56.....
เอมี่รู้สึกน้อยใจสิปปกรตั้งแต่เมื่อคืนวานแล้วที่เขาเดินทางไปรับยายกันยามาศที่สนามบิน แต่เขาไม่ยอมชวนเธอไปด้วย เอมี่คิดว่าเขาอาจจะชวนนัฏนรีไปรับคุณยายของเขาด้วยกันมากกว่า
เมื่อคืนนี้สิปปกรก็ไม่ได้กลับมาค้างที่คอนโดอีกด้วยเอมี่คิดว่าเขาคงจะค้างที่บ้านสวน ยิ่งคิดเอมี่ก็ยิ่งพาลเกลียดชังนัฏนรีมากขึ้น ถ้าไม่มีนัฏนรีสักคน สิปปกรก็ต้องสนใจเอมี่ แต่เธอไม่เข้าใจว่าเรื่องของจิตใจนั้นหาบังคับกันได้ไม่
“อ้าว..หนูเอมี่ตื่นแต่เช้าเลยหรือจ๊ะป้านึกว่าหนูยังนอนอยู่ซะอีก”
คุณประภาวรรณเดินออกจากห้องนอนมายังห้องรับแขกเห็นเอมี่นั่งซึมอยู่คนเดียว
“เมื่อคืนพี่ปอนด์ไม่ได้กลับมานอนที่นี่ใช่ไหมคะ”
เอมี่ไม่ตอบคำถามแต่ถามหาคนที่เธอสนใจแทน
“พี่ปอนด์ไปรับคุณยายกลับจากอินเดียที่สนามบินเมื่อคืนนี้ไงจ๊ะ..พี่เขาบอกหนูเอมี่แล้วไม่ใช่หรือ”
“บอกค่ะ..แต่เอมี่ไม่คิดว่าพี่เขาจะค้างที่บ้านคุณยาย”
“พี่ปอนด์เขาค้างที่บ้านคุณยายเป็นปกติแหละจ๊ะ..ยิ่งไม่ได้เจอหน้าคุณยายเป็นเดือนแบบนี้พี่ปอนด์ก็ยิ่งต้องอยู่กับคุณยายให้หายคิดถึง”
“พี่ดรีมไปรับคุณยายกับพี่ปอนด์ด้วยหรือเปล่าคะ”
เอมี่รีบถามในสิ่งที่ทำให้เธอร้อนรุ่มในอกทั้งคืน
“เอ..ป้าก็ไม่รู้เหมือนกันนะต้องถามพี่ปอนด์ดู”
คุณประภาวรรณไม่ได้สงสัยในคำถามนั้นเลย
“วันนี้คุณป้าจะไปหาคุณยายที่บ้านสวนไหมคะ”
“ไปสิจ๊ะ..ป้าเองก็ไม่ได้เจอคุณยายมานาน วันนี้ป้าก็เลยลางานวันหนึ่ง”
“อุ๊ย!..เอมี่ไปด้วย งั้นเอมี่ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะคุณป้า”
เอมี่กระตือรือร้นขึ้นมาทันที จากท่าทางซึมเศร้าเมื่อสักครู่เปลี่ยนเป็นคนละคนจนคุณประภาวรรณอดยิ้มด้วยความเอ็นดูไม่ได้ เธอมองเอมี่เป็นเด็กสาวที่น่ารักเสมือนเป็นน้องสาวของสิปปกรคนหนึ่ง
ยายกันยามาศรับไหว้เด็กสาวที่คุณประภาวรรณแนะนำว่าเป็นลูกสาวของคุณศศิธรด้วยแววตาเอ็นดูในขณะที่เอมี่ก็รู้สึกว่ายายกันยามาศเป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพนับถือดูอบอุ่นมีเมตตายายกันยามาศสั่งให้ป้าผาณิตตั้งโต๊ะอาหารเช้าที่สวนหลังบ้าน เอมี่รู้สึกตื่นเต้นที่ได้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติแถมยังได้นั่งใกล้ชิดกับผู้ชายที่เธอแอบสนใจด้วย
“เมื่อคืนพี่ปอนด์พาพี่ดรีมไปรับคุณยายที่สนามบินด้วยหรือเปล่าคะ”
เอมี่ถามขึ้นระหว่างที่นั่งกันหลายคน
“เปล่าครับ” สิปปกรตอบเพียงสั้น ๆ
“หนูเอมี่รู้จักกับหนูดรีมด้วยหรือจ๊ะ” คุณยายเป็นคนถามขึ้น
“รู้จักค่ะ..พี่ปอนด์พาเอมี่ไปเที่ยวที่บ้านพี่ดรีมแล้วค่ะได้รู้จักกับคุณพ่อคุณแม่พี่ดรีมด้วย แล้วก็ทานข้าวที่บ้านพี่ดรีมด้วย เอมี่ว่าพี่ดรีมเป็นคนน่ารักมากค่ะเหมาะสมกับพี่ปอนด์ม๊ากมากเอมี่เชียร์พี่ปอนด์กับพี่ดรีมนะคะ”
เอมี่พูดเจื้อยแจ้วแววตาสดใสสร้างความเบิกบานใจให้กับทุกคนที่ต่างก็มองว่าเอมี่เป็นเด็กสาวช่างพูดถ้าได้เอมี่มาเป็นหลานสาวคู่กับหลานชายอีกคนก็คงจะดี
“งั้นปอนด์ก็โทรไปชวนหนูดรีมมาเที่ยวที่บ้านสวนสิตอนนี้หนูดรีมขับรถได้หรือยัง”
คุณประภาวรรณบอกกับลูกชาย
“คงยังไม่สะดวกมังครับ”สิปปกรบอกเสียงแผ่ว
“อะไรไม่สะดวกล่ะ..ไม่สะดวกที่จะโทรไปชวนหรือว่าหนูดรีมขับรถไม่สะดวก”
คุณประภาวรรณอยากรู้
“ก็..ทั้งสองอย่างครับ”
เขาตอบโดยไม่มองหน้ามารดาหรือคุณยายเลย
“แต่เอมี่ได้ยินพี่ดรีมคุยกับพี่ปอนด์ว่าอยากจะมาหาคุณยายมากนี่คะ..ทำไมพี่ปอนด์ไม่โทรไปบอกพี่ดรีมล่ะคะว่าคุณยายกลับมาแล้ว”
เอมี่ถามด้วยความอยากรู้เธอรู้สึกแปลกใจที่เห็นท่าทางสิปปกร เหมือนไม่อยากให้นัฏนรีมาหาคุณยายของเขา
“เอาไว้พี่จะโทรบอกดรีมเอง”สิปปกรบอก
“ยายก็อยากจะเจอหนูดรีมเหมือนกันนะถ้าหนูดรีมขับรถมาไม่ได้ ปอนด์ก็ไปรับสิลูก”
ยายกันยามาศบอกหลานชาย เอมี่แอบซ่อนแววตาไม่ชอบใจเอาไว้เธอรู้สึกว่าทั้งคุณยายและคุณแม่ของสิปปกรต่างก็ชอบนัฏนรี แล้วก็สนับสนุนให้คบหากันเสียด้วยแล้วอย่างนี้โอกาสที่เธอจะได้สมหวังกับเขาจะเป็นไปได้มากน้อยเพียงใดแต่อย่างน้อยเวลานี้เอมี่ก็รู้สึกโล่งใจเมื่อได้ยินสิปปกรบอกว่าเขายังไม่ว่างที่จะไปรับนัฏนรีมาพบคุณยายในวันนี้
“พี่ปอนด์จะไปไหนหรือคะถึงไม่ว่างไปรับพี่ดรีม”
เอมี่รีบถามทันทีเผื่อว่าเขาไปเที่ยวที่ไหนเธอก็จะได้ตามไปด้วย
“เปล่าหรอกจ๊ะ..วันนี้พี่จะอยู่กับคุณยายทั้งวันเลย”
เอมี่ยิ้มด้วยความพอใจที่รู้ว่าวันนี้เขาจะอยู่กับเธอเท่านั้นไม่ได้ไปหานัฏนรีอย่างที่เธอกังวลใจ
ปัญจพลแวะมาสำนักงานบริษัทรถเช่าของเขาในเวลาช่วงพักกลางวันเขาตั้งใจที่จะมารับลิลลี่ไปรับประทานมื้อกลางวันด้วยกันนั่นเองลิลลี่รู้สึกแปลกใจอยู่บ้างที่เขาเพิ่มช่วงเวลาในการมาหาเธอถี่ขึ้นกว่าเดิม จากที่ปกติจะแวะมารับเธอช่วงเลิกงาน แล้วก็พาแวะรับประทานอาหารเย็นตามร้านอาหารก่อนจะส่งกลับบ้าน แต่วันนี้เขาแวะมารับช่วงกลางวันเป็นครั้งแรก
“ผมจะพาไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือเจ้าอร่อยที่คลองรังสิต”
เขาบอกลิลลี่ขณะที่นั่งรถไปด้วยกัน
“จะถ่อสังขารไปทำไมรังสิต ก๋วยเตี๋ยวเรือแถวนี้ก็มีเยอะแยะอร่อยด้วยไม่เห็นต้องพาไปไกลลิบขนาดนั้น มีเวลาว่างมากนักหรือไงคะ”
ลิลลี่ต่อว่าเขาด้วยน้ำเสียงหยอกล้อมากกว่าความจริงเธอก็อยากจะอู้งานสักชั่วโมง สองชั่วโมงอยู่เหมือนกัน
“หรือคุณไม่อยากจะหนีงานไปกินอะไรไกลๆ ล่ะ”
เขาถามเหมือนมานั่งอยู่ในใจเธอจนอดยิ้มไม่ได้
“อยากสิคะ..ยิ่งมากับเจ้าของบริษัทแบบนี้ฉันก็ไม่ต้องรีบกลับเข้าไปทำงานด้วยใช่ไหมคะเจ้านาย”
ลิลลี่ถามประชดสีหน้าสบายใจ เพราะเธอรู้จากนัฏนรีว่าช่วงนี้เขาไม่ค่อยได้แวะไปหานัฏนรีที่บ้านนั่นเอง
“ถูกต้องนะครับลูกน้อง” เขากล่าวล้อเล่นกับเธอไป
“เอ๊ะ..เสียงโทรศัพท์มือถือนี่คะ”
ลิลลี่หูไวเธอจำได้ว่าเป็นเสียงสัญญานจากมือถือของปัญจพล
ปัญจพล ขอให้ลิลลี่เสียบสายสมอลทอล์คเพื่อที่เขาจะได้คุยสายขณะขับรถไปด้วยได้ เขาไม่ได้สังเกตดูที่จอมือถือว่าใครโทรมาจึงกดรับสายทันที
“น้องเอมี่หรือครับ..มีอะไรเอ่ย”
เสียงกล่าวทักทายของเขาทำให้ลิลลี่ ถึงกับคอแข็งหน้าบึ้งขึ้นมาทันที มิน่าล่ะพักนี้เขาถึงไม่ได้แวะไปหานัฏนรีเพื่อนของเธอ คงจะติดต่อกับเอมี่แทนนี่เองยิ่งคิดลิลลี่ก็ยิ่งโมโหแต่เธอก็ไม่แน่ใจว่าจะโมโหใครดีระหว่างเขากับเด็กสาวคนนั้น
ลิลลี่ รู้สึกว่าระยะเวลาที่เขาคุยโทรศัพท์นั้นมันช่างยาวนานจนเธอแทบจะทนไม่ได้ไม่รู้จะคุยอะไรกันนักหนาแต่มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เธอได้ยินเขาบอกเบอร์โทรศัพท์ของนัฏนรีให้กับเด็กเอมี่นั่นด้วย ไม่รู้ว่าเด็กนั่นต้องการเบอร์โทรของนัฏนรีไปทำไม หวังว่าคงจะไม่ไปพูดอะไรให้เพื่อนเธอไม่สบายใจหรอกนะลิลลี่คิดด้วยความหวาดระแวงรู้สึกไม่ค่อยไว้ใจเอมี่
“ยัยเด็กนั่นโทรหาคุณทุกวันหรือคะ”
ลิลลี่รีบถามขึ้นด้วยน้ำเสียงห้วน ๆเมื่อเห็นว่าเขาวางสายจากเอมี่แล้ว
“เปล่า..เอ๊ะ..คุณถามแบบนี้เหมือนจะจับผิดผมเลยนะเนี่ยหรือว่าคุณหึงผมกับน้องเอมี่”
เขาหันมาถามด้วยสีหน้ายิ้ม ๆ
“จะบ้าเรอะ..ฉันจะหึงคุณทำไมไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย แต่ที่ถามก็เพราะอยากรู้ข้อมูลเอาไว้ต่างหาก”
“เอาข้อมูลไปรายงานความเท็จให้คุณดรีมเกลียดผมน่ะเหรอ”เขาถามเสียงกลั้วหัวเราะ
“รู้แล้วจะถามทำไม ตอบมาดีกว่าว่าคุณกับยัยเด็กนั่นกำลังสานสัมพันธ์กันอยู่ใช่ไหมล่ะมิน่าล่ะยัยดรีมถึงบอกว่าพักนี้คุณไม่ค่อยได้แวะไปที่บ้านเธอแล้ว ที่แท้ก็เปลี่ยนเป้าหมายไปจีบเด็กแทนนี่เอง”
ลิลลี่พูดเสียงประชดสีหน้าคล้ายคนที่กำลังงอน
“ก็เด็กหน้าใสวัยละอ่อนน่ารักกว่านี่ครับ”
เขาบอกหน้าตาเฉยหวังจะยั่วให้อีกฝ่ายโมโหมากขึ้น
“ผู้ชายอย่างคุณนี่มันน่าตบจริง ๆเลย”
เธอต่อว่าเขาด้วยความโมโห
“ตบแล้วต้องจูบด้วยนะ เหมือนละครตบจูบไง”
เขาทำหน้าตาทะเล้นยิ่งทำให้ลิลลี่หน้าบึ้ง
“ฉันเป็นคนตบส่วนคนที่จะให้คุณจูบก็เอมี่นั่นไง”
“แน่ใจนะว่าถ้าผมไปจูบน้องเอมี่แล้วคุณจะไม่ตามไปแหกอกน้องเขา”
เขาแกล้งถามเสียงขบขัน
“บ้า!..ฉันจะไปแหกอกทำไม”เธอเถียงหน้าแดง
“แหกอกเพราะหึงน้องเขาไง”
“บอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้หึงคุณนี่เลิกพูดเข้าข้างตัวเองได้แล้วนะ ต่อให้ผู้ชายทั้งโลกมีคุณคนเดียวฉันก็ไม่เอาทำผัวหรอกจะบอกให้”
“เป็นคำพูดที่แรงมาก..แต่ผมก็รับได้นะเพราะ....”
เขาแกล้งที่จะเว้นระยะไม่พูดต่อลิลลี่หันไปมองหน้าเขาด้วยแววตาปั้นปึ่ง แต่พอเห็นเขามีท่าทางอารมณ์ดีจนเกินเหตุ เธอจึงได้แต่มองค้อนหันไปมองข้างทางแทนไม่อยากจะทะเลาะกับผู้ชายกวนประสาทอย่างเขาให้ต้องอารมณ์เสียเลย
“ไม่มีอะไรหรอกคุณ..ก็แค่น้องเอมี่เขาอยากจะได้เบอร์โทรศัพท์ของคุณดรีมเท่านั้นแหละ”
ปัญจพลพอเห็นว่าลิลลี่นั่งเงียบไปเขาก็เป็นฝ่ายอธิบายให้เธอเข้าใจเพราะลึกลงไปภายในใจแล้ว เขาก็ไม่อยากจะให้ลิลลี่เข้าใจเขาผิดเช่นกัน เขาก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าทำไมนับวันเขาก็ยิ่งอยากจะอยู่ใกล้ชิดกับผู้หญิงห้าวหาญปากคอจัดจ้านคนนี้นักก็ไม่รู้
“แล้วทำไมจะต้องมาขอกับคุณด้วยขอกับปอนด์ไม่ง่ายกว่าเหรออยู่บ้านเดียวกันด้วย”
ลิลลี่พูดขึ้น
“ไม่รู้สิครับคุณผู้หญิง..เอาไว้ถ้าน้องเขาโทรมาอีกผมจะถามให้นะครับว่าคุณอยากรู้”
“ไม่ต้องเลยนะ...”
เธอตวาดเสียงแข็ง ปัญจพลหัวเราะกับท่าทางของเธอและเขาก็อารมณ์ดีไปตลอดทางจนถึงร้านอาหารและลิลลี่ก็ลืมความขุ่นข้องหมองใจเมื่อได้ไปอยู่ในบรรยากาศธรรมชาติ