"ถ้าไม่ใช่้าฆ่าข้าจริงเช่นนั้นเ้าก็กินขนมฝูหลิงทั้งหมดนี่เสีย" น้ำเสียงของอิ้นถังยิ่งเ็ามากขึ้นเรื่อยๆคล้ายกับภูตผีที่ผุดขึ้นมาจากขุมนรกชวนให้ผู้ฟังรู้สึกถึงความเย็นะเืไปถึงสันหลัง
"องค์ชาย..."ทั้งร่างของจูซื่อเริ่มสั่นจากคำพูดของอิ้นถัง ไม่สินางสั่นเทาไปทั้งร่างแล้วในยามนี้ นางรู้สึกถึงความหวาดหวั่นความกลัวและความโกรธผสมปนเปกันไปหมด หากรู้ผลลัพธ์ล่วงหน้านางจะไม่ยอมทำเื่หุนหันเช่นนี้แน่
"อะไรกัน หรือเ้า้าขุนข้าจนตายไปจริงๆ" อิ้นถังขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ ขณะมองดูจูซื่อซึ่งร่างกายสั่นสะท้านราวกับกำลังร่อนตะแกรงพลางกล่าวอย่างหมดความอดทน
"ไม่...หม่อมฉันกินเพคะ"จูซื่อไม่รู้เจตนาของเขาก็จริง ทว่ายิ่งคิดนางก็ยิ่งหวาดกลัวจึงเริ่มทำตามคำพูดของเขาและกินขนมฝูหลิงทั้งหมดบนโต๊ะลงไปแม้จะอยากอาเจียนเพียงใดก็ต้องอดกลั้นเอาไว้
เมื่อเห็นใบหน้าของจูซื่อที่กำลังจะเปลี่ยนสี อิ้นถังที่รู้สึกรำคาญเต็มทนก็ะโไปทางด้านนอกทันที “หลินชูจิ่วรีบเข้ามาลากนางออกไปเดี๋ยวนี้ หรือจะให้ข้าลงมือเอง”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงกราดเกรี้ยวของอิ้นถังหลินชูจิ่วก็รีบเรียกบ่าวอีกสองคนมาช่วยกันลากตัวจูซื่ออกไปทันทีในใจรู้ว่าหากช้าไปเพียงก้าวเดียว เขาเองจะกลายเป็คนโชคร้ายคนถัดไปทันที
เห็นจูซื่อร่างอ่อนยวบราวกับโคลนถูกลากออกไปเช่นนั้นหลินชูจิ่วก็ขีดรายชื่อของจูซื่อออกจากรายชื่อของสนมชายาที่องค์ชายโปรดปรานดูจากอารมณ์ของผู้เป็นายแล้วยามนี้ใครก็ตามที่ทำให้เขาไม่พอใจคงไม่ได้รับความโปรดปรานจากเขาอีกในอนาคต
เช่นนี้เรียกว่าอะไร
เรียกว่าไม่รนหาที่ตายย่อมไม่ตาย
อย่าเห็นเพียงว่ายามปกติแล้วองค์ชายไม่ปฏิบัติตนตามกฎระเบียบตราบใดที่มีฮ่องเต้หรืออี้เฟยมาเกี่ยวข้อง องค์ชายจะปฏิบัติตามกฎเสมอ อีกอย่างไม่ว่าใครที่มีสายตาเฉียบคมย่อมมองเห็นได้ว่าองค์ชายมองอนุหวันเหยียนผู้มาใหม่ต่างไปจากสตรีอื่นองค์ชายมอบคนรับใช้ให้นางเป็การส่วนตัว มอบของขวัญให้นาง เช่นนี้ยังมีอะไรให้สงสัยอีก
อยากจะตาย ก็ประเมินน้ำหนักตนเองในใจองค์ชายให้ดีเสียก่อนอย่าได้ลากบ่าวไพร่คนอื่นให้ต้องมาเดือดร้อนกับตนเองไปด้วย
ข่าวที่จูซื่อถูกไล่ออกจากห้องหนังสือแพร่กระจายไปทั่วตำหนักในภายในเวลาพริบตาเดียวเกือบทุกคนได้ทราบเื่นี้กันแล้ว เช่นเดียวกับโจวซื่อและคนอื่นๆที่กระตือรือร้นอยากเสนอตัวในตอนแรก เมื่อได้ยินถ้อยคำบรรยายถึงท่าทางน่าเวทนาของจูซื่อยามที่นางถูกลากออกมาทุกคนก็พากันล้มเลิกแผนการอันทะเยอทะยานไปในทันที
แม้ว่าการแย่งชิงความโปรดปรานจะเป็เื่ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งแต่เรียกร้องความโปรดปรานทั้งที่รู้ว่าไม่อาจได้มานั้นก็เป็เพียงความโง่เขลาเท่านั้น
อิ้นถังนั่งอยู่ในห้องหนังสือขณะที่หลินชูจิ่วให้บ่าวไพร่เข้ามาทำความสะอาดกล่องอาหารกับสิ่งของอื่นๆ ที่จูซื่อทิ้งเอาไว้อย่างระมัดระวังกลัวว่าการจัดการของตนเองจะไปกระตุ้นโทสะของผู้เป็นายขึ้นมา
รนตาที่ตายจริงๆ!
เหตุใดนางจึงต้องเลือกยั่วโทสะขององค์ชายในเวลาที่เขาอารมณ์ไม่ดีอยู่แล้วด้วยจากรายงานที่เขาได้มา จูซื่อมาเพราะข่าวบางอย่างที่แพร่จากเรือนหลัก
อิ้นถังถือถ้วยชาในมือของเขา สายตาเขาจับจ้องไปที่หลินชูจิ่ว "จูซื่อรู้ได้เยี่ยงไรว่าข้าอยู่ในนี้"
เขาไม่คิดว่าจู่ๆจูซื่อจะมารนหาที่ตายโดยไม่มีเหตุผล ยิ่งไปกว่านั้นการที่เขาจะอยู่ที่ใดไม่ใช่เื่ที่ใครจะสามารถรู้ได้โดยง่ายทางด้านหว่านซีนั้นเขาไม่ระแวงนางเลยแม้แต่น้อย
"ทูลองค์ชาย มีการแพร่ข่าวเื่นี้จากเรือนหลักพ่ะย่ะค่ะ" หลินชูจิ่วตัดสินใจที่จะอยู่ข้างอนุหวันเหยียนแล้ว ดังนั้นเขาไม่มีทางที่จะพูดแทนพระชายาต่งเอ้อซื่ออย่างแน่นอน
อิ้นถังขมวดคิ้วแน่นและเห็นได้ชัดว่าความโกรธที่เพิ่งจางหายไปเมื่อครู่ทวีขึ้นอีกครั้ง "ต่งเอ้อซื่อ ข้าประเมินนางต่ำไปแล้ว”
สตรีในตำหนักในล้วนแต่แข่งขันกันอิจฉาริษยาหรือบีบคั้นซึ่งกันและกันเป็ปกติตราบใดที่ไม่ได้กลายเป็เื่โกลาหลใหญ่โต อิ้นถังก็เลือกที่จะเมินเฉยไปเสีย
หากแต่ครั้งนี้ต่งเอ้อซื่อกำลังหยั่งเส้นความอดทนของเขาอยู่
สิ่งที่อิ้นถังเกลียดที่สุดคือการที่คนอื่นมีอำนาจเหนือการตัดสินใจของเขา บังคับให้เขายอมรับผู้คนหรือสิ่งของที่เขาไม่้าโดยไม่คำนึงถึงความปรารถนาของเขา ก่อนหน้านี้ต่งเอ้อซื่อพยายามสร้างเื่ เพราะคิดว่าเขาจะใจอ่อนและประนีประนอม ทว่าเขาเพียงเมินเฉยจนกว่านางจะแก้ไขตัวเอง แต่เมื่อดูตอนนี้ ไม่เพียงแต่จะจำบทเรียนที่ผ่านมาไม่ได้แต่ยังเพิ่มพฤติกรรมก้าวร้าวของตนเองจนกลายเป็ความโอหังไปแล้ว
“…” หลินชูจิ่วรออยู่ด้านข้าง ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปาก ด้วยกลัวจะดึงความสนใจของผู้เป็นายมาที่ตนเอง
อิ้นถังเคาะนิ้วลงกับโต๊ะเบาๆนึกถึงหว่านซีที่อ่อนน้อมเชื่อฟัง เขารู้ว่าหากตนเองไม่แสดงท่าทีให้ชัดเจนสตรีในเรือนหลังพวกนี้ก็ก่อเื่วุ่นวายอีกครั้งเป็แน่
"หลินชูจิ่วไปที่เรือนของอนุหวันเหยียน”
"พ่ะย่ะค่ะ"หลินชูจิ่วน้อมรับคำสั่ง ในใจคิดว่าอนุหวันเหยียนมีดีพอตัวจริงๆ
หว่านซีฟังรายงานของเสี่ยวเหลียงจื่อว่าอิ้นถังกำลังมา นางก็รู้ว่าครั้งนี้ต่งเอ้อซื่อขโมยไก่ไม่สำเร็จซ้ำยังเสียข้าวสารอีกกำมือ[1]ไม่เพียงแต่ทำเื่ตลกเท่านั้นแต่ยังทำให้อิ้นถังไม่พอใจนางมากขึ้นด้วย แม้ว่าเื่นี้จะไม่ได้ทำร้ายนางโดยตรง แต่ก็ทำให้อิ้นถังซึ่งเป็เ้าของตำหนักตัวจริงขุ่นเคืองเข้าแล้วเช่นนี้วันหน้านางก็ย่อมมีแต่ความไม่สบายใจ แม้ว่าจะมีตำแหน่งชายาเอกค้ำอยู่ก็ตาม
เมื่ออิ้นถังเข้ามาหว่านซีกำลังนั่งอยู่บนเตียงเตาในมือถือเข็มกับด้าย ดวงตาเหลือบไปเห็นถุงเงินในมือของอีกฝ่ายก็รู้ว่านางกำลังทำให้เขาและนั่นทำให้เขาพอใจนัก “นี่ของข้า”
ได้ยินเสียงเขาดังขึ้นหว่านซีก็รีบวางเข็มกับด้ายลงแล้วค้อมกายคารวะก่อนจะกระวีกระวาดช่วยเขาเปลี่ยนเสื้อผ้า
อิ้นถังมองไปรอบๆ ห้องและพบว่าเมื่อเทียบกับเรือนของคนอื่น เรือนของหว่านซีค่อนข้างเรียบง่ายเกินไป "เหตุใดจึงมีของน้อยเช่นนี้"
ได้ยินเขาพูดเช่นนี้หว่านซีก็ส่งเสื้อผ้าในมือให้ทิงจู๋ซึ่งยืนอยู่ด้านข้างด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ทรงล้อเล่นหรือเพคะเห็นอยู่ว่าในห้องมีข้าวของมากมายแล้ว”
การใช้ชีวิตในวังย่อมต้องปรับตัวตามสถานการณ์จึงจะดีที่สุดหากจะสร้างเื่ยุ่งยากก็ต้องเข้าใจว่าตนเองอยู่ในฐานะใด การกระทำสุ่มสี่สุ่มห้านั้นเป็การรนหาที่ตายโดยแท้
อิ้นถังมองไปที่สีหน้าพึงพอใจของหว่านซีหัวใจเต็มตื้นไปด้วยความอ่อนโยน เขาสวมกอดนางพลางพูด “เอาเถอะ ดึกแล้วควรเข้านอนเสียที” เขาจูบลงบนดวงตารูปเมล็ดซิ่งของนางก่อนจะอุ้มนางเข้าไปในห้องด้านใน
เพราะเห็นว่านางยังคงเยาว์วัยนักอิ้นถังเลยไม่ได้รังแกนางอีกเพียงแต่กอดนางไว้แนบชิดและหลับใหลไปด้วยความพึงพอใจเท่านั้น
ในเรือนหลัก เมื่อต่งเอ้อซื่อได้ยินว่าอิ้นถังไปที่เรือนของหว่านซีก็ยิ้มเยาะขึ้นมาทันควันก่อนจะกระแทกถ้วยชาในมือลงบนโต๊ะเล็ก ใบหน้าฉายแววเกลียดชัง "หวันเหยียนซื่อ ทำได้ดีนี่เ้าคงมีดีอะไรเป็แน่ เพียงแค่เข้ามาในตำหนักในก็สามารถทำให้องค์ชายปกป้องเ้าไปเสียทุกอย่าง ข้าอยากรู้นักว่าองค์ชายจะคอยปกป้องเ้าไปได้อีกนานแค่ไหน”
ใบหน้าของอิ่นหมัวมัวและตงกูกูที่อยู่ข้างๆ ฉายแววไม่น่าดูเช่นกัน แม้ว่าพวกนางจะคิดว่าการที่มีหญิงงามไปขอความโปรดปรานถึงห้องหนังสือนั้นจะล้มเหลวอย่างแน่นอนทว่าอย่างน้อยที่สุดสตรีเ่าั้ก็คงถูกดุด่าไม่กี่ครั้ง แต่สิ่งที่องค์ชายกระทำเหมือนกำลังตบหน้าพระชายาผ่านจูซื่ออย่างไรอย่างนั้น
"พระชายาอย่าได้โกรธจนเสียสุขภาพเลยเพคะ สตรีในเรือนหลังย่อมต้องระมัดระวังตนเองเป็อย่างดีด้วยนิสัยของหวันเหยียนซื่อแล้ว ความโปรดปรานนั้นคงอยู่ได้อีกไม่นานหรอกเพคะท่านไม่จำเป็ต้องทำให้ตนเองเดือดร้อนเพราะคนเช่นนี้เลย" เห็นต่งเอ้อซื่อมีสีหน้าหงุดหงิด อิ่นหมัวมัวก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจพลางพูดแนะนำสองสามคำ
ดูเหมือนว่าั้แ่หวันเหยียนซื่อเข้ามาในวัง นางก็โดดเด่นยิ่งกว่าผู้ใดในวังนี้ คราแรกอิ่นหมัวมัวเพียงคิดว่าอนุหวันเหยียนนั้นมีรูปโฉมงดงามปานนี้ย่อมไม่แปลกที่องค์ชายจะโปรดและก็เป็ไปตามที่นางคาด องค์ชายไม่เพียงโปรดปรานนางอย่างยิ่งแต่ยังโปรดปรานเสียจนทำให้ผู้คนประหลาดใจกันไปทั่ว
"ข้านึกว่าตนเองจะสร้างความอับอายให้หวันเหยียนซื่อได้แต่ดูเหมือนจะทำให้องค์ชายไม่พอพระทัยแทน"ต่งเอ้อซื่อโบกมือเบาๆก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้าพลางถอนหายใจ “ถึงอย่างไรหวันเหยียนซื่อก็เป็เพียงอนุตราบใดที่นางยังคงอยู่ในเรือนหลังแห่งนี้ พระชายาผู้นี้จะสอนบทเรียนให้แก่นางเอง”
[1] สำนวนจีน หมายถึง ฉวยโอกาสไม่สำเร็จซ้ำขาดทุน