ฝ่ายท่านหญิงเล็ก ก็ขึ้นรถมากับสามี ที่ทหารชื่อว่า เสธ.กระทิง
“ เห็นหน้าแบบนี้แสดงว่า ไม่ได้เื่อีกใช่ไหม”
“ พี่ชายใหญ่ทำไมถึงได้หวงก้างอย่างนี้นะ”
“ อยากให้คนของผมไปจัดการ ให้ก็บอกมา เื่แค่นี้ ผมจัดการได้”
“ ไม่ต้อง อย่ายุ่งกับพี่ชายใหญ่ ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน”
“ ก็แค่มีเชื้อเ้า ไม่มีใครหนุนหลัง ไม่เห็นน่ากลัวตรงไหน”
“ ยังไงเขาก็คือ พี่ชายคนเดียวของฉัน ห้ามเตะต้องเขาเด็ดขาด”
แต่รู้สึกว่า เสธ. กระทิงทำท่าไม่สนใจเท่าไรนัก
ในวันเผาศพของหมวยกับแม่นั้น ทั้งสองถูกเผาพร้อมๆ กัน สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้กับทุกคนที่มาในงานยิ่งนัก ขจรนั้นยืนอยู่ด้านข้างเมรุ มองเห็นควันสีดำ พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วก็มีภาพเงาลางๆ ปรากฏขึ้น ต่อหน้าเขา เป็ภาพหมวยที่แต่งกายในชุดนางฟ้า พร้อมกับเจ้คิ้ม
“ พี่จร ขอบคุณนะ ที่ช่วยแก้แค้นให้หมวยกับแม่ ชาติหน้ามีจริงหมวยจะมาเป็ภรรยาพี่จรนะ” หมวยพูดออกมาด้วยรอยยิ้มที่สดใสเหมือนเดิม
ขจรยืนเห็นและได้ยิน เพียงคนเดียว ไม่มีใครได้เห็นหมวยได้เลยสักคน
ขจรพยักหน้า แล้วยิ้มให้ อดสงสารชะตากรรมของทั้งสองไม่ได้ แล้วทั้งสองก็โบกมือลา กับขจร แล้วร่างของทั้งสองแม่ลูกก็ค่อยๆ เลือนหายไป
“ ลาก่อน” ขจรเอ่ยออกมาเบาๆ
หลังงานพิธีศพ ขจรก็เข้าไปซ้อมมวยในตอนเย็น แล้ว ครูยอดก็บอกว่า
“ มีคู่ชกใหม่แล้ว ทางผู้จัด เขาให้ชกเป็คู่แรกของ รายการ มีถ่ายทอดสดในช่องของเขาด้วย คราวนี้ ค่าตัวของเอ็งก็เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว เป็สองหมื่นบาท ถ้าชนะจะได้ สี่หมื่นบาท เป็ไงดีไหม”
“ ได้ครับ แล้วชกเมื่อไรครับ”
“ ก็วันเสาร์นี้เวลาเดิม แต่ว่า..”
“ แต่อะไรครับ?”
“ คู่ชกของเอ็งแม่งเป็ รองแชมป์ของสนามเดอะแชมเปี้ยน ครูกลัวว่า เอ็งจะไม่ไหว มันห่างชั้นกันเกินไป”
“ ไม่เป็ไรครับ หากไม่ไหว ผมจะบอกเอง”
“ ดี ถ้าเช่นนั้น เอ็งไปหาครูทิม เขามีวิดีโอของ รองแชมป์คนนี้อยู่ ศึกษาทางมวยแล้วให้ครูทิมช่วยแก้ทางมวยให้”
ขจร ไปหาครูทิม ซึ่งท่านก็พยักหน้ารับรู้
“ ไอ้จรเอ้ย ครูไม่อยากให้เอ็งชกเลยจริงๆ ไอ้ธงมันเคยเตือนเอาไว้ หากเอ็งเอาชนะ ก็จะต้องถูกพวกที่เหนือกว่าเอ็ง ท้าสู้ ไม่อยากให้เอ็งก้าวผ่านไปง่ายๆ เหมือนกับว่า พวกมันไม่อยากให้เอ็งมีอนาคต”
“ ไม่เป็ไร ผมเอาตัวรอดได้”
“ ก็ได้ เอ็งดูวิธีชกมันก่อน มันชื่อ ซาอิด”
ครูทิมเปิดวีดีโอ มีภาพในสนามมวยเดอะแชมเปี้ยน เห็นนักชกสองคน กำลังเดินเข้าหากัน แต่ว่ามีนักชกที่ผิวดำแดง มีรอยสักเปลวไฟกลางอก เดินวนไปมา แล้วพออยู่ด้านหลังกรรมการ ก็ชกขวาเข้าไป พร้อมกับเอาหัวทิ่มตามไปด้วย ทำให้ไปชนแก้มคู่ต่อสู้เือาบ แล้วใช้จังหวะได้เปรียบนี้ ไล่ต่อยยำคู่ต่อสู้จนน็อด โดยที่เคลื่อนไหวบัง
“ มันชื่อ ซาอิด ซามาน ฉายาไอ้หัวเหล็ก มันมักจะเล่นสกปรก ใช้หัวพุ่งเข้าชน โดยที่กรรมการมองไม่ทัน แล้วจึงไล่อัดคู่ต่อสู้ มีคู่ชกของมัน พ่ายแพ้วิธีสกปรกของมันมากกว่าครึ่ง มันชกมาแล้ว 30 ครั้ง ชนะ 20 แพ้ 10 แต่ที่มันแพ้10ครั้งนั้น กรรมจับได้ว่ามันใช้หัวชน เลยถูกจับแพ้ไป
คู่ต่อสู้ทั้งหมด ล้วนถูกหัวของมันกระแทกจนได้รับาเ็กันทุกๆ คน วิธีแก้เชิงมวยนั้นไม่ยาก อย่าให้มันเข้าใกล้ตัว มันจะหาวิธีใช้หัวกระแทกเรา พยายามใช้เข่าป้องกันเอาไว้ แต่ที่ผ่านมา มันมีวิธีหลอกล่อ คู่ต่อสู้หลายวิธี ดังนั้น หากเจอกับมันตรง ต้องไม่ประมาท หลบได้เป็หลบ หากต้องออกอาวุธต้องมั่นใจว่าต้องเร็วกว่ามันก็พอ”
ครูทิมเอ่ยอย่างหนักใจแทน ขจรดูการชกของซาอิดไปอีก หลายไฟต์ ก็ไม่ได้มีความรู้สึกกลัวเกรงอะไรซาอิด
คืนนั้น ขจรกลับฝันถึงชาติก่อนอีกครั้ง
ตอนนี้ เด็กน้อยทับมีอายุได้ 7 ขวบแล้ว วันนี้เขาได้ยินเสียงร้องของช้างดังออกมาจากป่าทึบ จึงรีบะโขี่แม่เสือดาว เพื่อไปดู พอไปถึงป่า ก็พบเห็นช้างป่าหลายตัว กำลังวิ่งตะบึงกันฝุ่นตลบ ไล่ตามช้างที่มีเครื่องทรงประดับ บนหลังยังมีชายสองคน ที่กำลังวิ่งหนีช้างนับสิบตัว แต่พอช้างที่มีเครื่องทรงประดับสะดุดก้อนหินจนขาพันกัน หกล้มกลิ้งไปกับพื้น แล้วทับร่างชายคนหนึ่ง น่าจะเป็ควานช้างจนร่างแบนติดดินตายไป ส่วนอีกคนก็โชคดี ไม่โดนทับ แต่ก็ ต้องเผชิญหน้า กับฝูงช้างอีกนับสิบตัว โดยที่มีอยู่หนึ่งตัว มีสีขาวตัวใหญ่กว่าช้างทั่วไปสองเท่า ยืนอยู่ด้านหน้า กำลังจะเข้ามาเหยียบ ชายผู้นี้
เด็กน้อยทับ ก็ขี่เสือไปขวางหน้า ฝูงช้างเหล่านี้ แล้วแม่เสือ ก็ร้องคำรามลั่น
ฝูงช้างทั้งหมดหยุดนิ่งทันที
แต่ว่า ช้างเผือกสีขาวตัวใหญ่ มันไม่สนใจ มันก้าวเท้าเข้ามา หมายจะเหยียบ เด็กน้อยทับ ให้บี้แบน แต่ว่า เด็กน้อยทับ ก็ะโตัวลอย แล้ว ใช้หมัดน้อยๆ ท่องมนตร์คาถากำกับออกไป
“ หมัดสยบไอยรา”
หมัดน้อยๆ ต่อยเข้าที่กลางหน้าผากของช้างเผือกตัวใหญ่
ตูม !!
หมัดน้อยๆ ไม่น่ามีแรง แต่ทว่า เ้าช้างเผือกตัวใหญ่ ถึงกับทรุดลงไปกับพื้น ร้องแปร๋น ๆ เสียงดัง ออกมาด้วยความเ็ป เด็กน้อยทับก้าวขึ้นไปเหยียบช้างเผือกั์
แล้วนำขลุ่ยอันเล็ก ที่หลวงปู่ฤาษีทำเอาไว้ให้ แล้วเป่าออกมา
มีตัวต่อแตน ลอยมาเป็จำนวนมากบนท้องฟ้า ฝูงช้างที่เห็นก็ร้องแปร๋นๆ วิ่งหนีกลับเข้าป่าไป เ้าช้างเผือกั์ เห็นฝูงต่อแตนจำนวนมาก ก็จะพยายามลุกหนี
แต่ไม่ทันแล้ว งวงของมันถูกเด็กน้อย ใช้เชือกเถาวัลย์ผูกเอาไว้แน่น ช้างเผือกั์พยายามจะดิ้นรนหนีไป แต่ว่ามันกลับไม่มีแรง เพราะเถาวัลย์ที่ผูกมันเอาไว้ นั้นถูกลงอาคมอันแก่กล้าเอาไว้ จึงถูกเด็กน้อยจูงเดินเข้ามาหาชายคนสูงศักดิ์เหมือนกับสุนัขเชื่องๆ ตัวหนึ่ง
ชายผู้สูงศักดิ์ ถึงกับใ ไม่คิดว่าเด็กน้อย จะเก่งกล้าขี่เสือ จับ ช้างเผือกั์ด้วยตัวคนเดียว
“ เป็ไงบ้างท่านลุง าเ็ตรงไหนหรือเปล่าขอรับ”
“ ข้าไม่เป็ไร ว่าแต่เ้าเป็ใครกัน พ่อแม่เ้าอยู่ไหน”
“ ช้าชื่อ ทับ ข้าอยู่กับ ท่านปู่ฤาษีแค่สองคนเท่านั้น แล้วยังมี แม่เสือ แม่งู และพี่ต่อแตนเหล่านี้” เด็กน้อยเอ่ยอย่างซื่อ ๆ ทำให้ชายผู้สูงศักดิ์ถึงกับยิ้ม
แล้วทันใดนั้นเอง ก็มีคนขี่ม้ามาทางนี้ เกือบห้าสิบคน ทุกคนมาถึงก็รีบคุกเข่าทันที
“ พวกกระหม่อมมาช้าไป ขอให้พระองค์ทรงลงอาญาด้วย พะย่ะค่ะ”
“ เออ ไม่ต้อง วันนี้ข้าไม่อยากทำบาปอีกแล้ว เ้าหนูพาข้าไปพบกับท่านฤาษีหน่อย”
เด็กน้อยทับพาไปหา ท่านปู่ฤาษีทันที
“ ข้าคือ พระเ้าบรมโกศ กษัตริย์กรุงศรี วันนี้หากไม่ได้เด็กน้อยคนนี้ช่วยไว้ ข้าคงต้องตายไปแล้วแน่ เด็กคนนี้มาอยู่กับท่านได้อย่างไร”
“ มันชื่อ ไอ้ทับ ตอนเด็กมันลอยน้ำมาติดที่ริมน้ำ มีแม่งูทับสมิงคลา ช่วยปกป้องจากหมาป่า มันไม่เคยออกไปไหน บางที่มันอาจใช้คำพูดไม่เหมาะสม ขอให้พระองค์ทรงให้อภัยมันด้วย”
“ มิได้ ข้าเห็นว่า เด็กคนนี้ไม่ธรรมดา อยากจะชุบเลี้ยง ไว้ให้เติบใหญ่ ทำงานรับใช้แผ่นดิน ท่านฤาษีเห็นเป็ประการใด"
“ มันคงถึงเวลาแล้ว ซินะ ที่มันจะต้องออกไปสู่ดินแดนกว้างใหญ่ ทับเอ้ย มากราบ พระองค์ซะ”
ทับ รีบเข้ามาแล้วกราบ พระเ้าบรมโกศทันที
“ ต่อไปเอ็งก็ไปอยู่กับท่าน คอยรับใช้ท่าน อย่าดื้อ อย่าห่วงแต่เล่น ต้องเชื่อฟังพระองค์ท่านรู้ไหม”
“ ท่านปู่ ข้าไม่อยากไปไหน ข้าอยากอยู่กับท่านปู่”
“ เฮ้อ...ที่นี่ไม่ใช่ที่อยู่ของเ้าแล้ว ข้าขอฝากมหาบพิตร ช่วยเมตตามันด้วยนะ”
“ ไม่ต้องห่วง ข้าจะดูแลมันเป็อย่างดี”
ทับลาจาก ท่านปู่ฤาษีด้วยน้ำตานองหน้า พร้อมกับเข้าไปลา แม่เสือ แม่งูทับสมิงคลา พี่ลิง พี่หมีั์ ส่วนเ้าช้างเผือกนั้น ถูกพากลับกรุงศรีไปด้วย
ก่อนจากลา พระเ้าอยู่หัวบรมโกศ ได้เอ่ยถามเื่สำคัญเป็การส่วนตัวกับ หลวงปู่ฤาษี ซึ่งท่านเองอยากรู้ดวงชะตาของพระองค์และ โอรสทั้งสามพระองค์ ที่เกิดจากอัครมเหสี
“ นี่คือดวงชะตาชีวิตของโอรสทั้งสาม แต่ว่าของพระองค์ซึ่งเป็เ้าแผ่นดินข้าไม่อาจทำนายได้”
กษัตริย์พยักหน้า
“ เป็ไปได้ไง ว่า รัชทายาทจะมีอายุสั้นที่สุด แล้ว เ้าฟ้าอุทุมพรจะมีอายุยืนที่สุด”
“ นี่เรียกว่าชะตาฟ้า ชีวิตแต่ละคนย่อมเป็ไปตามกรรม”
พระเ้าอยู่หัวบรมโกศเผาคำทำนายทิ้งไป แล้ว ลากลับเมืองหลวงทันที
เด็กน้อยทับ เข้าไปอยู่ในพระราชวัง ในฐานะมหาดเล็ก และได้เรียนหนังสือต่างๆ เหมือนเ้านายในราชสำนักทุกอย่าง และยังได้เรียน วิชาการต่อสู้กับชายผู้หนึ่ง
คือ หลวงชำนาญฤทธิไกร ซึ่งเป็อาจารย์สอนวิชาต่อสู้ให้กับโอรสที่เกิดจากพระอัครมเหสีเท่านั้น ซึ่งมี รัชทายาทเ้าฟ้ากุ้ง เ้าฟ้าเอกทัศน์ เ้าฟ้าอุทุมพร
หลวงชำนาญฤทธิไกร นั้นตอนนี้ไม่ได้สอนวิชา ให้กับเ้าฟ้าทั้งสามพระองค์แล้ว เพราะว่าเ้าฟ้าทั้งสามนั้นได้เติบใหญ่กันไปหมดแล้ว ดังนั้น ทับ จึงถือได้ว่า เป็ศิษย์คนสุดท้ายของเขา
“ ข้าอายุจะ 70 แล้ว ยังให้ข้ามาสอนวิชาต่อสู้ให้กับเด็กน้อยอย่างเอ็งอีก ขุนหลวงนะขุนหลวง”
“ นี่คือคำสั่งของขุนหลวง พ่อคงต้องสอนมันด้วยตัวเอง แต่พอมันอายุได้ 18 ข้าจะให้มันสอบเข้าเป็หน่วยจาตุลังคบาต หากมันผ่าน ข้าจะเป็คนสอนมันต่อเอง”
ขุนหาญ ครูฝึกทหารที่สอนเฉพาะหน่วยจาตุลังคบาทเอ่ยขึ้น
“ ก็คงเป็ไปอย่างนั้น”
“ ยังไม่กราบพ่อครูอีก” ขุนหาญสั่งให้ทับที่ยังมองตาแป๋วไม่รู้จะทำอย่างไรดี
พอได้ยิน จึงรีบเข้าไปกราบทันที
นับั้แ่นั้นมา หลวงชำนาญฤทธิไกร ก็เริ่มสอนวิชา การต่อสู้ ั้แ่เริ่มต้น จน กระทั่งการฝึกหายใจ แล้วปล่อยอาวุธทั้งเก้า โดยที่ให้กำหนดลมหายใจออกมาด้วย เด็กน้อยทับฝึกฝนทุกวัน ตกกลางคืน ก็ไปนอนเฝ้าที่ห้องพระบรรทมของพระเ้าอยู่หัว จนกระทั่งวันหนึ่ง
กรมหมื่นสุนทรเทพ หนึ่งในเ้าสามกรมมาทูลฟ้องว่า เ้าฟ้ากุ้งเป็ชู้กับพระสนมของพระเ้าอยู่หัวบรมโกศ จึงได้มีการสอบสวนในเื่นี้ หลวงชำนาญฤทธิไกร ได้รับมอบอำนาจให้ร่วมตัดสินเื่นี้
ทับได้ตามหลวงชำนาญ ไปในคุกหลวงกับพ่อครูด้วย
“ พระอาจารย์”
“ ทรงเป็ยังไงบ้าง”
“ ข้าแค่เขียนเพลงยาว ส่งถึงหม่อมสังวาลย์เท่านั้น ไม่ได้บุกรุกเข้าไปในตำหนักของหม่อมสังวาลย์แม้แต่น้อย”
“ แค่นั้นก็มีโทษสมควรตายแล้ว”
“ เสด็จพ่อทรงเชื่อพระอาจารย์ ได้โปรดช่วยข้าด้วย”
“ ที่กระหม่อมมาวันนี้ แสดงว่าพระองค์มีพระประสงค์ที่จะช่วยท่านอยู่แล้ว วันตัดสินพระองค์จะถูกลดโทษปะา เหลือเพียงโทษโบย 230 ที โดยจะตีครั้งละยก ยกละ 30 ที นี่คือยาระงับความเ็ป กระหม่อมช่วยพระองค์ได้เท่านี้”
“ ของคุณท่านอาจารย์ แล้ว หม่อมสังวาลย์เล่า?”
“ นางก็เช่นกัน แต่ถูกโทษโบยแค่ 120 ที”
“ ท่านมอบยาระงับปวดให้นางด้วยได้ไหม?” เ้าฟ้าก้งเอ่ยขอ
“ เอาตัวท่านเองให้รอดก่อนเถอะ” หลวงชำนาญฤทธิไกรกล่าวจบ ก็เดินจากไปไม่หันกลับมามองอีก
ทับวิ่งตาพ่อครูไปในทันทีแล้วเอ่ยว่า
“ หากคิดจะช่วยแล้ว ทำไมยังต้องเฆี่ยนตีกันอีกละขอรับ”
“ เอ็งยังเด็กนัก เอาไว้เอ็งโตขึ้นแล้ว เอ็งจะเข้าใจเอง คืนนี้เอ็งต้องไปเข้าเวรไม่ใช่รึ?”
“ ขอรับ”
คืนนั้น ทับ ได้เข้าไปนอนที่ห้องพระบรรทมของ พระเ้าอยู่หัวบรมโกศ ที่ทรงนั่งเศร้าอยู่เพียงลำพัง พอเห็นทับมา ก็เลยให้มานวดที่ไหล่เหมือนเช่นเคย
“ ไอ้ทับ มึงว่ากูโหดร้ายไหม ที่สั่งฆ่าลูกของกูเอง”
“ พระองค์ไม่ได้สั่งฆ่าใคร พระองค์ลดโทษให้รัชทายาทแล้ว?”
“ มึงจะไปรู้อะไร” กษัตริย์ยกสุราขึ้นมาดื่มแก้เครียดอีกแก้ว
ทับเองก็ยังเด็กเกินไปที่จะถามอะไรต่ออีก
“ พวกมันทั้งสามคน เปรียบได้ว่าเป็ศิษย์พี่ของมึง ไหนมึงบอกกูซิ ว่ามึงอยากปกป้องใคร ระหว่าง เ้าฟ้าเอกทัศน์ กับ เ้าฟ้าอุทุมพร เ้าฟ้ากุ้งไม่ต้องพูดถึงมันอีก”
“ กระหม่อมเห็น คนเข้าหาเ้าฟ้าอุทุมพรมาก มีคนล้อมหน้าล้อมหลังเต็มไปหมด ส่วนเ้าฟ้าเอกทัศน์นั้น หามีใครเดินตามไม่ กระหม่อมอยากช่วยคุ้มครอง เ้าฟ้าเอกทัศน์ พะยะค่ะ”
“ เ้าฟ้ากุ้งนั้นอาภัพนัก ชะตาชีวิตมันสั้น ส่วนเ้าฟ้าเอกทัศน์ก็เช่นกัน มีเพียงคนเดียวที่จะมีอายุยืนถึง เจ็ดสิบกว่าปี หากมึงเป็กู มึงจะยกบัลลังก์ให้ใคร”
“ก็ต้องให้คนที่อายุยืนที่สุด ” ทับเอ่ยไปตามประสาเด็ก ไม่รู้ว่าพระองค์ทรงคิดอะไรกันแน่ แล้วพระองค์ก็หลับไปลักษณะนั้น
ในตอนเช้า เ้าฟ้ากุ้งถูกลงโทษโบยเข้าไปเพียงสองยก แม้ได้รับาเ็เท่าไร แต่เกิดอาการโรคประจำตัว ที่เป็โรคบุรุษกำเริบ ถึงกับกระอักเืตายไป ส่วนหม่อมสังวาลย์ก็เช่นกัน โดยไปเพียงยกเดียว ก็ทนพิษาแไม่ไหว ตายตามกันไป
พระเ้าอยูหัวบรมโกศ ทรงเสียพระทัยยิ่งนัก จึงสั่งให้นำพระศพของทั้งสองไปฝังร่วมกันที่วัดไชยวนาราม แล้วไม่นานก็มีพระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้ง เ้าฟ้าอุทุมพร เป็วังหน้า เป็รัชทายาทองค์ต่อไป
ขจรตื่นขึ้นมาในวันใหม่ รับรู้เื่ในอดีต เหมือนกับเพิ่งจะเกิดขึ้นใหม่ๆ
ั้แ่ที่เขาจำอดีตชาติได้ แต่ว่ามันไม่ได้ละเอียดขนาดนี้ มันยังคงมีความจำบางอย่างที่ค่อยๆ เปิดเผยขึ้นมาทีละน้อย บางที ความทรงจำเหล่านี้ อาจมีผลถึงชาติปัจจุบันของเขาก็เป็ได้
วันนี้เขาไปมหาลัยตามปกติ พบกับกิ๊ฟ และซี ที่กำลังยืนรอขจรอยู่ทางเข้าประตูมหาลัย
“ มีอะไรกันหรือเปล่า?”
“ พี่เกศเกล้า มารอนายอยู่ที่มหาลัยแล้ว กรกันต์ตอนนี้รับหน้าอยู่” ซีเอ่ยอย่างตื่นเต้น
“ จร บอกเขาไปเลยนะ ว่าจรมีแฟนแล้ว”
“ เขาก็รู้นี่ แล้วจะมาทำไมอีก?”
“ หนีกลับบ้านไปก่อนไหม?”
“ ทำไมต้องหนีด้วย ไม่เจอกันวันนี้ ก็ต้องเจอกันสักวัน”
ขจรเอ่ยจบก็เดินนำหน้าทุกคนไป พบว่า เกศเกล้ากับกรกันต์นั่งรอที่ม้าหิน ทางขึ้นตึกเรียน เกศเกล้ายิ้มหวานให้ขจรทันที
“ สวัสดีครับเจ้ มีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ”
“ อุ้ย เรียกเจ้ ได้ไง เรียก เกศ เฉยๆ ดีกว่า”
“ อย่าดีกว่าครับ” ขจรจะบอกว่า มันกระดากใจแต่ไม่กล้าพูด
“ เอ้า พวกเธอมายืนฟังอะไรกัน ฉันมีเื่ส่วนตัวจะพูดกับ ขจรสองต่อสอง พวกเธอหลบกันไปก่อนไป” กิ๊ฟได้ฟังก็ขึ้นทันที ดีที่ซีดึงตัวให้ออกไปก่อน ไม่เช่นนั้นคงได้ปะทะคารมกันต่อแน่
“ ฉันมีข้อตกลงมาเสนอ กับ นาย ลองอ่านดูซะ” เกศเกล้ายื่นกระดาษทีข้อความ เื่ ข้อตกลงการเป็แฟน มีอยู่ 5 ข้อ
1 บ้านหลังละ 10 ล้าน หนึ่งหลัง
2 รถส่วนตัว มูลค่า 5 ล้าน
3 เงินเดือนๆ ละ 1 แสนบาท
4 ทุกวันอาฑิตย์ ต้องไปกินข้าวที่คฤหาสน์ตระกูลหลี่ด้วยกัน
5 ออกงานด้วยกันทุกครั้งที่เป็งานของตระกูลหลี่
ข้อตกลงการเป็แฟนกัน พอวันถึงวันแต่งงานเมื่อไร จะได้เงินก้อนอีก 20 ล้านแต่เงินได้หลังสมรส ห้ามมิให้ฟ้องร้องเรียกเงินก้อนนี้ ทั้งคู่ยินยอมพร้อมใจกันเห็นด้วย ก็ลงลายมือยินยอมข้างล่างด้วยกัน โดยมี พยาน คือ กรกันต์ กิ๊ฟ และ ซี ขจรอ่านจบมองหน้า เกศเกล้า ด้วยรอยยิ้ม แล้วค่อยคืนแผ่นกระดาษกลับไป
“ เจ้ครับ ผมไม่ใช่สิ่งของ ผมมีจิตใจนะครับ และที่สำคัญผมมีแฟนแล้ว เจ้อย่าทำเช่นนี้เลย”
“ น้อยไปหรือไง ฉันนึกแล้วว่านายไม่ใช่คนที่จะตกลงด้วยง่ายๆ ฉันให้เงินเดือนเพิ่มสองเท่า และ แถมเงินก้อนให้อีก 5 ล้าน ถ้าฉันได้ตำแหน่งรองประธานบริษัทหลี่กรุ๊ป ฉันจะให้นายเพิ่มอีกสองเท่า แม่กับน้องๆ นาย จะได้อยู่อย่างสบาย ไม่ต้องดิ้นรนไปต่อยมวยอีก เงินจำนวนนี้ นายต่อยมวยทั้งชีวิต ก็ไม่มีวันได้”
“ ขอโทษครับ ผมไม่อยากพูดเื่นี้อีก” ขจรลุกขึ้นแล้วเดินหนีขึ้นอาคารเรียนไปในทันที ทำให้เพื่อน ที่ยืนมองอยู่ต่างใรีบขึ้นตามไป ส่วนกรกันต์เข้ามาแล้วหยิบกระดาษข้องตกลงขึ้นมาดู แล้วส่ายหัว
“ เกินไปแล้วพี่ เพื่อนผมเขาไม่ใช่สิ่งของที่คิดจะซื้อไปทำอะไรก็ได้นะ”
“ ทำไม ในโลกนี้มีอะไรซื้อไม่ได้ มันน้อยไปใช่ไหม นี่นายไปบอกเื่คุณปู่อยากได้เขาเป็หลานเขยแล้วใช่ไหม?”
“ พี่กลับไปบ้าน แล้วมองดูตัวเองก่อนเถอะ” กรกันต์เดินขึ้นบนตึกเรียนไม่สนใจเกศเกล้าที่ยืนมองอย่างไม่เข้าใจ ว่าเธอทำเช่นนี้ผิดตรงไหน....