ตอนที่ 6 ความแค้น
“ขอโทษซะ”มาร์คกัดฟันแน่นสองมือไร้เรี่ยวแรงพยายามจับบีบข้อมือของเชสให้ปล่อยกระนั้นดูเหมือนจะไม่มีผลอะไร นิ้วโป้งกดลงไปที่ลูกกระเดือก ยิ่งแรงเท่าไหร่ร่างของมาร์คก็ยิ่งดิ้นเท่านั้น“ฉันบอกให้แกขอโทษ”“หยุดนะ”แอนโทนี่และไมเซอร์ได้สติก็ปรี่เข้ามาโจมตีหมายจะทำให้เชสปล่อยมาร์ค เห็นดังนั้นเขาพลันขว้างมาร์คปลิวไปทางแอนโทนี่ก่อนจะหันหลังใช้ข้อนิ้วเล่นงานไปยังลูกกระเดือกของไมเซอร์จนเพื่อนร่วมห้องทรุดลงไปกอง“นี่คือเทคนิคระยะประชิดที่คนที่พวกแกดูถูกเคยสอนให้ฉัน ไปไงทรมานรึเปล่าล่ะ”หนุ่มผมดำเอ่ยเสียงเหี้ยมภาพใบหน้าของลีโอเนสลอยขึ้นมา ทักษะการเคลื่อนไหวเพื่อรับมือศัตรูเป็นกลุ่มที่ถูกอัศวินสาวบังคับให้ฝึกได้ใช้ครั้งแรกหลังจากย้อนกลับมา แม้จะเป็นทักษะการต่อสู้ทว่ากลับใช้พลังกายไม่มากเท่าที่คิดมันจึงเหมาะกับจอมเวทอย่างเขาตอนนั้นเองเสียงท่องคาถาสิ้นสุดลงพร้อมกับบอลเพลิงพุ่งเข้ามาจากด้านหลัง มาร์คจ้องเขาแววตาโกรธแค้นได้ทำการยิงเวทใส่เขาเชสเหลืองมอบพร้อมกระตุ้นพรสวรรค์ที่ได้รับมาโยกหลบอย่างชำนาญจนบอลเพลิงกระแทกเข้ากับผนังจนเกิดไฟลุกไหม้หลายคนได้ยินเสียงวุ่นวายต่างพากันโผล่หน้าออกมาด้านนอก“ไฟไหม้”“บ้าเอ้ย”“ชิบหาย ใครทำวะ”เหตุการณ์ชุลมุนเริ่มหยุดไม่อยู่ คงเพราะส่วนประกอบหลักของอาคารเป็นไม้จึงทำให้ไฟลามอย่างรวดเร็ว“เกิดอะไรขึ้น”เสียงทุ้มต่ำตวาดดังลั่น อาจารย์หนุ่มสวมแว่นไม่คุ้นหน้าโผล่พรวดขึ้นมา เพียงแค่สะบัดมือเวทสายน้ำพลันสาดเข้าใส่กำแพงหยุดไฟที่กำลังลามบริเวณชั้น2ทั้งหมด“พวกเธอเล่นอะไรกัน หวังว่าคงมีคำอธิบายให้ฉันนะ”ตอนนี้ไม่เพียงแค่เด็กปีหนึ่งเท่านั้นแม้แต่ปี2หรือ3ที่อยู่หอพักเดียวกันยังเบียดเสียดกันเข้ามาดูสิ่งที่เกิดขึ้น ในห้องมืดขนาดปานกลางมีโต๊ะขาวยาววางไว้กลางห้อง ฝั่งหนึ่งคือนักเรียนสายจอมเวท4คนนั่งแยกกัน อีกฝั่งคืออาจารย์วัยกลางคนสองคนพร้อมเอกสารหลายแผ่นตรงหน้า“แอนโทนี่ แม็คคอยน์ ทะเลาะวิวาท หักคะแนน10คะแนนไมเซอร์ โคเบล ทะเลาะวิวาท หักคะแนน10คะแนนเชส เซอร์เซส เริ่มทะเลาะวิวาท หักคะแนน10คะแนน พักการเรียนและกักบริเวณห้ามออกนอกอาณาเขตโรงเรียน1อาทิตย์สุดท้ายมาร์ค สเปนเซอร์ เป็นต้นเหตุการทะเลาะวิวาทและผิดกฎหอพักข้อที่4ว่าด้วยเรื่องการห้ามใช้เวทมนตร์ภายในหอพัก หักคะแนน30คะแนน และต้องถูกขังในห้องคุมประพฤติ7วัน”ซี๊ดเสียงดังมาจากสองคนแรกที่โดนประกาศบทลงโทษ ทั้งไมเซอร์และแอนโทนีเมื่อได้ยินบทลงโทษที่เพื่อได้รับก็อดไม่ได้ที่จะกลัวแทนโดนหักคะแนนถือเป็นเรื่องเล็กน้อย ในอนาคตสามารถทำภารกิจที่สถาบันมอบหมายให้เพิ่มเพื่อคะแนนกลับมาได้ทว่าไม่ใช่กับห้องคุมประพฤติที่เปรียบเสมอคุกภายในโรงเรียนที่ขังพวกที่ทำผิดกฎร้ายแรงไว้“ผมไม่เห็นด้วย!!”เสียงตวาดดังลั่นพร้อมกับชายร่างบึกบึนกระแทกประตูเข้ามาภายใน ผ้าคลุมไหล่สีขาวแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นนักเรียนสายอัศวิน“พ พี่ชาย”เสียงแหบพร่าของมาร์คที่พันผ้าเอาไว้บริเวณคอดังเรียกความสนใจทุกคน ความเจ็บปวดจากการโดนกดบริเวณลูกกระเดือกอย่างแรงทำเอาเขาแทบน้ำตาไหลทุกคราที่เปร่งเสียง“มาร์ค อาการนายหนักขนาดนี้เลยหรอ”เด็กหนุ่มแทบอยากคุกเข่าต่อชายตรงหน้า“นักเรียนแม็กซิมิลเลียน เธอมาที่นี่ทำไม”อาจารย์ประจำห้องปกครองลูบหนวดสีน้ำตาลของเขามองตรงไปยังผู้มาใหม่“น้องชายของผมถูกทำร้าย ผมจะอยู่เฉยได้ยังไง”แม็กซิมิลเลียนประกาศกร้าวพลันตวัดหน้าไปมองเชสที่ถูกจับแยกมานั่งคนเดียว“แกใช่ไหมที่ทำร้ายน้องฉัน”“หยุดนะ ห้ามทำร้ายกันที่นี่”ครูหนุ่มสวมแว่นผู้เป็นคนหยุดเหตุเพลิงไหมโพล่งขึ้นมา ทำให้แม็กซิมิลเลียนไม่มีทางเลือกต้องถอยกลับไป จากนั้นก็หันหน้ามาทางผู้อาวุโสกว่าทั้งสอง“ผมไม่เห็นด้วยที่น้องผมต้องโดนกักขังที่ห้องคุมประพฤติ ผมขอใช้สิทธิ์ชำระคะแนนเพื่อยกเลิกโทษของน้องชายผม”“บ แบบนั้นมัน...”อาจารย์สวมแว่นปรากฏสีหน้าลำบากใจพลางหันไปหาอาจารย์หนวดน้ำตาลที่ยังคงตีหน้านิ่ง แขนเต็มไปด้วยขนสะบัดมือกลางอากาศ จู่ๆกระดาษแผ่นหนึ่งพลันลอยเข้ามาในมือ“นักเรียนแม็กซิมิลเลียน สเปนเซอร์ ปี2ห้อง7 คะแนนสะสม290คะแนน หากต้องการจ่ายเพื่อยกเลิกการกักขัง7วันต้องใช้70คะแนน เธอยินยอมไหม”“รบกวนด้วย อาจารย์ดาวส์ตัน”อาจารย์หนวดน้ำตาลหรือดาวส์ตันพยักหน้าก่อนจะกวาดมือผ่านเอกสาร ตัวเลข290ของแม็กซิมิลเลียนเปลี่ยนกลายเป็น220ในทันที“แต่ทั้งนี้คะแนนความประพฤติของเขายังคงต้องโดนหัก เธอไม่สามารถจ่ายแทนได้”“ผมทราบแล้ว”ดาวส์ตันพยักหน้าก่อนจะลุกขึ้นเพื่อกว่างสรุปเรื่อง“ในเมื่อไม่มีอะไรแล้วก็กลับไปที่ห้องซะ...อ๋อ เกือบลืมนักเรียนเชส เซอร์เซสเพื่อป้องกันเหตุทะเลาะวิวาท เธอต้องย้ายไปพักอีกห้อง หลังจากนี้ไปรับกุญแจที่ที่ทำการหอพัก แยกย้าย”ทุกคนภายในห้องไม่เว้นแม้แต่อาจารย์หนุ่มโค้งคำนับแก่ดาวส์ตันเพื่อเป็นการขอบคุณ พริบตานั้นมันเหลือบไปเห็นสายตาอาฆาตส่งมาจากคนที่คุณก็รู้ว่าใครก่อนทุกคนจะทยอยพากันออกจากห้อง อึกในห้องแยกเดี่ยวเชสในสภาพเปลือยท่อนบนกำลังถอดผ้าพันแผลเปื้อนเลือดทิ้ง ด้วยเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ทำให้เขาต้องเคลื่อนไหวเกินความจำเป็นแผลเลยเปิดออกมาแม้จะได้รับเวทรักษาแล้วก็ตาม“สงสัยคงต้องงดขยับตัวแรงๆไปอีกสักวันสองวัน”เด็กหนุ่มพึมพำสายตามองไปด้านนอกที่เริ่มมืดแล้ว หลังเปลี่ยนผ้าพันแผลและเปลี่ยนเป็นชุดลำลองเขาออกก็ไปด้านนอก โชคดีที่มันเป็นห้องเดี่ยวแม้จะเก่าโทรมไปบ้างสองเท้าพาเขาเดินเข้ามาด้านในป่าลึกข้างหอ ภาพบุคคลคุ้นตายืนอยู่ ณ จุดเดิมกับที่เจอกันครั้งแรก“มาเร็วจริงนะเพิ่งจะทุ่มกว่าเอง ปกติมาเวลานี้หรอ”“ได้ยินว่ามีเรื่องทะเลาะกับคนอื่นหรอ”ลิเรเรียไม่ตอบแต่ถามกลับ“หรอกข่าวเธอเร็วดีนะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก”ลิเรเรียยืนตั้งท่าต่อหน้าเชสพร้อมสายตาที่ผสมปนเปด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย ดาบไม้เล่มเดิมชี้ตรงไป“นายเป็นใครกันแน่”“หมายความว่ายังไง”“ไม่มีเด็กปี1ธรรมดาๆจะร่ายเวทมนต์ระดับกลางได้แบบนายหรอกนะ อย่างน้อยๆก็ต้องปี2 แม้แต่พาร์ทเนอร์ของฉันยังทำได้ไม่คล่องเท่านายเลย แต่เด็กห้องท้ายอย่างนายกลับ...และยังเวทมนตร์สองบทนั่นอีก”“คิดจะคาดคั้นฉันหรอ”ลิเรเรียไม่ตอบได้แต่จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาราวกับต้องการจะมองเขาให้ทะลุปรุโปร่ง จังหวะนั้นเอง...“ทำอะไรน่ะ”สาวผมทองยกมือขึ้นสัมผัสอกซ้ายก่อนจะโค้งคำนับช้าๆ“ขอบคุณที่ช่วยชีวิตฉัน และขอโทษที่เป็นภาระให้นาย”เปลี่ยนท่าทีเร็วจนเชสตามไม่ทัน เขามองลิเรเรียโค้ง ตาเหลือบไปเห็นสองลูกเด่นไหวไปมาพลางกลืนน้ำลาย“และก็เรื่องข่าวลือเกี่ยวกับตัวนาย”“ข่าวลือหรอ”เชสหยุดคิดไปสักพักก่อนจะขุดความทรงจำเลืองลางได้“อ๋อ ที่ว่าฉันโดนมอนสเตอร์เล่นงานและเธอไปช่วยน่ะหรอ”เชสกล่าวท่าทีไม่ทุกร้อนหรือแสดงความโกรธใดๆ“เพื่อนฉันเธอไม่รู้อะไรเลยเอาไปพูดเรื่อยเปื่อย ฉันต่อว่าไปแล้วยังไงก็ขอโทษด้วยนะ”คำขอโทษยังไร้อารมณ์เช่นปกติทว่าความจริงใจแผ่รับรู้ได้จากคำพูด“ช่างมันเถอะ ฉันไม่ใส่ใจหรอกถึงพูดไปว่าที่โหล่ของปี1อย่างฉันจัดการโอเกอร์ได้จะมีสักกี่คนที่เชื่อ อีกอย่างที่ฉันทำไปไม่ได้หวังให้ใครมายกยอ แค่ต้องการทดสอบฝีมือตัวเองในปัจจุบันเท่านั้น”เชสโบกมือสบายๆไปมา สำหรับเขาแล้วเป้าหมายสำหรับกว่าชื่อเสียงเล็กน้อยนี่มาก แน่นอนว่าชื่อเสียงจำเป็นต่อจุดมุ่งหมายในการช่วยมนุษยชาติกระนั้นการทำตัวให้เป็นจุดเด่นเร็วเกินไปจะส่งผลร้ายมากกว่าผลดี...แต่อีกไม่นานหรอก“งั้นหรอ ขอบคุณนะ”“ไม่มีอะไรแล้ว เรามาฝึกต่อเถอะ”ลิเรเรียพยักหน้าก่อนจะนึกบางอย่างออก“แผลข้างหลังหายดีแล้วหรอ”“ฝึกจิตว่างเปล่าไม่จำเป็นต้องขยับตัวเยอะนี่ ไม่เป็นปัญหาหรอก” ณ ที่แห่งหนึ่งภายในสถาบันออโรเรีย“พี่ครับ ผมเกลียดมัน”เสียงแหบพร่าเอ่ยด้วยความยากลำบาก สายตาอ้อนวอนมองไปยังคนข้างกาย“ไม่ต้องห่วงนะ พี่จะทำให้มันทรมานมากกว่านายร้อยเท่า”