「 โทแกบี[1] วินาทีที่เ้านั่นปรากฏตัวขึ้นเป็ครั้งแรก ใครบางคนกล่าวออกมาเช่นนั้น」
ไม่รู้ทำไมจู่ๆ ก็พลันนึกถึงประโยคนั้นขึ้นมา
รถไฟใต้ดินที่หยุดวิ่งกะทันหัน
ตู้โดยสารรถไฟที่ไฟฟ้าถูกตัด
รายละเอียดของสถานการณ์ยังน้อยเกินกว่าที่จะทำให้รู้สึกเดจาวูเพราะถึงแม้การที่รถไฟหยุดวิ่งกะทันหันจะเป็เื่หายาก แต่มันก็เกิดขึ้นได้
ถึงจะเป็อย่างนั้นแล้วทำไมกันล่ะ ทำไมฉากเปิดตัวของนิยายอันแสนคุ้นเคยถึงได้แวบเข้ามาในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่มันเป็ไปไม่ได้อยู่แล้วไม่มีทางเป็ไปได้ไม่ใช่หรือไง
ประตูหน้าตู้โดยสาร3807ถูกเปิดออกพรวด ตอนนั้นเองที่ไฟฟ้ากลับมาติดยูซังอาที่อยู่ข้าง ๆ ผมพึมพำเสียงแ่
“...โทแกบี?”
เสียงวิ้งดังก้องอยู่ในหัวสมองฉากในนิยายที่ผมรู้จักซ้อนทับกับความจริงที่เกิดขึ้นตรงหน้า
เขาเล็กๆ สองเขา ห่มคลุมด้วยเสื่อฟาง สัตว์ประหลาดขนปุกปุยลอยคว้างอยู่กลางอากาศ
สิ่งนั้นดูแปลกประหลาดเกินกว่าจะเรียกว่าภูตชั่วร้ายจนไม่สมควรเรียกว่าเทวดา จะเรียกว่าปีศาจก็ติดที่รูปลักษณ์ภายนอกดูไร้เดียงสาเกินไป
เพราะฉะนั้นเ้านั่นจึงถูกเรียกว่า ‘โทแกบี’
และผมก็รู้คำพูดที่โทแกบีนั่นจะพูดออกมาเป็ประโยคแรก
&อา#@!&อา#@!...
[&อา#@!&อา#@!...]
นิยายซึ่งสร้างขึ้นจากจินตนาการซ้อนทับเข้าด้วยกันกับความเป็จริง
“เ้านั่นมันพูดอะไรน่ะ”
“เออาร์[2] เหรอ”
ท่ามกลางเสียงเซ็งแซ่ของผู้คนผมรู้สึกเหมือนตัวเองถูกโยนเข้าสู่โลกอีกใบอยู่คนเดียว นั่นมัน ‘โทแกบี’ ไม่ผิดแน่โทแกบีผู้เริ่มฉากโศกนาฏกรรมทั้งหลายแหล่ในสามวิธีรอดหลายพันตอนนั่น
...เสียงของยูซังอาปลุกผมให้ตื่นจากภวังค์ความคิด
“คล้ายภาษาสเปนเลย ฉันลองคุยกับเขาดูสักครั้งดีมั้ยคะ”
ผมถามกลับไปด้วยความรู้สึกหน่ายใจ
“...รู้หรือเปล่าครับว่านั่นมันคืออะไร คุณจะไปขอเงินจากเขาหรือไงครับ”
“ไม่ใช่แบบนั้น แต่ว่า...”
ตอนนั้นเองถึงเริ่มได้ยินคำศัพท์ภาษาเกาหลีสำเนียงที่ถูกต้องกันเสียที
[อา ๆ ได้ยินกันชัดมั้ย จริง ๆ เลยแพตช์ภาษาเกาหลีมันใช้การไม่ได้เลยเหนื่อยหน่อย ทุกคน ได้ยินที่ข้าพูดกันชัดสินะ]
เป็เพราะภาษาที่คุ้นเคยดังขึ้นหรือเปล่านะสีหน้าของทุกคนถึงได้ดูจะผ่อนคลายลงคนที่ก้าวออกไปคนแรกเป็ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูท
“นี่คุณ กำลังทำอะไรอยู่ครับเนี่ย”
[...ขอรับ?]
“ถ่ายหนังอยู่หรือครับ คือผมต้องรีบไปออดิชั่นน่ะ”
ดูจากใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยเลยสักนิดท่าทางคนคนนี้คงจะเป็นักแสดงไร้ชื่อละมั้ง น้ำเสียงดังกังวานดีถ้าผมเป็แคสติ้งไดเร็กเตอร์ก็คงจะเลือกคนคนนี้ทันทีที่เห็นเขาเลย แต่น่าเสียดายเ้าตัวที่อยู่ตรงหน้านั่นไม่ใช่ไดเร็กเตอร์
[อ้า ออดิชั่น อย่างนี้นี่เอง ในเวลาแบบนี้ก็ยังมีออดิชั่นสินะ ฮ่า ๆ ข้อมูลสำรวจนี่มันบกพร่องชัด ๆไหนว่าพอเข้าสู่การเก็บค่าบริการตอนหนึ่งทุ่มตรง ผู้คนก็จะเข้าใจได้เองไง]
“อะไร พูดเื่อะไรน่ะ”
[เอาละ ๆ ทุกคนสงบสติกันก่อน นั่งลงที่นั่งให้เรียบร้อยจากนั้นก็กรุณาฟังที่ข้าพูดด้วยเพราะั้แ่นี้ไปข้าจะบอกเื่สำคัญให้พวกเ้าได้รู้กัน!]
ผมเริ่มรู้สึกอึดอัดในอกขึ้นเรื่อยๆ
“อะไรกัน! รีบ ๆ ออกรถได้แล้ว!”
“ใครก็ได้ช่วยติดต่อคนขับรถไฟที!”
“ทำบ้าอะไรเนี่ย ยังไม่ได้ขอความร่วมมือจากประชาชนเสียหน่อย!”
“แม่ นั่นอะไรน่ะ การ์ตูนเหรอ”
ไม่ผิดแน่นี่มันการเริ่มเื่ที่ผมรู้จักดี ต้องห้ามพวกเขา แต่มันไม่มีวิธีเลยไม่มีใครยอมเชื่อฟังคำพูดของเ้าก้อนขนซีจี[3] ตัวเล็กดูน่ารักนั่นแน่นอน
สิ่งเดียวที่ผมสามารถทำได้ก็มีแค่ห้ามปรามยูซังอาที่พยายามจะลุกขึ้นจากที่นั่งทั้งที่ไม่รู้เื่รู้ราวอะไร
“คุณยูซังอา มันอันตราย เพราะงั้นอย่าเพิ่งขยับนะครับ”
“คะ?”
ยูซังอาที่กำลังใเบิกตากว้างเมื่อกี้ผมพูดออกไปอย่างลืมตัว แต่ตอนนี้ผมเองก็ไม่มีวิธีอธิบายสิ่งที่ตนเองเข้าใจเหมือนกัน
หรือพูดให้ชัดๆ ก็คือ ไม่จำเป็ต้องอธิบาย
[ฮ่า ๆ เสียงดังหนวกหูจริง]
เพราะสิ่งมีชีวิตที่มีความสามารถในการโน้มน้าวยิ่งกว่าผู้ใดก็อยู่ตรงหน้านี่แล้วยังไงล่ะ
[ข้าบอกแล้วใช่มั้ยว่าให้พวกเ้าเงียบ]
โทแกบีหลับตาลงช้าๆ เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งั์ตาของเขาก็เปลี่ยนเป็สีแดงสดพร้อมกับเสียงอะไรบางอย่างะเิแตกออกดังโพละก่อนขบวนรถไฟจะตกอยู่ในความเงียบ
“อ๊ะ...อะ...อา...”
นักแสดงไร้ชื่อที่บอกว่าจะต้องไปออดิชั่นมีโพรงขนาดใหญ่อยู่กลางหน้าผากชายคนนั้นอ้าปากพะงาบๆ อยู่หลายครั้ง ก่อนั์ตาจะเบิกโพลง แล้วทรุดตัวลงไปกองกับที่นั่ง
[นี่ไม่ใช่การถ่ายหนัง]
มีเสียงคล้ายลูกน้ำเต้าะเิออกดังขึ้นอีกครั้งคราวนี้เป็คุณป้าที่บ่นกระปอดกระแปดเกี่ยวกับคนขับรถไฟ
[ไม่ใช่ความฝัน ไม่ใช่นิยาย]
หนึ่งสอง...เืสีแดงฉานพุ่งกระฉูดอยู่กลางอากาศขณะเดียวกันศีรษะของผู้คนก็เริ่มะเิออก
คนที่ส่งเสียงประท้วงใส่โทแกบีคนที่ส่งเสียงกรีดร้องก่อความไม่สงบกระทั่งคนที่มีสีหน้าไม่ชอบใจแม้เพียงนิดต่างก็มีโพรงอยู่กลางหน้าผาก เพียงแค่ชั่วพริบตารถไฟใต้ดินก็กลายเป็ทะเลเื
[นี่ไม่ใช่ ‘โลกความจริง’ ที่พวกเ้าเคยรู้จัก คงจะเข้าใจกันแล้วใช่มั้ย เพราะฉะนั้นจงหุบปากให้หมดแล้วกรุณาฟังสิ่งที่ข้าจะพูดเสีย]
คนกว่าครึ่งตู้โดยสารตายแล้วรถไฟใต้ดินหลังเลิกงานเละเทะไปด้วยเืและเศษชิ้นส่วนของซากศพ
ตอนนี้ไม่มีใครส่งเสียงร้องอีกแล้วราวกับกลายเป็มนุษย์ยุคหินที่อยู่ต่อหน้าผู้ล่าอันทรงพลังทุกคนต่างก็มองโทแกบีด้วยความหวาดกลัว
ผมตกตะลึงพยายามหายใจให้เสียงเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ขณะเดียวกันก็กดไหล่ของยูซังอาที่ใจนสะอึกไม่หยุดเอาไว้แน่น
นี่เป็เื่จริง
ทั้งตอนที่ได้ยินเสียงข้อความประหลาดดังขึ้นในหูทั้งตอนที่โทแกบีปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าก็ด้วย ประสาทััรับความรู้สึกต่าง ๆที่ก่อนหน้านี้ยังไม่ทันได้ตระหนักว่านี่เป็เื่จริงถูกปลุกให้ตื่นขึ้นหลังจากเห็นตู้โดยสารที่กลายเป็ทะเลเื
[ทุกคนใช้ชีวิตกันอย่างดีไม่น้อยมาจนถึงตอนนี้เลยสินะ]
บริเวณที่นั่งคนชราเหล่าผู้สูงอายุที่เผชิญหน้ากับโทแกบีต่างนั่งขดตัวสั่นหงึก ๆโทแกบีพูดขึ้นราวกับจะหัวเราะเยาะผู้สูงอายุเ่าั้
[พวกเ้าใช้ชีวิตอย่างฟรี ๆ มานานเกินไปชีวิตช่างอิสรเสรีเหลือเกินใช่มั้ยล่ะเกิดมาโดยไม่ต้องเสียเงินก็ได้หายใจอย่างเป็สุข กินข้าว ขับถ่ายแพร่พันธุ์ตามใจชอบ! เหอะ! พวกเ้าช่างใช้ชีวิตกันในโลกที่ดีงามเหลือเกิน!]
ฟรี? ในรถไฟใต้ดินหลังเลิกงานขบวนนี้ไม่มีใครใช้ชีวิตอย่างฟรี ๆโดยไม่ต้องเสียอะไรหรอกนะ
พื้นที่ของผู้คนที่ต้องทำงานหาเงินอย่างขยันขันแข็งเพื่อที่จะมีชีวิตรอดต่อไปถ้าไม่ใช่รถไฟใต้ดินหลังเลิกงานแล้วจะเป็ที่ไหนได้อีก
แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครกล้าท้วงติงคำพูดของโทแกบี
[แต่ตอนนี้่เวลาอันแสนงดงามได้จบลงแล้วจะดื่มด่ำกับของฟรีไปตลอดได้ยังไงกันล่ะ อยากจะมีความสุขก็ต้องเสียเงินสิ ถึงจะถูกต้องตามตรรกะว่ามั้ย]
ผู้คนที่กำลังหอบหายใจไม่มีใครตอบอะไรออกไปแต่แล้วในตอนนั้นเองใครคนหนึ่งก็ยกมือขึ้นอย่างระมัดระวัง
“ระ...หรือว่าคุณ้าเงินครับ”
ผมละสงสัยอยู่เชียวว่าในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้มนุษย์หน้าไหนกันที่กล้าพูดเื่ไร้สาระแบบนั้นออกมาน่าประหลาดใจที่นั่นกลับเป็ใบหน้าที่ผมรู้จักดี
“คุณยูซังอา คนคนนั้นใช่หัวหน้าแผนกการเงินฮันหรือเปล่าครับ”
“...ใช่ค่ะ”
ไม่ผิดจริงๆ พวกชอบเล่นเส้นเล่นสายประจำบริษัทหัวหน้าที่เหล่าพนักงานใหม่ต้องหลบเลี่ยงให้ได้เป็อันดับหนึ่งคนนี้ก็คือหัวหน้าแผนกการเงินฮันมยองโอ
แล้วทำไมคนแบบนั้นถึงมานั่งรถไฟใต้ดินได้ล่ะเนี่ย
“ถ้าเป็เื่เงินละก็ ไม่ว่าเท่าไหร่ผมก็จะจ่ายให้ครับเชิญมารับไปได้เลยผมก็คือ...นี่ครับ”
ทุกคนส่งสายตาให้กำลังใจหัวหน้าแผนกฮันที่กำลังล้วงหยิบนามบัตรออกมา
“้าเท่าไหร่ครับ เช็คใบใหญ่[4] สักใบ? หรือสองใบ?”
ยอดเงินนั้นเป็จำนวนเยอะเกินกว่าคนที่เป็แค่หัวหน้าแผนกของบริษัทลูกจะโอ้อวดออกมาอย่างไม่ใช้หัวคิดแบบนั้น
่หนึ่งเคยมีข่าวลือแพร่ออกมาว่าแท้จริงแล้วหัวหน้าแผนกฮันมยองโอเป็บุตรชายคนสุดท้องของซีอีโอบริษัทลูกแห่งนี้ตอนนี้ผมเริ่มคิดขึ้นมาว่าบางทีอาจจะเป็เื่จริงก็ได้เพราะระดับหัวหน้าแผนกไม่มีทางพกเช็คจำนวนมากแบบนั้นติดกระเป๋าสตางค์ไปไหนมาไหนได้แน่
[อืม หมายความว่าพวกเ้าจะมอบเงินให้ข้า?]
“นะ...แน่นอนครับ! ตอนนี้มีเงินสดไม่มากเท่าไหร่แต่ว่า...ถ้ายอมให้ออกไปจากที่นี่ละก็ ไม่ว่าจะ้าเท่าไหร่ ผมก็จ่ายให้ได้ไม่อั้นเลยครับ”
[เงิน เยี่ยม เส้นใยพืชที่พวกมนุษย์ให้การยอมรับกันอย่างแพร่หลาย]
คำกล่าวนั้นช่วยให้สีหน้าของหัวหน้าแผนกฮันสดใสขึ้นทันตาคงจะคิดว่า‘ว่าแล้วเชียว เงินแก้ไขได้ทุกเื่’ ละสิน่าสมเพชนัก
“ตะ...ตอนนี้ผมมีติดตัวอยู่เท่านี้ เพราะฉะนั้นเชิญรับมันไว้”
[นั่นมันเป็ของที่ใช้ได้แค่ในปริภูมิ-เวลา[5] ของพวกเ้า]
“ครับ?”
วินาทีต่อมาเปลวไฟก็ลุกโชนขึ้นกลางอากาศเช็คที่หัวหน้าแผนกฮันกำเอาไว้ในมือถูกไฟเผาจนไหม้เป็จุณหัวหน้าแผนกฮันกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว
[กระดาษพรรค์นั้นมันไม่มีค่าอะไรเลยในโลกมิติอันไพศาล ถ้ากล้าทำเื่บ้า ๆแบบนี้อีกครั้ง คราวนี้ข้าจะะเิหัวเ้าซะเพราะฉะนั้นกรุณาจำให้ขึ้นใจเอาไว้ด้วย]
“อะ...อืออออ...”
ความหวาดกลัวปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้คนอีกครั้งสีหน้าของพวกเขาบ่งบอกชัดเจนเหมือนเนื้อหาในนิยาย ทำให้อ่านออกง่ายมากว่ากำลังคิดอะไรกันอยู่
「 นี่มันเกิดเื่บ้าอะไรขึ้นกันแน่ 」
และมีแค่ผมคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าต่อไปจะเกิดเื่อะไรขึ้น
[เฮ้อ ระหว่างที่พวกเรากำลังพูดกันอยู่นี่พวกเ้าก็มีแต่จะสะสมหนี้สินเพิ่มพูนไปเรื่อย ๆ อืม ก็นะให้พวกเ้าไปหาเงินกันเองคงจะไวกว่ามานั่งฟังข้าอธิบายเป็ร้อยครั้ง ว่ามั้ย]
เขาของโทแกบีงอกยาวออกมาราวกับเสาอากาศร่างกายพองลมลอยขึ้นสูงติดเพดานรถไฟ และเพียงครู่หลังจากนั้นเสียงข้อความก็ดังขึ้น
[ช่อง #BI-7623 เปิดให้บริการแล้ว]
[เหล่ากลุ่มดาวหลั่งไหลเข้าสู่ช่อง]
เหนือศีรษะของผู้คนที่ได้แต่กะพริบตาด้วยความงุนงงปรากฏหน้าต่างบานเล็กขึ้นมาสำหรับแต่ละคน
[ซีนาริโอหลักมาถึงแล้ว!]
<ซีนาริโอหลัก #1 - พิสูจน์คุณค่า>
ประเภท : หลัก
ระดับความยาก : F
เงื่อนไขการเคลียร์ : ฆ่าสิ่งมีชีวิตั้แ่หนึ่งชีวิตขึ้นไป
กำหนดระยะเวลา : 30 นาที
รางวัล : 300 เหรียญ
กรณีล้มเหลว : เสียชีวิต
ร่างกายของโทแกบีโปร่งแสงก่อนจะหายไปยังตู้โดยสารถัดไปพร้อมกับรอยยิ้มจาง
[ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้โชคดีนะขอรับทุกท่านช่วยแสดงเื่ราวน่าสนุกให้พวกเราได้รับชมด้วย]
[1] โทแกบี (도깨비) เป็ผีหรือั์ในตำนานพื้นบ้านของเกาหลีรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์น่ากลัว ตรงข้ามกับอุปนิสัยที่ซุกซน ชอบเล่นสนุก จนบางทีเลยเถิดสร้างความเสียหายโทแกบีจะคอยลงโทษมนุษย์ที่กระทำความชั่ว
[2] AR ย่อมาจาก AugmentedReality เป็เทคโนโลยีที่ผสานเอาโลกแห่งความเป็จริง(Real) เข้ากับโลกเสมือน (Virtual) โดยผ่านทางอุปกรณ์ประเภทกล้องคอมพิวเตอร์ เชื่อมกับซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ทำให้สามารถมองเห็นภาพวัตถุสามมิติลอยอยู่เหนือพื้นผิวจริง
[3] CG ย่อมาจาก Computer-generatedหรือที่คนทั่วไปเข้าใจว่า Computer Graphicความหมายคล้ายคลึงกัน กล่าวคือ เป็สิ่งที่คอมพิวเตอร์สร้างขึ้นไม่ว่าจะเป็ภาพ เสียง หรือสิ่งอื่นใด
[4] เนื่องจากธนบัตรมูลค่าสูงสุดของประเทศเกาหลีคือห้าหมื่นวอนเพื่อความสะดวกในการทำธุรกรรมขนาดใหญ่ ธนาคารต่าง ๆ จึงออกเช็คเงินสดมาแทนธนบัตร‘เช็คหนึ่งใบ’ เท่ากับหนึ่งล้านวอน‘เช็คใบใหญ่หนึ่งใบ’ เท่ากับสิบล้านวอน
[5] ปริภูมิ-เวลา (space-time)การกำหนดพื้นที่ของเอกภพ (universe) ตามหลักฟิสิกส์ได้เพิ่มมิติของ ‘เวลา’ เข้ามาจนเป็สี่มิติจากเดิมที่การรับรู้ของคนทั่วไปจะมีเพียงสามมิติ คือ ความกว้างความยาว และความลึกอันเป็มิติของพื้นที่หรือ ‘ปริภูมิ’ เท่านั้น