“หมาป่าสีน้ำเงินเป็หนึ่งในหน่วยทหารที่อยู่ใต้บัญชาการของรัชทายาท เป็กองทัพที่รัชทายาทสร้างขึ้นมากับมือ ได้ยินว่าสมาชิกกองทัพหมาป่าสีน้ำเงินจะฟังแค่คำสั่งของรัชทายาทเท่านั้น” โอวเิอธิบาย น้ำเสียงเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและเคารพ
“แจ่มว้าวขนาดนั้นเชียว” เหลียนนั่วเลิกคิ้ว ไม่รู้ว่าจะสู้าาซอมบี้ในยุควันสิ้นโลกได้หรือเปล่า คิดถึงตรงนี้ เืในตัวก็พลันเร่าร้อนขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
แจ่มว้าวเหรอ
แปลว่าอะไรล่ะนั่น ความภูมิใจกับความเคารพบนใบหน้าโอวเิยังไม่ทันจางหายก็ต้องงุนงงเพิ่ม “แจ่มว้าวแปลว่าอะไร เป็ภาษาจากดาวดวงไหนเหรอ”
คำว่าแจ่มว้าว เหลียนนั่วใช้ภาษาของมนุษย์โลก
“แปลว่าเก่งกาจมากครับ” เหลียนนั่วตอบ
“แน่นอนอยู่แล้ว” โอวเิยิ่งภาคภูมิใจมากกว่าเดิม “เขาเป็ผู้มีพลังพิเศษที่เก่งกาจและโดดเด่นที่สุดเท่าที่ผู้สืบทอดราชวงศ์ในประวัติศาสตร์ของจักรวรรดิโซเดียร์เคยมีมา”
ได้ยินโอวเิพูดถึงพลังพิเศษ เหลียนนั่วก็เอ่ยถามอย่างใคร่รู้ “ที่นี่แบ่งระดับพลังพิเศษกันยังไง พลังพิเศษมีกี่ระดับ ระดับไหนสูงที่สุด แล้วปัจจุบันคนที่มีพลังพิเศษสูงที่สุดคือใครเหรอครับ”
โอวเิหันไปมองเหลียนนั่วแวบหนึ่ง “นี่ไม่ใช่เื่ที่คนธรรมดาอย่างนายควรสนใจ”
“อ้อ” เหลียนนั่วที่โดนดูถูก อารมณ์บูดขึ้นมาทันที
เห็นเด็กหนุ่มยู่ปากท่าทางอารมณ์ไม่ดี โอวเิก็หลุดหัวเราะออกมา “นิสัยนายเอาแต่ใจผิดคาดเลยนะ นายเกิดในสลัมใช่ไหมล่ะ ไม่รู้ว่าถูกพ่อแม่เลี้ยงให้มีนิสัยแบบนี้ได้ยังไง ต้องรู้ไว้ว่าสังคมปัจจุบันนี้ การรู้จักฐานะตัวเองเป็เื่สำคัญนะ”
เหลียนนั่วปรายตามองอีกฝ่าย สำหรับคนแก่ที่อยู่มานานห้าร้อยปี เขาไม่ชอบถูกคนอื่นสั่งสอน
“โอวเิ คุณชายเหลียน” หลังคาดิสรายงานเื่ของเหลียนนั่วกับนายพลซีเหล่ยเรียบร้อย ก็กลับมาที่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการของเด็กหนุ่ม คาดไม่ถึงว่าห้องผู้ป่วยจะว่างเปล่า ในตอนนั้นก็เห็นพวกเขาเดินคุยกันมาจากสวนหย่อม เห็นท่าทางมีชีวิตชีวา สีหน้ามีเืฝาดของเหลียนนั่ว คาดิสรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย สำหรับคนที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดมาหมาดๆ จะไม่ถือว่าฟื้นตัวเร็วเกินไปหน่อยหรือ “พวกนายทำอะไรกันอยู่” เขาถามพลางส่งสายตาไปทางโอวเิ
“คุณชายน้อยเขาเดินเก่งน่ะ” โอวเิไม่คิดจะอธิบายให้มากความ
“งั้นเหรอ” คาดิสเลิกคิ้วแต่ไม่ได้ซักไซ้ต่อ นั่นเพราะั้แ่เขาปรากฏตัวก็มีสายตาน่าสงสัยจับจ้องอยู่ตลอด พอคาดิสหันไปมองจึงพบว่าเป็เด็กหนุ่มร่างกายอ้วนท้วมที่ยืนอยู่ด้านหลังเหลียนนั่ว สายตาของเด็กหนุ่มคนนั้นมีความใสซื่อและกระตือรือร้น ใช่แล้ว กระตือรือร้น คาดิสมุมปากกระตุกไปทีหนึ่ง สายตาของเด็กหนุ่มคนนี้กระตือรือร้นเกินไปหรือเปล่า เขาไม่มีทางเลือก จำต้องส่งยิ้มบางๆ ให้เด็กหนุ่มหนึ่งที
ป๋ายโยวปลื้มปริ่ม เขารีบก้าวมาตรงหน้าคาดิส “ท่าน...ท่านยังจำผมได้ไหมครับ”
คาดิสเลิกคิ้วทีหนึ่ง แล้วตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบโดยรักษารอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าไว้ “ผมงานยุ่งมาก ต้องขออภัยที่จำคุณไม่ได้จริงๆ” ฟังจากคำเรียกขานของเด็กหนุ่ม ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้จักเขา
น้อยมากที่เขาจะปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน ต่อให้ได้รับมอบหมายงานจากฝ่าาหรือท่านนายพล ให้เป็ผู้ถ่ายทอดคำสั่งลงไปก็ตาม คนที่สนทนาด้วยก็จะไม่ใช่บุคคลธรรมดาทั่วไป ดังนั้นการที่เด็กหนุ่มจำเขาได้ ทำให้คาดิสประหลาดใจไม่น้อย
“สามปีก่อน...สามปีก่อนพวกเราเคยเจอกันครับ” ป๋ายโยวเอ่ยเตือนความจำ “สามปีก่อน หลังจากพ่อผมเสียชีวิตในหน้าที่ ท่านเป็คนนำอัฐิของพ่อผมกลับมา ตอนนั้นท่านยังถามผมด้วยว่าอยากทำอาชีพอะไร ท่านจำได้ไหมครับ”