นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    ตอนที่ 37 ออกเดินทางไปยังทิศใต้

    ตอนที่ 37 

    ออกเดินทางไปยังทิศใต้

    “ ข้ามีอีกเรื่องนึงที่อยากจะรบกวนให้ท่านช่วยขอรับ ” ลู่หานเอ่ยถึงจุดประสงค์ของตนเองอีกอย่างหนึ่งอย่างไม่รีรอ

    เกาซุนที่ยืนอยู่ด้านหน้ามองท่านลู่หานตรงหน้าของตนเองด้วยความฉงน 

    “ ข้าอยากจะให้ท่านหาซื้อสมุนไพรหยางไท่ให้ข้าหน่อยขอรับ ” ลู่หานต้องการจะให้เกาซุนผู้นี้ไปหาซื้อสมุนไพรหยางไท่ให้กับเขา หนึ่งเหตุผลมันก็คือเถ้าแก่เกาผู้นี้เป็นพ่อค้าเร่ที่ออกเดินทางไปตามเมืองต่างๆที่อยู่รอบๆเขาน่าจะรู้ที่ซื้อขายสมุนไพรดีกว่าผู้ใด 

    “ ได้ขอรับเรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา ว่าแต่ท่านอยากได้สักกี่ต้นหรือขอรับ ” เกาซุนถามออกไปด้วยใบหน้าเรียบเฉย 

    “ ทั้งหมด...ข้าอยากให้ท่านซื้อสมุนไพรหยางไท่มาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ขอรับ ”

    “ เอ๊ะ!!! ” เกาซุนอุทานออกมาด้วยความตื่นตระหนกพร้อมกับใบหน้าของเขาที่เริ่มแสดงความงุนงงกับความคิดของท่านลู่หานผู้นี้ โดยทั่วไปแล้วสมุนไพรหยางไท่มันก็จะใช้ในการหลอมยาแก้ไข้หนาวเย็นภายในร่างกายแต่มันก็ไม่ค่อยจะนิยมมากนักเพราะว่ามีสมุนไพรตัวอื่นที่ใช้ทดแทนมันได้ดีกว่า

    แต่อีกประโยคหนึ่งของสมุนไพรหยางไท่มันก็คือการแก้ความหนาวเหน็บที่เข้ากัดกินร่างกาย ผู้ที่เดินทางสถานที่ที่มีความหนาวเหน็บมากๆมักจะพกมันติดตัวไปเพื่อนำไปกินเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย แต่มันก็ใช้เพียง 1-2 ต้นต่อ 1 คนเท่านั้นเหตุใดท่านลู่หานถึงบอกว่าต้องการมันเป็นจำนวนมากด้วย

    “ จำนวนมากหรือขอรับ??? ” เกาซุนขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันด้วยความสงสัยก่อนจะเอียงคอมองลู่หานที่ยืนอยู่ด้านหน้าของตนเองด้วยความฉงน 

    “ ขอรับมากที่สุด ”

    “ โดยทั่วไปสมุนไพรหยางไท่ขายอยู่ในราคาเท่าใดหรือขอรับ ” ลู่หานอยากรู้ว่าตอนนี้ภายในตลาดสมุนไพรหยางไท่มันขายอยู่ในราคาเท่าใดเขาจะได้คำนวณงบประมาณถูก 

    “ โดยทั่วไปพ่อค้าขายสมุนไพรคนสนิทของข้าก็จะขายอยู่ประมาณ 200 ต้น 1 ตำลึงขอรับ ” เถ้าแก่เกาตอบกลับไปโดยไม่ต้องหยุดคิดเลยสักนิด เขาเป็นพ่อค้าเร่ที่เดินทางไปทุกเมืองการที่จำราคาของต่างๆมันถูกสลักเอาไว้ภายในความทรงจำโดยไม่ต้องเรียกเร้นออกมาก็ล่วงรู้ว่าของชิ้นนี้ซื้อขายกันในราคาเท่าไร

    เมื่อได้ยินถึงร่างลู่หานก็หยุดคิดพลางพยักหน้าขึ้นลงราวกับจะซื้ออะไรสักอย่างออกมา

    “ เข้าใจแล้วขอรับครั้งนี้ข้าจะให้เงินท่านประมาณหนึ่งพันตำลึงพอหรือไม่ขอรับ ” ลู่หานถามว่าไปหลังจากที่เขานั้นไต่ตรองครุ่นคิดและวางแผนทุกอย่างเอาไว้อย่างดีภายในหัว

    “ 1000ตำลึง!!! ” เถ้าแก่เกาถึงกับอุทานออกมาอย่างตื่นตระหนก จำนวนเงินหนึ่งพันตำลึงมันไม่ใช่จำนวนเงินที่น้อยเลยสักนิด เกาซุนก็รู้สึกได้ทันทีว่าสมกับเป็นศิษย์ของท่านมหาปราชญ์มีฐานะร่ำรวยเช่นนี้เรียกว่ามีพร้อมทั้งความสามารถและฐานะ

    “ ขอรับข้าจะให้เงินท่านไป 1000 ตำลึง รบกวนท่านช่วยหาซื้อสมุนไพรหยางไท่และเมล็ดพืชให้ข้าด้วยนะขอรับ ” ลู่หานเอ่ยด้วยรอยยิ้ม 

    “ จริงสิขอรับรบกวนท่านบอกพวกพ่อค้าด้วยนะขอรับว่าข้ารับซื้อสมุนไพรหยางไท่เป็นจำนวนมาก ” ลู่หานคิดว่าถ้าเขาบอกออกไปเช่นนี้มันจะทำให้พวกพ่อค้าสมุนไพรมีความอยากจะปลูกสมุนไพรหยางไท่จำนวนมากขึ้นถ้าพวกพ่อค้าสมุนไพรหยางไท่มากขึ้นเขาเองก็เท่ากับเพิ่มแรงผลิต 

    “ ได้ขอรับ ”

    “ เถ้าแก่เกาไม่ต้องกังวลนะขอรับข้าจะมีค่าตอบแทนให้ท่านสมน้ำสมเนื้ออย่างแน่นอน ” ลู่หานไม่ลืมที่จะบอกถึงค่าตอบแทนที่เขาจะให้กับเถ้าแก่เกา 

    “ ไม่เป็นอันใดขอรับข้าเองก็ยังไม่ได้ตอบแทนบุญคุณของท่านที่ช่วยเหลือข้าและครอบครัวเลย ” เกาซุนเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าที่จริงใจ 

    หลังจากนั้นลู่หานและหวังเซียนก็สนทนาถึงเรื่องราคาของเมล็กสมุนไพรต่างๆที่ลู่หานอยากจะได้ต่ออีกสักพักใหญ่ๆก่อนที่เขานั้นจะกลับมาพี่ยอดเขาหวนหลงในยามเย็น

    พระอาทิตย์อัสดงเปล่งประกายทอแสงสีส้มแดงสว่างไสวไปทั่วทั้งท้องนภา ตัวของลู่หานที่กลับมาหลังจากที่ไปสนทนาเรื่องต่างๆกับเถ้าแก่เกาที่หมู่บ้านด้านล่างภูเขาหวนหลงเขาก็เริ่มกลับมาบ่มเพาะพลังต่อทันที

    ตอนนี้สิ่งที่เขานั้นควรจะกระทำมากที่สุดเป็นลำดับถัดไปเพื่อเตรียมตัวในการไปทำภารกิจของผู้อาวุโส 3 มันก็คือการที่เขาควรจะบ่มเพาะทักษะบ่มเพาะของตนเองให้มีพลังมากที่สุด

    วันเวลา 3 วันผ่านไปรวดเร็วราวกับกระพริบตา วันนี้เป็นวันที่ลู่หานจะต้องออกเดินทางไปทางทิศใต้ของสำนักอักษรสวรรค์เพื่อไปทำภารกิจที่ผู้อาวุโสสามมอบหมายมาให้กับตนเอง

    ในช่วง 3 วันที่ผ่านมาเขามุ่งมั่นในการบ่มเพาะทักษะอย่างหนัก แม้จะเร่งในการฝึกฝนและบ่มเพาะเพียงใดแต่เขาก็ยังไม่สามารถฝึกฝนทักษะบ่มเพาะราชันหมื่นพิษได้สำเร็จ แต่ว่าทักษะบ่มเพาะทั้งสองของเขาก็มีระดับที่ลุกหน้าขึ้นเช่นกัน

    ตอนนี้ทักษะบ่มเพาะรากฐานของลู่หานอยู่ในระดับบรรลุพลังแห่งการบ่มเพาะสีเขียวเรียบร้อยแล้ว ส่วนทักษะบ่มเพาะ 2 ดาราเคียงฟ้าของเขาตอนนี้มันอยู่ในระดับรากฐานสีคราม 

    เพราะว่าทักษะบ่มเพาะสองดาราเคียงฟ้ามันอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าทักษะบ่มเพาะรากฐานมันเลยทำให้ ทักษะสองดาราเคียงฟ้าสามารถก้าวหน้าได้รวดเร็วกว่าทักษะบ่มเพาะรากฐานถึงหนึ่งขั้น 

    ตอนแรกที่ยังไม่ได้ทักษะบ่มเพาะสองดาราเคียนฟ้ามา ลู่หานเองก็คิดเอาไว้แล้วว่าถ้าเขานั้นต้องบ่มเพาะทักษะได้เพียงอย่างเดียวเขาก็จะทำเหมือนที่ทั่วไปกระทำกันนั่นก็คือการหยุดการบ่มเพาะทักษะรากฐานไปก่อน 

    เมื่อขีดจำกัดในการบ่มเพาะทักษะความสามารถบ่มเพาะได้เพียงแค่ทีละ 1 ทักษะบ่มเพาะเท่านั้นมันเลยทำให้ผู้ฝึกสอนส่วนใหญ่หยุดการบ่มเพาะทักษะรากฐานและมุ่งเน้นไปในการบ่มเพาะทักษะอื่นๆก่อน 

    ทักษะบ่มเพาะรากฐานมันเปรียบเสมือนต้นกำเนิดพลัง แต่ว่าทักษะอื่นๆมันจะเป็นเหมือนกับสิ่งที่นำพลังมาใช้งาน ถ้ามุ่งเน้นแต่การฝึกทักษะบ่มเพาะรากฐานมันก็จะมีแต่พลังแต่ไม่มีวิธีการนำไปใช้อื่นๆ เหมือนกับพลังที่พลุ่งพล่านออกมาอย่างไร้แก่นสารไม่มีทิศทางที่แน่นอน 

    แต่ในครั้งนี้ตอนที่ลู่หานสามารถบ่มเพาะทักษะได้หลายทักษะพร้อมเพียงกันได้มันทำให้เขานั้นแข็งแกร่งขึ้นทั้งสองด้านมันถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก

    วันนี้ลู่หานเองก็ออกเดินทางไปทางทิศใต้ของสำนักอักษรสวรรค์ และการเดินทางครั้งนี้เขาก็ไม่รู้ว่าต้องไปนานเท่าใด แต่แปลงสมุนไพรหยางไท่เองเขาก็ต้องดูแลมันโดยการรดน้ำทุกๆ 3 วัน แต่เรื่องนั้นมันไม่ใช่ปัญหาสักเท่าใด 

    หลังจากที่พลังทักษะบ่มเพาะรากฐานของลู่หานเพิ่มขึ้นมาจนอยู่ในระดับบรรลุพลังแห่งการบ่มเพาะสีเขียวเขาสามารถสร้างค่ายกลจ้าวพฤกษาปกคลุมแปลงสมุนไพรหยางไท่ได้ทั้งหมด 15 แปลงเรียบร้อยแล้ว ซึ่งลู่หานสามารถควบคุมค่ายกลนี้ได้จากระยะไกล เขาเองก็เพียงแค่ต้องกักตุนถังน้ำจำนวนมากเอาไว้ภายในบริเวณที่มีค่ายกลจ้าวพฤกษาเอาไว้มันจะทำให้เขานั้นสามารถควบคุมน้ำและรดน้ำให้กับแปลงสมุนไพรหยางไท่ได้แม้จะอยู่ไกลๆ 

    รอไปอีกสักพักถ้าเขานั้นสามารถสร้างค่ายกลปกคลุมได้ทั้งยอดเขา ลู่หานคงจะสะดวกสบายมากกับการที่เพาะปลูกพืชพันธุ์เช่นนี้ 

    หลังจากที่จัดเตรียมเรื่องทุกอย่างจนเสร็จในยามเช้าตรู่ของวันลู่หานเดินลงจากเขาของตนเองมุ่งตรงเข้าสู่หมู่บ้านที่คุ้นเคยเพื่อจะไปยืมม้ามาใช้

    โดยปกติแล้วทางสำนักอักษรสวรรค์เองก็จะมีพวกรถม้าหรือพวกม้าให้กับเหล่าศิษย์ที่จะออกไปทำภารกิจด้านนอกสำนัก เมื่อ 2 วันก่อนลู่หานเองก็เข้าไปภายในสำนักอักษรสวรรค์เพื่อจะขอยืมรถม้าในการออกเดินทางไปทำภารกิจแต่ก็เพราะว่าเหตุผลบางอย่างมันทำให้เขาไม่สามารถใช้รถม้าของสำนักได้ 

    แทนที่จะเรียกว่าเหตุผลบางอย่างควรจะเรียกว่าเขาโดนกลั่นแกล้งเสียมากกว่าจากผู้อาวุโสหนึ่งที่ไม่ค่อยจะชื่นชอบศิษย์ขั้นที่ 2 สักเท่าไหร่ เพราะเช่นนั้นลู่หานถึงต้องหันไปยืมม้าจากเหล่าชาวบ้านแทน

    เขาเคยเห็นว่าภายในหมู่บ้านมันมีไม้อยู่ประมาณ 3-4 ตัวเมื่อวันก่อนเลยมาขอยืมม้าจากเหล่าชาวบ้านเอาไว้ก่อนแล้ว 

    ยามเช้าตรู่ที่หมู่บ้านเล็กๆข้างลำธารขนาดใหญ่แสงอาทิตย์ยังไม่สาดส่องลงมาจากฟากฟ้าทำให้ม่านหมอกสีขาวปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณให้ความเย็นสบายในยามเช้า เมื่อบุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มที่มีใบหน้าหล่อเหลาเป็นทุนเดิมเดินมาถึงที่หมู่บ้านในยามเช้าเขานั้นก็พบเข้ากับชาวบ้านมากมายที่มารอส่งเขาด้วยรอยยิ้ม

    เท้าทั้งสองข้างของลู่หานหยุดลงตรงหน้าของกลุ่มชาวบ้านจำนวนมากที่กำลังมารอเพื่อส่งเขา

    “ เหตุใดพวกท่านถึง... ” ลู่หานประหลาดใจอยู่ไม่น้อยที่เห็นเหล่าชาวบ้านมากมายนั้นมารอพบเขาในยามเช้าตรู่เช่นนี้

    ตาเฒ่าหลังค่อมที่เป็นตัวแทนของหมู่บ้านก็ก้าวออกมาแล้วสนทนากับลู่หาน “ พวกเราได้ยินว่า...ท่านลู่หานจะออกไปเพื่อกำจัดสัตว์อสูรที่กำลังรุกรานหมู่บ้านอยู่พวกข้าเลยอยากจะมาส่งท่านน่ะขอรับ  ”

    ตอนนี้ตัวตนของลู่หานกลายเป็นที่เคารพยกย่องของเหล่าชาวบ้านไปจนหมดแล้ว เพราะว่าที่ผ่านมาหลังจากเกิดเรื่องนั้นขึ้นเขาก็คอยแวะเวียนมาเยี่ยมหมู่บ้านแห่งนี้เพื่อตรวจตราความเรียบร้อยอยู่บ่อยครั้งเลยทำให้เราชาวบ้านสามารถใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบสุขได้ เพราะเช่นนี้เมื่อเวลาผ่านไปทำให้เขานั้นเป็นที่เคารพยกย่องจากเหล่าชาวบ้าน 

    “ พวกท่านไม่เห็นต้องลำบากเลยนี่ขอรับ ” 

    “ ไม่ได้หรอกขอรับท่านลู่หานจะออกเดินทางไปแล้ว พวกข้าจะไม่มาส่งท่านได้เยี่ยงไรล่ะขอรับ ” ตาเฒ่าผู้นั้นเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าที่อ่อนโยน 

    เมื่อเห็นท่าทางของคนพวกนี้ที่แสดงต่อเขาราวกับครอบครัวลู่หานก็อดยิ้มไม่ได้ มือทั้งสองข้างของเขายกขึ้นมาประสานกันเบื้องหน้าพลางกับกล่าวอย่างนอบน้อม “ ข้าขอบคุณทุกท่านจริงๆขอรับที่มีความห่วงใยให้กับข้าเช่นนี้ ”

    หลังจากพูดจบชายผู้ที่เป็นเจ้าของม้าที่ให้ลู่หานยืมก็นำม้าตัวสีน้ำตาลเข้มมาให้กับลู่หาน บุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มกระโดดขึ้นบนหลังอาชาสีน้ำตาล เมื่อนั่งอยู่บนหลังของมันเขาก็ให้ความรู้สึกแปลกประหลาดไปอีกแบบนึงเขาไม่เคยขี่ม้าแต่ว่าด้วยพลังการบ่มเพาะทักษะรากฐานทำให้ร่างกายของเขามันสมดุลขึ้นเลยไม่น่าจะตกจากหลังม้าได้อย่างง่ายๆ 

    เหล่าชาวบ้านมากมายยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาประสานกันเบื้องหน้าพร้อมกับกล่าวอย่างพร้อมเพียง “ ขอให้ท่านแปดโชคดี!!! ” 

    “ ขอรับ... ”

    ลู่หานควบอาชาสีน้ำตาลเข้มมุ่งออกจากหมู่บ้านแล้วมุ่งตรงไปทางทิศใต้ของสำนักอักษรสวรรค์ทันที 

    จบตอน 

     

    คล้ายกับเรื่องนี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ ที่คุณอ่าน