ตอนที่ 22 พี่จ้อน
ผ่านไปสองชั่วโมง ม่านฟ้าถึงกับโล่งอก ในที่สุดเธอก็ผ่านวันนี้ไปได้
หัวที่ปูดๆของเธอตอนนี้กำลังถูกสมยศทายาอยู่
“เหนื่อยกว่าทำสวนอีกนะคะ หนูว่าชีวิตในเมืองหลวงไม่เหมาะกับหนูเลย”
โลกที่เธอจากมาสบายกว่านี้เยอะ เธอไม่ใช่นางสาวไทยนะ!
“คุณหนูเป็ถึงหลานของพระยาเดชาดำรงศักดิ์และเ้าพระยาศรีสุพรรณยาภรนะขอรับ”
เจอแบบนี้คุณหนูม่านฟ้าก็สะอึก เด็กสาวแกล้งตายทำท่าชักระตุก พระยาเดชาดำรงศักดิ์ส่ายหัวกับความซุกซนของหลานสาว สมยศหัวเราะชอบใจ คุณหนูตลกอีกแล้ว
จากนั้นม่านฟ้าก็นั่งตัวตรง “ตอนอยู่บ้านหรือในที่ส่วนตัว หนูขอเป็ตัวเองนะคะ ออกนอกบ้านค่อยกลายร่างเป็คุณหนูม่านฟ้าผู้สูงศักดิ์”
มะเฟืองแซวเพื่อน “นั่นสินะ คุณหนูม่านฟ้าผู้สูงศักดิ์ คิกๆ”
ม่านฟ้ายักไหล่ “ฐานะคุณหนูม่านฟ้า สามารถใช้ขู่คนและหาโอกาสการต่อยอดธุรกิจได้ล่ะนะ เื่สองหน้าฉันถนัดอยู่แล้ว ฮ่าๆ ไว้ใจหนูได้” ม่านฟ้าบอกตนเองอย่างทะนงตัว ความมั่นใจตนเองเกินร้อย
พระยาเดชาดำรงศักดิ์ไร้คำพูดไปแล้ว
สมยศขำ “คุณหนูจะทำอย่างนั้นก็ได้ แค่อย่าหลุดเป็พอ”
ม่านฟ้ายกนิ้วโป้งให้สมยศ “สมกับเป็ลุงสมยศ รู้นิสัยหนูดีจริงๆ”
พระยาเดชาดำรงศักดิ์กลอกตามองบนเบาๆ นิสัยเปลี่ยนไม่ได้จริงๆ หากแม่หนูนี่กลายเป็เด็กเรียบร้อยเหมือนคุณหนูคนอื่นๆ โลกคงจะแตก ไม่สิ บางทีเขาอาจจะคิดว่าม่านฟ้าถูกผีเข้าสิงแทน
มะเฟืองหัวเราะก๊ากไม่หยุด “เพื่อนฉันสุดยอดจริงๆ แค่เื่เงิน ไม่ว่าอะไรก็ทนได้”
ม่านฟ้าขยิบตาให้มะเฟืองไปหนึ่งที “เขาเรียกว่าคิดในแง่บวกเข้าไว้”
ต่อมาม่านฟ้าและมะเฟืองขี่จักรยานไปตลาด ทั้งสองไปดูร้านกันก่อน หน้าร้านมีป้ายร้านใหญ่โชว์อยู่ ชื่อว่าร้านสวนม่านฟ้า ร้านนี้มีหมูแดดเดียวพร้อมระบุราคาถุงละยี่สิบบบาท
ผลไม้ทุกชนิดเช่น แคนตาลูป สตรอเบอรี่ มะละกอ และกล้วยก็มีขายมากมาย
แต่ว่านะ คนเรียงแถวซื้อทุเรียนเยอะกว่าหมูแดดเดียวซะอีก!
ม่านฟ้ายิ้มแหยๆเมื่อเห็นว่าคิวยาวขนาดไหน น้าดินกับน้าไผ่เขียวทำท่าจะมาหาเธอ แต่เธอโบกมือไปว่าให้ทำงานต่อไม่ต้องมาต้อนรับเธอ
ม่านฟ้ากับมะเฟืองเดินเข้าไปในร้าน ทั้งสองเห็นว่าตาพวงกำลังนั่งนับเงินอยู่
“่นี้รวยเอา รวยเอาเลยนะคะตาพวง” ม่านฟ้าแซว
“ตานั่งนับเงินจนเหนื่อยแล้วนะเนี่ย” ตาพวงแกล้งพูด
มะเฟืองหัวเราะ “ให้หนูช่วยนับไหมคะ?”
“ไม่เป็ไร ตายอมเหนื่อย”
ม่านฟ้าเบะปาก มะเฟืองหัวเราะคิกคัก “ตาพวงติดนิสัยเล่นมุขมากจากม่านฟ้าแน่ๆ”
“ใครที่อยู่ใกล้แม่หนูม่านฟ้าล้วนติดกันทุกคนนั่นแหละ ท่านพระยาเดชายังหลงเล่นมุกกับม่านฟ้าด้วยเลยบางครั้ง ฮ่า”
ตาพวงหายกลัวท่านตาของเธออย่างถาวรแล้วจริงๆ
ม่านฟ้าพูด “ลุงสมยศกับตาพวงตบมุกเข้ากันมากเลยล่ะ เกษียณไปเป็ตลกก็ยังได้เงินเยอะอยู่ค่ะ”
“พูดอะไรอย่างนั้นหนูม่าน อยู่ที่ร้านนี่แหละรวยกว่า ฮ่าๆ”
“่นี้ร้านมีปัญหาอะไรไหมตาพวง?”
“ไม่ค่อยมี แค่ลูกค้าบ่นว่าเราเอาทุเรียนมาขายน้อยไปหน่อย จริงสิ ไหนๆหนูก็มาแล้ว มาเสกทุเรียนใส่เข่งหน่อยสิ ข้างในมีเข่งเปล่าห้าสิบเข่งนะ”
มะเฟืองถาม “น้าดินกับน้าไผ่เขียวจะไม่สงสัยเหรอคะ?”
“เดี๋ยวจะขายถึงสามทุ่ม ตอนลุงให้ทั้งสองไปพักเหนื่อยก็บอกไปว่าทุเรียนมาตอนนั้นแหละ ถึงเวลาแค่ไล่ไปข้างนอกเลย ไม่ต้องเข้าไปข้างในก่อน ตาจะบอกพวกเขาว่า ตาจะให้เงินเพิ่มด้วย พวกเขาต้องรีบไปพักกันอยู่แล้ว ส่วนลูกค้า แค่บอกว่าให้กลับมาตอนทุ่มหนึ่งแล้วค่อยมาซื้อ”
“ไม่ขายถึงเที่ยงคืนเลยล่ะคะ ถึงยังไงตลาดก็ปิดเที่ยงคืน”
“น่าจะขายหมดก่อนนะ” ตาพวงตอบพร้อมจิบกาแฟเย็นร้านของแพรวา
“คนที่นี่ชอบกินทุเรียนขนาดนี้เลยเหรอคะ” ม่านฟ้าพูดอย่างอึ้งๆ
“บางคนก็มาจากจังหวัดอื่นเลยนะ พวกเขาอุตส่าห์มาไกลเพื่อมาซื้อทุเรียนของเราเลยล่ะ”
ตอนนี้สิ่งที่ขายดีที่สุดก็คือทุเรียน รองลงมาก็มันฝรั่ง แคนตาลูป อาโวคาโด จากนั้นก็พวกผักไทย ผักบุ้ง ผักชี ต้นหอม กระเทียม พริก ที่ครัวไทยต้องมี
ลูกค้าจากร้านอาหารในเมืองหลวงหลายๆแห่งได้สั่งจองเข้ามาไม่หยุดหย่อน การตีตลาดของน้าพายเก่งจริงๆ เพราะใช้คุณภาพผักของเธอไปโฆษณาและท้าให้ชิมเพื่ออวดความอร่อยและความสด ในห้างก็มีผักผลไม้ทุกอย่างที่ในสวนเธอมี
น้าพายเป็เ้าของห้างเองนี่นะ มันต้องมีผักผลไม้ของเธออยู่แล้ว
ม่านฟ้าคิดว่าโลกนี้ไม่ต่างจากโลกเดิมนัก แค่ล้าหลังกว่านิดหน่อย
เพราะมันไม่มีอินเตอร์เน็ตนี่สิ เฮ้อ…
หลังจากเธอไปเสกทุเรียนให้ตาพวงในร้านแล้ว เธอกับมะเฟืองก็ปั่นจักรยานไปร้านพี่แพร
เธอไม่ได้ไปเยี่ยมนานแล้ว ได้แต่ฝากตาพวงซื้อเค้กให้ไปส่งที่บ้านให้
คิดถึงเจ้แกเหมือนกันนะ
ทั้งสองเปิดประตูเข้าไปในร้านปุ๊บ สิ่งที่ทำให้ม่านฟ้าใก็คือ มีฝรั่งหัวทองและหัวแดงอยู่ในร้านเต็มไปหมด
ม่านฟ้าจับมือมะเฟืองไว้ เธอเห็นว่ามะเฟืองตัวเกร็งที่เจอคนฝรั่งเป็ครั้งแรก
เธอเดินจูงมือเพื่อนแล้วบอกพวกเขาให้ถอยไปหน่อย ด้วยสำเนียงของเธอเองล้วนๆว่า
“แคน ไอ วอล์ค พรีซ? เล็ท มี โก พรีซ!”
ฉบับแปลของม่านฟ้า: ขอเดินหน่อยจ้า! ของทางหน่อยค่า!
เหล่าฝรั่งทั้งหลายก็ให้พวกเธอสองคนตัวเล็กๆเดินผ่านไป
มะเฟืองมองพวกฝรั่งอย่างพิจารณา นี่ั์หรือคนหว่า?
ทั้งสองหยุดเดินเพราะได้ยินเสียงคนเถียงกัน เสียงหนึ่งพูดภาษาสยามชัดแจ๋ว อีกคนพูดภาษาสยามไม่ชัด น้ำเสียงแปร่งหู แค่ไม่เห็นหน้าก็รู้ว่าคนที่แพรวากำลังเถียงด้วยคือชาวต่างประเทศ
“จอห์น คุณเลิกเอาคนมาบุกร้านของฉันได้แล้ว ลูกค้าคนอื่นไม่กล้ามาร้านฉันเพราะพวกคุณนะ นี่คุณไม่คิดจะให้ฉันทำมาหากินเหมือนกับคนอื่นดีๆเลยรึไง?”
“ผมก็ช่วยคุณอยู่นี่ คนของผมซื้อของร้านคุณทุกคนนะ”
“ฉันไม่้าลูกค้าแบบพวกคุณ เลิกรังควานฉันได้แล้ว”
“ถ้าคุณยินยอมเป็ภรรยาของผม ผมก็จะเลิกทำแบบนี้ ผมตามคุณมาสองปีเลยนะ”
“ฉันจะไม่เป็ภรรยาของคุณ คุณจะตามตื้อฉันไปถึงไหน! แค่ในเมืองหลวงสยาม ฉันก็รำคาญคุณจะแย่อยู่แล้ว เพราะพวกผู้หญิงพวกนั้นของคุณตามหาเื่ฉันไม่หยุดหย่อนเลย”
“ผมรู้ว่าผมผิด ผมควรจะปกป้องคุณให้ดีกว่านี้” จอห์นทำสีหน้ารู้สึกผิด
“แค่คุณเป็ภรรยาของผม คุณก็ไม่ต้องออกมาทำงานให้เหนื่อยแล้ว คุณแค่อยู่บ้านเฉยๆก็พอ ผมจะดูแลคุณเอง”
แพรว่าตัวสั่นหน้าแดงด้วยความโกรธ “ฉันไม่เคยคิดจะเป็ภรรยาของคุณ คุณเลิกคิดเองเออเองได้แล้ว ถ้าฉันอยากนั่งเฉยๆอยู่บ้าน ฉันจะมาเปิดร้านขายเค้กทำไมฮะ!”
แพรว่าส่งเสียงฮึดฮัด จากนั้นก็มีเสียงเด็กหญิงคนหนึ่งแทรกมาระหว่างทั้งสอง
“พี่แพรคะ สวัสดีค่ะ”
“น้องม่านฟ้า!” แพรวาร้องอย่างแปลกใจที่เห็นม่านฟ้ามาหาเธอวันนี้
“ที่นี่ครึกครื้นดีนะคะ” ม่านฟ้าเอ่ยแซว
“มะเฟืองก็มานะคะ” มะเฟืองโบกมือไปมา
แพรวาเดินมาหาเด็กทั้งสองแล้วย่อตัวลงมา “ทำไมมาได้ล่ะ น้องม่านฟ้าว่างแล้วเหรอ?”
“ค่ะ วันนี้ว่าง มะเฟืองชวนหนูไปงมหอยแต่เช้าเลยค่ะ” ม่านฟ้าเหลือบมองชายหนุ่มที่ยืนเถียงกับแพรวาเมื่อกี้
ทางชายหนุมก็มองเด็กสาวทั้งสองอย่างสงสัย “เด็กทั้งสองคนนี้คือใครเหรอแพรวา?”
แพรวาไม่ตอบ เธอเมินจอห์นและพูดคุยกับเด็กสองคนต่อ
“วันนี้เอาอะไรดีเอ่ย ทานเยอะๆนะ พี่จะลดราคาให้เยอะๆเลย”
“แบบนี้จะไม่ขาดทุนตายเลยเหรอคะ”
“เฮอะ! ่นี้พี่ได้เงินมาเยอะ เยอะแบบลูกค้าไม่ต้องเข้าร้านเลยน่ะสิ” สายตาของแพรวาจ้องไปที่พวกลูกน้องของจอห์น
“ดีจังเลย ได้เงินง่ายดีจัง” ม่านฟ้าพูดอย่างอิจฉา
มะเฟืองคิกคัก “ดีออกค่ะ”
โอ้…คำนี้ไม่ได้ยินนานแล้ว ดีออก! เพื่อนฉันเริ่มมีสกิลลิ้นพริ้วแล้ว
แพรวากลอกตาไปรอบหนึ่ง “ไปๆ ไปเลือกเค้ก อยากกินอะไรบอกพี่มาเลย”
ม่านฟ้าและมะเฟืองเดินผ่านจอห์นโดยไม่สนใจ
มะเฟืองเห็นเค้กแล้วก็ไม่สนอะไรอีกเลยเธอ้าสั่งเค้ก!
“อันนี้ อันนี้ แล้วก็นี่ค่ะ เอาสตรอว์เบอรี่นมสดปั่นด้วยค่า”
“ยังกินเยอะเหมือนเดิม” ม่านฟ้าพูดใส่เพื่อน จากนั้นหันมาสนใจหน้าตู้กระจกโชว์เค้ก
“เอาเค้กมะพร้าวค่ะ แล้วก็เอาน้ำส้มละกัน”
แพรวาฉีกยิ้มด้วยรอยยิ้มการค้าออกมาอย่างมีความสุข เธอเดินเตรียมของมาเสิร์ฟอย่างอารมณ์ดี ในที่สุดเธอก็มีลูกค้าอย่างปกติสักที
ม่านฟ้ากับมะเฟืองหาที่นั่งได้แล้ว พวกเธอก็นั่งรอกันอย่างใจเย็น จอห์นอารมณ์ไม่ดีเพราะแพรวาไม่สนใจเขา จอห์เดินมานั่งที่โต๊ะของพวกม่านฟ้า จากนั้นก็มองเด็กหญิงทั้งสองสลับไปมา
“พวกเธอสนิทกับแพรวาเหรอ?”
มะเฟืองตอบ “เราเป็ลูกค้าประจำน่ะ”
“อ้อ ก่อนหน้านี้มีผู้ชายคนไหนมายุ่งกับแพรวารึเปล่า?”
“ไม่รู้สิ” มะเฟืองส่ายหัว
ม่านฟ้าถอนหายใจ “ทำแบบนี้พี่แพรวาเขาไม่ชอบนะลุง”
“เรียกฉันว่าพี่จอห์นเหมือนแพรวาสิ ฉันยังไม่แก่ขนาดนั้นนะ”
“หนูอุตส่าห์ให้เกียรตินะเนี่ย” ม่านฟ้ายิ้มอย่างกวนประสาท
จอห์นทำเสียงฮึดฮัด “เรียกพี่จอห์น”
“โอเคพี่จ้อน”
มะเฟืองหลุดขำพรืด จอห์นหน้าแดงเถือกั้แ่ลำคอลามไปทั่วทั้งหน้า เขาโดนเด็กกวนประสาทเข้าให้แล้ว
แพรวาเอาของมาเสิร์ฟแล้วนั่งลงข้างม่านฟ้า
“พี่จ้อนงั้นหรือ? ชื่อนี้น่ารักดีนะ”
ม่านฟ้าเอียงหัวเล็กน้อย “หนูก็ว่าอย่างนั้นนะ”
แพรวาหัวเราะคิกคัก
มะเฟืองตักเค้กก่อนใครเพื่อน ไม่รอแล้วจ้า กินโล้ดดดด!
“อื้มมมมม∼ อร่อยมากเลย นี่สินะที่เรียกว่ารสชาติของความคิดถึง”
“เหอะๆ คิดถึงแต่เค้ก”
ม่านฟ้าดูดน้ำส้มบ้าง เธอชำเลืองมองพี่จ้อนที่ถูกเปลี่ยนชื่อไปไม่กี่วินาทีไปก่อนหน้านี้ จอห์นเห็นแพรวายิ้มและหัวเราะอย่างมีความสุข เขาก็ไม่กล้าว่าอะไร ยังไงนั่นก็คือคนที่เขาชอบ
เขาอาจจะถูกเรียกชื่อแปลกๆ แต่ก็ยินดีที่จะเฉย เพื่อให้แพรวามีความสุข
ม่านฟ้าคิดในใจว่า พ่อหนุ่มฝรั่งคนนี้ท่าทางไม่เลว ดูเหมือนจะชอบพี่แพรวาจริงๆ
“นี่ๆพี่จ้อน พี่ตามพี่แพรมาจากเมืองหลวงสยามเหรอ?”
“ใช่ ฉันกับแพรวาเจอกันที่นั่น”
“แล้วพี่จ้อนตามจีบพี่แพรวาแบบนี้มาโดยตลอดเลยงั้นเหรอ?”
จอห์นกระแอมหน้าแดง เขายังรู้จักเขินแฮะ
“ใช่”
ม่านฟ้าส่ายหัว “พี่จ้อนจีบพี่แพรแบบนี้ ชาตินี้ไม่มีทางติดแน่นอน นกแหงๆ”
มะเฟืองถาม “นกคืออะไรอ่ะ?”
“แห้ว หรือพลาดไง”
แพรวาหัวเราะ “น้องม่านคิดจะสอนจอห์นจีบพี่เหรอ?”
“วิธีของหนูได้ผลกว่าและดีกว่า แม้ว่าสุดท้ายพี่จะเลือกพี่จ้อนเป็คนรักหรือไม่ก็ตาม อย่างน้อยดีกว่ามาจีบแบบคนสติไม่ดีแบบนี้”
จอห์นไม่พอใจ “ฉันไม่ได้บ้า” นับว่าภาษาเขาดีมาก
“เป็แค่เด็กจะรู้เื่นี้ดีกว่าผู้ใหญ่ได้ยังไง?”
“หนูเป็ผู้หญิงนะ การจีบก็คือการให้คนที่เราชอบมาชอบเรากลับ แต่พี่ทำตรงกันข้าม เป็ผู้ใหญ่แท้ๆแค่นี้ไม่รู้ได้ยังไง”
“ทำไมจะไม่ชอบ ผู้หญิงก็ชอบแบบนี้ทั้งนั้น อยู่บ้านเฉยๆไม่ต้องออกไปทำงานให้เหนื่อย ฉันเองก็หวังดีกับแพรวาทั้งนั้น ฉันถึงอยากให้เธอสบายที่สุด”
“แต่นั่นคือสิ่งที่พี่แพรวาชอบที่สุดไหมล่ะ?”
ม่านฟ้ายักคิ้ว จากนั้นหันไปมองหน้าพี่แพรวาเป็คำถาม
แพรวาส่ายหัว
จอห์นทำหน้าไม่ถูก “ทำไมล่ะ?”
ม่านฟ้าถาม “นี่ๆพี่จ้อน พี่รู้รึเปล่าวว่าพี่แพรชอบอะไรมากที่สุด ความฝันของพี่แพรวาคืออะไร”
จอห์นขมวดคิ้ว มะเฟืองยกมือขึ้น “ขอตอบ ขอตอบเองค่า”
“ว่ามาซิ! คุณหนูมะเฟือง”
“สิ่งที่แพรวาชอบมากที่สุดก็คือเค้ก ความฝันคืออยากให้ลูกค้าได้กินเค้กอร่อยๆที่ตัวเองทำค่า” แพรวายิ้มหวานแล้วลูบหัวมะเฟืองเบาๆ
“หนูชอบเค้กที่พี่แพรทำที่สุดเลยค่ะ พี่แพรทำมันด้วยความรัก หนูรู้นะคะว่าพี่แพรพัฒนาเค้กตัวเองตลอดเวลาเลย หนูในฐานะคนรักของหวาน หนูรู้ดีค่า”
“ขอบใจนะมะเฟือง มีแต่มะเฟืองกับม่านฟ้านี่แหละที่เข้าใจพี่”
จอห์นมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างประหลาดใจ ม่านฟ้าพูดต่อ
“พี่จ้อน การรักใครสักคน บ้างครั้งมันก็คือการปล่อยให้คนที่เรารักได้ทำสิ่งในสิ่งที่รักนะคะ พี่ไปบอกให้พี่แพรวาปิดร้านเค้ก มันก็เหมือนกับพี่เอาความรักและชีวิตของคนอื่นไป”
จอห์นมองไปที่แพรวาที่กำลังกอดมะเฟืองอยู่
“ผมเข้าใจแล้วแพรวา คุณเกลียดผมใช่ไหม?”
แพรวาหยุดกอดมะเฟืองแล้วหันไปพูดกับจอห์น
“ฉันไม่เคยเกลียดคุณนะคะจอห์น คุณแค่ไม่เข้าใจฉันแค่นั้นเอง และฉันรำคาญกับพฤติกรรมแย่ๆของคุณเล็กน้อย รวมถึงเบื่อที่คุณชอบเอาแต่ใจจนเคยตัว”
นี่ไม่เกลียดจริงๆใช่ไหมเจ้ ถ้าจะพูดซะขนาดนี้!