หลายชั่วโมงต่อมา ณ ตลาดน้ำชื่อดัง
“ว้าว...ซูซี่ ทีนี่สุดยอดไปเลยครับ นี่มันอะไรกันเนี่ย ผมไม่อยากจะเชื่อเลย” ชายหนุ่มถึงตื่นตะลึงไปกับบรรยากาศแปลกใหม่รอบ ๆ ตัว ดวงตาคมกวาดมองเหล่าพ่อค้าแม่ค้า ที่พากันตั้งร้านขายของอย่างเนืองแน่นทั้งในน้ำและบนบก
“นี่แค่ส่วนหนึ่งนะคะพีท ถ้าเราเดินเข้าไปข้างในล่ะก็เยอะกว่านี้อีก ไปกันเร็วค่ะ” หญิงสาวหันมากล่าวคำเชิญชวน ก่อนที่จะลากคนตัวโตเข้าไปด้านในตลาด สิตางค์ออกแรงจับจูงลากถูชายหนุ่มที่ตื่นเต้นกับทุกอย่างและอยากจะแวะชิมทุกร้าน จนในที่สุดเธอก็พาเขามาหยุดยืนที่ร้านเป้าหมายจนได้
“ถึงแล้วค่ะพีท ร้านนี่แหละเด็ดที่สุดเลย” เธอกล่าวพร้อมกับพยักเพยิดไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นเ้าเก่าแก่
“ผมก็ว่ามันน่าจะเป็แบบนั้นแหละนะครับ ว่าแต่ว่านี่มันร้านอะไรครับเนี่ย ทำไมมีไก่ดำ ๆ แขวนอยู่หน้าร้านด้วย” เขาเชื่อเธอทันทีว่าร้านนี้ต้องเป็ร้านเด็ดร้านดัง จำนวนคนที่มาเข้าแถวรอนั้นก็เป็สิ่งที่การันตีได้เป็อย่างดี แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเธอพาเขามากินอะไรกันแน่ แล้วทำไมมีไก่ดำ ๆ แขวนเยอะจังเลย
“นี่ร้านก๋วยเตี๋ยวค่ะพีท แล้วที่แขวน ๆ อยู่นี่เป็ดนะคะไม่ใช่ไก่ คุณนี่แก่ไม่ไหวเลยนะคะ ตาฝ้าฟางหมดแล้ว” เสียงหวานใสเอ่ยออกมา ด้วยอยากจะกวนประสาทเขาเล่น
“ขอโทษครับคนสวย ขอโทษที่ผมเป็ดกับไก่ที่ถอนขนแล้วไม่ออก ว่าแต่ทำไมมันสีเข้มขนาดนั้นครับ มันไหม้เหรอครับ? ”
“มันไม่ได้ไหม้หรอกค่ะ แต่ว่าเค้าเอาไปตุ๋นกับซีอิ๊วแล้วก็น้ำตาล คล้าย ๆ กับที่เราไปกินที่ฮ่องกงไงคะจำได้มั้ย แต่ว่าร้านนี้จะมีแบบเผ็ดด้วย ซึ่งฉันขอท้าคุณเลยถ้าคุณกินได้เกิน 2 ถ้วย ภายในครึ่งชั่วโมงล่ะก็ วันนี้ฉันเลี้ยงเอง”
“นี่คุณกล้าท้าผมเหรอครับ นี่คุณจะดูถูกผมมากไปแล้วนะครับ ตอนอยู่ที่บ้านเนี่ย ผมฝึกกินเผ็ดเกือบทุกอาทิตย์เลยนะครับ วันนี้คุณเตรียมกระเป๋าฉีกได้เลย เพื่อของฟรีผมไม่มีทางยอมแพ้อยู่แล้ว”
“งั้นมาดูกันค่ะพีท”
“รับอะไรดีครับ” พนักงานรีบพุ่งตัวมารับรายการอาหารทันที
“อาว บ๊ะหมี เผ็ด แบบ เผ็ด ซ้อง คร้าบ” ชายหนุ่มพยายามที่จะสั่งอาหารด้วยตัวเอง หวังโชว์สกิลภาษาไทยที่ตัวเองไปร่ำเรียนมา ให้เธอได้รู้ว่าต่อไปนี้เธอไม่สามารถนินทาเขาเป็ภาษาไทยได้อีกต่อไป
“เอ่อ อะไรนะครับ” แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่ค่อยได้ผลสักเท่าไหร่
“บ๊ะหมี เป๊ด เพด เผด” แต่เขาก็ยังไม่ละความพยายาม ยังคงพยายามที่จะออกเสียงใหม่อีกครั้ง
“ขอโทษนะครับพี่ พี่เป็คนไทยใช่ไหมครับ? ไม่ทราบว่าแฟนพี่เขาจะสั่งอะไรครับ” เมื่อเห็นท่าไม่ดีพนักงานเสิร์ฟหนุ่มจึงเรียกหาตัวช่วยทันที
“ม่ายช่ายแฟนนะ เราเปนผะ..ผัว” เมื่อเห็นเด็กหนุ่มเรียกเขาว่าเป็แฟนของเธอ ชายหนุ่มเลยต้องรีบแก้ข่าว
“อ่า..ครับ ๆ พี่ ผัวพี่จะสั่งอะไรครับ” เมื่อได้ยินแบบนั้น เด็กหนุ่มจึงถามเธออีกครั้ง แต่เปลี่ยนสรรพนามใหม่ที่ทำให้เธออยากจะกรี๊ด
“เค้าจะสั่งบะหมี่เป็ดต้มยำน้อง เอาแบบเผ็ด ๆ มาเลยนะคะ ส่วนพี่เอาเส้นเล็กเป็ดต้มยำเหมือนกัน” เธอพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ไม่ะเิออกมา แต่ดูเหมือนเ้าตัวต้นเื่จะไม่ให้ความร่วมมือสักเท่าไหร่ คนตัวโตเอาแต่ยุกยิกไปมาราวกับเด็ก ๆ
“ได้ครับพี่ รอสักครู่นะครับ”
“นี่ซูซี่เมื่อกี้ ภาษาผมมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอครับ ทำไมเค้าถึงไม่เข้าใจเลย” ชายหนุ่มนึกสงสัยในสกิลภาษาของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่เขาก็คิดว่าตัวเองฝึกมาดีอยู่แล้วแท้ ๆ
“ใช่ค่ะพีท แย่ แย่มากๆเลย คุณทั้งออกเสียงผิดแล้วก็ใช้คำศัพท์ผิดด้วย” เธอตอบกลับเขาด้วยความโมโห
“ใช่เหรอครับ ผมว่าผมใช้คำถูกต้องหมดแล้วนะ” เขากล่าวพลางทำท่าทางขบคิด
“คุณไม่ควรใช้คำว่าผัวกับฉัน เพราะว่ามันไม่ใช่”
“ผัวคือคนที่มีความสัมพันธ์กันเชิงชู้สาวไม่ใช่เหรอ คุณไม่ต้องมาแกล้งผมเลยนะ ผมดูละครมาใคร ๆ ก็เรียกแฟนว่าผัวทั้งนั้น” เขาหันกลับมาเถียงเธอ
“บ้าจริง พีทนี่คุณดูละครเื่อะไรเนี่ยฮะ! คำว่าผัวจะใช้ก็ต่อเมื่อเราแต่งงานกันแล้วเท่านั้นค่ะ”
“อ้าวเหรอ แบบนี้เรายังไม่แต่งงานกัน ผมกำลังจะเป็สามีคุณ ผมเป็อันล่าสุด อันล่าสุดเหรอ อืม...อย่างงั้นผมต้องบอกว่าผมเป็ "ผัวใหม่ " คุณสินะครับ” เขากลับไปทบทวนตัวเอง ก่อนที่จะกล่าวประโยคที่เธอไม่คาดคิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้ยิน โอ๊ย! อกอีแป้นจะแตก ไอ้คำอื่น ๆ ล่ะสอนเท่าไหร่ก็พูดไม่ชัดสักที แต่อีคำว่า "ผัว" นี่ล่ะก็ชัดอย่างกับกินกูเกิลทรานสเลทเข้าไป