ทั้งสามปรากฏตัวในกระโจมที่พักของชิงเซียนตอนนี้ทั้งสามไม่ได้สวมหน้ากากแล้วและต่างหูก็เปลี่ยนเป็นเพียงต่างหูกลมๆสองอัน แต่ยังคงมีสีเดิมอยู่เท่านั้น ส่วนของชิงเซียนก็กลับไปเป็นต่างหูมังกรเช่นเดิม และตอนนี้ก็เข้าสู่ยามอู่(11.00น. - 12.59น.)แล้ว ทุกคนในครอบครัวของชิงเซียนคงจะทานอาหารอยู่ด้วยกัน
ชิงเซียนนางเลยตัดสินใจเดินออกไปนอกที่พักเพื่อจะได้ไปหาทุกคน แต่เมื่อเปิดม่านประตูของกระโจมเท่านั้นก็ต้องชะงัก เพราะดูเหมือนว่าที่นี่คงจะเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นเป็นแน่ นางจึงรีบเดินสาวเท้าไปยังที่พักของบิดามารดาทันที
พอชิงเซียนเข้าไปด้านในก็ไม่ได้มีเเค่คนในครอบครัวของนางเท่านั้นยังมีเหล่าหัวหน้านายกองรวมถึงชินอ๋องก็อยู่ด้วย ทุกคนกำลังประชุมกันด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด และที่ชิงเซียนเข้ามาได้โดยทหารหน้ากระโจมไม่รายงานก็เพราะทั้งสามเดินมาด้วยความเร็วจนสายตาคนอื่นๆไม่สามารถมองตามทันได้นั่นเอง....
"เอ๋....เซียนเออร์ลูกกลับมาแล้วรึ?"ฉางอี้กล่าวออกมาทันทีที่เห็นผู้เข้ามาโดยไม่ได้ขออนุญาติก่อน
"คารวะท่านพ่อ อย่าได้ใส่ใจเลยเจ้าค่ะ ว่าแต่ทำไมพวกท่านถึงได้นั่งทำหน้าเคร่งเครียดอย่างนี้หล่ะเจ้าคะ?"
"จะอะไรซะอีกหล่ะเซียนน้อยก็สิ่งที่เจ้าคาดการไว้เมื่อครั้งก่อนมันเป็นจริงแล้วหนะสิ ทั้งที่เราป้องกันอย่างดีแล้วแต่ใครจะคิดหล่ะว่าพอพวกมันทำการวางยาพิษในน้ำไม่สำเร็จลักลอบเข้ามาก็ไม่สำเร็จอีกพวกมันจึงใช้สัตว์อสูรประเภทนกแทน.....
พวกมันใช้สัตว์อสูรเหล่านั้นเป็นพาหนะให้พวกมันขี่และบินขึ้นมาด้านบนค่ายแล้วปล่อยผงพิษในอากาศ มันน่าเจ็บใจนักทั้งที่เราระวังตัวแล้วแท้ๆ มันทำให้ทหารที่มีระดับลมปราณต่ำไม่สามารถป้องกันตัวได้ ส่วนคนระดับหลอมรวมขึ้นไปถึงจะไม่เป็นอันใดมากนักแต่มันก็ส่งผลให้การไหลเวียนของลมปราณติดขัดโชคดีหน่อยที่มีโอสถที่เจ้าให้ไว้จึงพอประวิงเวลาเอาไว้ได้อยู่พอควร.......
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ยังไม่พอสำหรับคนของเราอยู่ดี ตอนนี้หน่วยแพทย์กำลังหาวิธีรักษาอยู่เพราะมีพิษบางตัวที่พวกเขาไม่รู้วิธีรักษาอยู่ด้วย...."หลงเทียนที่ปกติเป็นคนพูดน้อย แต่พอได้เจอกับชิงเซียนจึงรู้สึกดีใจเลยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังด้วยตัวเองแถมยังใช้น้ำเสียงที่อ่อนโยนผิดจากก่อนหน้าที่ชิงเซียนจะมาถึงด้วยเขาต้องทำตัวราวกับก้อนหิน นั่งนิ่งๆพร้อมสายตาที่ดูเย็นชาตลอดเวลา ทุกคนต่างคิดไปในทางเดียวกันคือท่านชั่งสองมาตรฐานจริงๆ
"งั้นพวกท่านก็เลิกกังวลเถอะประเดี๋ยวเรื่องทุกอย่างข้าจะเป็นคนจัดการเอง รวมถึงคนพวกนั้นด้วยมีเพียงคำถามเพียงข้อเดียวคือพวกท่านต้องการให้ทางนั้น'อยู่'หรือ'ตาย'...ข้าให้เวลาพวกท่านปรึกษากันหนึ่งเค่อแล้วข้าจะกลับมารับคำตอบ ในช่วงที่รอคำตอบประเดี๋ยวข้าจะไปจัดการเรื่องพิษเสียก่อนแล้วกันนะเจ้าคะ..."พอพูดจบนางก็หายไปพร้อมกับคนของนางทันที เหลือทิ้งไว้เพียงความงุ่นงงสับสนของเหล่าหัวหน้านายกอง ส่วนคนในครอบครัวและชินอ๋องต่างคิดในใจว่านางเปลี่ยนไปดูเด็ดขาดขึ้นและเหมือนจะโหดขึ้นได้อีก? ใครกันที่ไปกระตุ่นปีศาจในตัวนางกัน!......เฮ้อออ....
ณ กระโจมแพทย์รักษา
ข้าที่เดินมาถึงบริเวณกระโจมที่ใช้รักษาเหล่าทหารก็เห็นภาพของทหารที่ถูกพิษนอนเรียงรายกันนับพันๆนายบ้างนอนแคร่ไม้บ้างนอนบนพื้นที่ปูพื้นด้วยผ้าป่านสีเทาๆปากกับเล็บเริ่มมีสีม่วงอย่างเห็นได้ชัด
พวกหมอประจำค่ายก็ต่างวิ่งรักษากันให้วุ่นวาย ทหารบางนายเริ่มหายใจแผล่วเบานั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าหากไม่รีบเร่งเข้ารักษาคงไม่มีใครรอดเป็นแน่..... เห้อ.....
"ใครเป็นผู้ดูแลที่นี่?....."เนื่องจากทุกคนกำลังวุ่นวายจึงไม่มีใครสนใจชิงเซียนที่เดินเข้ามาจึงทำให้นางต้องพูดโดยแฝงลมปราณลงไปเพื่อให้ทุกคนได้ยิน และนั่นก็ได้ผลดังคาดเพราะทุกคนต่างก็หยุดชะงักงันและหันมามองที่นางเป็นจุดเดียว.....
"เอ่อ...เป็นข้าเองขอรับคุณหนูเยว่ มีอันใดให้ชายชราผู้นี่รับใช้หรือขอรับ...."ชายชราที่เป็นหัวหน้าหมอประจำค่ายกล่าวตอบชิงเซียนอย่างสุภาพ เพราะด้วยฐานะและสายตาของชิงเซียนที่ดูนิ่งๆมันทำให้ชายชราผู้นี้รู้สึกเกร็งๆอย่างบอกไม่ถูก?
"เฮ้อ...เปล่าหรอกท่านผู้อาวุโสข้าเพียงมาช่วยทหารเหล่านี้เท่านั้น พวกท่านช่วยเอาน้ำในถังนี้ไปให้ทหารที่ถูกพิษดื่มด้วยแต่ให้พวกเขาดื่มเพียงหนึ่งจอกชาเท่านั้น และไม่ต้องถามให้มากความถ้าไม่อยากให้พวกเขาตายก็จงรีบซะเพราะมีทหารบางนายเริ่มไม่ไหวแล้ว ข้าช่วยพวกท่านได้เพียงเท่านี้และห้ามใครแพร่งพรายเรื่องน้ำในถังนี้ไม่เช่นนั้นคนผู้นั้นจะไม่ได้เห็นตะวันของเช้าวันใหม่เป็นแน่ข้ารับรองและนี่หาใช่การข่มขู่แต่คือการเตือนเท่านั้น...."พูดจบนางก็จากไปโดยทิ้งไว้เพียงความกลัวเท่านั้นเพราะคนที่นี่ได้ยินที่นางกล่าวอย่างชัดเจนและยังสัมผัสถึงจิตสังหารอ่อนๆในช่วงท้ายที่นางพูดอีกด้วย
นั่นยิ่งทำให้ทุกคนในที่นี่ที่ยังพอมีสติและคนในบริเวณนี้ต่างก็เข้าใจอย่างแท้จริงว่าลูกพยัคฆ์จะกลายเป็นลูกสุนัขได้เช่นไร ถึงแม้แต่ก่อนนางได้ขึ้นชื่อว่าสวะแต่ตอนนี้คงหาใช่เช่นนั้นอีกต่อไปไม่!
ทั้งที่แต่ก่อนร่างกายอ่อนแอเป็นคนเก็บตัวแต่มาตอนนี้นางราวกับนางพญาหงส์ที่พร้อมสยายปีกได้ทุกเมื่อที่ต้องการทั้งยังดูทรงอำนาจมากกว่าผู้เป็นบิดามารดาแลพี่ชายทั้งสองคนเสียด้วยซ้ำไป!.......
หลังจากตั้งสติได้ทุกคนต่างก็ช่วยกันนำน้ำที่ชิงเซียนให้ใส่จอกชาตามที่นางบอก แต่เพียงเปิดจุกถังก็ทำให้คนเหล่านี้เข้าใจทันทีมันทั้งตะหนก ตกใจ ตื่นเต้น ดีใจ เถิดทูล เคารพ และอีกหลากหลายความรู้สึกเพราะสิ่งที่นางให้มาคือสิ่งที่หายากมากทั้งยังมีราคาสูงมาก แต่นางกับนำมาให้เหล่าทหารดื่มช่างเป็นคนที่ใจกว้างยิ่งนัก เพราะคงไม่มีใครกล้าเอาน้ำทิพย์โอสถมาให้คนอื่นง่ายๆ และเรื่องนี้พวกเขาจะไม่ปิปากแม้เพียงครึ่งคำและจะทำเป็นลืมเรื่องนี้ไปซะ จะมีเพียงความเคารพนับถือที่ยังคงเหลืออยู่เท่านั้น เพราะไม่เช่นนั้นจากเทพธิดาคงจะกลายเป็นมัจจุราชมาเอาชีวิตพวกเขาแน่ๆ!
กลับมาที่กระโจมแม่ทัพ
ทุกคนต่างปรึกษาในหัวข้อที่ชิงเซียนตั้งไว้และทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันว่าควรกำจัดพวกเขาทิ้งเสียเพราะไม่เช่นนั้นถ้าหากปล่อยไปคงได้หาทางเปิดศึกสงครามอีกครั้งเป็นแน่
ื และนั้นอาจจะนำความเดือดร้อนไปสู่ชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องด้วยก็เป็นได้ เพราะดูจากครั้งนี้ก็แทบทำให้ประชาชนเดือดร้อนกันทั่วหน้าทั้งเกณฑ์กำลังพลจากชาวบ้านและสะเบียงอาหารทำให้ครั้งนี้เมื่อเข้าสู่หน้าหนาวที่จะถึงคงเดือดร้อนกันทั่วหน้าอาจจะส่งผลให้เกิดการอพยบมายังแคว้นหยางมากขึ้น เพราะอย่างนี้ควรกำจัดพวกสิ้นคิดนี้ไปเสียอาจทำให้ทั้งสามแคว้นกลับมาสงบสุขอีกครั้งก็เป็นได้ใครจะไปรู้.....
ผ่านไปหนึ่งเค่อชิงเซียนที่จากไปก็กลับมาพร้อมทั้งหน้าตางดงามแต่กับเย็นชาจนหน้าหวาดหวั่นเพราะตอนนี้นางกำลังหงุดหงิดเป็นอย่างมาก
ย้อนกลับไปช่วงที่ชิงเซียนเดินออกมาจากกระโจมแพทย์นางได้รับการติดต่อจากฟู่ว่า
"นายท่านตอนนี้คนของเราติดต่อมาว่ามีคนเข้าไปวางเพลิงร้านของเราในต่างเมืองช่วงที่คนของเราไม่อยู่ขอรับ ทำให้ของในร้านเสียหายเป็นจำนวนมากหากให้สร้างใหม่ตอนนี้คงใช้เวลาอีกหลายเดือนขอรับ"ข้าที่ได้ยินเช่นนั้นก็โมโหสุดๆเพราะว่าข้าต้องสูญทั้งเงินและเวลา ใครกันที่มันกล้าลองดีกับข้า!
"ใคร...มันเป็นใคร...สืบมาซะ แล้วจงทำให้มันไม่เหลือแม้แต่ที่ซุกหัวนอน!"ฟู่ที่ได้ยินเช่นนั้นได้แต่ขนลุกซู่ และไว้อาลัยให้พวกนั้นล่วงหน้า
"ทราบแล้วขอรับ ข้าจะสั่งคนของเราไปจัดการเรื่องนี้โดยเร็ว"ฟู่กล่าวอย่างหนักแน่น
"ดี!....มีอันใดอีกหรือไม่?"
"ไม่มีแล้วขอรับ"
"อืม......"จากนั้นชิงเซียนก็ตัดการเชื่อมต่อที่ต่างหูทันที
กลับมาปัจจุบัน
ตอนนี้คนในกระโจมต่างก็นั่งตัวเกร็งและรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ชิงเซียนที่รู้ตัวว่าเผลอปล่อยแรงกดดันจึงเรียกเก็บทันที และกลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง
"พวกท่านตกลงกันได้แล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ สรุปคือ?"ทั้งที่รู้คำตอบแต่ก็ถามไปงั้นๆ
"เราตกลงกันว่ากำจัดทั้งหมด แต่รีบๆหน่อยนะเซียนเออร์เพราะอีกไม่นานกำลังพลที่เกณฑ์มาจากชาวบ้านจะมาถึงแล้วพวกพ่อไม่อยากให้ทำร้ายชาวบ้านตาดำๆที่ถูกบังคับมา แม้จะไม่ใช่คนในแคว้นของเราหากแต่พวกเขาก็หาได้เต็มใจมาพวกเราไม่อยากให้เกิดการสูญเสียไปมากว่านี้"ฉางอี้กล่าวกับบุตรีด้วยเสียงแกมขอร้อง
"ได้เจ้าค่ะท่านพ่อ....ข้าฝากท่านให้สั่งพวกทหารด้วย หากฟื้นตัวขึ้นแล้วให้พวกเขาเตรียมสัมภาระได้เลยเราจะกลับกันพรุ่งนี้เช้า.....อ้อ....หากได้ยินเสียงอันใดก็ห้ามคนของเราออกนอกค่ายเด็ดขาด ส่วนพวกที่เฝ้ายามหรือลาดตะเวนให้เรียกกลับมาซะข้าให้เวลาสองเค่อหลังจากนั้นข้าไม่รับประกันชีวิตน้อยๆของพวกเขา"ชิงเซียนกล่าวนิ่งๆ เพราะตอนนี้ความหงุดหงิดยังไม่หายไปนางต้องการที่ระบาย!
"ได้...แต่เจ้าต้องระวังตัวด้วยนะเซียนเออร์"ฉางอี้ตอบรับบุตรีและกล่าวเตือนด้วยความห่วงใย และที่ไม่ขัดอันใดนั้นเพราะเขาพอรับรู้ได้ว่าตอนนี้นางกำลังหงุดหงิดอะไรบางอย่างและกำลังจะไปหาที่ระบายหากขัดตอนนี้เขาคิดว่าอาจเป็นพวกเขาเองก็ได้ที่อาจจะพบเจอของดีแลพิเศษเพื่อระบายความหงุดหงิดของนาง.....
"ให้ข้าไปด้วยนะเซียนน้อย...."หลงเทียนกล่าวทันทีที่มีโอกาส
"ก็ได้อยู่หรอกนะเจ้าคะ ท่านคงลอยตัวบนอากาศได้ใช่ไหม?แต่ขอบอกไว้อย่างหนึ่งอย่าขวางความสนุกของข้าหล่ะ หึหึ...."
"ได้สิ!"จากตกลงกันได้แล้วทั้งสี่ก็เหินตัวออกนอกค่ายไปทางค่ายของแคว้นต้าที่ตั้งอยู่ห่างออกไปประมาณสิบลี้(1ลี้=500เมตร)
ืืืื ไม่ถึงครึ่งเค่อทั้งสี่ก็มาถึงยังที่ตั้งของค่ายทหารแคว้นต้าทั้งสี่ต่างก็มองลงไปยังด้านล่างก็เห็นคนระดับสูงนั่งดื่มสุราเคล้านารีทั้งที่ยังไม่พบค่ำ
"ชั่งเป็นภาพที่น่ารังเกียจยิ่งนัก ดูถ้าจะเป็นการมาทำศึกที่มีความสุขกันเสียจริงๆ ทั้งสุราทั้งสตรีมีครบ ไหนจะจับลูกเมียชาวบ้านมาบำเรอกามอีก นี่มันค่ายทหารหรือซ่องโจรกันแน่.....ฮุ่ยหลงเจ้าลอบเข้าไปที่เก็บเสบียงอาหารแล้วเก็บมาให้เรียบอย่าให้เหลือ ส่วนจินเฟิ่งไปช่วยสตรีชาวบ้านที่ถูกจับมาแล้วพาไปในที่ห่างไกลที่สุด ข้าให้เวลาหนึ่งเค่อเท่านั้นหลังจากนั้นข้าไม่รับประกันความปลอดภัย....."หลังจากนั้นทั้งสองก็แยกย้ายทันที
"เจ้าจะทำอะไรรึเซียนน้อย แล้วจะใช้วิธีไหนกำจัดพวกมันรึที่ทำให้ไม่รู้ว่าเป็นพวกเรา?"หลงเทียนถามด้วยความสงสัยถึงแม้เขาจะใช้ปราณเทพในการกำจัดได้แต่จะเป็นการผิดกฎสวรรค์และแค่ใช้ในการเหาะเหินก็ลำบากพอตัวเพราะร่างกายตอนนี้ยังไม่สามารถทนรับการใช้ปราณเทพได้เป็นเวลานาน แต่ถ้าจะใช้เขาก็หาได้กลัวใครไม่แม้แต่ตาแก่จินหลงก็ตาม.....
"เดี๋ยวท่านก็จะรู้เจ้าค่ะ รับรองท่านต้องอยากได้ของเล่นของข้าแน่นอนเจ้าค่ะ หากเห็นแล้วอยากได้ท่านสามารถทำการเจรจาซื้อขายกับข้าได้นะเจ้าคะ ข้าคิดไม่เเพงหรอกเจ้าค่ะข้าจะขายในราคาเป็นกันเองสุดๆเลยเจ้าค่าาาา...."รับรองข้าจะรีดไถท่านแน่นอนเห็นว่าจวนอ๋องรร่ำวยยิ่งนัก หึหึ ขอบคุณท่านตาจริงๆที่ทำให้ข้าได้มาที่นี่ข้าเริ่มสนุกแล้วสิ แม้จะมีเรื่องชวนปวดหัวไปเสียหน่อยก็เถอะ ถ้าข้าเจอนะเดี๋ยวเอาของที่ข้าสร้างขึ้นไปฝากดีกว่า คิกคิก......
ในเวลาเดียวกันที่แดนเทพ
"ฮัดชิ่ว~~ใครนินทาข้ากันแล้วทำไมข้าถึงรู้สึกขนลุกแปลกๆ?....เฮ้อ...ช่างมันเถอะ...ว่าแต่เมื่อไหร่นางหนูกับไอ้หลานหน้าตายจะกลับมาสักที ข้าเหงาจะแย่อยู่แล้ว.....อ่าข้าคิดออกแล้ว...ไปเที่ยวดีกว่าขืนรอทั้งสองกลับมาคงเฉาตายกันพอดี ฮิฮิ"จากนั้นจินหลงที่นั่งจิบชาอยู่ในสวนบุปผาก็หายไปพร้อมๆกับมีบุรุษวัยกลางคนเดินเข้ามา
"เอ่อ....ท่านพ่อหายไปไหนแล้วเมื่อครู่ยังอยู่ตรงนี้อยู่เลย?....หึ...คงหนีไปเที่ยวอีกหล่ะสิเมื่อไหร่จะเลิกทิ้งงานไว้ให้ข้าเสียที....เห้อ....."กล่าวจบชายคนนั้นก็หายไปทันที
กลับมาที่ชิงเซียน
ก่อนจะถึงเวลาที่กำหนดไว้ฮุ่ยหลงและจินเฟิ่งก็กลับมาพอดีนั่นหมายความว่างานที่ชิงเซียนให้ไปทำสำเร็จเรียบร้อยแล้ว นางจึงเปิดปากยิ้มกว้างอย่างชอบใจเพราะทั้งสองไม่เคยทำให้นางผิดหวัง
"ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วสินะ งั้นมาเริ่มงานเฉลิมฉลองกันเถอะ"กล่าวจบนางก็เอาอะไรบางอย่างกลมๆเล็กๆเท่ากำปั้นออกมา สิ่งที่ชิงเซียนเอาออกมามันทำให้สัตว์เทพทั้งสองมีเหงื่อผุดขึ้นบนใบหน้าเพราะทั้งสองเคยเห็นพลังทำลายล้างมันมาแล้ว
"เอ่อ...เซียนน้อยไอ้ลูกกลมๆที่เจ้าถือมันคือสิ่งใด เอาออกมาทำไมรึแล้วมันเกี่ยวอันกับงานเฉลิมฉลอง?ไม่ใช่เรามากำจัดคนเหล่านี้รึ?"หลงเทียนกล่าวถามด้วยความสงสัย
"อ้อ...สิ่งนี้เข้าเรียกว่าระเบิดเจ้าค่ะ เดี๋ยวท่านจับตาดูให้ดีๆนะเจ้าคะ แล้วเอามือปิดหูดีๆด้วยหล่ะไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน หึหึ...เรามาเริ่มงานฉลองกันเถอะ!"จากนั้นข้าก็ดึงสลักด้านบนออกแล้วโยนไปยังด้านล่างทันที
ตู้มมมมมมม~~~~~
เพียงหนึ่งลูกก็ทำให้พื้นที่ประมาณครึ่งลี้หายวับไปกับตาเหลือทิ้งไว้แค่หลุมขนาดใหญ่และเศษซากที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยพร้อมกับเศษชิ้นส่วนร่างกายของมนุษย์เท่านั้น
แต่ถึงอย่างนั้นก็แทบมองไม่ออกเลยว่ามันคือส่วนไหนของร่างกายและที่สำคัญที่มันมีแรงระเบิดมากขนาดนี้เพราะชิงเซียนใส่ปราณเซียนลงไปด้วยนั่นเอง
เพียงแรงระเบิดหนึ่งครั้งก็ทำให้คนด้านล่างเกิดความกลหนหนีตายกันอลหม่านวุ่นวายไปหมดเหมือนดั่งผึ่งแตกรังยังไงยังงั้น แต่ชิงเซียนไม่เคยคิดที่จะเปิดโอกาสให้ศัตรูหลบหนีไปได้จึงโยนระเบิดลงไปอย่างต่อเนื่องเสมือนเด็กเอาแต่ใจชอบปาของเล่นเลยทีเดียว
จนกระทั่งทำให้ค่ายทหารของแคว้นต้าไม่เหลือชิ้นดีบัดนี้ค่ายทหารแคว้นต้าไม่ต่างจากแดนประหารดีๆนี่เอง คนที่มีระดับต่ำกว่านภาต่างตกตายไปตามๆกันจะเหลือทิ้งไว้เพียงคนที่มีระดับปราณสูงๆหรือพวกที่ใช้ลมปราณห่อหุ่มร่างกายไว้ทันเท่านั้นซึ่งตอนนี้ก็เหลือไม่ถึงห้าร้อยคนด้วยซ้ำจากคนนับหมื่นๆคน!
"คิกๆๆๆ....ฮ่าๆๆ....อ่า...อารมณ์เริ่มดีขึ้นมาเล็กน้อยแล้วสิ...หึหึ"ทั้งสามที่ได้ยินต่างก็คิดในใจว่าทำไปขนาดนี้ยังคลายอารมณ์ได้เพียงเล็กน้อยเองรึ....ฮึ่ย....นางชักจะเหมือนปีศาจตัวน้อยๆเข้าไปทุกทีแล้ว....
"ใคร!....ใครกัน...ใครที่กล้าลอบโจมตีพวกข้าแน่จริงก็ออกมาซิว่ะ!"ชายใส่ชุดสีดำขลิบทองลายมังกรทองตะโกนออกมาหลังจากเห็นความพินาศย่อยยับของค่ายทหารของตนเอง
"โอ้.....ยังมีคนรอดอีกแฮะ....จะว่าไปพี่หลงเทียนคนไหนคือฮ่องเต้เจ้าคะ? หรือว่าไอ้คนที่แหกปากตะโกนตรงนั้น?"ชิงเซียนนางกล่าวถามหลงเทียนหน้าตาเฉยหาได้สนใจเสียงของคนที่ตะโกนคอแทบแตกเลยแม้เพียงนิดและเหมือนนางจะเมินเฉยไปเลยด้วยซ้ำ
"อืม....เจ้านั่นเเหละต้าหยงฮ่องเต้ ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันของแคว้นต้า...."หลงเทียนกล่าวตอบชิงเซียนกลับไป แต่สายตายังคงมองไปยังจุดที่เคยเป็นค่ายทหารขนาดใหญ่ที่ตอนนี้กลายเป็นเพียงบ่อเลือดเท่านั้นด้วยดวงตาที่เป็นประกาย.....
"อืม....ไม่มีราศีของความเป็นเจ้าครองแคว้นสักนิด ถึงแม้หน้าตาจะพอดูได้แต่การปกครองแคว้นราวกับพวกโจรไม่มีผิด เห็นแก่ได้หยิ่งผยอง ยโสโอหังแม้แต่บิดายังสังหารได้เพื่ออำนาจ ช่างเป็นคนที่น่ารังเกียจยิ่งนัก ส่วนพวกที่เหลือมีแต่พวกมักใหญ่ไฝ่สูง บ้าอำนาจ ยกตนข่มท่านสมควรแก่ความตายที่ทรมาณแล้ว...."ระหว่างที่ทั้งสองคุยกันด้านล่างที่ตอนแรกมีเสียงตะโกนมาเป็นระยะๆก็เงียบลงไปแล้ว
เนื่องจากระหว่างที่ตะโกนโวกเวกโวยวายอยู่นั้นหูพลันได้ยินเสียงคนคุยกันอยู่ด้านบนจึงใช้สายตามองขึ้นไปดูก็เห็นมีคนสี่คนสวมหน้ากากสีดำครึ่งหน้าลอยตัวอยู่ด้านบน ซึ่งดูไม่ธรรมดาเลยจึงหยุดตะโกนหาตัวต้นเหตุและกล่าวถามออกไปแทน
"พวกท่านเป็นใคร ต้องการอันใดทำไมถึงเข้ามาโจมตีพวกข้า พวกข้าหาได้ไปทำอันใดให้พวกท่านไม่ ทำไมต้องมาทำลายที่นี่ด้วย....."ต้าหยง
"หึ.....เขากล่าวว่าเช่นนั้นแหละเจ้าค่ะพี่หลงเทียน..."
"อืม....แล้วแต่เจ้าเลยข้ามาเพราะเป็นห่วงเจ้าเท่านั้นหาได้ต้องการขัดความสนุกเพลิดเพลินของเจ้าซะเมื่อไหร่และอีกอย่างหาได้ต้องไปฟังพวกคนป่าเถื่อนพวกนั้นไม่ จัดการตามแต่เจ้าเห็นสำควรเถิดส่วนเรื่องระเบิดอะไรนั้นหลังจากกลับถึงเมืองหลวงเราจะมาเจรจาตกลงราคากันและข้ายินดีจ่าย หึหึ...."ทันทีที่ชิงเซียนได้ยินถึงการเจรจาธุรกิจตาก็เป็นประกายทันที
หากเป็นในการ์ตูนอนิเมะในโลกเดิมคงเห็นดวงตาของนางคงมีสัญญาลักษณ์ของเงินขึ้นมาเป็นแน่แล้ว
พอเห็นว่าอีกฝ่ายตาเป็นประกายมันก็ทำให้หลงเทียนอดหัวเราะในลำคอไม่ได้ จนทำให้ได้รับค้อนวงงามจากร่างบางทันที แต่นั่นมันยิ่งทำให้ชิงเซียนน่าเอ็นดูในสายตาของหลงเทียนมากขึ้นไปอีก
"หึ.....เอาหล่ะก่อนที่พวกเจ้าจะตายข้าจะให้พวกเจ้าตายอย่างหายข้อข้องใจ เหตุผลที่ข้าทำเช่นนี้เพราะหนึ่งเราเป็นศัตรูกันแน่นอน สองพวกเจ้าทำลายความสงบสุขของข้า สามพวกเจ้าต้องการของๆข้าและข้อสุดท้ายข้าเกียจพวกเห็นแก่ตัวและเนรคุณเช่นพวกเจ้า!"
"ข้าไม่เข้าใจ? พวกข้าไปเป็นศัตรูกับพวกท่านตอนไหน...และพวกเราต้องการอะไรจากพวกท่านกันพวกเราเพียงจะมาทำการรบกับแคว้นหยางและต้องการ......หรือว่า!...."พอพูดๆไปต้าหยงก็พึ่งนึกอะไรออก พอมองไปยังคนทั้งสี่ก็มีสองคนตรงกับรายงานที่เขาได้มาหนึ่งเป็นบุรุษหนึ่งเป็นสตรี ทั้งสองมีเรือนผมที่เป็นสีเงินประกายม่วง สวมหน้ากากสีดำอีกทั้งดวงตาภายใต้หน้ากากที่เป็นสีม่วงอมฟ้านั้นอีก!
"โอ้....นึกออกแล้วรึ...งั้นพวกเจ้าก็หมดข้อข้องใจแล้วนะงั้นมาจบเรื่องกันเถอะ....จินเฟิ่ง...'เผา'..."
"เดี๋ยวกอ......อ๊ากกกกกก!!!!"ไม่ทันที่พวกต้าหยงจะได้กล่าวจบหรือแม้แต่กระดิกตัวเพื่อหลบหนี เปลวเพลิงอันร้อนแรงที่เกิดจากการสบัดมือเพียงเล็กน้อยของจินเฟิ่งก็ลุกโชนทั่วทั้งร่างกายของผู้คนเบื้องล่างทำให้เกิดเสียงโหยหวนไปทั่วบริเวณกว้าง....
ต่อจะให้พวกเขาจะพยายามใช้ลมปราณสร้างเกาะป้องกันหรือใช้ดับไฟที่ติดทั่วร่างกายมันก็ไม่เป็นผล......
ทุกคนคงไม่รู้ว่าเปลวเพลิงนี้หาได้เกิดจากคนธาตุไฟแต่มันเกิดจากไฟต้นกำเนิดที่มาจากหงส์เพลิงที่เป็นสัตว์เทพในตำนานและเป็นเปลวไฟที่บริสุทธิ์อีกด้วย!
ซึ่งภาพด้านล่างตอนนี้กลายเป็นทะเลเพลิงหากเเต่ไฟนี้ไม่ได้ลุกลามไปที่ใดเลย เพียงไม่นานทุกอย่างในทะเลเพลิงก็กลายเป็นเถ่าถ่านหลงเหลือไว้เพียงเปลวเพลิงสีแดงสดและหลุมขนาดใหญ่กว่ายี่สิบหลุม พอจินเฟิ่งเห็นว่าไม่เหลือสิ่งมีชีวิตใดหลงเหลืออยู่แล้วจึงสบัดมือหนึ่งครั้งเปลวเพลิงที่ลุกโชนก็ดับมอดลงในทันใด
ทุกคนเมื่อเห็นดังนั้นก็ทะยานกลับไปยังค่ายทหารแคว้นหยางทันทีเพื่อพักผ่อนเตรียมตัวเดินทางกลับเมืองหลวงในยามเช้าของวันรุ่งขึ้นตามที่ชิงเซียนได้กล่าวเอาไว้ เพียงมาถึงค่ายทั้งสี่ก็ไม่ได้กล่าวอันใดมากมายเพียงบอกแก่ฉางอี้ว่าตายหมดแล้วต่างก็แยกย้ายกันออกไป
หลังจากทั้งสี่จากไปก็เหลือทิ้งไว้เพียงแค่ความตื่นตะหนกให้แก่ครอบครัวและหัวหน้านายกองเท่านั้น เพราะทั้งสี่จากไปและกลับมาภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามด้วยซ้ำ จะมีเพียงเสียงที่ดังมาให้ได้ยินเท่านั้นด้วยความสงสัยทั้งหมดจึงพุ่งทะยานไปยังที่ตั้งของค่ายทหารแคว้นต้าโดยเร็วเพื่อคลายความสงสัยของตนเอง
เพียงหนึ่งเค่อต่อมาด้วยความเร็วที่ใช้จนสุดฝีเท้าเหตุผลเพราะความอยากรู้อยากเห็นแต่พอมาถึงความอยากรู้แปลเปลี่ยนเป็นความตื่นตะหนกตกใจแผ่นหลังมีเหงื่อเย็นไหลออกมาขนทั่วร่างลุกซู่ เพราะภาพตรงหน้าคือพื้นดินที่เต็มไปด้วยหลุมและเศษเถ่าถ่านที่เกิดจากการเผาไหม้ นี่ไม่ใช่ว่าพวกเขาทั้งสี่มาย่างสดพวกนี้หรอกรึ? ที่นี่ไม่เหลือแม้แต่เคล้าโครงของค่ายทหารเลยสักนิด หากไม่รู้ว่ามีคนมาจัดการคงคิดว่าไฟป่าและถ้าไม่ได้กลิ่นเหมือนเนื้อไหม้สาปๆในอากาศคงไม่รู้ว่าที่นี่เคยมีคนอยู่เพราะที่นี่ไม่หลงเหลืออันใดเลย!
"........."???!!!!!
"เอ่อ...ท่านแม่ทัพขอรับนี่ใช่ค่ายทหารแคว้นต้าจริงๆรึขอรับ?"นายกองคนหนึ่งถามขึ้นทันทีที่ตั้งสติได้
"เอ่อ...ข้าคิดว่าใช่นะ.....กลับกันก่อนเถอะเราต้องไปเตรียมตัวกลับพรุ่งนี้"
"ขอรับ!!! ท่านแม่ทัพ"ทั้งหมดจึงหันหลังกลับค่ายทันทีเพราะขืนอยู่ไปพวกเขาคงได้อ้วกกันพอดีเพราะกลิ่นเหม็นไหม้มันแรงมาก
ด้านกระโจมของชิงเซียน
"จินเฟิ่ง...แล้วพวกผู้หญิงเจ้าเอาไปไว้ไหน?"พอมาถึงที่พักชิงเซียนก็ถามขึ้นทันที
"ข้านำพวกนางไปส่งหมู่บ้านที่ห่างออกไปประมาณสองลี้ขอรับ"หลังจากเขาช่วยสตรีเหล่านั้นออกมาเขาก็ใช้ธาตุลมห่อหุ่มพวกนางส่งไปที่หมู่บ้านที่ใกล้ที่สุดทันที
"อืม.....แล้วเสบียงเจ้าได้อันมาบ้างฮุ่ยหลง"
"มีเพียงข้าวสารห้าร้อยกระสอบ นอกนั้นก็เป็นเนื้อสัตว์ตากแห้ง ผักดอง ส่วนของสดก็มีผักต่างรวมกันร้อยเข่ง ผลไม้ เนื้อสดในถังหยุดเวลาอีกห้าสิบถังและที่สำคัญมีเหล้าและไวท์ของทางร้านเราด้วยขอรับดูจากสัญลักษณ์เป็นของร้านที่โดนเผาไปแน่นอนขอรับเพราะแต่ละสาขาเราจะใช้สีของดอกไม้บนถังที่แตกต่างกันออกไปขอรับ"ข้าที่ได้ยินเช่นนั้นก็พอเข้าใจได้เพราะของในร้านที่ถูกเผามีเหล้าและไวท์ที่หายไป
"อืม....งั้นติดต่ออาฟู่ว่าไม่ต้องหาแล้วคนเผาแล้วพวกเจ้าก็ไปพักผ่อนซะเพราะพรุ่งนี้เราจะใช้ประตูมิติกลับเมืองกันคงใช้ลมปราณมากโขอยู่"
"ทำไมถึงต้องเดินทางผ่านมิติหล่ะขอรับ"จินเฟิ่ง
"ข้ารีบน่ะเพราะเราต้องไปจัดการเรื่องต่างๆของเราอีกและอีกอย่างตอนนี้ดูถ้ากบฏจะเริ่มลงมือแล้วหากชักช้าข้ากลัวว่าเสด็จอาฮองเฮาจะไม่ปลอดภัย..."เพราะตลอดเวลานางจะได้รับรายงานความเคลื่อนไหวของคนเหล่านั้นตลอดเวลาและดูเหมือนพวกนั้นจะลงมือกันแล้วเพราะทางกิจการของตระกูลก็ถูกก่อกวน ไหนจะมีคนลอบเข้าไปทำร้ายฮ่องเต้และฮองเฮาอีกแต่ก็ถูกคนของชินอ๋องขัดขวางเอาไว้ได้ตลอด
"ขอรับ/ขอรับ ข้าเข้าใจแล้ว"
#เช้าวันรุ่งขึ้น#