ถึงกลางทางพอพบข้าหลวงคุมคนโทษขังกรงใส่เกวียนมาจึงแลไปเห็นโลติดจำขังอยู่ในกรงเล่าปี่ใโจนลงจากม้าเข้าไปถามโลติดว่าเหตุใดจึงเป็โทษฉะนี้ โลติดบอกว่า”เราล้อมเตียวก๊กไว้จะใกล้แตกอยู่แล้วเตียวก๊กมีความรู้เป็อันมากจะเอาโดยเร็วยังมิได้ พระเ้าเลนเต้จึงใช้ จูฮง ชาววังมาสืบข่าวราชการจูฮงจะเอาของกำนัลสินบนแก่เราเราจึงว่าในกองทัพนี้ก็ขาดเสบียงอยู่เราจะมีสิ่งอันใดให้สินบนเล่า จูฮงโกรธกลับไปทูลกล่าวโทษว่าเรานี้มิได้มีใจรบพุ่งราชการจึงเนิ่นช้าอยู่ พระเ้าเลนเต้จึงให้ตั๋งโต๊ะมาเป็นายทัพแทนเราแล้วให้จำเราใส่กรงส่งไปเมืองหลวง”
เตียวหุยได้ยินก็โกรธ ชักดาบออกจะฆ่าผู้คุมเสียจะถอดโลติดออกจากกรง เล่าปี่จึงห้ามว่า “อย่าทำ เนื้อความนี้เป็ข้อรับสั่งอยู่จะทำแต่อำเภอใจด้วยโกรธนั้นไม่ได้” กวนอูจึงว่า “บัดนี้โลติดสิเป็โทษแล้วคนอื่นมาเป็นายทัพซึ่งจะทำราชการด้วยนั้น เห็นจะพึ่งพาอาศัยขัดสนถึงจะมีความชอบก็กลับเป็ผิดเหมือนโลติดฉะนี้ เราจะกลับไปเมืองตุ้นก้วนดีกว่า”เล่าปี่เห็นชอบด้วยก็ยกไปเมืองตุ้นก้วน
ยกมาทางสองวันแล้วได้ยินเสียงโห่ร้องข้างหลังเขาเล่าปี่จึงพากวนอู เตียวหุยควบม้าขึ้นไปดูบนเขา แลไปเห็นทัพหลวงแตกพวกโจรโพกผ้าเหลืองไล่มา เล่าปี่เห็นธงสำคัญจึงรู้ว่าทัพเตียวก๊กไล่ทัพตั๋งโต๊ะมาเล่าปี่ กวนอู เตียวหุยจึงลงไปช่วยรบทัพเตียวก๊กกลับแตกหนีไปทางประมาณห้าร้อยตั๋งโต๊ะจึงได้กลับไปค่าย แล้วให้หาเล่าปี่ กวนอู เตียวหุยมาถามว่า”ตัวนี้เป็ขุนนางตำแหน่งใด”เล่าปี่บอกว่า “ข้าพเ้าจะได้เป็ตำแหน่งที่ขุนนางนั้นหามิได้”
ตั๋งโต๊ะได้ยินดังนั้นทำกิริยาดูิ่มิได้นับถือเล่าปี่ กวนอู เตียวหุยก็ลาออกมา
เตียวหุยจึงว่า “เราพี่น้องสามคนช่วยเอาชีวิตมันไว้รอดมันก็ไม่รู้คุณเรากลับทำหยาบช้าดูิ่ ชอบแต่ฆ่าเสียจึงจะหายความแค้น”แล้วจับดาบจะไปฆ่าตั๋งโต๊ะเสีย เล่าปี่ กวนอูห้ามว่า”อย่าทำ เขาเป็ข้าหลวง”เตียวหุยตอบว่า “ถ้าไม่ฆ่ามันเสีย เราจะต้องอยู่ให้มันใช้ มันจะดูถูกยิ่งกว่านี้เพราะมันมีอาญาสิทธิ์ พี่ทั้งสองจะอยู่ก็อยู่เถิด ข้าจะลาไปหาที่พึ่งอื่นแล้ว”
เล่าปี่กวนอูจึงว่า”เราพี่น้องทั้งสามคนเป็กระไรก็เป็ด้วยกัน ซึ่งจะพลัดกันนั้นไม่ควรจะไปไหนต้องไปด้วยกัน” เตียวหุยจึงว่า “ถ้าดังนั้นจะค่อยคลายความแค้น” แล้วเล่าปี่กวนอู เตียวหุย ก็ยกทหารกลับไปหาจูฮีณ เมืองเองฉวน ให้ทหารรีบเดินทั้งกลางวันกลางคืน ครั้นถึงก็พากันเข้าไปหาจูฮี แล้วเล่าข้อราชการทั้งปวงให้จูฮีฟังสิ้นจูฮีรักใคร่นับถือเล่าปี่ กวนอู เตียวหุยเอาไว้เป็กองเดียวกัน จูฮีจึงว่า
“ตั๋งโต๊ะนั้นบ้านอยู่ณ เมืองหลวงลายลิมโหย่เป็ขุนนางชื่อ ฮ่องโต๋งทายสิว แลตั๋งโต๊ะนั้นมิได้รู้การหนักเบามิได้รู้จักคนดีแลชั่วมีแต่ถือตัว ซึ่งท่านจะอยู่ด้วยนั้นหาประโยชน์มิได้”
ฝ่ายโจโฉซึ่งไปตามเตียวโป้ เตียวเหลียงครั้นไม่พบแล้วก็กลับมาหาฮองฮูสง ณ เมืองเองฉวน เข้าทำราชการกองเดียวกันกับฮองฮูสงฮองฮูสงกับโจโฉครั้นรู้ข่าวว่าเตียวเหลียงอยู่ ณ เมืองโฉเหียงจึงยกทหารไปรบเตียวเหลียง ฝ่ายเตียวโป้นั้นไปตั้งอยู่ตำบลหลังเขาแห่งหนึ่งมีพวกโจรอยู่ประมาณแปดหมื่น เก้าหมื่น
จูฮีครั้นรู้ข่าวจึงให้เล่าปี่ กวนอูเตียวหุยเป็ทัพหน้า จูฮีเป็ทัพหลวง ยกทหารมารบ เตียวโป้ ฝ่ายเตียวโป้จึงใช้โกเสงคุมพวกโจรออกมารบกับทัพหน้า เล่าปี่จึงให้เตียวหุยออกรบด้วยโกเสงยังมิทันได้สามเพลงเตียวหุยเอาทวนแทงถูกโกเสงตกม้าตาย พวกโจรทั้งหลายก็แตกไปเล่าปี่ขับทหารเข้าไล่ตีพวกโจร เตียวโป้จนความคิดจึงเสกคาถาให้เป็เมฆมืดอากาศฟ้าร้องลมพายุพัดหนักฝนตกแล้วมีคนขี่ม้าถืออาวุธลงมาแต่อากาศ ทหารเล่าปี่เห็นก็ใเล่าปี่จึงถอยทัพมาปรึกษากับจูฮี
จูฮีจึงว่า”เขาทำด้วยความรู้เราจะให้ทหารเอาของโสโครกขึ้นไปซ่อนไว้บนเขาถ้าทำดังนี้อีกให้ทหารสาดเอาความรู้ก็จะเสื่อมไป” เล่าปี่จึงให้กวนอูเตียวหุยคุมทหารคนละพันเอาของโสโครกขึ้นไปไว้บนเขาทั้งสองข้างซึ่งกระหนาบทางที่จะรบกันนั้น
ครั้นรุ่งขึ้นเตียวโป้ยกพวกโจรออกมาเล่าปี่ยกทหารออกโจมตีพวกโจรเตียวโป้จึงเสกคาถาเป็เมฆมืดฟ้าร้องลมพัดหนักฝนตกเป็คนขี่ม้าถืออาวุธลงมาจากอากาศเป็อันมากเล่าปี่เห็นก็ทำถอยทัพมาเตียวโป้ก็ขับพวกโจรไล่ทหารเล่าปี่มาถึงเขากระหนาบสองข้างทาง กวนอูเตียวหุยจึงให้ทหารเอาของโสโครกแลโลหิตสุกรสุนัขนั้นสาดไปถูกพวกโจรแลคนขี่ม้าซึ่งลงมาแต่อากาศนั้นก็กลายเป็กระดาษ ม้านั้นก็กลายเป็มัดหญ้าไปเมฆแลฝนลมนั้นก็หายสว่างไป
เตียวโป้เห็นเขาแก้ความรู้ได้ก็ถอยทัพมา จูฮีเล่าปี่ยกทหารตามรบไปจนถึงเขาทั้งสองนั้นฝ่ายกวนอูเตียวหุยซึ่งอยู่บนเขาก็ยกทหารลงรบกระหนาบทั้งสองข้าง ทัพเตียวโป้แตกหนีเล่าปี่ยกทหารตามจึงแลไปเห็นมีหนังสือชื่อเตียวโป้ เตียวโป้นั้นหนีเข้าในป่าเล่าปี่เอาเกาทัณฑ์ตามยิงถูกไหล่ซ้ายเตียวโป้ ลูกเกาทัณฑ์ติดไหล่ไปเตียวโป้จึงหนีเข้าไปในเมืองเยียงเซียแล้วปิดประตูเมืองไว้จูฮีกับเล่าปี่ขับทหารเข้าล้อมเมืองไว้แล้วจึงเกณฑ์ทหารให้ไปสืบข่าวฮองฮูสงที่ไปรบเตียวเหลียง
พอม้าใช้มาบอกแก่จูฮีเล่าปี่ว่าบัดนี้ฮองฮูสงยกพลไปรบกับเตียวก๊ก เตียวก๊กตายก่อนแล้ว เตียวเหลียง ผู้น้องเตียวก๊กคุมพลออกไปรบกับฮองฮูสงฮองฮูสงรบเตียวเหลียงแตกถึงเจ็ดครั้งครั้งหลังฮองฮูสงฟันเตียวเหลียงตายที่เมืองโฉหยงแล้วแลพรรคพวกเตียวเหลียงนั้นมาเข้าเกลี้ยกล่อมเป็อันมากฮองฮูสงจึงคุมเอาพรรคพวกเตียวก๊กกับศพเตียวก๊กขึ้นไปถวายพระเ้าเลนเต้พระเ้าเลนเต้จึงเลื่อนที่ให้ฮองฮูสงเป็ที่ติจงกุ๋นแปลว่าทหารสำหรับรักษาพระองค์ให้กินเมืองบุยจิ๋วด้วยแล้วฮองฮูสงกราบทูลพระเ้าเลนเต้ว่า “โลติดนั้นมีความชอบในาจะได้มีความผิดเหมือนจูฮงกราบทูลนั้นหามิได้” พระเ้าเลนเต้จึงให้ถอดโลติดออกพ้นโทษแล้วจะให้คงที่ดังก่อน
ฝ่ายโจโฉนั้นมีความชอบจึงโปรดให้ไปกินเมืองเจลำเซียงจูฮี เล่าปี่ซึ่งล้อมเมืองเยียงเซียอยู่รู้ว่าทหารผู้ใหญ่ผู้น้อยมีความชอบให้ไปกินเมืองเป็หลายตำบลจึงเร่งทหารเข้าตีเมืองเยียงเซียจะใกล้ได้อยู่แล้ว ลำแจ้ง นายทหารโจรจึงคิดอ่านกับพวกโจรทั้งปวงลอบฆ่าเตียวโป้ผู้นายเสียแล้วตัดศีรษะออกมาให้จูฮี เล่าปี่ถึงนองเมืองตัวนั้นก็ยอมเข้าเกลี้ยกล่อมทำราชการด้วย จูฮีมีความยินดีนักจึงแต่งหนังสือซึ่งได้ทำราชการมีความชอบนั้นบอกขึ้นไปกราบทูลพระเ้าเลนเต้
ฝ่ายเตียวฮ่อง ฮั่นต๋ง ซุนต๋อง ทหารเตียวก๊กครั้นเตียวก๊กตายแล้วก็ซ่องสุมพวกโจรได้หลายหมื่นยกไปเที่ยวปล้นตีบ้านเมืองเผาเสียเป็หลายเมืองม้าใช้จึงเอาเนื้อความไปบอกให้กราบทูลพระเ้าเลนเต้ พระเ้าเลนเต้จึงให้มีตราไปถึงจูฮีให้จัดทหารที่มีฝีมือยกไปจับพวกโจร
จูฮีจึงจัดทหารยกไปล้อมเมืองอ้วนเซียด้านตะวันออกให้เล่าปี่ กวนอู เตียวหุยล้อมด้านตะวันตกฝ่ายเตียวฮ่องแต่งให้ฮั่นต๋งคุมทหารออกไปรบด้านซึ่งเล่าปี่ล้อมอยู่นั้นจูฮีคุมทหารเอกสองพันเข้ารบกระหนาบ ฝ่ายพวกโจรเหลือกำลังก็หนีกลับเข้าเมืองเล่าปี่แลทหารทั้งปวงตามตีเข้าไปจนถึงเชิงกำแพงล้อมเมืองไว้รอบ
พวกโจรอยู่ในเมืองขัดสนด้วยเสบียงอาหารฮั่นต๋งจึงใช้ทหารออกมาหาจูฮีขอเข้าเกลี้ยกล่อมด้วยจูฮี จูฮีไม่รับ เล่าปี่จึงว่า”ครั้งพระเ้าฮั่นโกโจได้ราชสมบัตินั้นเพราะมีผู้มาเข้าเกลี้ยกล่อมเป็อันมาก เหตุไฉนท่านจึงไม่รับเกลี้ยกล่อม”
ฮั่นต๋ง จูฮีตอบว่า”ครั้งพระเ้าฮั่นโกโจนั้นบ้านเมืองมิได้ปรกติมีเสี้ยนหนามเป็อันมากพระเ้าฮั่นโกโจจึงรับเกลี้ยกล่อมคนทั้งปวง ครั้งนี้มีจลาจลแต่โจรพวกเดียวครั้นจะเอาพวกโจรเข้าไว้ในเกลี้ยกล่อมคนทั้งปวงก็จะดูเยี่ยงอย่างว่าทำผิดแลถ้ามีผู้มาปราบปรามก็จะละพยศอันร้ายเสียนานไปก็จะรื้อทำความชั่วไปอีก”
เล่าปี่จึงตอบว่า”ควรแล้วแลซึ่งเราล้อมเมืองไว้นี้ก็รอบทั้งสี่ด้านเมืองก็จวนจะเสียอยู่แล้ว อันพวกโจรก็เป็ชายชาติทหารอุปมาเหมือนสุนัขจนตรอกไหนจะนิ่งให้ทหารเราจับโดยง่าย คงจะรบเป็สามารถ ทหารเราก็จะเสียบ้างพวกโจรก็จะเสียบ้าง เหมือนเอาพิมเสนไปแลกเกลือ ขอให้ยกทหารด้านตะวันออกเสียเปิดให้พวกโจรออกไป จึงค่อยตามจับเอาเห็นจะได้สะดวก”
จูฮีเห็นชอบด้วยสั่งทหารให้เลิกด้านตะวันออกเสียแล้วมารุมตี ฮั่นต๋งจึงยกพลหนีออกจากเมืองด้านตะวันออกจูฮี เล่าปี่ กวนอู เตียวหุย สี่นายคุมทหารไล่ไป แล้วยิงเกาทัณฑ์ไปถูกฮั่นต๋งตายทหารทั้งนั้นก็แตกไป
จูฮี เล่าปี่ กวนอู เตียวหุย สี่นายพบเตียวฮ่องซุนต๋งซึ่งเป็พวกฮั่นต๋งนั้น คุมทหารขวางหน้าเข้ารบจูฮี จูฮีเห็นพลเตียวฮ่องมากนักก็ถอยกลับมาเตียวฮ่อง ซุนต๋งก็ไล่รบไปชิงคืนเอาเมืองได้ จูฮีก็ถอยไปตั้งค่ายมั่นทางไกลเมืองประมาณร้อยหนึ่งจูฮีคิดจะยกเข้ารบเอาเมืองอ้วนเซียอีกพอแลเห็นทหารพวกหนึ่งยกมาทางตะวันออกแลนายทหารซึ่งยกมานั้นชื่อซุนเกี๋ยน กิริยาเหมือนเสือหน้าผากใหญ่ หน้ายาว เกิด ณ เมืองต๋องง่อ แลซุนเกี๋ยนเมื่ออายุสิบเจ็ดปีนั้นไปเมืองเจียนต๋องกับบิดา
ครั้นถึงปากน้ำเมืองเจียนต๋องพบโจรสิบคนตีชิงลูกค้าเอาของมาปันกันอยู่บนบก ซุนเกี๋ยนจึงว่าแก่บิดาว่าโจรเหล่านี้หยาบช้านักข้าจะขึ้นไปจับตัวให้ได้แล้วซุนเกี๋ยนก็เดินขึ้นไปทำอาการดุจดังขุนนางเรียกบ่าวไพร่ทั้งปวงอื้ออึงฝ่ายโจรสิบคนเห็นก็ใทิ้งของเสียวิ่งหนีไป ซุนเกี๋ยนไล่ตามฆ่าโจรตายคนหนึ่งเก้าคนนั้นหนีไปได้ กิตติศัพท์ทั้งนี้ก็รู้ไปถึงเ้าเมืองเจียนต๋อง เ้าเมืองเจียนต๋องจึงเอาตัวเข้าไปตั้งให้เป็นายทหาร
อยู่มา หือฉง เป็ขบถคุมพลได้หลายหมื่นตั้งตัวเป็เ้าชื่อว่าเ้ายังเป๋ง แลผู้รักษาเมืองกับซุนเกี๋ยนรู้จึงเกลี้ยกล่อมชาวเมืองซึ่งกล้าแข็งได้พันเศษจึงไปรบที่เมืองหือฉง ฟันหือฉงกับลูกหือฉงตายผู้รักษาเมืองจึงบอกหนังสือความชอบขึ้นไปกราบทูลพระเ้าเลนเต้ให้แก่ซุนเกี๋ยน
ครั้นอยู่มาพวกโจรโพกผ้าเหลืองคุมพวกเพื่อนเที่ยวตีบ้านเมืองกำเริบใหญ่หลวงขึ้นฝ่ายซุนเกี๋ยนรู้ข่าวว่า จูฮีจะปราบโจรทั้งปวงมีความยินดีนักจึงเกลี้ยกล่อมชาวบ้านชาวเมือง กับทหารเมืองอ้วนเซียทั้งสองเหล่าได้คนประมาณพันห้าร้อยแล้วยกมา ซุนเกี๋ยนมาถึงจูฮีแล้วบอกแก่จูฮีว่า “ข้าพเ้าจะขออาสาปราบโจร”
จูฮีมีความยินดีนักจึงจัดทหารทั้งปวงแล้วให้เล่าปี่ยกเข้าตีด้านเหนือ ให้ซุนเกี๋ยนยกเข้าตีด้านใต้แล้วจูฮีนั้นยกเข้าตีด้านตะวันตกเมืองอ้วนเซีย ไว้ช่องแต่ด้านตะวันออก แลซุนเกี๋ยนนั้นปีนกำแพงเมืองอ้วนเซียเข้าไปไล่ฟันพวกโจรบนเชิงเทินตายยี่สิบเศษแลพวกโจรทั้งปวงใแตกไป
ฝ่ายเตียวฮ่องเห็นซุนเกี๋ยนปีนกำแพงเมืองขึ้นมาฆ่าฟันพรรคพวกตายก็โกรธจึงขึ้นม้าถือง้าวมาจะรบด้วยซุนเกี๋ยนซุนเกี๋ยนเห็นเตียวฮ่องขี่ม้ามาถึงริมเชิงเทินซุนเกี๋ยนจึงโจนด้วยกำลังไปชิงเอาง้าวได้ แล้วฟันเตียวฮ่องตกม้าตายจับเอาม้านั้นมาขี่แล้วขับม้าไล่ฟันพวกโจรทั้งนั้นแตกตื่นไป
ฝ่ายซุนต๋งเห็นจะต่อสู้ด้วยซุนเกี๋ยนมิได้ก็ขี่ม้าพาพวกโจรทั้งนั้นจะหนีออกประตูด้านเหนือ พอเห็นเล่าปี่ตีกระหนาบเข้ามาซุนต๋งใคิดว่า กูครั้งนี้เห็นจะไม่พ้นมือเล่าปี่ จะคิดเอาแต่รอดชีวิตเถิดซุนต๋งก็ถอยเข้ามา เล่าปี่ก็ยิงเกาทัณฑ์ไปถูกซุนต๋งตกม้าตายฝ่ายจูฮีเห็นก็ขับทหารทั้งปวงเข้าเมืองได้ ฆ่าพวกโจรตายประมาณหมื่นเศษแล้วยกไปตีเมืองทั้งปวงซึ่งโจรรบได้ไว้นั้นถึงสิบสี่สิบห้าหัวเมืองแลอาณาประชาราษฎรทั้งปวงก็ค่อยอยู่เย็นเป็สุขแล้วจูฮีก็ยกทัพกลับไปเมืองหลวงแจ้งเนื้อความแก่เสนาบดีแลเสนาบดีจึงเอาความกราบทูลแก่พระเ้าเลนเต้ พระเ้าเลนเต้ให้ปูนบำเหน็จจูฮีให้เป็นายทหารใหญ่มีตำแหน่งเฝ้าแล้วให้เป็ที่เ้าเมืองโห้หล้ำจูฮีจึงกราบทูลความชอบซุนเกี๋ยนกับเล่าปี่ซึ่งได้ทำการปราบโจรพระเ้าเลนเต้ให้ซุนเกี๋ยนไปเป็กรมการหัวเมือง แต่เล่าปี่นั้นมิได้ตรัสประการใด
แต่เล่าปี่คอยท่าบำเหน็จอยู่ในเมืองหลวงนั้นประมาณเดือนเศษมิได้สมความปรารถนาก็เสียน้ำใจนัก