แก้วตากับตะวันหลบหนีไปได้ ไม่รู้ว่าตอนนี้ทั้งคู่ซ่อนตัวอยู่ที่ไหน แต่ดินยังคงไล่ล่าตามหาตัวไม่เลิก เขาพลิกแผ่นดินหาเพื่อนวัยเด็ก กับผู้หญิงที่เข้าใจว่าเป็แม่มาโดยตลอด จนในวันเกิดอายุครบ 29 ปีบริบูรณ์ ตะวันก็โผล่หัวออกมา
ดินได้รับแจ้งข่าวจากลูกน้อง ว่าพบเจอตะวันอยู่แถวโกดังร้างของเดชา แต่ยังหาตัวของแก้วตาไม่พบ
เพราะความเร่งรีบและร้อนใจเขารีบบึ่งรถไปทันที โดยไม่ทันคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเอง และเมื่อมาถึงก็พบเข้ากับตะวันที่สภาพดูทรุดโทรมอย่างเห็นได้ชัด จากการกินอย่างอดๆ อยากๆ เพราะต้องคอยหลบซ่อน ทำให้ออกไปหาอาหารไม่ได้ บวกกับเงินก็ไม่มีเหลือติดตัวอีกแล้ว
เมื่อ 2 อดีตเพื่อนรักในวัยเด็กเผชิญหน้ากัน จึงเกิดการปะทะฝีปากอย่างดุเดือดขึ้น ดินเกิดโทสะขึ้นอย่างควบคุมไว้ไม่ได้ หยิบปืนที่พกมาด้วยขึ้นเล็งตะวันซึ่งยืนห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว
ระยะนี้สำหรับดิน ไม่มีพลาดเป้าอย่างแน่นอนหากเขาเหนี่ยวไก คำถามสุดท้ายถูกเอ่ยออกไปก่อนจะตัดสินใจลั่นะุ
‘วันนั้น...ทำไมถึงไม่คิดจะช่วยฉัน?’
ตะวันนิ่งเงียบก้มต่ำมองลงพื้น สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด และในขณะที่กำลังยืนนิ่งค้างกันอยู่ในท่านั้น เสียงปืนก็ดังขึ้นหนึ่งนัด แต่จุดกำเนิดเสียงกลับไม่ได้มาจากปากกระบอกปืนของดิน มันมาจากมือของบุคคลปริศนา ที่ยืนแอบอยู่หลังกำแพงใกล้ๆ มาั้แ่แรก
ร่างของดินเอนเอียงและล้มลงนอนกองกับพื้น เืสีสดค่อยๆ ซึมออกมาจนเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา ก่อนกระจายเป็วงบนพื้นปูนขรุขระ
ดวงตาคมที่ลืมค้างเพราะยังไม่ทันสิ้นสติ เหลือบมองร่างระหงของแก้วตา ที่เดินนวยนาดออกมาจากหลังกำแพง
เธอก้าวช้าๆ ไปหาตะวันอย่างไม่เร่งรีบ ก่อนยกมือข้างที่ว่างเช็ดหยาดน้ำตาซึ่งซึมออกมาให้กับเขา ในมืออีกข้างของเธอ ถือปืนกระบอกที่พึ่งลั่นไกเอาไว้หลวมๆ
ดินรู้สึกเจ็บลึกในอก จนร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไว้ไม่ได้ น้ำตาหยดแรกในรอบ 14 ปีที่ไม่เคยมีใครได้เห็น ไหลออกมาเมื่อรับรู้ว่าผู้เป็แม่ เป็คนส่งะุให้มาคร่าชีวิตเขา
จนวินาทีสุดท้ายของลมหายใจ ดินก็ยังไม่รู้ถึงสาเหตุของความเกลียดชัง ที่แก้วตามีให้กับเขาถึงขั้นอยากให้ตายไปพ้นๆ จากชีวิต
ภาพสุดท้ายที่เขาได้เห็น คือแม่ของเขากำลังยืนโอบประคองคนที่เขาเกลียดอย่างอ่อนโยน ทั้งๆ ที่สายตาซึ่งมองมาทางร่างเขา เต็มไปด้วยความสะใจที่เขากำลังจะตาย
“ห๊ะ! ทำไมจบงี้อ่ะ?”
ฉันลั่นออกมาอย่างเสียงดังด้วยความรู้สึก ‘อิหยังวะ’ กับตอนจบที่ดูไม่ค่อยจะเป็ธรรมกับตัวเอก ก่อนพลิกหน้ากระดาษเพื่อเปิดหาส่วนที่เหลือ ที่คิดว่าอาจจะขาดหายไปแต่กลับไปพบแม้รอยฉีกขาด
มันไม่ยุติธรรมเลยหากนิยายเื่นี้จะจบแบบนี้ ไม่ใช่ว่าตัวเอกห้ามตายนะ แต่ดินควรจะต้องได้รู้ก่อนไหมว่าแก้วตาไม่ใช่แม่ ไม่ใช่ปล่อยให้เขาตายไป ทั้งๆ ที่ยังคิดว่านังงูพิษนั่นเป็แม่แท้ๆ และตัวเองก็ยังรู้สึกน้อยใจหล่อน จนลมหายใจสุดท้ายหมดลง
คนเขียนใจร้ายชะมัด!!
“นี่ถ้าสามารถแก้ไขผลงานของคนอื่นได้นะ ฉันจะรีบทำเลย คนอะไรไร้หัวใจชะมัด เนื้อเื่ก็สนุกดีนะ แต่ตอนจบโคตรแย่!!”
บ่นเสร็จฉันก็พลิกหน้ากระดาษเตรียมปิด และตั้งใจว่าจะไม่ซื้อกลับไปแล้ว เพราะรู้สึกไม่ประทับใจตอนจบสักเท่าไหร่
แต่ในขณะกรีดนิ้ว แผ่นกระดาษที่เก่าแล้วและค่อนข้างมีความคม กลับบาดนิ้วฉันจนเืซึมออกมาเล็กน้อย ฉันไม่ได้สนใจอะไรและลุกขึ้นเดินจะเอาไปวางไว้ที่ชั้น
ทว่า...ตอนที่กำลังจะเสียบหนังสือกลับจุดที่มันเคยอยู่ จู่ๆ ก็เกิดความร้อนขึ้นบริเวณที่ฉันจับ มันร้อนมากจนฉันไม่สามารถทนถือต่อไปได้ และต้องปล่อยให้หนังสือนิยายตกลงสู่พื้น
ความนิ่งสงบที่มีมาั้แ่แรกค่อยๆ หายไป แทนที่ด้วยกระแสลมรุนแรงจากไหนก็ไม่รู้ พัดหมุนให้มั่วไปหมด ผมเผ้าของฉันกระเซอะกระเซิง จนต้องรวบเอาไว้ไม่ให้มันปรกใบหน้า
สายตาฉันเริ่มสังเกตเห็นว่าหนังสือที่กางอยู่บนพื้น ถูกลมพัดกระพือจนไปถึงหน้าสุดท้าย ซึ่งเป็ตอนจบเฮงซวยที่ฉันไม่ปลื้มเอาเสียมากๆ ก่อนจะมีแสงประหลาดสว่างวาบขึ้นมา ทำให้ฉันแสบตาจนต้องหลับตาปี๋
ไม่นานนักก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติของร่างกาย มันคล้ายๆ มีแรงดึงดูดบางอย่าง ดึงฉันให้ก้าวเดินไปข้างหน้าทีละนิดๆ ทว่าเมื่อพยายามลืมตาขึ้นไปดู กลับทำไม่ได้เพราะแสงที่ยังคงส่องอยู่นั้น มันจ้าเกินกว่าจะมองอะไรเห็น
และก่อนที่ทุกอย่างจะดับสนิท รวมถึงสติสัมปชัญญะของฉันด้วย ฉันก็แอบได้ยินเสียงของคุณลุงเ้าของร้าน คล้ายเอ่ยกระซิบอยู่ข้างหูว่า
‘ลุงฝากด้วยนะ’