“หลายวันมานี้เห็นมีกลุ่มทหารลาดตระเวนเยอะจังเลย..” เหม่ยจูพึมพำในขณะที่กำลังเดินไปทำงานกับกลุ่มคนงานผู้หญิงราวๆ สิบคนได้
“เยอะไม่พอนะ แถมมีแต่คนหล่อ ๆ ทั้งนั้น”หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้น จนทำให้หญิงอีกคนที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้าคนงานเริ่มมีสีหน้าไม่ค่อยชอบใจนัก
“ไปทำงานได้แล้วอย่ามัวแต่เพ้อเจ้อกัน..!!”
หลังจากที่ได้ยินคำดุนี้ ทุกคนต่างพากันสะดุ้งราวกับเกรงกลัวพร้อมกับเร่งฝีเท้าเพื่อไปเข้างานในทันใดผิดกับเหม่ยจูที่ยังใบหน้ายังเฉยชาไม่รู้สึกรู้สาเท่าไรนัก
“มีกลุ่มทหารบกมาประจำการใหม่น่ะได้ข่าวว่าผู้บังคับกองพันทหารราบเนี่ยหล่อมาก แต่ฉันก็ยังไม่เคยเห็นนะได้ยินแค่ข่าวลือ..” เพื่อนที่ทำงานในกลุ่มเดียวกันแอบกระซิบกระซาบเบาๆ ชวนเหม่ยจู่คุยในขณะที่กำลังขุดแปลงผักกาด
“จริงเหรอ.? ฉันไม่เห็นรู้เื่เลย”
“ไม่รู้ได้ยังไงวันนั้นผู้ใหญ่เต๋อเจินก็มาประกาศบอกแล้วนี่นาว่ามีกลุ่มทหารเข้ามาประจำการใหม่ที่หมู่บ้านของเรา”
พอได้ฟังเหม่ยจูก็นึกภาพออกในทันทีในวันนั้นเธอไม่ได้เข้าไปฟังประกาศจากผู้ใหญ่บ้านมิหนำซ้ำยังแอบอู้ไปพักใต้ร่มมะม่วงอีก
“อ้อ จริงด้วยฉันลืมไป” และเพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าเธอได้แอบไปนั่งอู้เหม่ยจูจึงจำต้องไหลไปตามน้ำ
ถึงแม้ว่าคนอื่นจะโจษจันถึงผู้พันทหารที่มาประจำการใหม่ทว่าเหม่ยจูก็ไม่มีทีท่าสนใจที่จะอยากรู้เื่ราวต่อในหัวของเธอตอนนี้นั้นอยากจะหางานที่เบากว่านี้มากกว่า และอยากมีกิจการส่วนตัวเพื่อที่จะได้ไม่ต้องทำงานในคอมมูนต่อไปแต่ตอนนี้ยังไม่มีหนทาง เธอจึงต้องอดทนรับจ้างไปก่อน
จังหวะนั้นเองที่ผู้ใหญ่บ้านเต๋อเจิน มาตรวจงานในคอมมูนพอดีเหม่ยจูจึงตัดสินใจเดินเข้าไปถามเื่งานที่เบาแรงกว่านี้ซึ่งสิ่งที่เธอ้ามากที่สุดคือทำอยู่ในร่ม
“สวัสดีค่ะผู้ใหญ่เต๋อพอดีดิฉันอยากจะได้งานใหม่ค่ะ”
“อ่าว..อาเหม่ยจูเธอไม่อยากทำงานในคอมมูนนี้แล้วเหรอ..?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามกลับทันควัน
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะคือดิฉันอยากได้งานที่เหมาะกับดิฉันมากกว่านี้ค่ะ…”
“แล้วเธอทำอะไรเป็บ้างล่ะ” คำถามนี้จากปากผู้ใหญ่บ้านก็ทำให้เธออึ้งอยู่เล็กน้อย
‘นั่นสิ ในยุคนี้ฉันทำอะไรเป็บ้าง ถ้าเป็ยุค 2023ฉันคงจะตอบไปว่าสามารถพิมพ์คอมพิวเตอร์ได้อย่างรวดเร็วและสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว’ แต่ที่นี่ความสามารถที่เธอมีในตอนนี้กลับใช้ไม่ได้เลยฝรั่งมังค่าสักคนก็ไม่มีหลงมาให้สื่อสารอะไรทั้งนั้นอีกทั้งั้แ่เรียนจบมหาวิทยาลัยเธอก็ยังไม่เคยไปทำงานที่ไหนสักแห่งอย่างเป็ชิ้นเป็อันเลยก็เพราะเธอถือว่ามีมรดกอสังหาริมทรัพย์ที่พ่อแม่ยกไว้ให้หลายแห่งและมันมากพอที่ทำให้เธอไม่ต้องทำงานเลยในชีวิตนี้ก็ได้
“อ้อ ดิฉันทำเป็หมดเลยค่ะขอแค่ได้ทำงานในร่มก็พอ” ถึงจะเป็คนที่ไม่มีความสามารถอะไรมากแต่เธอก็จำเป็ต้องตอบไปแบบนั้น เพราะความที่อยากจะได้งานใหม่
“ถ้าเธออยากทำงานในร่มจริง ๆงั้นพรุ่งนี้ไปที่บ้านพักค่ายทหาร สมัครงานแม่บ้านสิ..” ผู้ใหญ่เต๋อเจินให้คำแนะนำ
“ฮ๊ะ..!!” เหม่ยจูอุทานอย่างดัง“สมัครงานแม่บ้านงั้นเหรอ” ั้แ่จำความได้เหม่ยจูกวาดบ้านนับครั้งได้เลยแถมอาหารการกินเธอก็แทบจะไม่เข้าไปเหยียบในครัว ยังดีที่ยุค 70 นี้ น้องชายหยางซุนเป็ผู้ดูแลเื่อาหารให้
“ว่ายังไงล่ะ…” ผู้ใหญ่บ้านเต๋อเจินย้ำถาม
“ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันจะไปสมัคร”
“รีบ ๆ หน่อยล่ะ พันเอก จางเหว่ย เขาน่าจะรับแม่บ้านแค่คนเดียวไปช้าเธออาจจะอดทำงานได้..!!”
“อะ..ค่ะ ๆ ขอบคุณผู้ใหญ่เต๋อมากเลยนะคะ”งานนี้เห็นจะมีคู่แข่ง เป็เื่ธรรมดาซึ่งใคร ๆก็อยากได้งานทำสบาย ๆ ในร่ม แต่ถึงยังไงเหม่ยจูคนนี้แหละ จะคว้าตำแหน่งแม่บ้านมาครองถึงแม้จะทำไม่ค่อยเก่งก็เถอะ…!!