ตอนที่ 22 ชิงชัง 2
ไนต์คลับมีระดับในตัวเมืองเชียงใหม่
ทันทีที่ประตูเปิดออกเสียงอึกทึกครึกโครมด้วยจังหวะหนักๆ ของดนตรีที่เหมือนถูกขังไว้ภายในก็วิ่งเข้าปะทะโสตประสาทของคุณนันทิศพร้อมกลิ่นเหม็นควันบุหรี่เสียงจอแจที่ฟังแล้วไม่ได้ศัพท์ คุณนันทิศถึงกับผงะถอยหลังเหมือนคนโดยผลักอก
“อ้าว คุณพี่”เสียงของชายหนุ่มรูปร่างบึกบึนกล้ามโตเป็มัด ๆ จนเสื้อยืดสีขาวที่เขาสวมอยู่แทบปริเขารีบทักคุณนันทิศทันทีที่ได้เห็นพร้อมกับยกมือไหว้ทั้งคุณนันทิศและคุณพนิตนันท์ด้วยความอ่อนน้อม“นึกว่าคุณพี่จะไม่มาซะแล้ว” เขาส่งยิ้มพร้อมกับแววตาที่หวานเยิ้มให้คุณนันทิศ
“แหมมาสิคะนัดกันไว้แล้ว” คุณพนิตนันท์ใช้แขนขวาดันตัวคุณนันทิศให้เดินหน้า
“...”คุณนันทิศไม่พูดเพียงแต่ออกเดินตามหลังหนุ่มบึกบึนคนนั้นเข้าไปในคลับด้วยรอยยิ้ม
ประตูผับปิดเสียงทุ้มหนักๆก็แทบจะทำให้หัวใจของคุณนันทิศกระโจนออกมาตามจังหวะ เมื่อได้โต๊ะนั่งแรกๆคุณนันทิศรู้สึกอึดอัดอย่างมากทั้งเหม็นควันบุหรี่รำคาญเสียงพูดคุยไม่รู้เื่แต่เมื่อชายหนุ่มหล่อล่ำรินเหล้าให้หลายต่อหลายแก้วจังหวะทุ้มๆ ที่อึดอัดเมื่อครู่เปลี่ยนเป็ท่วงทำนองที่เร้าใจเปลี่ยนคุณนันทิศผู้สุขุมให้อารมณ์กระเจิดกระเจิงเริงเล่นไปกับแสงสีวูบวาบกับชายหนุ่มหล่อล่ำคลอเคลีย
“เอ๊ะพี่นั่นใช่คุณนันทิศหรือเปล่า”
“นันทิศไหน”
“เอ้าก็เ้าของไร่ส้มธิตาการไง”
“ไม่มีทางคุณนันทิศไม่มาที่ผับนี่หรอกอย่างมากก็แค่เล่นไผ่แก้เหงาหมดไปสักล้านสองล้านแล้วก็กลับแค่นั้น”
“พี่ก็ดูนั่นสิน้องว่าใช่นะ”
สองสาวใหญ่ที่เป็ลูกค้าของบ่อนพนันเดียวกับคุณนันทิศต่างจับจ้องให้ความสนใจคุณนันทิศที่กำลังออกลีลาเต้นตามจังหวะเสียงเพลงกับชายหนุ่มอย่างเมามัน...
ไร่ส้มธิตาการ
อาหารตั้งโต๊ะเรียบร้อยที่ระเบียงกว้างของเรือนไทยหลังใหญ่สายลมเย็นพัดพลิ้วแต่เพียงน้อยแสงตะเกียงดวงใหญ่ที่จุดขึ้นเพื่อสร้างบรรยากาศให้ความอบอุ่นพร้อมกับแสงไฟจากหลอดไฟฟ้าให้ความสว่างรินอารีนั่งเหม่อลอยมองออกไปยังไร่ส้มที่มีแสงไฟส่องแสงเรียงเป็แถวยาวเหมือนลืมอาหารมื้อค่ำที่อยู่บนโต๊ะจนคุณนวลหงส์สังเกตเห็น
“เป็อะไรไปเหรอริน”
“เปล่าค่ะ”ยิ้ม
“เปล่าอะไรแม่เห็นเหม่ออยู่ตั้งนานแล้วนะมีอะไรเหรอลูก”
“...”
“อย่าปิดแม่เลยมีอะไรก็ปรึกษากัน เราก็มีกันอยู่แค่นี้”
คุณนวลหงส์พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นแต่ในใจก็ยังหวั่น ๆ อยู่ว่าบุตรสาวจะเอ่ยถามถึงเื่ที่ไม่อาจให้คำตอบได้และยิ่งกว่านั้นก็เกรงว่าจะรื้อฟื้นความทรงจำบางอย่างขึ้นมาได้ใน่เวลาที่คุณนันทิศไม่อยู่แล้วคุณนวลหงส์ก็ยิ่งต้องระวังคำพูดของตัวเองไว้ให้มาก
“แม่คะ...รินกับพี่ภัทรเราพบกันครั้งแรกที่ไหนเหรอคะ”
รินอารีตั้งคำถามแรกกับคุณนวลหงส์ด้วยแววตากลมโตใต้แสงไฟแล้วคำถามแรกนั้นก็ทำให้ผู้เป็มารดาอึกอักอยู่ครู่หนึ่ง
“นี่...แม่จะไปรู้ได้ยังไง กว่าจะรู้ว่าเราสองคนคบกันก็พากันมาที่ไร่แล้ว” คุณนวลหงส์ยิ้ม“ก็รินเองไม่ได้บอกแม่ด้วยนี่”
“เหรอคะ”
“ว่าแต่รินถามแม่แบบนั้นทำไมล่ะ”
“...”รินอารีเงียบครู่หนึ่ง“เื่ราวของคนอื่นรินก็พอจำได้ถึงไม่ทั้งหมดมันก็ทำให้ปะติดปะต่อเองได้แต่กับพี่ภัทรทำไมรินไม่มีความทรงจำอะไรเลยละค่ะ”
“...”คุณนวลหงส์ยิ้มละมุนให้บุตรสาว “รินฟังแม่นะ พี่ภัทรเขาเป็คนดีแม่เชื่อว่าพี่เขาจะไม่ทำให้ลูกเสียใจส่วนเื่ความทรงจำถ้าหากรื้อฟื้นมันขึ้นมาไม่ได้รินก็สร้างมันขึ้นมาใหม่กับพี่เขาสิจ๊ะ”
“สร้างมันขึ้นมาใหม่”รินอารีทวนคำพูดของมารดาแต่ในใจก็นึกถึงคำพูดของนาราภัทรที่เคยพูดกับหล่อนเอาไว้ก่อนหน้า
...ถ้ารินจำมันไม่ได้เราก็สร้างมันขึ้นมาใหม่สิความทรงจำระหว่างเราสองคน...
“ทานข้าวเถอะกับข้าวเย็นหมดละ”
คุณนวลหงส์ตักอาหารใส่จานให้บุตรสาวแต่เพื่อจะเอาใจเลยตักเฉพาะเนื้อหมูแทนที่จะเป็ผักให้เหมือนตอนที่ยังเป็เด็กและจังหวะนั้นเองที่ทำให้ความทรงจำบางอย่างของรินอารีได้ปรากฏขึ้น
ช้อนกลางนั่นคนตักตั้งใจเลี่ยงอาหารที่เป็ชิ้นผักเลือกเอาเฉพาะทีเป็เนื้อจากนั้นก็ค่อย ๆ เลื่อนไปใส่ในจานข้าวที่มีรินอารีนั่งยิ้มถือช้อนซ้อมรออยู่
“นี่แบบนี้ก็รักตายเลยสิ”รินอารียิ้มริมฝีปากติดกันหยีตาโต ๆ หล่อนจนปิดสนิท
“...” ต่อจากนั้นเหมือนจะเป็คำพูดของชายหนุ่มแต่ในภาพของความทรงจำกลับเงียบสนิท
รินอารีพยายามนึกภาพใบหน้าของชายหนุ่มคนนั้นแต่ในภาพความทรงจำของหล่อนปรากฏเพียงด้านหลังภายใต้เสื้อกันหนาวตัวหนา
“หันหน้ามาสิหรือพูดอะไรสักอย่างก็ได้ฉันจะได้รู้ว่านายเป็ใคร” เสียงของรินอารีดังก้องในภาพความทรงจำ
“นี่ทานเสร็จแล้ว เขาจะไปวาดภาพที่สวนสาธารณะ ไปเป็ยามให้หน่อยนะ” รินอารีในความทรงจำพูดขณะที่อาหารเต็มปาก
“...” ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะพูดอะไรบางอย่างรินอารีตั้งใจฟังอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะทำตาโตแบบทะเล้นใส่เขาก่อนที่จะสำลักแล้วกวักไม้กวักมือเรียกน้ำดื่มจากเขาแล้วภาพแห่งความทรงจำก็ค่อย ๆ เลือนลาง
“อย่าเพิ่งนะ ขอร้องละอย่าเพิ่งไป”เสียงรินอารีดังขึ้นกับภาพความทรงจำของหล่อนหล่อนพยายามใช้ความคิดอย่างหนักเพื่อดึงภาพแห่งความทรงจำเมื่อครู่กลับมาแต่ไร้ประโยชน์เพราะภาพเ่าั้ค่อยๆ เลือนหายไปอย่างช้า ๆ เช่นเดิม ในที่สุดหล่อนก็เริ่มปวดศีรษะ
“โอ๊ย...”
ช้อนที่อยู่ในมือรินอารีตกกระทบจานข้าวเพราะหล่อนรีบวางเอามือมาประทับที่ศีรษะของตัวเองคุณนวลหงส์รีบวางมือทันทีเมื่อเห็นบุตรสาวมีอาการผิดปกติ
“เป็อะไรไปลูก”
“รินปวดหัวคะแม่”รินอารีละมือจากศีรษะมาประทับที่หน้าอกด้านซ้ายพยายามตั้งสมาธิสูดลมหายใจลึก ๆ
“นกแก” ...
คุณนวลหงส์เรียกนกแกเสียงดังแต่ครู่หนึ่งอาการของรินอารีก็ดีขึ้นหลังจากที่นกแกวิ่งหน้าตาตื่นมาที่โต๊ะอาหาร
“มีอะไรเหรอคะคุณนวลหงส์”นกแกเอ่ยถามแต่ก็เหลือบไปเห็นคุณหนูรินอารีของตัวเองนั่งหน้าซีดส่งยิ้มให้
“จะมีอะไรอีกละนอกจากคนดื้อนั่งยิ้มอยู่นั่นไง” คุณนวลหงส์ถอนหายใจ...
คุณนวลหงส์ค่อยๆ เอาผ้าห่มคลุมให้รินอารีที่นอนทำตาแป๋วบนเตียงนอนในห้องนอนของตัวเองบุตรยาวยังไม่วายที่จะส่งยิ้มแบบทะเล้นให้
“ขอบคุณค่ะ”
“ยังจะมาทำหน้าทะเล้นใส่อีกเดี๋ยวเถอะ”
“ก็รินอยากรู้นี่คะ”
“แล้วคราวนี้เห็นอะไรมาอีกล่ะ”
“มีผู้ชายคนหนึ่งค่ะกำลังนั่งทานข้าวกับรินอยู่ เขาตักเนื้อให้รินเหมือนที่แม่ทำเลยค่ะ”เงียบครู่หนึ่ง “พอรินพยายามนึกว่าเป็ใครแต่ก็นึกไม่ออก”
“...”
คุณนวลหงส์นิ่งอึ่งครู่หนึ่งในใจเป็กังวลเกรงว่าบุตรสาวจะจดจำเื่ราวต่างๆได้และถ้าหากเป็เช่นนั้นก็คงจะรู้ว่านาราภัทรคู่หมั้นที่ได้หมั้นหมายกันไว้นั้นแท้จริงแล้วเป็เพียงแผนการเป็ความทรงจำอันใหม่ที่ตนเองกับพี่ชาย้าให้บุตรสาวได้รับรู้ว่าเป็เช่นนั้นแต่ถ้าหากว่าบุตรสาวรู้เื่คงจะไม่พอใจตนเองและอาจเสียใจมากขึ้นเพราะเดิมทีเื่ของพี่ชายก็ทำให้ช้ำใจมากพออยู่แล้ว
...ใครกันแน่ผู้ชายที่ทานข้าวกับรินอารีแน่นอนคงไม่ใช่นาราภัทร... ตาวาใช่แล้วตลอดเวลาที่ผ่านมาบุตรสาวใกล้ชิดแต่เพียงพี่ชายของตนเองไม่เคยคบหาผู้ชายมาก่อนความทรงจำอันนั้นอาจเป็ความทรงจำระหว่างบุตรสาวกับบุตรชายที่ไปทานข้าวด้วยกันแล้วหยอกล้อกันตามประสาพี่น้องเหมือนทุกครั้ง...
เสียงของคุณนวลหงส์ดังก้องในความคิดของตนเอง
“นี่รินผู้ชายที่ลูกบอกว่าเคยทานข้าวด้วยนั้น ลูกคิดว่าจะเป็ใครไปได้ละจ๊ะ” น้ำเสียงคนนวลหงส์แจ่มใส
“พี่ภัทรเหรอค่ะ”
“...”คุณนวลหงส์ไม่ตอบได้แต่เพียงส่งรอยยิ้มที่อบอุ่นให้บุตรสาว
“...”รินอารีนิ่งครู่หนึ่ง “พี่วา”
“จ๊ะ”คุณนวลหงส์พูดพร้อมกับถอนหายใจ “นี่ แล้วคืนนี้ก็รีบผักผ่อนซะนะอย่ามัวแต่พยายามนึกนั่นนึกนี่จนปวดหัวไปอีกและถ้าไม่เชื่อคราวนี้แม่จะพาไปที่โรงพยาบาลเลยให้นอนสักสองสามอาทิตย์”
“ไม่นะคะรินไม่เอา”
“งั้นก็รีบนอน”
“ค่ะ”
คุณนวลหงส์ปิดผิดห้องนอนของรินอารีก่อนจะก้าวออกจากห้องปิดประตูเรียบร้อยส่วนรินอารีแม้จะตกปากรับคำมารดาแต่พอลับตาก็เริ่มใช่ความคิดถึงภาพความทรงจำที่ผ่านมาอีกครั้งแต่ก็ไม่ปรากฏภาพเหตุการณ์ใดๆ อีกเลย
“ฉันเกลียดนายเกลียดนายที่สุดน้ำฟ้าฉันเกลียดนายที่เข้ามาทำให้ภาพความทรงจำของฉันบิดเบือนฉันเกลียดความทรงจำใหม่ๆ ที่นายพยายามเสแสร้งสร้างมันขึ้นมา คนที่มีความคิดเลวๆอย่างนายฉันเกลียดที่สุด”