สามวันผ่านไป...
สามวันที่เฟิงหลงใช้เวลาไปกับการฟื้นฟูพลังและเตรียมการอย่างเงียบเชียบที่สุด เขาไม่ได้ออกไปไหนอีกเลย แต่ใช้จิตััของเขาคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวทั้งหมดในเมือง ความโกลาหลจากการถล่มของเหมืองเหล็กอัคคีได้ทำให้ตระกูลเซียวต้องระส่ำระสาย พวกมันต้องส่งยอดฝีมือส่วนใหญ่ออกไปจัดการกับปัญหาและเจรจากับเหล่าคู่ค้าที่กำลังโกรธเกรี้ยว ทำให้การป้องกันภายในเมืองและตามเส้นทางต่างๆ อ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด... และนี่คือโอกาสที่์ประทานมาให้เขา
ในคืนวันที่สาม ภายใต้ท้องฟ้าที่ไร้ซึ่งดวงดาวและมีเพียงแสงจันทร์สีเืจางๆ ส่องลงมา เฟิงหลงก็เตรียมพร้อมที่จะเคลื่อนไหว
"ท่านพ่อ ข้าต้องไปแล้ว" เขากล่าวกับเฟิงเจิ้นที่อาการดีขึ้นเล็กน้อย เขาทิ้งเสบียงน้ำและเนื้อแห้งที่ขโมยมาไว้ให้บิดา "ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น โปรดอย่าออกจากที่นี่เป็อันขาด"
"หลงเอ๋อร์... จงระวังตัวด้วย" เฟิงเจิ้นกำชับด้วยความเป็ห่วงอย่างสุดซึ้ง แม้เขาจะไม่เห็นด้วยกับแผนการที่โเี้นี้ แต่เขาก็รู้ดีว่าไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว
เฟิงหลงพยักหน้ารับ ก่อนที่ร่างของเขาจะกลืนหายไปในความมืดมิดของรัตติกาล...
เป้าหมายของเขาในคืนนี้คือ "ช่องเขาหมาป่าคร่ำครวญ" ช่องเขาแคบๆ ที่อันตรายซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเมืองไปทางทิศใต้ประมาณห้าสิบลี้ มันเป็เส้นทางที่สั้นที่สุดในการเดินทางไปยังเมืองท่า แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็สถานที่ที่เหมาะแก่การซุ่มโจมตีมากที่สุดเช่นกัน ว่ากันว่าในคืนที่ลมแรง เสียงลมที่พัดผ่านช่องหินจะฟังดูคล้ายกับเสียงหมาป่าที่กำลังคร่ำครวญโหยหวน... เป็ที่มาของชื่ออันน่าสะพรึงกลัวนี้
เฟิงหลงเดินทางด้วยความเร็วสูงสุด ร่างของเขาพุ่งทะยานผ่านป่าทึบและเนินเขาเตี้ยๆ ราวกับิญญาพยาบาท ใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วยาม เขาก็มาถึงจุดหมาย
ช่องเขาหมาป่าคร่ำครวญนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าในคำร่ำลือ หน้าผาสูงชันสองฝั่งบีบอัดเข้ามาจนเหลือเพียงเส้นทางแคบๆ ที่พอให้รถม้าผ่านไปได้ทีละคันเท่านั้น บนพื้นเต็มไปด้วยก้อนหินที่แหลมคม และมีลมหนาวพัดผ่านอย่างรุนแรงตลอดเวลา ทำให้เกิดเสียงหวีดหวิวที่บาดลึกเข้าไปในโสตประสาท
เฟิงหลงไม่ได้ลงไปรอที่พื้นด้านล่าง แต่เขาปีนขึ้นไปบนยอดหน้าผาฝั่งหนึ่ง และซ่อนตัวอยู่หลังก้อนหินขนาดใหญ่ก้อนหนึ่งอย่างเงียบเชียบ ที่นี่คือจุดซุ่มโจมตีที่สมบูรณ์แบบ เขาสามารถมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างบนเส้นทางเบื้องล่างได้อย่างชัดเจน
เขารอคอย... รอคอยอย่างอดทนราวกับพญาเหยี่ยวที่กำลังจับจ้องเหยื่อของมันจากบนท้องฟ้า เวลาค่อยๆ ผ่านไป... หนึ่งชั่วยาม... สองชั่วยาม...
และในที่สุด... ในยามที่แสงจันทร์เริ่มจะเลือนหายไป เขาก็ได้ยินเสียงล้อรถม้าและเสียงฝีเท้าของม้าที่กำลังใกล้เข้ามา
คาราวานของตระกูลหลันปรากฏตัวขึ้นที่ปากทางเข้าช่องเขา...
มันเป็คาราวานขนาดกลาง ประกอบด้วยรถม้าบรรทุกสินค้าสามคันที่ถูกคลุมด้วยผ้าใบอย่างหนาแน่น และมีองครักษ์ในชุดสีครามซึ่งเป็สีประจำตระกูลหลันคุ้มกันอยู่ประมาณยี่สิบคน ผู้นำขบวนคือชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าบูดบึ้งและมีแผลเป็ที่คิ้วซ้าย ระดับพลังของมันอยู่ในขั้น ปราณปฐีขั้นที่สี่ นับว่าเป็ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งคนหนึ่ง
"เร่งฝีเท้าเข้า! รีบผ่านช่องเขานรกนี่ไปก่อนที่ฟ้าจะสาง!" ผู้นำขบวนะโสั่งการ
เมื่อคาราวานเคลื่อนตัวเข้ามาถึงใจกลางของช่องเขา... เฟิงหลงก็เริ่มลงมือ!
เขาไม่ได้พุ่งเข้าไปโจมตีโดยตรง แต่เขาใช้ปราณอสูรผลักก้อนหินขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆ ตัวเขาให้ร่วงหล่นลงไป!
ครืนนนน! โครม!
ก้อนหินมหึมาร่วงลงไปขวางเส้นทางด้านหน้าของคาราวานอย่างพอดิบพอดี! ม้าตัวหนึ่งตื่นใและร้องเสียงหลง ทำให้ขบวนทั้งขบวนต้องหยุดชะงักและเกิดความโกลาหลขึ้นทันที!
"เกิดอะไรขึ้น!?""มีหินถล่ม!"
และในจังหวะที่ทุกคนกำลังสับสนอลหม่านนั้นเอง... เฟิงหลงก็ได้เคลื่อนไหว!
ฟิ้ว!
ร่างของเขาดิ่งพสุธาลงมาจากยอดหน้าผาราวกับอุกกาบาตสีดำ!
"มายาอสูร!"
เขาร่อนลงบนหลังคาของรถม้าคันสุดท้ายอย่างเงียบกริบราวกับขนนก ก่อนที่องครักษ์ที่อยู่ใกล้ที่สุดจะได้ทันรู้ตัว คมดาบของตระกูลเซียวที่เขาพกมาด้วยก็ตวัดผ่านลำคอของมันไปแล้ว!
ฉัวะ!
โลหิตสีแดงสดสาดกระเซ็นไปในอากาศ! ศีรษะขององครักษ์คนนั้นลอยขึ้นไปบนฟ้าก่อนจะร่วงหล่นลงมา... เป็การเปิดฉากการสังหารหมู่!
"ศัตรูบุก!""มันอยู่บนรถม้า!"
องครักษ์ที่เหลืออยู่เพิ่งจะได้สติและหันมาทางเขา แต่ก็ช้าเกินไปแล้ว เฟิงหลงได้กระโจนเข้าไปกลางวงของพวกมันราวกับหมาป่าที่กระโจนเข้าใส่ฝูงแกะ!
การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วและคาดเดายากจนน่าเหลือเชื่อ! ดาบในมือของเขาร่ายรำเป็เงาสีเงินที่เยือกเย็น ทุกครั้งที่มันตวัดออกไป จะต้องมีชีวิตหนึ่งดับสิ้นลง! เขาไม่ได้ใช้พลังปราณอสูรอย่างเต็มที่ แต่ใช้เพียงทักษะการต่อสู้และสัญชาตญาณนักฆ่าที่เขาได้รับมาเท่านั้น
ผู้นำขบวนที่มีพลังระดับปราณปฐีขั้นสี่คำรามลั่นและพุ่งเข้าใส่เฟิงหลง "เ้าเป็ใคร! บังอาจมาปล้นคาราวานของตระกูลหลัน!"
เฟิงหลงไม่ตอบคำถาม เขาใช้ "มายาอสูร" หลบหลีกการโจมตีของมันอย่างง่ายดาย ก่อนจะหาจังหวะสวนกลับไปด้วยเพลงดาบที่เรียบง่ายแต่เฉียบคมและถึงตาย!
เคร้ง! เคร้ง! ฉึก!
หลังจากปะทะกันได้เพียงสามกระบวนท่า ดาบของเฟิงหลงก็หาช่องว่างและแทงทะลุหัวใจของผู้นำขบวนได้อย่างแม่นยำ! ดวงตาของมันเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อสายตา ก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้น...
เมื่อผู้นำตาย... การต่อต้านที่เหลือก็จบสิ้นลงอย่างรวดเร็ว เฟิงหลงไล่สังหารองครักษ์ที่เหลือจนหมดสิ้นในเวลาไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา
เหลือเพียงองครักษ์หนุ่มคนหนึ่งที่อายุน้อยที่สุด ซึ่งถูกความหวาดกลัวเข้าครอบงำจนขาทั้งสองข้างสั่นระริกและทรุดลงไปนั่งกองกับพื้น... เขาคือคนที่เฟิงหลงตั้งใจ "เหลือ" ไว้
เฟิงหลงเดินเข้าไปหาอย่างช้าๆ ดาบในมือของเขาหยดไปด้วยเือุ่นๆ แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาทำให้สัญลักษณ์ "หมาป่าสีทอง" ที่สลักอยู่บนด้ามดาบของตระกูลเซียวสะท้อนแสงวาบขึ้นมาอย่างชัดเจน
"พะ...พวกเ้า...เป็คนของตระกูลเซียว!" องครักษ์หนุ่มคนนั้นร้องออกมาอย่างตื่นตระหนกเมื่อเห็นสัญลักษณ์นั้น
เฟิงหลงแสยะยิ้มภายใต้ผ้าคลุมหน้า "จำใส่หัวของเ้าไว้... ตระกูลเซียวของข้า้าเงิน... และตระกูลหลันของเ้าก็มีมัน... กลับไปบอกนายของเ้าซะ... นี่เป็เพียงการสั่งสอนเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น"
สิ้นเสียงพูด เขาก็ใช้ด้ามดาบฟาดเข้าไปที่ท้ายทอยขององครักษ์หนุ่มคนนั้นจนสลบไป
จากนั้นเขาก็กรีดผ้าใบที่คลุมรถม้าออกอย่างรวดเร็ว หยิบเอาหีบใส่เครื่องเทศที่ดูมีราคาแพงที่สุดไปเพียงหีบเดียว... เพื่อทำให้มันดูเหมือนการปล้นที่สมจริง ก่อนจะหันหลังและหายลับไปในความมืดของช่องเขา... ทิ้งไว้เพียงซากศพ, กลิ่นคาวเื, และ "พยาน" เพียงคนเดียวที่จะนำพาพายุลูกใหม่ไปสู่เหมันตนคร
เมล็ดพันธุ์แห่งความหวาดระแวง... ได้ถูกหว่านลงแล้ว