Sea xx La-ongfong 12
“ไปได้แล้วค่ะ เพื่อนรอนานแล้วนะ” ฉันทั้งผลักไหล่ทั้งดันหลังพี่ซีให้ออกจากห้อง หลังจากเพื่อนเขามาถึงห้องได้สักพักใหญ่แต่เ้าของห้องไม่ยอมกลับห้องตัวเองเสียที พอถูกไล่ก็ยังทำหน้างอนฉันอีก
“เสร็จแล้วให้ขึ้นไปหานะครับ”
“รู้แล้วค่า พี่บอกจะสิบรอบแล้วนะ”
“ก็เป็ห่วง..”
“หนูรู้ แต่มีเพื่อนอยู่ด้วยนะ ไม่เป็ไร”
“ก็ได้ รีบตามมาครับ” ก่อนไปพี่ซีหอมแก้มเบา ๆ แล้วเดินห่างออกไป ฉันปิดประตูห้องแล้วเดินกลับมาหาเพื่อนที่ตอนนี้กำลังนั่งมองฉันอย่างล้อเลียน
“แหม ตัวติดกันนะ่นี้” ช้อยเริ่มแซว
“ไม่ต้องแซวเลย”
“ทำไม?” พลิ้วถามต่ออย่างอยากรู้
“เขิน” ฉันตอบตามตรง ทำเอาเพื่อนหัวเราะลั่นอย่างพอใจ พวกมันมาทำงานที่ห้องฉันยกกลุ่ม มาถึงก็ทานข้าวด้วยกันและเริ่มนั่งทำงาน มาทุกคนเลยล่ะทั้งซีด้วยแต่แก้วไม่มา เหมือนว่าซีไปขออาจารย์ขอทำงานนี้คนเดียวอ้างว่าไม่มีเวลาว่างกลัวทำเพื่อนเสียเวลาเลยขอทำคนเดียว นี่คงเป็สาเหตุอีกอย่างที่พี่ซีลีลาไม่ยอมกลับห้องเป็เพราะว่าซีมาที่ห้องฉันด้วยนั่นแหละ
“พี่ ๆ ดื่มกันด้วยนี่ ห้องพี่ซีอะ” กระวานเงยหน้าถามฉัน
“ใช่ ๆ พี่ซีกับเพื่อนดื่มอยู่ห้อง”
“เราก็ดื่มด้วยปะ ทำงานเสร็จ”
“ได้นะ พรุ่งนี้หยุดอยู่แล้ว” ฉันพยักหน้าเห็นด้วย อยากดื่มแต่ไม่อยากออกจากห้อง อีกอย่างคอนโดเก็บเสียงดีมากเลยนะถ้าเราไม่เปิดเพลงเสียงดังถึงขนาดร้านเหล้าอะเสียงไม่รบกวนแน่นอน
“งั้นเรามารีบทำงานกันเถอะจะได้พัก” เทคเสนออย่างแข็งขัน ทั้งเทคและเตอร์จริงจังกับการทำงานมาก ส่วนฉันชิลไปเพราะส่วนของตัวเองเสร็จแล้วของช้อยก็ใกล้เสร็จทำไปสักพักใหญ่งานคู่ฉันและช้อยก็เสร็จก่อนเพื่นอในกลุ่ม เราสองคนเลยอาสาไปซื้อของมาปาร์ตี้เย็นนี้
“เดี๋ยวเราไปด้วยจะได้ช่วยถือของ” ซีอาสา
“ไม่เป็ไร แกทำงานให้เสร็จจะได้ปาร์ตี้ด้วยกัน เดี๋ยวพวกฉันกลับมา” ช้อยเป็ฝ่ายตอบ ฉันเข้าไปเอากระเป๋าสะพายและหยิบโทรศัพท์ติดตัวมา ระหว่างที่เดินทางไปยังห้างใกล้ ๆ ช้อยก็เอ่ยถามอย่างสงสัยและเป็กังวล
“ซีมันเหมือนตามแก”
“อือ เราไม่เข้าใจเลยช้อย ทั้งที่เขาก็พูดเองว่าไม่มีทางชอบเราแต่พอเราคุยกับพี่ซีเขาก็กลับมา บอกชอบเราขาดเราไม่ได้” งงนะ ที่มาบอกฉันแบบนี้
“แล้วรู้สึกยังไง?”
“ไม่รู้สึกอะไรเลยนะ เราเพิ่งมาเข้าใจตัวเองว่าตอนนั้นเราอาจจะแค่หวั่นไหวที่เขาทำดีด้วยอะ คอยดูแลเอาใจทั้งที่เขาก็ทำกับเพื่อนทุกคนอยู่แล้วแต่เรามันหวั่นไหวไปเอง ยิ่งตอนเขาพูดว่าไม่มีวันชอบเรามันก็ชัดเจนแล้ว” ฉันจำได้นะ จำได้ทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้น มันก็ไม่แปลกที่ฉันจะไม่กลับไปหวั่นไหว เพราะตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าฉันรักใคร มันฟังดูอาจะเร็วไปแต่พอได้ลองเปิดใจและได้รับรู้ฉันจึงมั่นใจในความรู้สึกตัวเอง
“บางทีตอนนั้นมันอาจจะไม่ใช่รัก มันอาจจะเป็การแอบปลื้ม มันต่างจากเวลาเราอยู่กับพี่ซี” ฉันกับช้อยไม่มีอะไรปิดบังกันเลย มีอะไรที่กังวลใจจนทนไม่ไหวฉันก็มักจะปรึกษาหรือเล่าให้ช้อยฟังอยู่บ่อย ๆ
“ต่างเหรอ? ยังไง” ช้อยเองยังคงสงสัย ฉันยิ้มขำกับคำถามเพื่อน
“ซีเหมือนปลื้มอะ ตื่นเต้นเวลาอยู่ใกล้ ๆ นะ เวลาเขาดูแลก็ใจสั่น แต่ถ้าถามว่าอยากไหม บอกได้เลยว่าไม่ เรานึกภาพที่อยู่กับซีสองคนไม่ออกเลย...” จริง ๆ นะ มันมองไม่ออกเลย แต่กับพี่ซี
“แต่พอเป็พี่ซี มันบอกไม่ถูกนะ เขินดี เขาดูแลเราดีและให้เกียรติเรามากเลย เวลาอยู่กับพี่ซีนะเราเป็ตัวของตัวเอง เขาไม่ได้สปอยด์เราติดจะดุด้วยซ้ำเหมือนดุเด็กเลย แล้วก็ชอบบ่นแต่ก็ดูแลตลอด”
“เจอคนคลั่งรักค่ะพี่สาว!!!” ช้อยแซวเสียงใส เราต่างหัวเราะกันเบา ๆ สบายใจจังได้คุยกับช้อยแบบนี้
“ดีแล้วนะที่รู้ใจตัวเองและไม่หวั่นไหวหรือลังเล”
“อื้อ เพราะเรามีความสุขที่มีพี่ซีอยู่ เราจะรักเขาและไม่หวั่นไหวกับใคร”
“เฮ้อ เหมือนมีลูกสาวแล้วลูกมาเล่าเื่แฟนให้ฟัง ดีใจนะที่แกเจอพี่ซี ลุ้นตั้งนานกว่าจะได้เจอกัน อะ เอ่อ แฮ่ ถึงแล้ว ๆ ลงไปซื้อของ ๆ ”
“เดี๋ยวสิ เมื่อกี้พูดอะไร เราไม่เข้าใจ” ช้อยหลุดพูดอะไรสักอย่างเกี่ยวกับพี่ซี ฉันฟังไม่เข้าใจพอจะถามต่อช้อยก็เปลี่ยนเื่และรีบลงจากรถ ฉันทดไว้ในใจแล้วนะ ต้องถามช้อยให้ได้เลยว่ารู้อะไรมาทำไมไม่ยอมเล่าให้เพื่อนอย่างฉันฟัง เราเดินเลือกซื้อของที่ห้างกันอยู่สักพักโทรศัพท์ฉันก็มีสายเรียกเข้าเป็พี่ซีที่โทรเข้ามา
“ค่ะพี่”
(พี่มาหาพี่ห้องแต่ไม่อยู่...) น้ำเสียงเขานิ่ง ๆ ในสายได้ยินเสียงกุกกักเหมือนกำลังทำอะไรบางอย่าง
“ขอโทษค่ะ หนูออกมาซื้อของเพื่อน ๆ อยากทานข้าวด้วยกัน เลยออกมากับช้อยค่ะ” ฉันรีบบอกเขาทันที ตัวฉันเองก็ลืมบอกเขาไปเลยเหมือนกันว่าจะออกมาข้างนอก คิดว่าตัวเองจะกลับไปทันแต่ไม่คิดว่าเขาจะลงมาหาที่ห้องแบบนี้นี่นา
(ใกล้เสร็จหรือยัง?)
“น่าจะอีกสักพักค่ะ เพิ่งมาถึงกันเอง”
(ครับ พี่แอบหนีพวกมันมานอนเมาแล้วเรื้อนมากพวกมันอะ) พี่ซีฟ้อง พวกนั้นที่เขาเอ่ยถึงน่าจะหมายถึงเพื่อน ๆ ของเขาที่ว่าจะมาดื่ม
“เดี๋ยวพี่ ๆ จะในะคะที่หายออกมาแบบนั้น”
(บอกซีนไว้อยู่ครับ พี่จะนอนรอนะ) ฟังดูแปลก ๆ จัง
“ค่า ต้องวางก่อนนะจะได้รีบซื้อของ”
(ครับ)
“มีรายงานกันตลอด ชักจะอิจฉาแล้วนะ” ช้อยเดินเข้ามาแซวมือก็วางของใส่รถเข็น
“ไม่ได้รายงานสักหน่อย ซื้อครบยัง” ฉันรีบเปลี่ยนเื่กลัวว่าเพื่อนจะหาเื่มาแซวให้เขินไปมากกว่านี้ ช้อยยิ่งสนิทยิ่งชอบแซว ถ้าพลิ้วตามมาด้วยนะ โดนแซวหนักกว่านี้แน่ ๆ พวกผู้ชายจะไม่เอ่ยปากแซวแต่สายตาพวกมันนี่น่าตีทุกคนเลย ระยิบระยับสนุกกันใหญ่เวลาช้อยกับพลิ้วแซวฉัน
“เหลือเครื่องดื่ม”
“งั้นไปซื้อกัน” เราทั้งสองจ่ายค่าเครื่องดื่มเสร็จก็กลับขึ้นรถตั้งใจจะรีบกลับไปทำมื้อเย็นตอนนี้จะหนึ่งทุ่มแล้วด้วยกลัวเพื่อนจะหิว เมื่อถึงหน้าห้องฉันก็ใช้คีย์การ์ดเปิดเข้าไปทันทีของหนักมากบอกเลย เมื่อเข้าไปในห้องก็ใอยู่ไม่น้อยเพราะไม่ได้มีแค่เพื่อนตัวเองแต่ยังมีคนที่ไม่ได้เชิญยืนอยู่ด้วย แก้วน่ะ เธอมาที่นี่ได้ยังไง ฉันไม่ได้อนุญาตให้เข้ามาห้องฉัน ฉันกวาดสายตาหาพี่ซีแต่ก็ไม่เห็น ถ้าพี่ซีไม่อยู่ใครอนุญาตให้ผู้หญิงคนนี้เข้ามาในห้องฉัน
“อะเอ่อ แก้วขอตามมาทำงานด้วย เพราะเธอไปขออาจารย์กลับมาคู่เรา” ซีรีบอธิบายเมื่อฉันยืนจ้องทั้งคู่นิ่ง ๆ แล้วยังไง? ขอตามมาแล้วเขามีสิทธิ์ให้เข้ามาเหรอทั้งที่นี่มันห้องฉัน ไม่บอกฉันไม่พอแต่ยังพาเข้ามา เทควิ่งมารับของในมือไปวางบนโต๊ะให้
“ฟอง...”
“เราขอโทษสำหรับทุกอย่างเลยฟอง เราฮึก เราเสียใจ”
“อย่ามาบีบน้ำตาต่อหน้าเรา ทั้งที่เธอเองก็ไม่ได้เสียใจเลยสักนิด เห็นแล้วมันน่าสมเพช” ฉันตอบกลับอย่างไม่พอใจ ผู้หญิงคนนั้นเบิกตากว้างคงไม่คิดว่าฉันจะพูดแบบนี้
“ฟอง พูดดี ๆ ” ซีดุฉันทันที ฉันส่ายหน้าอย่างระอา โดนเขาหลอกขนาดนี้ก็ยังโง่นะคนเรา
“แบบไหนถึงดีล่ะ? ที่สำคัญ ใครอนุญาตให้คนของนายเข้ามาเหรอซี นี่มันห้องเรา เราเป็เ้าของห้อง นายคิดยังไงถึงให้ผู้หญิงคนนั้นเข้ามา” ฉันเอ่ยถามอย่างไม่ไว้หน้า และไม่พอใจอย่างมากที่เขาทำแบบนี้
“ฮึก ทำไมฟองพูดแบบนี้กับเรา” บ้าบอมาก ยัยนี่บีบน้ำตาได้ดีจนน่าหมั่นไส้ แต่ฉันรู้เธอไม่ได้รู้สึกผิดอะไรหรอก บางทีอาจจะกำลังเล่นละครเรียกร้องความสนใจจากใครสักคนในนี้ อ้อ เธอหมายตาพี่ซีไว้นี่นา
“แล้วเราควรพูดยังไงเหรอแก้ว เราควรพูดยังไง? ให้เราเข้าไปตบเธอเหรอ? หรือด่าเธอแรง ๆ กว่านี้?”
“ฟองทำไมพูดแบบนี้” ซีอีกแล้ว ไอ้เพื่อนโง่
“ซีหุบปากดิ๊ ก่อนหน้านี้ลืมไปแล้วหรือไงเขาทำอะไรไว้ อย่ามาโง่ซ้ำซ้อนแบบนี้ก่อนที่เพื่อนจะทิ้งมึงไปหมด!” ฉันทนไม่ไหวพูดออกไปด้วยความหยาบคาย
====
ขอบคุณทุกกำลังใจและอ้อมกอดของทุกคนเลยนะคะ