ตอนที่ 65 มหาจอมเวทธีออน
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
เมอร์ลินที่นั่งอยู่ในรถม้ามองทิวทัศน์ริมหน้าต่างอย่างเพลิดเพลินใจ
เขาเห็นผู้คน รถม้าและยานพาหนะอื่นๆ ที่เป็นอุปกรณ์เวทสัญจรไปมา
ใช่แล้ว เมืองวินเซนแห่งนี้มีเศรษฐีที่มีเงินมากพอที่จะใช้อุปกรณ์เวทเหล่านี้ แม้หินเวทจะมีราคาแพง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนที่สามารถใช้จ่ายได้
ผู้ที่ใช้ยานพาหนะเผาผลาญหินเวทได้แน่นอนว่าต้องเป็นคนรวยที่เป็นชนกลุ่มน้อยอย่างแน่นอน
เมอร์ลินมองยานพาหนะไม่กี่คันเหล่านั้นอย่างสนใจ พวกมันไม่มีล้อเหมือนรถม้า มันขับเคลื่อนด้วยการลอยตัวเหนือพื้นดินระดับหนึ่งและแล่นด้วยความเร็วด้วยเวทแรงโน้มถ่วง
สาเหตุที่เพลโตเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในดินแดนเวทมนตร์แห่งนี้ก็เพราะทฤษฎีกลศาสตร์คลาสสิคของเขาถูกนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์มากมาย แม้แต่ทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของไอแซคก็ยังได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพลโต
ทฤษฎีกลศาสตร์เป็นทฤษฎีว่าด้วยการขับเคลื่อนทั้งที่มีพลังเวทเป็นแรงหนุนเสริมและไม่มีพลังเวท มันสามารถบอกเล่าการเคลื่อนที่ได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล นั่นจึงทำให้ผู้คนยอมรับในทฤษฎีนี้และนำมันมาเสริมในทฤษฎีหรือสิ่งประดิษฐ์ของตนเองมากมาย
นอกจากยานพาหนะบนถนนแล้ว เมอร์ลินยังมองทิวทัศน์อันเป็นภาพสิ่งก่อสร้างนอกหน้าต่าง
ไม่ว่าจะเป็นบ้านหนึ่งตึก พวกมันก็ล้วนมีรูปทรงที่แปลกตาและใช้วัสดุที่ไม่ใช่แค่ไม้ ไม่ว่าจะเป็นหินหรือกระจก วัสดุเหล่านี้สามารถดัดโค้งได้ตามใจนึก ทำให้สิ่งก่อสร้างเหล่านี้กลายเป็นเอกลักษณ์และแฝงด้วยศิลปะที่น่าตื่นตาตื่นใจ
แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ย่อมไม่มีในดินแดนศักดิ์สิทธิ์อันเป็นบ้านเกิดของเขาอย่างแน่นอน
ตลอดเส้นทางที่เมอร์ลินสนทนากับออสตินบ้างเป็นระยะ ซึ่งหัวข้อส่วนใหญ่ย่อมเป็นการแนะนำในการทดสอบนักเวทที่กำลังจะเกิดขึ้น
“ไม่จำเป็นต้องกังวลไป ฉันเชื่อว่าเธอต้องผ่านได้อย่างแน่นอน”
“แต่ดูเหมือนว่าผมจะลืมเพิ่มเวทอื่นนอกจากคาถาเวทแรงโน้มถ่วงนะครับ”
“แค่เวทเดียวก็พอแล้ว”
“ครับ”
ในขณะที่พวกเขาพูดคุยกันเสียงของมาร์เทลก็ดังขึ้น
“ถึงแล้วครับ”
ประตูรถม้าถูกเปิดออก
สองพ่อลูกเดินออกมาและกล่าวขอบคุณ
ก่อนที่พวกเขาจะเดินเข้าไปในอาคารที่มีรูปร่างเหมือนวงเวท
เมอร์ลินอดที่จะรู้สึกขนลุกไม่ได้เมื่อได้เห็นสิ่งก่อสร้างตรงหน้านี้
อาคารสมาคมนักเวทมีรูปร่างทรงกลมตั้งตระหง่าน สายน้ำสีทองเคลื่อนที่เป็นเส้นสาย ทำให้กลายเป็นลวดลายของวงเวทประดับอย่างงดงาม
อาคารนี้จึงดูสูงสง่าและตระการตาเป็นอย่างมาก
ท่าทางของเมอร์ลินทำให้ออสตินอดที่จะกระซิบออกมาไม่ได้
“ถ้าเธอได้เห็นเมืองแห่งเวทมนตร์ เธอคงจะตกตะลึงมากกว่านี้” เขากล่าวอย่างยิ้มๆ
ดวงตาของเมอร์ลินเป็นประกายขึ้นมา
“ผมไปที่นั่นได้หรอครับ?”
“ได้สิ ถ้าเธอเป็นนักเวทหรือนักวิชาการที่เก่งพอ เข็มกลัดที่มีจำนวนห้าดาวขึ้นไปล้วนต้องไปรับมันที่ อคาเดมี เมืองแห่งเวทมนตร์เท่านั้น” ศาสตราจารย์ออสตินกล่าวอธิบาย
มันเป็นกฎของสภาเวทมนตร์ที่ว่าภายในประเทศต่างๆ ล้วนสามารถออกเข็มกลัดรับรองได้เพียงสี่ดาวเท่านั้น
สี่ดาวหมายถึงอะไร แน่นอนว่ามันคือฐานะของ “นักเวทชั้นสูง” และ “นักวิชาการชั้นสูง” ซึ่งผู้ที่ศึกษาระดับมหาวิทยาลัยเวทมนตร์ หากสามารถเล่าเรียนในระดับแพทตินั่มได้ จบออกมาย่อมต้องอยู่ในระดับสี่ดาวอย่างแน่นอน หรือจะเรียกอีกอย่างก็คือหากต้องการจบการศึกษาในระดับแพทตินั่ม นักเวทหรือนักวิชาการคนนั้นจะต้องได้รับเข็มกลัดสี่ดาว ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สูงมาก
ส่วนการได้ห้าดาวนั้นจะทำให้สถานะของพวกเขานั้นต่างออกไป เพราะพวกเขาจะไม่ถูกเรียกว่านักเวทหรือนักวิชาการอีกต่อไป แต่จะมีคำเรียกขานใหม่ว่า “จอมเวท” และ “ปราชญ์”
สถานะของพวกห้าดาวนั้นแตกต่างจากคนทั่วไป สภาเวทมนตร์เล็งเห็นถึงจุดนี้จึงได้มอบเกียรตินี้ให้พวกเขาไปรับที่เมืองอคาเดมีโดยเฉพาะ
“ไม่นานผมจะไปที่นั่นให้ได้อย่างแน่นอน” เมอร์ลินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ก่อนที่พวกเขาทั้งสองจะเดินเข้าไปในอาคารสมาคมเวทมนตร์
ที่นี่มีคนเดินเข้าออกมากมาย เนื่องจากมหาทวีปแห่งนี้โดดเด่นเรื่องเวทมนตร์ แม้ประชากรมากกว่าครึ่งจะไม่สามารถเป็นนักเวทได้ แต่จำนวนของนักเวทก็ยังมากอยู่ดี
เมืองวินเซนแห่งนี้แม้จะเป็นหนึ่งในเมืองรองของประเทศออโรร่า แต่ก็มีนักเวทอยู่ไม่น้อยเช่นเดียวกัน
สมาคมเวทมนตร์แห่งนี้นอกจากจะทำการทดสอบพลังเวทแล้ว พวกเขายังมีภารกิจมอบหมายให้เหล่านักเวทได้ทำกัน นักเวทจึงเป็นอาชีพหนึ่งที่ผู้คนชอบว่าจ้าง อย่างมาร์เทลก็เป็นหนึ่งในนั้น ดังนั้นจึงมีนักเวทเข้าออกอยู่ประจำเช่นนี้
ทันทีที่ศาสตราจารย์ออสตินก้าวเท้าเข้าไปในอาคารเวทมนตร์ เวลานั้นตนตัวระดับสูงของสมาคมเวทมนตร์เมืองวินเซนก็รับรู้ได้ทันที
พรึบ!
จู่ๆ ความว่างเปล่าเบื้องหน้าของสองพ่อลูกก็เกิดความบิดเบี้ยว
พริบตานั้นชายชราในชุดสูทสีขาวก็ปรากฏออกมา บนเรือนกายสวมผ้าคลุมเวทสีดำที่ทันสมัย ตราสัญลักษณ์รูปวงเวทอันเป็นตัวแทนของสภาเวทมนตร์ดูโดดเด่นยิ่ง เพียงแค่ดูภายนอกก็รับรู้ได้ว่าคนคนนี้คือตัวตนระดับสูงที่มีอายุหลายร้อยปี
สาเหตุที่ผ้าคลุมของเขามีตราสัญลักษณ์ของสภาเวทมนตร์ย่อมเป็นเพราะว่าสมาคมเวทมนตร์เป็นส่วนหนึ่งของสภาเวทมนตร์ ซึ่งสมาคมเหล่านี้ล้วนกระจายอยู่ทั่วทุกที่ในร้อยประเทศของมหาทวีปแห่งนี้
“ศาสตราจารย์ออสติน ไม่คิดเลยว่าฉันจะเห็นคุณที่นี่ หลังจากที่เจอคุณในงานรับเข็มกลัดนักเวทหกดาวในวันนี้พวกเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย” ชายชราชุดสูทขาวกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
“หัวหน้าธีออน ดูเหมือนคุณจะหนุ่มขึ้นนะเนี้ย” ออสตินเอ่ยแซว ขณะที่พวกเขาทั้งสองโผล่เข้ากอดทักทายกันอย่างคุ้นเคย
แน่นอนว่าชายชราที่ชื่อธีออนคนนี้ย่อมเป็นคนใหญ่คนโตของที่นี่ เพราะเขาคือหัวหน้าสมาคมเวทมนตร์เมืองวินเซน อีกทั้งยังเป็นมหาจอมเวทคนหนึ่งอีกด้วย
ผู้ที่สามารถบ่มเพาะเจ็ดวงเวทในมหาทวีปแห่งนี้มีน้อยมาก แน่นอนว่าพวกเขาย่อมเป็นตัวตนระดับสูงของประเทศแห่งนี้ เรียกได้ว่าในเมืองวินเซนแห่งนี้ทั้งเขาและนายกเทศมนตรีนายาฟล้วนเป็นมหาจอมเวทที่มีพลังรบเป็นกำลังหลักปกป้องเมืองแห่งนี้
ระหว่างติดตามศาสตราจารย์ออสติน เมอร์ลินได้พบคนใหญ่คนโตหลายคน ดังนั้นเมื่อตอนนี้ได้เจอมหาจอมเวทธีออน เมอร์ลินจึงไม่ได้รู้สึกเกร็งแต่อย่างใด
“ว่าแต่วันนี้ทำไมคุณถึงมาโผล่ที่นี่ได้” หัวหน้าธีออนกล่าวอย่างสนิทสนม
ออสตินยิ้มก่อนจะโอบบ่าร่างเล็กที่อยู่ข้างๆ แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ภาคภูมิใจ
“นี่เมอร์ลิน ลูกชายของฉัน วันนี้เขาต้องการทดสอบเป็นนักเวท”