บทที่ 7 การโจมตี [การโจมตีกะทันหัน]
ภายในแท็กซี่ที่แล่นอยู่
คังบงกิลที่นั่งอยู่ที่นั่งข้างคนขับ มองไปที่เบาะหลังผ่านกระจก
ชีกุกที่อยู่เบาะหลังกำลังมองทิวทัศน์ด้านนอกหน้าต่าง
‘.......’
คนตัวเล็กสามารถเอาชนะคนตัวใหญ่ได้
แต่เด็กไม่สามารถเอาชนะผู้ใหญ่ได้
เป็เื่ทั่วไปที่คนส่วนใหญ่รู้กันอยู่แล้ว
แต่ชีกุกไม่ได้เป็ไปดั่งสามัญสำนึกนั้น
‘ที่จริงแล้วเป็คนยังไงกันนะ?’
คังบงกิลกัดเล็บด้วยความวิตกกังวล
‘ฉันคงต้องไปวัดในตอนเช้าเสียหน่อย’
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น แท็กซี่ก็มาถึงโคลเวอร์บาร์โฮสที่คิมยังกีเป็เ้าของ
ชีกุกพูดคุยกับคังบงกิลว่าให้เดินนำหน้า
คังบงกิลทำเป็นิ่งเฉยและเดินไปที่ทางเข้า
พวกอันธพาลในชุดสูทที่สูบบุหรี่อยู่ที่ทางเข้า มองคังบงกิลและทักทาย
“หือ? เด็กคนนั้นเป็ใครเหรอครับ?”
อันธพาลมองคังบงกิลด้วยสายตาสงสัย และถามคำถาม
เมื่อได้ยินคำถาม คังบงกิลสะดุ้ง และมองไปที่ชีกุก
ชีกุกพยักหน้าโดยที่ไม่ได้พูดอะไร
“ไอ้หนู เงียบ ๆ ไปซะ ไม่มีอะไรที่แกต้องรู้”
คังบงกิลพูดแบบนั้น เขาเดินนำหน้าชีกุกเข้าไปในโคลเวอร์ และชีกุกก็เดินตามไป
เมื่อเดินผ่านโถงทางเดิน ชีกุกก็ได้รับความสนใจเป็อย่างมาก
ซึ่งเป็เื่แน่นอนอยู่แล้ว เพราะคังบงกิล สมาชิกแก๊งลำดับที่สองหรือสามของคิมยังกีพาเด็กที่ยังไม่สามารถเข้าสถานบันเทิงได้มาด้วย
“อุ๊ย พี่บงกิล นั่นใครน่ะคะ? หรือว่าจะเป็ลูกชายที่พี่ซ่อนไว้?”
หญิงสาวที่อยู่ในสภาพเมามาย เข้าไปใกล้และถามคำถามคังบงกิล
“หุบปากของเธอซะไม่งั้นจะฉีกปากของเธอ ออกไปซะ”
“ฮึ!”
เมื่อคังบงกิลมีปฏิกิริยาที่ดูแปลก ๆ ผู้หญิงคนนั้นก็ปล่อยแขนของคังบงกิลและก้าวถอยหลังราวกับกำลังไม่พอใจ
ผู้หญิงคนนั้นเดินเข้าไปหาชีกุกแทน
“หนูเป็ใครน่ะ? มาที่นี่ได้ยังไง?
ครู่หนึ่ง คังบงกิลมองดูหญิงสาวและชีกุกด้วยสีหน้าไม่พอใจ
ชีกุกมองไปที่หญิงสาว จากนั้นเขาก็หัวเราะ และเดินผ่านผู้หญิงคนนั้นไปหาคังบงกิล
คังบงกิลที่ใจหายใจคว่ำก่อนหน้า เพราะกังวลว่าผู้หญิงคนนั้นจะถูกชกต่อย ก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
“อะไรกัน เด็กคนนี้ทำไมไม่สุภาพแบบนั้นล่ะ”
เมื่อได้ยินคำพูดของผู้หญิงคนนั้น คังบงกิลก็ไม่พอใจอีกครั้ง
“หุบปากของเธอซะ!”
“ฮึ!”
จากคำพูดของคังบงกิล ผู้หญิงคนนั้นก็ตะคอกและสะบัดก้นไปที่อื่น
เมื่อเข้าไปหาชีกุกที่รอเขาอยู่ คังบงกิลก็กระซิบขอโทษ
“ขะ ขอโทษนะครับ”
“ทำไมต้องขอโทษฉันล่ะ?”
“กะ ก็...”
“ยังไงก็ตาม ฮันมยองโฮ ไปจัดการพวกมันซะ”
เมื่อชื่อคู่แข่งออกมาจากปากของชีกุก เขาก็เกิดตกอกใ
‘อะไรนะ?’
ดูแล้วเื่นี้ก็ไม่มีอะไรแปลกสักอย่าง
นอกเหนือจากพลังและเรี่ยวแรงที่แข็งแกร่งไม่เหมือนเด็กแล้ว ชีกุกยังรู้ค่อนข้างมากเกี่ยวกับฝ่ายของคิมยังกีที่คังบงกิลสังกัดอยู่
“มัวทำอะไรอยู่? ยังไม่รีบนำไปอีก”
“อา…ครับ ๆ”
เมื่อคังบงกิลดูเหมือนมีข้อสงสัย ชีกุกก็เร่งรัดเขา
คังบงกิลกลับไปนำทางอีกครั้ง พวกเขาก็เข้าไปถึงส่วนลึกของบาร์โฮส
พวกเขามาถึงห้องหนึ่งที่ไม่มีทั้งลูกค้าและผู้หญิง
คังบงกิลหยุดอยู่หน้าห้องที่มีตัวอักษร VVIP แทนเลขห้อง
“ลูกพี่ใหญ่อยู่ ทะ…ที่นี่ครับ”
ชีกุกมองไปที่ประตูด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“จ...จะเข้าไปไหมครับ?”
ชีกุกพยักหน้าให้กับคำถามของคังบงกิล
คังบงกิลเคาะประตูด้วยมือที่สั่นเทา
* * *
“ฮะฮะฮ่า!”
คิมยังกีที่นั่งอยู่บนที่นั่งอันทรงเกียรติ มองไปที่ฮันมยองโฮและยิ้มอย่างร่าเริง
เมื่อมองไปที่คิมยังกีที่หัวเราะเสียงดัง ฮันมยองโฮซึ่งนั่งทางขวาของเขาก็หัวเราะตามไปด้วย
เขาพูดต่อ
“เดี๋ยวฉันจัดการเอง! ถึงชเวแทชิกจะมีมือมีเท้า แต่ฉันจะเรียกมาตรวจสอบไม่ได้เลยเหรอไง?”
เสียงหัวเราะของคิมยังกีรุนแรงขึ้นจากบทสนทนาของฮันมยองโฮที่ใช้ภาษาเกาหลีสำเนียงโซล ที่ยังหลงเหลือร่องรอยสำเนียงโฮนัม*[1]
ฝั่งตรงข้ามของฮันมยองโฮ คือลีจองฮุนที่นั่งทางด้านซ้ายของคิมยังกี คนคนนี้เพียงแค่นั่งดื่มเหล้าด้วยใบหน้าที่ไร้รอยยิ้ม
หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขา มองไปที่ลีจองฮุนและเติมแก้วเปล่าของเขาให้เต็ม ก่อนจะโอบแขนซ้ายของเขาอย่างนุ่มนวลและอิงไหล่
ฮันมยองโฮที่เห็นภาพนั้นขณะที่เขาพูดคุยกับคิมยังกี พลันหันไปพูดกับลีจองฮุน
“ไม่นะ ทำไมท่านประธานลีถึงอยู่อย่างนั้นล่ะครับ? ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”
จากคำพูดของฮันมยองโฮ สายตาของคิมยังกี ก็หันไปที่ลีจองฮุน
ลีจองฮุนที่ได้รับสายตาของทั้งสองคนก็พูดด้วยรอยยิ้มดูฝืน ๆ
“แค่…รู้สึกเหมือนจะไม่สบายนิดหน่อย”
จากคำพูดของลีจองฮุน คิมยังกีก็พูดด้วยสีหน้าที่เป็กังวล
“อะแฮ่ม ถ้าเ้านายพวกเราป่วย เราจะทำยังไง? เขาเก่งที่สุดในหมู่พวกเรา ทั้งยังเป็คนฉลาด อ้าว ทำอะไรอยู่? ยังไม่รีบทำให้ร่างกายของเ้านายอบอุ่นอีกเหรอ”
จากคำพูดของคิมยังกี ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ของลีจองฮุนก็ยิ่งเข้าไปใกล้เขามากขึ้น
ลีจองฮุนแค่หัวเราะอย่างเคอะเขินและดึงเธอออกเล็กน้อย
“เออว่าแต่ บงกิลไม่มาที่นี่เหรอ?”
ฮันมยองโฮตอบคำถามอย่างรวดเร็วราวกับว่าเขารอคำพูดของคิมยังกี
“ได้ยินมาว่าที่ร้านทางโน้นมีปัญหาน่ะ....”
“วันนี้ไม่ใช่วันหยุดของบงกิล แล้วเข้าจะหยุดได้ไง? หรือว่าเป็วันพระวันเ้าเลยหยุด?”
“ครับ นั่นซินะครับ”
“งั้นมีเื่อะไรเกิดขึ้นหรือเปล่านะ?”
“เดี๋ยวพวกเราคงได้รู้กัน แต่จริงๆ แล้วที่ฉันพูดแบบนี้เพราะบงกิลไม่อยู่ ...ไม่คิดว่าเขายังเด็กไปหน่อยเหรอ? มั่นใจไหมถ้าจะให้เขาดูแลร้าน?”
จากคำพูดของฮันมยองโฮ มุมปากของคิมยังกีก็ยกขึ้นเล็กน้อย
“พูดอะไรน่ะ?”
“ไม่ ลองคิดดูซิ ถ้าให้บงกิลเปิดร้านเกมสำหรับผู้ใหญ่อีกร้านให้เหมือนกับร้านของพวกบูชอนอินชอนทำ และเปลี่ยนมันให้เป็ร้านเดียวบนถนนซะเลย แบบนั้นจะดีไหม?”
"นั่นน่ะสิ"
“ฉันไม่สามารถยกเลิกได้ แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้เหมือนกัน แต่ถ้ายังปล่อยไว้แบบนี้สุดท้ายก็จะสูญเสียลูกค้าทั้งหมดไปใช่ไหมล่ะ"
หลังจากที่คิมยังกีกระดกเหล้าลงไปอย่างรวดเร็ว เขาก็มองไปที่ฮันมยองโฮ
"เอาล่ะ นาย้าจะพูดอะไร อย่าอ้อมค้อม พูดตรง ๆ มาเลย”
"ก็อย่างน้อย ผมรับรองได้ว่าผมสามารถจัดการได้ดีกว่าบงกิลอย่างแน่นอน”
จากคำพูดฮันมยองโฮ คิมยังกีก็หัวเราะลั่น เขาหันไปมองฮันมยองโฮและพูดว่า
“ถ้าอย่างนั้นก็ฝากสาว ๆ เหล่านี้ให้กับบงกิลได้น่ะสิ”
ครู่หนึ่ง สีหน้าของฮันมยองโฮก็เคร่งเครียดขึ้น จากนั้นในชั่วพริบตาเขาก็ผ่อนคลายสีหน้าและยิ้ม ปากพูดว่า
“ฮ่าฮ่า ล้อเล่นน่ะครับ ล้อเล่น ไม่ใช่นะลูกพี่ แหม่ ลูกพี่ก็พูดเื่ตลกไป”
เป็นิสัยที่เมื่อเกิดความสับสน ฮันมยองโฮจะพูดสำเนียงโฮนัมออกมามากกว่าปกติ
คิมยังกีที่รู้แบบนั้นก็ทำเพียงแค่ยิ้มและตักเตือนเขาเท่านั้น
[1] สำเนียงโฮนัม คือสำเนียงที่มาจากจังหวัดทางตอนใต้ของเกาหลี ให้ความรู้สึกคล้าย ๆ กับการพูดเหน่อ พูดสำเนียงภาษาถิ่น