จ้าวลู่เสวียนเดินตามบ่าวจวนกั๋วกงไปยังลานส่วนกลางของจวนซึ่งถูกตกแต่งด้วยดอกไม้สีสันแปลกตาทำให้นางที่ไม่ค่อยได้มีโอกาสได้ออกมาชมความงดงามของโลภภายนอกถึงกับแววตาเป็ประกาย
แค่เพียงดอกไม้ก็ทำให้จ้าวลู่เสวียนอดจะตื่นเต้นไม่ได้
ทั้งที่จวนจ้าวเป็จวนของนางเองแท้ๆ แต่กลับไม่สามารถตกแต่งสวนให้สวยงามเช่นนี้ได้
ฮึ่ม! เสียของ คอยดูนะ กลับไปข้าจะจัดให้เต็มแบบนี้เลย
“พี่สาวท่านดูมีความสุขนัก มีเื่ดีอะไรหรือเ้าคะ” จ้าวอิ้งเยว่ถามด้วยความสงสัย
“อืมใช่ ข้ากำลังคิดถึงคู่หมั้น คิดว่าเขาคงจะมางานในวันนี้ด้วย หากได้เจอกับเขาข้าคงจะมีความสุขมาก” จ้าวลู่เสวียนกระซิบ นางยิ้มกว้างกว่าเดิมที่ได้เอ่ยถึงคู่หมั้น
นางจงใจใช้คำว่า คู่หมั้นเพราะ้าให้จ้าวอิ้งเยว่เจ็บใจเล่น
เหลือบเห็นมือสองข้างของน้องสาวผู้นี้กำแน่นแต่ยังรักษาสีหน้าที่ยิ้มแย้มเอาไว้ได้ จ้าวลู่เสวียนก็ยกยิ้มอย่างพอใจ
เื่นี้นางไม่ได้นึกขึ้นมาเองแต่เป็เสี่ยวซวนที่คอยให้คำแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการเอาคืนให้แก่นาง
“พี่สาวโชคดียิ่งนักที่ได้คู่หมั้นที่ดีเช่นพี่เซิน”จ้าวอิ้งเยว่ก็ไม่ยินยอมที่จะถูกข่มไว้ฝ่ายเดียว
นางจึงจงใจเอ่ยคำเรียกขานอย่างสนิทสนมกับว่าที่พี่เขย
แม้นางจะรู้ว่าพี่สาวหน้าโง่ผู้นี้ไม่ได้มีเจตนาอื่น แต่นางก็ไม่ยินยอมที่จะได้ยินเช่นนี้
และจงใจให้เหล่าคุณหนูหลายคนได้ยินเช่นกัน
กู้ฉีเซินถือเป็บุรุษที่สตรีหลายคนหมายปองเพราะนอกจากจะรูปงามสมชื่อแล้ว เขายังเป็ว่าที่ขุนนางอนาคตไกลอีกด้วย
หลังจากที่สอบผ่านจวี่เหริน[1]กู้ฉีเซินก็ถูกยอมรับให้ขึ้นเป็ผู้สืบทอดเพราะบิดาของเขานั้นไม่สามารถมีตำแหน่งขุนนางให้กับตระกูลกู้ได้ ดังนั้น เมื่อเขาได้ทำความปรารถนาของท่านโหวให้สำเร็จจึงถูกแต่งตั้งทันที
นางพบกับซื่อจื่อเมื่อปีก่อน จากการร่วมงานเลี้ยงที่จวนโหวและตกหลุมรักเขาั้แ่ครั้งนั้น เมื่อรู้ว่าเขาคือคู่หมั้นของพี่สาวผู้นี้ก็ทำให้นางเก็บความริษยาเอาไว้ไม่ได้
เหตุใดเด็กกำพร้าอย่างจ้าวลู่เสวียนจึงโชคดีไปเสียหมด
ไม่ว่าจะเป็ตำแหน่งท่านหญิง
หรือทรัพย์สมบัติอันมหาศาล
แม้กระทั่งคู่หมั้นที่รูปงามราวกับหยกชั้นดี
เหตุใด?ทุกอย่างจึงไม่เป็ของนาง
ฮึ! แต่ไม่เป็ไร ของทุกอย่างของพี่สาวหน้าโง่ผู้นี้ สักวันหนึ่งนางจะทำให้กลายเป็ของนางเอง
เริ่มจากทำให้จ้าวลู่เสวียนอับอายขายหน้าในงานวันนี้ก็แล้วกัน
[1] [1] การสอบเข้ารับราชการของจีนสมัยโบราณ จะมีการสอบสามครั้งโดยผู้ที่ผ่านการสอบรอบที่สอง ซึ่งเป็การสอบคัดเลือกระดับภูมิภาค จะถูกเรียกว่าจวี่เหริน