แสงไฟจากหลอดนีออนในออฟฟิศชั้นที่สามสิบสี่ของตึกระฟ้าใจกลางเมืองยังคงสว่างจ้า แม้เข็มนาฬิกาจะขยับผ่านเลขสองไปนานแล้ว วีวี่นั่งฟุบอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงตารางงานและยอดตัวเลขที่ยังไม่ปิดจอดังเช่นทุกคืน
"อีกนิดเดียว... อีกแค่รายการเดียว" วีวี่พึมพำด้วยเสียงที่แหบแห้ง ร่างกายของเธอรู้สึกเหมือนถูกสูบพลังงานออกไปจนหมดสิ้น มือที่สั่นเทาพยายามลากเมาส์เพื่อสรุปงบการเงินไตรมาสสุดท้าย
ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ชีวิตของวีวี่มีเพียงคำว่า 'งาน' เธอทำทุกอย่างเพื่อไต่เต้าจากพนักงานระดับล่างขึ้นมาเป็หัวหน้าทีม เพื่อแลกกับเงินเดือนที่พอจะจุนเจือครอบครัวและรักษาพยาบาลแม่ที่ป่วยหนัก แต่ในตอนนี้ สิ่งที่เธอได้กลับมาคือความเหนื่อยล้าที่กัดกินลึกลงไปถึงไขกระดูก
ตึก... ตึก...
เสียงหัวใจของเธอเริ่มเต้นผิดจังหวะ มันเต้นแรงและถี่ขึ้นราวกับจะประท้วงการใช้งานเกินขีดจำกัด หน้าจอคอมพิวเตอร์เริ่มพร่ามัว ตัวอักษรสีขาวบนพื้นหลังสีเข้มเริ่มเต้นระบำอยู่ในสายตา
"ไม่นะ... ยังไม่ได้... ยังทำงานไม่เสร็จ..."
ทันใดนั้น ความเจ็บแปลบดั่งเข็มพันเล่มพุ่งทะลุเข้าที่หน้าอก ความเย็นะเืแล่นผ่านไขสันหลัง วีวี่พยายามจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาขอความช่วยเหลือ แต่นิ้วมือของเธอกลับไร้ความรู้สึก ร่างทั้งร่างค่อยๆ ไหลร่วงลงจากเก้าอี้กระแทกกับพื้นพรมที่เย็นเฉียบ
ในวินาทีที่ลมหายใจสุดท้ายกำลังจะขาดห้วง เสียงกังวานใสที่ดูไม่มีตัวตนกลับดังก้องขึ้นในโสตประสาทของเธอ
[ตรวจพบิญญาที่มีความมุ่งมั่นสูงเกินขีดจำกัดของร่างกาย... ข้าคือ 'ระบบผู้กำหนดชะตา' เ้า้าโอกาสที่จะมีชีวิตในรูปแบบใหม่หรือไม่? โลกที่เ้าไม่ต้องแบกรับความเหนื่อยล้าจนตัวตาย โลกที่เ้าสามารถเลือกทางเดินชีวิตได้ด้วยตนเอง...]
สติของวีวี่เลือนลางเต็มที แต่ความโหยหาในชีวิตที่เธอไม่เคยได้รับกลับมาปะทุขึ้นในใจ
"ถ้ามันเป็จริง... ฉันขอแลก..."
[คำขอยืนยัน... เริ่มต้นกระบวนการเชื่อมต่อสู่มิติคู่ขนาน... ร่างกายเป้าหมาย: รีอัส ดิ เอทราม่า... เมืองคานิส... การเริ่มต้นครั้งใหม่ของเ้า กำลังจะมาถึง]
ความมืดมิดเข้าครอบงำวีวี่อย่างสมบูรณ์ ทิ้งไว้เพียงร่างที่ไร้ิญญาท่ามกลางความเงียบงันของออฟฟิศที่หลับใหล
ความรู้สึกแรกที่วีวี่ััได้ไม่ใช่ความเหนื่อยล้าจากการโหมงานหนัก แต่มันคือความนุ่มนิ่มของฟูกขนสัตว์ชั้นดีที่โอบรับแผ่นหลัง และกลิ่นหอมของดอกไม้ราคาแพงที่อบอวลไปทั่วห้องนอนกว้างขวางที่หรูหราจนน่าใวี
วี่ลืมตาขึ้นช้าๆ เพดานห้องที่ประดับด้วยโคมระย้าคริสตัลระยิบระยับทำให้เธอขมวดคิ้ว เธอค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่ง พลันนั้นเอง ความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอ—ความทรงจำของ 'รีอัส ดิ เอทราม่า'—ก็หลั่งไหลเข้ามาดั่งสายน้ำเชี่ยว
รีอัส... ลูกสาวเพียงคนเดียวของ ท่านดยุคเรจิส ดิ เอทราม่า ผู้ครองเมืองคานิส ชายผู้ได้ฉายาว่า "อสรพิษน้ำแข็ง" แห่งทิศตะวันตก ผู้ที่ขึ้นชื่อเื่ความเด็ดขาด โเี้ และไม่เคยปรานีใครที่ขัดขวางผลประโยชน์ของเมือง
แต่ตัวรีอัสเองกลับร้ายกาจยิ่งกว่า เธอใช้ชื่อเสียงบารมีของพ่อทำตัวเหลวแหลก กลั่นแกล้งผู้คน กดขี่ข่มเหงคนรับใช้ และทำตัวเป็ดั่งนางมารร้ายที่ใครต่างก็หวาดกลัวและเกลียดชังไปทั่วทั้งเมืองคานิส
"รีอัส... เธอทำอะไรลงไปบ้างเนี่ย" วีวี่พึมพำกับตัวเองขณะมองฝ่ามือที่ขาวเนียนและนุ่มนิ่มผิดกับมือของเธอในอดีต
แกร๊ก...
เสียงประตูห้องนอนถูกเปิดออกอย่างแรง หญิงรับใช้ในชุดเครื่องแบบเดินเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก แต่แววตาของเธอสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวมากกว่าความเคารพ
"คุณหนูรีอัสคะ... ท่านดยุค... ท่านเรียกพบที่ห้องทำงานค่ะ" หญิงรับใช้พูดพลางก้มหน้าหลบสายตา
วีวี่สูดหายใจเข้าลึกๆ เธอไม่ใช่รีอัสคนเดิมที่เอาแต่ใจไร้สติ เธอคือวีวี่ หัวหน้าทีมที่ต้องรับมือกับความกดดันและลูกค้าจอมบงการมานับไม่ถ้วน หากต้องเผชิญหน้ากับดยุคที่โเี้ที่สุด เธอจะต้องใช้ความเยือกเย็นสยบมัน
"ได้... บอกท่านพ่อว่าฉันจะรีบไป" วีวี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่ดูสุขุมเกินกว่าที่รีอัสคนเก่าเคยเป็
หญิงรับใช้ชะงักไปเล็กน้อยด้วยความแปลกใจก่อนจะรีบออกไป วีวี่ลุกขึ้นยืนหน้ากระจกบานใหญ่ เห็นภาพหญิงสาวผู้งดงามดั่งตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความเ็าและหยิ่งผยอง
"เอาล่ะ... มาดูกันว่าโลกใบใหม่นี้ จะอนุญาตให้ฉันใช้ชีวิตอย่างที่้าได้จริงไหม"
เธอจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้อง มุ่งหน้าสู่ห้องทำงานของดยุคเรจิส... ที่ซึ่งชะตากรรมใหม่ของเธอ กำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้
จริง
ทางเดินหินอ่อนทอดยาวไปสู่ประตูไม้โอ๊คบานใหญ่หน้าห้องทำงานของดยุคเรจิส หัวใจของวีวี่เต้นระรัวราวกับกลองรบ เธอพยายามขุดเอาทักษะการเจรจาธุรกิจที่เคยสั่งสมมาใช้เตือนตัวเองว่า 'ต้องนิ่งเข้าไว้'
เมื่อเธอก้าวเท้าเข้าไปในห้องทำงานกลิ่นอายของกระดาษเก่าและน้ำมันขัดไม้ลอยปะทะจมูก ท่านดยุคเรจิส ดิ เอทราม่า นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวเขื่อง แววตาคมกริบดุจมีดโกนของเขากวาดมองเธอั้แ่หัวจรดเท้า
"เ้าตื่นแล้วงั้นรึ" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของเขาเอ่ยขึ้น
วีวี่ย่อตัวลงทำความเคารพอย่างที่ความทรงจำของร่างนี้สั่งการ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างกล้าหาญ
"ขออภัยที่ทำให้ท่านพ่อต้องเป็กังวลค่ะ ร่างกายของลูกแค่... อ่อนเพลียนิดหน่อย"
เธอคาดหวังจะเห็นการตวาดด่า หรือความเ็าที่ผู้คนในเมืองเล่าขานกันมา แต่ทว่า... บรรยากาศในห้องกลับเปลี่ยนไปในทันที
ดยุคเรจิสถอนหายใจยาว วางปากกาขนนกในมือลงแล้วลุกเดินตรงมาหาเธอ สีหน้าที่เคยเรียบเฉยกลับดูอ่อนลงอย่างประหลาด เขาเอื้อมมือมาแตะหน้าผากเธอเบาๆ เพื่อวัดไข้ ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด
"อ่อนเพลียนิดหน่อยงั้นรึ? เ้าหลับไปถึงสองวันเต็มๆ หมอประจำตระกูลเกือบจะถูกข้าสั่งปะาอยู่แล้วที่หาสาเหตุอาการหลับลึกของเ้าไม่ได้"
วีวี่ชะงักไปเล็กน้อย นี่น่ะหรือคือ 'ปีศาจน้ำแข็ง' ที่ใครต่างหวาดกลัว? สายตาของเขามันคือสายตาของพ่อที่ห่วงลูกสาวสุดหัวใจชัดๆ
"ลูก... ลูกขอโทษค่ะ" วีวี่ตอบเสียงแ่
"ช่างเถอะ" เรจิสโบกมือพลางพาเธอไปนั่งที่โซฟาชุดรับแขก "ข้าไม่ได้เรียกเ้ามาเพื่อจะตำหนิ ที่คานิสนี้... ไม่ว่าเ้าจะอยากได้อะไร อยากทำอะไร แม้แต่การประกาศสมรสกับใคร ข้าก็หามาให้เ้าได้หมด แต่ที่ข้าต้องเรียกเ้ามา เพราะข้าแค่อยากเห็นกับตาว่าเ้ายังสบายดี" เขารินชาอุ่นๆ ส่งให้เธอด้วยตัวเอง
"เ้าน่ะเอาแต่เที่ยวเล่นจนไม่ใส่ใจตัวเองมานานเกินไปแล้ว รีอัส พักผ่อนบ้างเถอะ ถ้าคราวหน้าเ้าเป็อะไรไปอีก ข้าคงได้ทำลายเมืองนี้ทิ้งด้วยความโมโหตัวเองแน่ๆ"
วีวี่รับถ้วยชามาถือไว้ ความอบอุ่นจากถ้วยชาไหลผ่านปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ เธอที่เคยทำงานจนตัวตายโดยไม่มีใครสนใจเหลียวแล ในชีวิตใหม่นี้ เธอถูกห้อมล้อมด้วยอำนาจและความรักที่น่าเหลือเชื่อ แม้จะเป็ความรักที่มาจากความใจร้อนของพ่อก็ตาม
"ลูกจะดูแลตัวเองให้ดีค่ะท่านพ่อ" วีวี่เอ่ยด้วยรอยยิ้มจริงใจ
เรจิสจ้องมองลูกสาวของเขาอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับกำลังพยายามค้นหาอะไรบางอย่างในแววตาที่ดูเปลี่ยนไปของเธอ ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ
"ดี... ถ้าเ้าคิดได้เช่นนั้น พรุ่งนี้ข้าจะจัดงานเลี้ยงน้ำชาให้เ้าเชิญพวกสหายมาพบปะกันเสียหน่อย ถือเป็การฉลองที่เ้าฟื้นไข้... จะได้ไม่ต้องไปอาละวาดที่ตลาดให้เสียชื่อตระกูลเราอีก"
วีวี่ได้แต่ยิ้มแห้งๆ เธอเพิ่งรู้ตัวว่า 'ความร้ายกาจ' ของรีอัสคนก่อนหน้า อาจจะเกิดจากการที่ถูกพ่อตามใจจนเสียคนแบบนี้นี่เอง