้าง มันกว้างเสียจนแม้แต่หน่วยสืบราชการลับบางหน่วยยังไม่รู้ว่ามีข้อมูลเ่าั้อยู่ เขาทำงานลอบสังหารทูตซีเรียในไซปรัส ลอบสังหารนายพลนิก้าในฮอนดูรัส นายพลจีนคนที่เคยทรมานเขาก็ถูกทรมานจนตายในห้องนอนตัวเองกลางเซี่ยงไฮ้ แม้แต่สายลับสองหน้าคนที่เอาข้อมูลเขาไปขาย ก็ถูกฆ่าตัดหัวแล้วเอาไปวางไว้ในบ้านพักทูตอเมริกันของเราในปารีส”
ทันทีที่กล่าวจบความเงียบก็เข้าแทนที่ เนื่องด้วยภารกิจมืดที่ว่ามาเ่าั้เป็คดีสะท้านโลกที่เรียกว่ายัง “ปิดไม่ลง” เพราะไม่รู้ตัวผู้ก่อเหตุนั่นเอง
“ผมไม่สงสัยฝีมือเขาหรอกครับ แต่ที่ผมสงสัยคือเราจะเชื่อใจเขาได้มากแค่ไหนต่างหาก” เสียงกรรมาธิการปารีสกล่าวขึ้น
“ผมบอกเลยว่า ไม่ได้!!.. ทุกวันนี้สิ่งที่ทำให้เขาสนใจทำงานให้เราคืองานและเงิน ผมจึงเลือกให้เขาเป็ผู้นำที่ทำงานยุทธการเพียงอย่างเดียวไงครับ เขาน่ากลัวเกินควบคุม แต่จะน่ากลัวยิ่งกว่าถ้าปล่อยให้ไปทำงานให้ฝ่ายตรงข้าม...”
“งั้นทำไมเราไม่กำจัดเขาซะล่ะครับ” กรรมาธิการโรมกล่าวเสียงเครียด
“เขาเคยบอกผมว่านั่นเป็สิ่งแรกที่เขาคิดตอนเราทาบทามเขามาทำงานนี้ แต่เขาก็กลับยอมรับทำงานให้ ผมว่าเขามีวิธีตอบโต้รับมือเราไว้แล้วหากเราจะหักหลังเขาจึงกล้ายอมรับงาน...ปัญหาคือเราไม่รู้ว่านั่นคือวิธีไหน” กรรมาธิการวอชิงตันกล่าวประโยคนั้นอย่างเรียบเฉย