ส่วนเหล่าหญิงสาวกำลังต้มข้าวต้มแจกกัน โดยใช้เสบียงของพวกโจร เมื่อเห็นอ้ายเชียนพวกนางก็ตัวสั่นเพราะเกรงว่านายหญิงจะดุด่าที่พวกนางนำอาหารออกมาแจกจ่าย แต่เมื่อเห็นว่าอ้ายเชียนเดินไปที่ลานกว้างอย่างไม่สนใจพวกนางก็ถอนหายใจโล่งอก
เมื่อมาถึงลานกว้าง อ้ายเชียนก็ปล่อยให้ขอทานน้อยแยกย้ายไปกินข้าวต้ม ไม่ต้องให้นางบอกเหล่าขอทานน้อยกลุ่มแรกก็แบ่งข้าวต้มให้ขอทานกลุ่มใหม่ พวกเขารู้ดีว่าตอนนี้พวกเขาเป็กลุ่มเดียวกันแล้ว
อ้ายเชียนมองคนราวๆ500คนนี้ด้วยสายตาพึงพอใจ ก่อนที่นางจะส่งสัญญาณให้ฮุยและเหรินจิงที่ออกลาดตระเวนแถบนี้กลับมา พร้อมทั้งสัญญาณนี้เป็การสิ้นสุดการลงโทษที่หานคุนได้รับ
เมื่อทั้งสามปรากฎตัวที่หน้าหมู่บ้าน เหล่าขอทานน้อยก็หยุดมือ กลุ่มที่ถูกจับมาพร้อมกับเหรินจิงและฮุยก็จดจำพวกเขาได้ในทันที มีบางคนที่สนิทกับพวกเขาเดินเข้าไปทักทายและตักเตือนพวกเขาเกี่ยวกับเื่นายหญิง
ฮุยและเหรินจึงไม่พูดอะไรมาก พวกเขาเพียงยิ้มและเดินไปยืนข้างนายหญิง ทำให้ขอทานน้อยอึ้งรับรู้ว่าทั้งสองเป็คนของนายหญิงอยู่แล้ว
ส่วนหานคุน เนื่องจากเขามีรูปร่างหน้าตาที่งดงามมากๆ คนอื่นๆจึงไม่กล้าเข้าใกล้ แม้กระทั่งเขามีาแสาหัสก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ทุกๆคนที่เดินเข้าหาเขาจะถูกพลังที่ไม่รู้ว่าคืออะไรสะบัดให้ถอยร่น
บนหลังของเขามีห่อผ้าขนาดใหญ่ เมื่อมาถึงลานกลางเขาก็โยนห่อผ้าลง เผยให้เห็นเนื้อสัตว์จำนวนมากในนั้น จากนั้นชายหนุ่มก็เดินไปตรงหน้าอ้ายเชียนแล้วทรุดลง
“คุณหนู ข้ารับโทษครบหนึ่งวันแล้วขอรับ” คำพูดของเขาทำให้ทุกคนขนหัวลุก ร่างกายที่เต็มไปด้วยาแเช่นนั้น… นี่คือผลของคนที่ไม่เชื่อฟัง
“ดื่มยาแล้วรอรับใช้ข้ากินอาหาร” เสียงเ็าของอ้ายเชียนทำให้ทุกคนใยิ่งกว่า พวกเขาตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวกับความเ็าของเ้านายตน นางไม่แม้กระทั่งให้คนาเ็กลับไปพัก
แต่อีกไม่นานพวกเขาก็จะรู้ว่า อ้ายเชียนไม่ชอบให้ใครเข้าใกล้ตัวเอง แต่เพราะหานคุนมีร่างกายพิเศษนางเลยยอมให้เขาอยู่ใกล้เพื่อมัดใจเขาให้อยู่กับนาง ต่อไปในอนาคตเขาจะเป็ขาโต๊ะใหญ่ให้นางเกาะเชียวนะ
หานคุนก็ไม่ได้ต่อต้าน เขาเดินทางกับคุณหนูมาหลายวันย่อมรู้นิสัยนาง กระทั่งเหรินจิงที่เป็หญิงนางยังไม่ชอบให้อีกฝ่ายเข้าใกล้ แม้ไม่รู้ว่าทำไมแต่เขาก็แอบยินดีในใจ และเต็มใจที่จะเป็ข้ารับใช้คนเดียวของนาง
“ขอรับ” หลังรับขวดยามากรอกปาก แผลภายในของเขาก็หายหมดแล้ว
“ทำอาหาร ข้าจะรอกิน” อ้ายเชียนเอ่ยสั่งเหล่าขอทานที่ชะงักไป พวกเขารีบทำงานอย่างขมักเขม้น ขณะนั้นเด็กหญิง เซวียเอ๋อร์ก็ค่อยๆเดินเข้ามา ด้วยท่าทางหวั่นเกรง
“เหรินจิง ข้ามีเื่อยากพูดกับเ้า” นางเอ่ยเสียงเบาเพราะหวั่นเกรงเ้านายตรงหน้า
“ข้าไม่มีอะไรคุยกับเ้า” หลังจากโดนสั่งสอน เหรินจิงก็ไม่กล้าทำตัวโง่เขลาต่อหน้าเ้านาย ไม่เช่นนั้นนางจะต้องถูกลงโทษแน่ แค่คิดถึงการลงโทษร่างกายของเหรินจิงก็เริ่มสั่นสะท้าน
ตลอดเวลาหลายวันที่เดินทางมา เหรินจิงก็สามารถผ่านด่านหลังจากถูกลงโทษครั้งแรก และถึงคอขวดของระดับสามเมื่อถูกลงโทษครั้งที่สอง
ถึงแม้ความสามารถของนางจะพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่การลงโทษก็กัดกินหัวใจนางเกินไป หากไม่ใช่เพราะนายหญิงเป็คนจิตใจดีโดยพื้นฐาน เหรินจิงอาจเสี่ยงหนีไปแล้วก็เป็ได้
“ข้าเสียใจ” เซวียเอ๋อร์พูดแค่นั้น ก่อนจะเดินลงจากแท่นกลางลานที่อ้ายเชียนนั่งอยู่ไปด้วยท่าทางหวาดกลัว
ความจริงเซวียเอ๋อร์ไม่ได้อยากแสดงความเสียใจหรือพูดคุยกับเหรินจิงเลย หากนางไม่ใช่คนสนิทของเ้านาย ดังนั้นเมื่อหันหลังกลับดวงตาของนางก็วาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจทันที
อ้ายเชียนมองตามเด็กหญิงหน้าไหว้หลังหลอกผู้นั้นไปอย่างสนใจ ก่อนจะหัวเราะในลำคอ
“นายหญิงมีเื่ให้พอใจหรือเ้าคะ” เหรินจิงเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม
“พวกเ้ารอดูเื่สนุกเถอะ” เมื่อได้ยินคำตอบของอ้ายเชียน พวกเขาก็เงียบไปและเฝ้ารอความสนุกที่ว่า
เมื่ออาหารเริ่มสุก เซวียเอ๋อร์ก็ปรากฎตัวอีกครั้งพร้อมกับถาดอาหารจานใหญ่หลายจาน เหล่าขอทานน้อยคัดเลือกหญิงสาวที่ทำอาหารเก่งขึ้นมาเพื่อทำอาหารให้อ้ายเชียนโดยเฉพาะ
ผู้ติดตามสามคนแรกเบ้หน้า พวกเขารู้ดีว่าเ้านายเกลียดพิธีรีตองมากแค่ไหน ปกติหากอะไรกินดิบได้เ้านายก็ไม่สนใจจะทำให้สุกด้วยซ้ำ
“นายหญิง อาหารเหล่านี้พวกข้าตั้งใจทำเพื่อท่านอย่างเต็มที่ เซวียเอ๋อร์ขอตั้งโต๊ะให้นายหญิง” ว่าแล้วนางก็เริ่มวางจาน ก่อนจะวางชามข้าวอย่างปรานีตราวกับเด็กรับใช้ในวังก็ไม่ปาน
“ดี” เมื่อได้ยินคำพูดของอ้ายเชียน เซวียเอ๋อร์ก็ลอบยิ้มขณะถอนกายลงไปจากบนแท่น
อ้ายเชียนมุมปากกระตุก รู้สึกรำคาญอย่างรุนแรงจนคนรอบข้างสังเกตได้
“คุณหนูท่านไม่พอใจอะไร” หานคุนถามขึ้น เมื่อได้ยินเสียงของหานคุน คนที่อยู่บนลานรีบหยุดมือจากสิ่งที่ทำและหันไปจ้องอ้ายเชียนอย่างหวาดกลัว
“เหตุใดพวกเ้ายังไม่กินอาหารอีก” เสียงเย็นเยียบดังขึ้น เหล่าขอทานน้อยสับสนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เด็กชายที่ฉลาดคนหนึ่งจะรีบคุกเข่าลงแล้วเอ่ยตอบ
“พวกข้าไม่อาจกินอาหารก่อนนายหญิงได้ ที่กินข้าวต้มรองท้องไปก่อนหน้าก็ผิดต่อนายหญิงมากพอแล้ว”
อ้ายเชียนได้ยินอย่างนั้นก็ตบไปที่โต๊ะ จานอาหารกระเด็นหล่นเกลื่อนกราด เหล่าขอทานน้อยสูดหายใจเฮือก รีบคุกเข่าอย่างรวดเร็ว ไม่มีสักคนที่ยังยืนอยู่
“ท้องของข้าติดกับพวกเ้ารึยังไง! ถึงเวลากินก็กิน ถึงเวลานอนก็นอน สิ่งเดียวที่ข้า้าคือทำตามคำสั่งข้าเท่านั้น ข้าได้สั่งอะไรแล้วหรือยัง ไร้สาระ! ข้าไม่้าคนไร้ประโยชน์ เช่นเดียวกันก็ไม่้าคนโง่งมด้วย! จัดการปากท้องให้เรียบร้อยในครึ่งชั่วยาม”
กล่าวจบอ้ายเชียนก็หันหลัง เดินลงจากเวทีตรงไปยังบ้านที่อยู่ใกล้ๆทันที
เหล่าขอทานมึนงงอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมา เด็กหนุ่มที่ฉลาดรีบหันไปบอกคนอื่นเสียงเบา
“ดูเหมือนนายหญิงจะเป็ห่วงพวกเรา และโกรธที่พวกเราไม่ยอมกินให้อิ่มท้อง รีบๆทำอาหารมากินให้อิ่มท้องในครึ่งชั่วยามเถอะ”
เมื่อสิ้นเสียงเขาเหล่าขอทานก็รีบทำอาหารทันที ขณะที่เซวียเอ๋อร์มองโต๊ะอาหารด้วยร่างกายสั่นเทา ไม่ใช่เพราะหวาดกลัวแต่เพราะนางโมโห โมโหที่โอกาสของตนเองหายวับไปเพราะนายหญิงโกรธ
เมื่อเข้ามาในกระท่อม อ้ายเชียนก็รีบผ้าเช็ดมือจากหานคุนก่อนจะถอนหายใจออกมา
“ขอทานที่ใดจึงพิถีพิถันเื่กินขนาดนั้น” เสียงเย้ยเยาะของอ้ายเชียนทำให้ทุกคนชะงัก
“คุณหนูโปรดใจเย็นๆ คนเหล่านี้ยังไม่รู้จักท่านนัก พวกเขาย่อมไม่เข้าใจ”
“เ้าไปพักเถอะ” อ้ายเชียนเหลือบมองหานคุน แต่เพราะนางต้องแกล้งตาบอดเลยไม่ได้หันคอสักนิด
“ขอรับ” หานคุนถอนตัวจากไปเงียบๆ
“ฮุยเ้านำยาสมานแผลไปช่วยทำแผลให้หานคุน เหรินจิงเ้าออกไปจับตาดูขอทานน้อยเ่าั้” อ้ายเชียนนั่งลงบนเก้าอี้ยาว ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนคล้ายหลับไปแล้ว ทุกคนจึงถอนตัวออกไป