บทที่ 11 กินลูกตนเอง (รีไรต์)
กินลูกตนเอง!
ฉินเยาเยาซ่อนตัวอยู่ในอ้อมกอดของมารดา ทอดมองดูคนกลุ่มนั้น หัวใจพลันเย็นเยียบ
แม้หลายวันมานี้ นางได้เห็นความโหดร้ายของยุคแห่งา และพยายามอย่างหนักเพื่อให้ทุกคนในครอบครัวตระกูลฉินได้อิ่มท้อง
แต่ในตอนนี้ นางเพิ่งเข้าใจความหมายที่แท้จริงของยุคแห่งา
กินลูกตนเองเพื่อประทังชีวิต ช่างโหดร้ายเหลือเกิน
ภัยความอดอยากเช่นนี้ แม้แต่มนุษย์ก็ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็มนุษย์ได้อีกต่อไป
นางขยับเข้าใกล้มารดาโดยไม่รู้ตัว เสียงหัวใจของผู้เป็แม่นั้นทำให้นางรู้สึกสงบอย่างมาก
นางรู้สึกโชคดีจริง ๆ ที่ได้เกิดในครอบครัวที่อบอุ่นและรักใคร่ แม้ว่าป้าสะใภ้รองจะน่ารำคาญไปบ้าง
สวี่ซิ่วอิงรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของฉินเยาเยา จึงก้มลงมองเห็นสีหน้าของลูกสาวไม่สู้ดีนัก รีบตบบ่าปลอบโยนเบา ๆ
แม่เฒ่าฉินได้ยินเสียงจึงเหลือบมองไปที่หลานสาว คิดว่าหลานสาวคงจะใ จึงเอ่ยสั่ง “พวกเ้าทั้งสาม เก็บข้าวของ พวกเรารีบไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้”
ทุกคนในครอบครัวตระกูลฉินได้ยินดังนั้น จึงรีบเก็บข้าวของอย่างคล่องแคล่ว
ทันใดนั้น ฉินเหล่าซานก็ร้องขึ้นว่า “แล้วลิ่งเหวินกับลิ่งผิงเล่า”
“เมื่อครู่ยังนั่งอยู่ข้างหลังข้าอยู่เลย”
ฉินลิ่งอวี่รีบออกตามหา แต่บริเวณใกล้เคียงกลับไม่มีวี่แววของเด็กน้อยทั้งสอง
ทุกคนในครอบครัวต่างร้อนใจ พากันออกตามหา
ฉินเยาเยายื่นนิ้วน้อย ๆ ชี้ไปไกล ๆ พลางส่งเสียงอ้อแอ้
ทุกคนในตระกูลฉินมองตามไปยังทิศที่นางชี้ พลันคิดอะไรออก สีหน้าจึงเปลี่ยนไปในทันที
ฉินเหล่าซื่อรีบคว้าขวานเล่มโตที่พบเจอบนูเา วิ่งไล่ตามกลุ่มคนเ่าั้ไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนฉินเหล่าเอ้อร์กับฉินเหล่าซานก็ชักดาบตามไปติด ๆ
ฉินลิ่งอวี่ ฉินลิ่งเฟิงและฉินลิ่งิต่างก็คว้าไม้ไล่ตามไปติดๆ
“สะใภ้รอง สะใภ้สาม รีบมาดูแลเล่อเหนียงกับข้าวของให้ดี!”
แม่เฒ่าฉินออกคำสั่งกับเฝิงเสี่ยวฮวาและสือไห่ถัง
จากนั้นนางก็รีบตามไป
“พี่น้องทั้งหลาย ข้าขอรบกวนถามสักหน่อย พวกท่านเห็นลูกหลานของข้าที่ซุกซนชอบเที่ยวเล่นบ้างหรือไม่”
ฉินเหล่าเอ้อร์เข้าไปขวางด้านหน้าพวกเขาไว้ แล้วเอ่ยถามด้วยท่าทีสุภาพ
“ไม่เห็น รีบไสหัวไป อย่ามาขวางทางพวกข้า!”
ชายร่างใหญ่ผู้มีรอยแผลเป็บนใบหน้ากล่าวเสียงดังอย่างดุร้าย แต่แววตาที่ล่อกแล่กไปมาของเขากลับเปิดเผยพิรุธบางอย่างออกมา
“พี่น้องทั้งหลาย พวกเราก็เป็ผู้อพยพจากทางเหนือ เดินทางมาถึงที่นี่ด้วยความยากลำบาก ทุกคนต่างก็ลำบากพอกันทั้งนั้น หากลูกหลานของข้าซุกซนจนวิ่งมาถึงที่นี่ รบกวนพวกท่านช่วยพาเขากลับมาด้วย พวกเราก็จะได้แยกย้ายกันไป ต่างฝ่ายต่างอยู่ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มิเช่นนั้น ต่อให้พวกข้าต้องแลกด้วยชีวิตก็จะเอาชีวิตพวกท่านไว้ให้ได้!”
ฉินเหล่าซานและคนอื่น ๆ ยกมีดเล่มยาวที่สะท้อนแสงขึ้น ขณะที่ฉินลิ่งอวี่กับพี่น้องที่วิ่งตามหลังมาก็ยกไม้สูงเช่นกัน
“ข้าบอกว่าไม่เห็นก็คือไม่เห็น พวกเ้ามิใช่จะหาเื่กระมัง!”
พูดจบ ดวงตาของคนร่างใหญ่ประดับรอยแผลเป็ที่ใบหน้าก็เบิกกว้างขึ้น มือที่ถือมีดก็ฟาดฟันเข้าหาฉินเหล่าซื่อ
“พี่น้องทั้งหลาย มีคนมาหาเื่พวกเรา จัดการมัน!”
เมื่อเห็นดังนั้น บรรดาผู้ติดตามของคนร่างใหญ่ก็กรูกันเข้าไปหาฉินเหล่าเอ้อร์และฉินเหล่าซาน
ดวงตาของฉินเหล่าซื่อเยือกเย็นลง พลันยกขวานขึ้นรับคมมีดของคนร่างใหญ่ จากนั้นก็ยกเท้าถีบอีกฝ่ายกระเด็นไปด้านข้างอย่างแรง
แล้วจึงหันหลังกลับ ใช้สันขวานฟาดฟันใส่กลุ่มคนที่เหลือ
ฉินลิ่งอวี่อาศัยจังหวะนี้ย่องไปด้านหลังพวกมัน แล้วเปิดกระสอบที่บรรจุสิ่งของจนตุงออก
พอเห็นสิ่งที่อยู่ในกระสอบ เขาก็ตาแดงก่ำ ก่อนจะะโออกมา “ลิ่งเหวิน ลิ่งผิง!”
ภายในกระสอบบรรจุร่างของฉินลิ่งเหวินกับฉินลิ่งผิงที่หมดสติอยู่
ฉินเหล่าซื่อเห็นลูกและหลานนอนหมดสติ ดวงตาก็แดงก่ำ ร้องคำรามออกมาด้วยความโกรธแค้น ก่อนจะยกขวานในมือขึ้นฟาดฟันอย่างรุนแรง
เืสาดกระเซ็น เพียงชั่วพริบตาเดียว ชายผู้หนึ่งก็ศีรษะหลุดกระเด็นออกจากบ่า
คมขวานฟาดฟันอีกครา ชายอีกผู้หนึ่งก็ถูกผ่าเป็สองท่อน
ฉินเหล่าเอ้อร์และฉินเหล่าซานต่างก็ถือมีดเข้าฟาดฟันกลุ่มคนเ่าั้เช่นกัน
แม้พวกเขาจะมีจำนวนน้อยกว่า แต่ทุกคนล้วนถืออาวุธอยู่ในมือ อีกทั้งตลอดเส้นทางที่ผ่านมาล้วนได้รับการดูแลเป็อย่างดีจากฉินเยาเยา ทุกคนจึงมีร่างกายกำยำแข็งแรง บวกกับความแค้นที่สุมอกราวกับถูกปีศาจเข้าสิง ทุกครั้งที่ลงมือล้วนแม่นยำและโเี้
แม้แต่ฉินเหล่าเอ้อร์ที่ไร้ซึ่งวรยุทธ์ก็ยังสังหารคนไปได้ถึงสองคน
ส่วนคนร่างใหญ่ที่มีรอยแผลเป็บนใบหน้านั้นได้ตกอยู่ในภวังค์หวาดผวา นั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนพื้นร้องคร่ำครวญไม่หยุดปากว่า “ยังไม่ตาย พวกเขายังไม่ตาย!”
พวกเขาก็แค่ผ่านทางมาเห็นคนอื่นมีเนื้อกิน เกิดความโลภขึ้นมา ประกอบกับทำใจฆ่าลูกตนเองไม่ลง จึงได้ลงมือจับเด็กสองคนนี้มาเพื่อสนองความหิว
ใครจะไปคาดคิดว่าครอบครัวที่ดูใจดีเช่นนี้ กลับโเี้ถึงเพียงนี้!
บอกจะฆ่าก็ฆ่าจริง ๆ!
ในที่สุด ฉินเหล่าซื่อที่คั่งแค้นก็ได้สติกลับคืนมาในขณะที่ปลายขวานจ่ออยู่ที่คอของชายที่หน้ามีแผลเป็ เขาเตะไอ้หน้าแผลเป็ล้มลงกับพื้น ก่อนจะปักขวานลงข้าง ๆ ศีรษะของมัน จากนั้นก็วิ่งเข้าไปอุ้มฉินลิ่งผิงขึ้นมาพลางเอานิ้วมือแตะที่ปลายจมูก
ครู่ใหญ่ ฉินเหล่าซื่อก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แล้วพยักหน้าให้แก่พี่น้อง
ฉินเหล่าซื่ออุ้มหลานและลูกขึ้นมาอย่างหยาบ ๆ และพากลับไปที่พัก
ฉินเหล่าซานดึงขวานของฉินเหล่าซื่อขึ้นมา จากนั้นก็เตะไอ้หน้าแผลเป็อย่างแรง “ไสหัวไป!”
ฉินเหล่าซานกวาดตามองไปยังพวกที่นอนร้องโอดครวญอยู่บนพื้นแล้วถ่มน้ำลายลงพื้น ก่อนจะพาคนอื่น ๆ เดินกลับไปที่พัก
พวกมันกล้าคิดร้ายกับเด็ก ๆ พวกมันสมควรตาย!
“เด็ก ๆ เป็อย่างไรบ้าง”
แม่เฒ่าฉินเดินเข้ามาหา พลางมองดูหลานทั้งสองที่หมดสติไปด้วยความปวดใจ น้ำตาไหลริน มือของนางลูบไล้ไปมา คิดจะอุ้ม แต่ก็ไม่รู้จะอุ้มใครก่อนดี
“ท่านแม่ ข้าตรวจดูแล้ว ที่หลังคอของพวกเขาเป็รอยแดง คาดว่าน่าจะถูกตีจนสลบไป”
“ไม่เป็ไรก็ดีแล้ว เร็วเข้า รีบกันเถอะ” แม่เฒ่าฉินรีบเร่ง
ทุกคนเพิ่งสังเกตเห็นว่า ผู้ชายในครอบครัวทุกคนอยู่ที่นี่ยกเว้นฉินลิ่งอัน จึงรีบวิ่งกลับที่พัก
การที่ปล่อยให้พวกสตรีและเด็ก ๆ อยู่กันเพียงลำพังนั้น นับว่าอันตรายยิ่งนัก
ฉินเหล่าซื่อจึงส่งเด็กทั้งสองให้ฉินเหล่าเอ้อร์และฉินเหล่าซานอุ้ม จากนั้นจึงเร่งฝีเท้ากลับไปอย่างรวดเร็ว
ทว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น!
ในเวลานี้ สัมภาระของครอบครัวฉิน กระสอบบรรจุข้าวสารว่างเปล่า เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มกระจัดกระจายเกลื่อนกลาด หม้อดินเผาสองใบแตกเป็เสี่ยง ๆ
สวี่ซิ่วอิงกำลังกอดฉินเยาเยาไว้แนบอก ขณะที่มืออีกข้างก็จูงฉินลิ่งอันไว้ ดวงตาทั้งสองข้างของนางดูเลื่อนลอย
สือไห่ถังยืนอยู่ตรงหน้านางพร้อมกับไม้ในมือ ส่วนเฝิงเสี่ยวฮวานั้น หลบซ่อนอยู่ใต้ร่มต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลนัก
“เหล่าซื่อ เหล่าเอ้อร์ เหล่าซาน พบลิ่งเหวินกับลิ่งผิงหรือไม่”
ปกติสือไห่ถังเป็สตรีที่มีนิสัยห้าวหาญ แต่ในยามนี้ เมื่อได้พบหน้าบุรุษในบ้าน ก็ยังอดกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
แม้แต่ฉินเยาเยาที่อยู่ในห่อผ้า ยังชะเง้อคอมองออกไปด้านนอกพลางส่งเสียงอ้อแอ้ในลำคอ ‘พี่ที่น่ารักเช่นนี้ จะเกิดเื่ร้ายแรงไม่ได้’
ฉินเหล่าซื่อรีบตอบ “พี่สะใภ้สาม พวกเราเจอเด็ก ๆ แล้ว พวกเขาปลอดภัยดี กำลังตามมา”
“พบเจอก็ดีแล้ว พวกเราถูกพวกมันปล้นเสบียงไป พวกเ้าเพิ่งจากไป พวกมันก็กรูกันเข้ามา พวกมันมีจำนวนมาก ข้าป้องกันไว้ไม่ไหว ซิ่วอิงใกลัวมาก”
สวี่ซิ่วอิงเพิ่งได้สติกลับคืนมา พลันโผเข้าไปในอ้อมกอดของฉินเหล่าซื่อ แล้วร้องไห้ออกมา “เหล่าซื่อ เ้าหายไปไหนมา เ้ารู้หรือไม่ว่า เกือบไปแล้ว เกือบจะถูกพวกมันฉวยเอาตัวเล่อเหนียงไปแล้ว...”
“พวกมันจะจับเล่อเหนียงไปกิน ฮือ ๆ ๆ”
ฉินเหล่าซื่อได้ยินดังนั้นก็โกรธจนตัวสั่น หากไม่ติดว่าต้องรีบกลับไป เขาแทบอยากจะเข้าไปสับพวกมันเป็ชิ้น ๆ เสียเดี๋ยวนี้
ทว่าสิ่งสำคัญอันดับแรกคือต้องปลอบขวัญภรรยาของตนก่อน เขาจึงโอบกอดสวี่ซิ่วอิงไว้ในอ้อมแขน แล้วปลอบเบา ๆ ว่า “ไม่เป็ไรแล้ว ภรรยาข้า ข้ากลับมาแล้ว พวกมันจะไม่มีวันกล้ามาที่นี่อีก”
ฉินเยาเยาอยู่ตรงกลางระหว่างบิดาและมารดา ใบหน้าเล็ก ๆ แดงก่ำด้วยความเขินอาย