เมื่อผมเดินเข้ามาจนถึงอาคารที่ผมมีเรียนผมคงลืมบอกไปว่าโรงเรียนผมจัดให้มีการเรียนแบบเดินเรียนคือเปลี่ยนห้องไปเรื่อยๆไม่มีห้องนั่งเรียนประจำ ผมเดินเข้าไปในอาคารจนถึงห้องที่ตารางเรียนได้เขียนไว้ ผมเดินเข้าไปทางหลังห้องเพื่อไม่ให้มีคนสังเกตมากนัก พอดีผมเป็พวกไม่ได้รับความนิยมนะครูกำลังเช็คชื่ออยู่โชคยังดีที่ผมชื่ออยู่รองสุดท้ายผมเลยไม่โดนเช็คสายผมรีบมองหาว่าเพื่อนสนิทของผมนั่งอยู่ตรงไหน ผมจะได้ไปนั่งคุยกับเพื่อนผม
เอาล่ะผมพวกเขาแล้ว โชคยังดีที่พวกเขาเว้นที่ไว้ให้ผมด้วยแถมที่ตรงนั้นยังเป็ทำเลที่ดีเหมาะแก่การนั่งคุยและนั่งเล่น ว่าง่ายๆ คืออะไรก็ตามที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนผมต้องขอบคุณเพื่อนจากใจจริงเลย
ผมพยายามเนียนเข้าไปนั่งตรงที่นั่งที่เพื่อนของผมจองไว้ให้โดยที่ต้องไม่ให้ครูสังเกตเห็น ไม่งั้นโดนเช็คว่ามาสายแน่โชคยังดีที่ครูกำลังพยายามอ่านชื่อคนอื่นในห้องอยู่มีคนในห้องชื่อเรียกยากมันก็ดีแบบนี้แหละ ผมค่อยไปอย่างเงียบๆ และแเีต่อให้น้ำหนักผมเกินร้อยกิโลแต่ถ้าเป็ทางระยะใกล้ผมก็เคลื่อนไหวได้เร็วอยู่สุดท้ายผมก็เคลื่อนที่มาจนถึงตรงที่นั่งที่เพื่อนผมจองไว้ให้จนได้
ผมคงจะต้องแนะนำเพื่อนของผมก่อนคนแรก ไอกิตเป็เพื่อนกับผมมาั้แ่สมัยอนุบาล มันเป็คนรูปร่างดี หน้าตาหล่ออยู่ทีมฟุตบอลโรงเรียน สาวๆตามกรี๊ด เสียอย่างเดียวปากหมาไปนิด ส่วนอีกคนชื่อ เจน ผมรู้จักกับเจนมานานพอๆกับไอกิตนั้นแหละ เจนเป็สาวรูปร่างท้วม หน้าตาดีถ้าไม่ติดว่ามีสิวเต็มหน้าแถมเตี้ย(ที่สุดในห้อง) และยังเป็สาวแว่นด้วยเรียกได้เป็เนิร์ดตัวแม่ ทำให้เจนเองก็โดนล้อไม่ต่างจากผมนี้ถ้าไม่ติดว่าเจนเป็คนฉลาดเพื่อนในห้องคงไม่มีใครอยากคุยด้วย ผมกับกิตก็ยังงงๆอยู่ว่าเจนมารวมตัวกับพวกผมได้ไงแต่ไปๆมาๆเจนก็กลายมาเป็หนึ่งในเพื่อนที่สนิทที่สุดของผมจนตอนนี้พวกผมสามคนกลายเป็กลุ่มที่ใครเห็นเป็ต้องงงว่ารวมกันได้ไง ไอหนุ่มหน้าตาดีสาวฉลาดแต่ไม่สวย กับคนอ้วนที่โคตรโง่ แม้พวกเราจะเป็กลุ่มที่ดูแปลกประหลาด แต่ถึงจะเห็นพวกผมอย่างนี้พวกผมก็เรียนสายวิทย์นะครับถึงแม้คนที่ดูโง่ที่สุดจะเป็ผมก็เถอะ ไม่สิ ไอคนที่เกรดบัดซบที่สุดในห้องก็ผมนี่แหละ เห้อ ความเป็จริงมันช่างโหดร้าย
“อ้าว ไอชาติมาสายอีกแล้วเหรอ” กิตทักผมหลังจากที่ครูประกาศชื่อทุกคนในห้องจนหมด รู้สึกว่าผมจะโชคดีที่มันทันเช็คชื่อ
“เออดิ พอดีเมื่อคืนนอนดึกไปหน่อยโดนครูราตรีบ่นซะหูชา” ผมพูด
“ก็บอกแล้วอย่ามัวแต่เล่นคอมจนดึก” กิตพูด
“เมื่อคืนทั้งแกแล้วก็เจน ก็อยู่คุยกับฉันจนดึกไม่ใช่เหรอแล้วไหงพวกแกไม่สาย แต่ที่สำคัญแกบอกตอนไหน” ผมพูด
“พอดีว่ามาทันแบบฉิวเฉียดนะเกือบจะต้องโดนครูราตรีบ่นแล้วเหมือนกัน” กิตพูด
“การมาโรงเรียนให้ทันก่อนจะเคารพธงชาติมันก็เป็สิ่งที่นักเรียนควรจะทำอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”เจนพูดขึ้น
“เจน ถ้าจะพูดแบบนั้นหารองพื้นมาทาใต้ขอบตาหน่อยนะ ใครเห็นก็รู้แล้วว่าเมื้อคืนแกไม่ได้นอน” กิตพูด
เมื่อกิตพูดจบเจนก็หยิบกระจกที่อยู่ในกระเป๋าออกมาแล้วส่งหน้าตัวเองผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจนจะพกกระจกไปทำไม ในเมื่อเจนก็ไม่ได้แต่งหน้า ผมเคยถามเจนอยู่ครึ่งหนึ่งเจนก็ตอบผมมาว่า ‘มันก็เป็ของทั่วไปที่ผู้หญิงต้องพกนี่’
“โห คล้ำเชียว” เจนพูดกับตัวเอง พอเจนได้เห็นรอยใต้ตาเจนก็เก็บกระจกใส่ในกระเป๋า แล้วหันหน้ามาคุยกับพวกผมต่อ
“ช่างมันเหอะจะสนมันไปทำไม ในเมื่อยังไงเราก็ไม่สวยอยู่แล้ว”เจนพูด ออกมาด้วยเสียงที่เหมือนจะน้อยใจนิดหน่อย เพราะหน้าเจนก็มีแต่พวกสิวอะไรเต็มหน้าอยู่แล้วยิ่งโดนกิตพูดเื่รอยคล้ำแล้ว น่าจะน้อยใจหนักขึ้นไปอีก
“อะไร เจนแค่พูดด้วยความหวังดีนะเนี้ย จะน้อยใจไปทำไม”กิตพูด
ผมรู้สึกได้ ว่ากำลังจะมีอะไรเกิดขึ้นถ้าผมไม่เข้ามาเป็คนกลางให้สองคนนี้
ผมรีบเข้ามาปรับความเข้าใจให้กับทั้งสองคนก่อนที่เจนจะเกิดอาการน้อยใจไปมากกว่านี้ไปมากกว่านี้“พอๆทั้งสองคนเลย” ผมหันหน้าไปทางเจน “เจนไอกิตมันก็แค่เตือนด้วยความหวังดีเท่านั้นแหละ”ผมหันหน้าไปทางกิต “ไอกิตแกก็น่ารู้ว่าเจนมันก็ค่อนข้างจะมีปัญหาเกี่ยวกับหน้าอยู่แล้วแกจะไปตอกย้ำมันอีกทำไม”
“เออ ก็ได้” กิตพูด
“ว่าแต่วิชานี้วิชาไรเมื่อกี้พอดีรีบวิ่งมาเลยทันได้ดูแค่เลขห้อง” ผมพูด
“ก็วิชา...”ก่อนที่เจนจะพูดจบก็มีเสียงดังขึ้นมาซะก่อน
“ก็วิชาชีววิทยาไง” มีเสียงๆหนึ่งดังขึ้นตรงหน้าพวกผมทั้งสามคน ทำให้พวกผมต้องหันหน้าไปทางต้นเสียงนั้น “พวกเธอเอาแต่คุยกันนี้มันเป็เวลาในการสอนของครู สงสัยพวกเธอคงจะรู้มากอยู่แล้วสินะ งั้นครูจะให้พวกเธอทำรายงานเกี่ยวกับเื่ที่ครูเพิ่งจะสอนไปเมื้อกี้เป็การบ้านส่งพรุ่งนี้ ห้ามเถียง เข้าใจมั้ย”
“เข้าใจแล้วครับ/ค่ะ”พวกผมสามคนตอบด้วยเสียงที่ทำให้ครูเหมือนจะรู้สึกผิด จนครูทำหน้าคิดอะไรสักอย่างก่อนที่จะพูดออกมา
“แต่ว่าครูก็ยังใจดีอยู่ครูจะให้พวกเธอสามคนช่วยกันทำ จะได้เสร็จในวันพรุ่งนี้ “ ครูพูด
ผมอยากจะถามครูกลับจังเลย นี่เรียกใจดีแล้วเหรอครับ
“แต่ว่าผมมีเื่อะไรจะถามครับ “ ผมพูด
“เื่อะไรล่ะ” ครูพูด
“เมื้อกี้ ครูสอนเื่อะไรอยู่เหรอครับ” ผมพูดด้วยความที่ั้แ่เริ่มคาบมาผมก็เอาแต่คุยอยู่เพราะฉะนั้นที่ผมพูดผมไม่ได้้าที่จะยั่วโมโหครูแต่ผมไม่ทราบจริงๆ
“นี้ไม่ได้ฟังที่ครูสอนเลยเหรอ สงสัยเธอคงจะอยากได้งานเดี่ยวเพิ่มอีกสิน่ะนาย...” แล้วครูก็หันมามองที่ปกเสื้อของผม “นายสุชาติ”
ซวยแล้ว ไม่น่าพูดออกไปเลยจะได้ทำแค่รายงานอยู่แล้ว ถ้ายังจะมีการเพิ่มงานอะไรอีกคงไม่น่าจะมีชีวิตรอด แล้วอะไรดลใจให้พูดแบบนั้นออกไปเนี่ย
“แต่ว่าครูก็ยังใจดีอยู่นะ ถ้าเธอสามารถบอกว่าเมื่อกี้เราเรียนเื่อะไรได้ล่ะก็ครูจะลดโทษให้ “ แล้วครูก็หันหน้าไปทางกิตกับเจน“แน่นอนหมายถึงเื่รายงานด้วยนะนายธนกฤตและนางสาวเจนจิรา”
“ตอบให้ได้นะ ชาติ เราไม่อยากทำรายงานั้แ่เปิดเทอม“ เจนพูดพร้อมกับส่งสายดาที่เปี่ยมด้วยความหวังมาหาผม แม้แต่กิตก็ยังส่งสายตาแบบนั้นมาหาผม
แล้วผมจะตอบว่าอะไรดีล่ะ ฟังก็ไม่ได้ฟังที่กระดานก็ยังโล่งอยู่ แล้วเมื่อกี้ครูสอนอะไรไปล่ะ งั้นก็คงจะต้องเดาสุ่มแล้วถ้าโชคดีก็คงจะตอบถูก แต่เดี่ยวนะนี้ยังเป็คาบแรกอยู่ปกติครูน่าจะพูดว่าเทอมนี้ต้องเรียนอะไรบ้างละมั้ง งั้นก็ได้คำตอบแล้ว คำตอบมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
“ครูน่าจะบอกว่าเทอมนี้ต้องเรียนอะไรบ้างใช่ไหมครับ “ ผมตอบออกไปอย่างมั่นใจ
“เป็คำตอบที่...”ครูตอบเว้น่ไปทำให้ผมต้องลุ้นว่าคำตอบที่ผมตอบไปจะถูกหรือไม่
ผมรู้สึกได้ถึงความคาดหวังจากเพื่อนทั้งสองของผมที่ตอนนี้น่าจะขอให้คำตอบของผมเป็คำตอบที่ถูกเพราะทั้งสองคนก็ไม่อยากที่จะไปทำรายงานั้แ่ต้นเทอมเหมือนกัน
“น่าเสียดายนะ... “คำพูดที่ครูพูดออกมาทำให้พวกผมทั้งสามคนหัวใจตกลงตาตุ่มเพราะพวกผมไม่อยากที่จะทำรายงานเลยตอนนี้สภาพของทั้งสองคนที่ผมหันไปเห็นตอนนี้รู้สึกว่าจะช๊อกไปแล้ว ก็แบบคนมันี้เีไม่อยากทำงานอะ
“ที่ครูอดให้เด็กทำรายงานั้แ่ต้นเทอมเลย “คำพูดที่ครูพูดต่อมาจากเมื่อกี้ทำให้พวกผมโล่งใจขึ้นเยอะเลย
“ครูครับ รู้มั้ยครับว่าพวกผมใจหายใจคว่ำไปแล้วกับคำพูดตอนแรกของครู”ผมพูด
“อย่าเครียดไปซิ ครูแค่หยอกเล่นแล้วเื่รายงานน่ะ ครูไม่ได้คาดหวังว่าจะให้ทำหรอก ครูแค่พูดไปงั้นแหละ” ครูพูด
พวกผมทั้งสามคนต่างก็ถอนหายใจอย่างพร้อมเพรียงกันหลังจากที่รู้ว่าไม่ต้องทำรายงานแล้วรู้สึกโล่งใจจริงๆ แต่ครูก็พูดขึ้นมา
“แต่ว่า ไม่ได้หมายความว่าพวกเธอจะไม่โดนลงโทษที่พวกเธอคุยกันในคาบของครูนะ”ครูพูด
“เดี่ยวซิครับครู” กิตพูดขึ้น “ครูยังจะลงโทษอะไรพวกผมอีกครับ”
“ก็ไม่มีอะไรมากนักหรอกแค่พวกเธอทั้งสามคนต้องมาทำความสะอาดห้องนี้ทุกวันในเวลาหลังเลิกเรียน เป็เวลาหนึ่งเดือนแค่นั้นเองถ้าคิดจะหนีละก็ครูจะเพิ่มโทษให้” ครูพูด
“ครูครับ คือตอนเย็นผมมีซ้อมฟุตบอล ยิ่งตอนนี้ใกล้จะแข่งแล้วยิ่งต้องซ้อมให้หนักขึ้นไปอีก”กิตพูด แต่ผมกับเจนต่างก็รู้ว่ากิตโกหกเพราะกิตเคยบอกผมว่าการแข่งจะมีขึ้นในอีกสามเดือนทำให้ยังไม่จำเป็ต้องรีบซ้อม
“อย่ามาโกหกครูดีกว่าเพราะถ้าครูจำไม่ผิดกว่าจะแข่งก็อีกตั้งหลายเดือน เห็นครูแบบนี้แต่เวลามีการแข่งบอลของโรงเรียนเราครูไม่เคยพลาด เรียกได้ว่าติดตามทุกนัด” ครูพูด
“ครับ ผมยอมทำก็ได้ครับ” กิตยอมจำนนแล้ว
ติ๊งต่อง ติ้งต่อง
“ครูหวังว่าตอนเย็น ครูจะเห็นพวกเธอมาทำความสะอาดห้องนะ”ครูพูด
“ครูครับ จะว่าไปครูชื่อว่าครูอะไรนะครับตอนต้นคาบผมมาสาย “ ผมพูด ครูคนนี้เป็ครูที่ผมเอง ก็ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนน่าจะเป็ครูใหม่ ไฟแรงที่เพิ่งจบมาหมาดๆ
“เรียกครูว่าครูกบละกัน แล้วก็อีกอย่างครูเองก็เรียนจบจากโรงเรียนนี้ ถ้าจะให้พูดก็ศิษย์เก่านี่แหละมีเื่อะไรก็มาปรึกษาครูได้ ครูไม่กัดหรอก” ครูกบพูด
ครูหันมาหาทุกคน “เอาล่ะ เลิกเรียนไปเรียนวิชาต่อไปได้” ครูกบพูด
“เก็บของ เก็บของ“ กิตพูด ดูถ้ากิตจะยอมรับได้แล้วว่ายังไงตอนเย็นก็ต้องมาทำความสะอาดกับพวกผม
“มีอะไรให้เก็บด้วยเหรอ” ผมพูดผมมาช้ากว่าคนอื่นทำให้ผมยังไม่ได้เอาอุปกรณ์อะไรขึ้นมาเลย
“ก็มีแค่แกคนเดียวแหละ ที่ไม่ได้เอาอะไรขึ้นมาเลย“ เจนพูด หลังจากที่เจนเก็บของเสร็จแล้ว
“กิต ถ้ายังช้าอยู่อย่างนี้เดี่ยวเรากับชาติออกไปรอข้างนอกนะ”เจนพูดพร้อมกับลากผมออกไปรอกิตที่หน้าห้อง
ผมกับเจนก็ออกมารออยู่ที่หน้าห้องกิตเป็พวกที่เวลาเก็บของจะช้ามาก ต้องให้พวกผมรอทุกที ผมก็ยืนอย่างใจลอย มองเมฆที่ลอยอยู่บนฟ้าที่ขยับอย่างช้าๆ ไม่รีบร้อนอะไร เวลาที่มองมันผมก็รู้สึกเหมือนกับว่าผมเองก็ไม่จำเป็ต้องรีบร้อนอะไรผมยืนอยู่จนกระทั่งมีอะไร ตัดผ่านหน้าผมไป ทำให้ผมกลับมามีสติอีกครั้ง ผมจ้องตามไปอย่างไม่ละสายตาความรู้สึกเหมือนกับตอนนี้เวลารอบตัวของผมค่อยๆ ไหลไปอย่างช้าๆ ผมมองจนกระทั่งเธอหายลับสายตาไปผมไม่รู้ว่าผมตาฝาดไป หรือว่าผมเห็นจริงๆ เธอคนนั้นทำให้ผมเหมือนต้องมนต์สะกดเธอคนนั้นเป็ใครกันแน่น่ะ เธอช่าง...งดงาม
“เป็อะไรชาติ ตาเยิ้มเชียวนะ” เจนทักผม ที่มองไปยังทิศทางที่‘เธอ’คนนั้นเดินเดินไปอย่างไม่ละสายตา
“ไม่เป็อะไรหรอก” ผมพูดแล้วรีบทำตัวให้ดูเป็ปกติ“แล้วนี้กิตออกมาแล้วยัง มีเื่จะคุยกับมันหน่อย”
“มีเื่อะไรจะคุยก็พูดมา” กิตพูดสงสัยตอนที่กิตออกมา จะได้ยินที่ผมพูดพอดี
“คุยนิดหน่อย เดินไปคุยไป” ผมพูด
"มีเื่อะไรกัน คุยด้วยสิ" เจนรีบเข้ามาแทรก
กิตหันไปทางเจนด้วยสีหน้าจริงจังแล้วตอบเจนกลับไปว่า "ขอโทษน่ะ นี่มันเื่ของผู้ชาย"
แล้วจากนั้นพวกผมสามคนก็เดินไปเพื่อไปหาห้องเรียนระหว่างทางผมก็คุยกับกิตจนกระทั่งผมได้รู้ว่า ’เธอ’ คนนั้นคนที่เดินผ่านผมไป นั้นเป็ใคร
ไอการที่คนเรามีเพื่อนที่รู้จักผู้หญิงสวยๆทั้งโรงเรียนมันก็ดีแบบนี้แหละ