่เย็นของวันเดียวกัน แพรไหมเดินออกมาจากสตูดิโอจัดงานพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ สีหน้าเหมือนยังไม่อยากเชื่อว่าตัวเองได้งานจริง ๆ
งาน MC ประมูลสินค้าและการกุศลของบริษัทชื่อดัง ค่าตอบแทนต่อวันสูงกว่างานพาร์ทไทม์ทั่วไปหลายเท่า ถึงจะเป็แค่งานชั่วคราวแต่สำหรับเธอตอนนี้ เงินทุกบาทสำคัญหมด
“เอาล่ะ ถึงเวลาแล้ว”
บรรยากาศภายในฮอลล์จัดงานเต็มไปด้วยแสงไฟหรูหราและเสียงพูดคุยของแขกผู้มีชื่อเสียงในวงการธุรกิจ แพรไหมยืนอยู่ด้านข้างเวที มือกำการ์ดลำดับงานไว้แน่น พยายามท่องสคริปต์ในหัวอีกครั้งเพื่อไม่ให้ตัวเองตื่นเต้นเกินไป
คืนนี้เธอสวมเดรสสีดำเข้ารูปเรียบหรูตามธีมงาน ผ่า่ขาเล็กน้อยเพื่อความคล่องตัว ผมยาวถูกเก็บครึ่งหนึ่งเผยให้เห็นลำคอขาวเนียน ต่างจากลุคนักศึกษาธรรมดาที่เคยเห็นโดยสิ้นเชิง
“อีกห้านาทีเริ่มนะคะ”
ทีมงานเดินมาบอก แพรไหมรีบพยักหน้ารับก่อนสูดหายใจลึก แต่ยังไม่ทันได้ตั้งสติ เสียงฮือฮาเบา ๆ จากทางเข้าฮอลล์ก็ดังขึ้น เธอเผลอหันไปมองตามก่อนที่แววตาเล็กจะขยายขึ้นทันที เมื่อเห็นากำลังเดินเข้ามาด้านใน
เขาอีกแล้วเหรอ!
ร่างสูงในสูทสีเข้มก้าวผ่านกลุ่มคนด้วยท่าทีสงบเหมือนเคย แต่เพียงแค่เขาปรากฏตัว บรรยากาศทั้งงานกลับเปลี่ยนไปทันทีโดยอัตโนมัติ
และในจังหวะนั้นเอง
สายตาของเขาก็หันมาสบกับเธอพอดี แพรไหมเม้มปากแน่นอย่างทำตัวไม่ถูก เมื่อสายตาคมคู่นั้นยังคงมองเธอไม่ละไปไหน จากนั้นร่างสูงก็เดินตรงเข้ามาหาเธอทันที
“คุณ…”
“โผล่ทุกที่ ยกเว้นมหาลัย” เขาไม่เพียงแค่พูดแต่ยังไล่สายตาสำรวจเสื้อผ้าหน้าผมของเธอไปด้วย ชุดเดรสรัดรูปที่ทั้งสั้นและเปิด่อก ทำให้เขาไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่
“เอ่อ…ฉันรับงานเป็พิธีกรค่ะ”
“กลับไป”
“คะ?” เขาหันไปมองพนักงานอีกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น แค่รู้ว่าามองอีกฝ่ายก็รีบวิ่งเข้ามาทันที
“คุณามีอะไรรึเปล่าคะ”
“เปลี่ยนพิธีกรใหม่ ไม่เอาคนนี้” อีกฝ่ายยื่นตัวแข็งทื่อไปหลายวินาที ก่อนจะพยักหน้าตอบ
“รับทราบค่ะคุณา”
“นี่คุณ!”
เธอยังไม่ทันได้โวยวาย เขาก็ดึงข้อมือเธอให้เดินตามออกมาจากงาน ระหว่างนั้นแพรไหมก็พยายามแกะมือเขาออกแต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งพ้นสายตาทุกคนแล้วเขาก็ปล่อยให้เป็อิสระ
“คุณทำแบบนี้ทำไมคะ จะแกล้งอะไรฉันอีก”
“เด็กอย่างเธอไม่ควรรับงานอะไรแบบนี้ หรือว่าร้อนเงินอีกแล้ว?” เธอหลบสายตาเขา ไม่ต้องตอบเขาก็พอจะรู้คำตอบ
“เอาเป็ว่า ฉันรับงานมาแล้วก็ต้องมีความรับผิดชอบค่ะ”
“ไม่ต้องเปลี่ยนเื่” เธอถอนหายใจก่อนจะพูด
“ใช่ค่ะ ฉันร้อนเงิน ทำอะไรได้ก็ทำหมดนั่นแหละ แต่มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณนี่คะ”
“วันนั้นฉันให้เธอไปเป็แสน ใช้หมดแล้วรึไง” แพรไหมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เพราะเธอเอาเงินส่วนนั้นเก็บไว้รักษาพี่ชาย
“ค่ะ”
“ให้ตายเถอะ” เขาถึงกับหัวเราะออกมาเบา ๆ
“เพราะงั้นคุณอย่าแกล้งฉันเลยนะคะ”
“ไหนบอกมาซิ ว่าเธอเอาเงินไปใช้อะไรเยอะแยะ ดูจากการใช้ชีวิตของเธอแล้วก็…ไม่น่าฟุ่มเฟือย” คราวนี้แพรไหมเงียบไปพักใหญ่ จนกระทั่งาทำท่าจะพูด
“ฉัน…ฉันต้องเอาเงินไปจ่ายค่ารักษาพี่ชายค่ะ ่นี้เลยต้องหางานทำไปด้วย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาก็แอบใเล็กน้อยที่ได้รู้ว่าภาคภูมิไม่สบาย หากแต่แววตาของเขากลับเปลี่ยนไปราวกับคิดอะไรบางอย่างออก
“งั้นเหรอ”
“ฉันกลับไปทำงานต่อได้แล้วใช่มั้ยคะ”
“เป็พิธีกรได้เงินแค่นั้นไม่พอหรอก ฉันมีข้อเสนอดี ๆ ให้เอามั้ย” เขาก้าวเข้ามาใกล้เธออีก ก่อนจะยกมือขึ้นมาเชยคางเธอขึ้น
“ไม่เอาค่ะ”
“ถ้ารับข้อเสนอของฉัน เธอพูดตัวเลขมาได้เลย จะกี่หมื่น กี่แสน หรือกี่ล้าน ฉันก็ให้เธอได้หมด” แพรไหมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ภายในหัวกำลังประมวลอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็เลือกปฏิเสธเขาเหมือนเดิม
“ไม่ค่ะ อย่าคุยเื่แบบนั้นกับฉันอีกเลยเพราะฉันไม่มีวันทำอีกค่ะ”
“แต่มีงานอะไรก็รับหมด ยกเว้นที่เกี่ยวกับฉัน?”
“ก็…”
“หน้าที่ของเธอตอนนี้คือเรียนหนังสือ ไม่ใช่มาทำงานแบบนี้ แล้วดูแต่งตัวเปิดหน้าเปิดหลังขนาดนี้ ไอ้พวกหัวงูคงดูของประมูลหรอกมั้ง” ขณะพูดเขาค่อย ๆ ไล่สายตามองเธอั้แ่หัวจรดเท้า “น่าจะดูอย่างอื่นมากกว่า”
“รวมถึงคุณด้วยใช่มั้ยคะ” เธอตอบกลับอย่างรวดเร็ว ทำเอาาเขม็งตาใส่เธอทันที
“เอาเป็ว่า หน้าที่ของเธอตอนนี้คือกลับไปเรียน แล้วเลิกรับงานอะไรแบบนี้ซะ ส่วนค่าจ้างที่เธอต้องได้วันนี้ฉันจ่ายให้”
“แต่ว่า”
“เอาตามนั้นแหละ กลับไปได้ละ”
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังยืนคุยกันอยู่ อเล็กซ์ที่ตามหาผู้เป็เ้านายทั่วงานพอเห็นก็รีบเดินเข้ามาทันที
“นายครับ งานจะเริ่มแล้วครับ” าหันไปพยักหน้าตอบ ก่อนจะหันกลับมามองหน้าเธออีกครั้ง
“ไปสิ ยืนอยู่ทำไมอีก” เขาออกคำสั่งกับเธอ จากนั้นก็หันไปหาอเล็กซ์
“จัดการให้ด้วย”
“ครับนาย”
จากนั้นาก็เดินผ่านหน้าเธอไป เหลือเพียงอเล็กซ์และแพรไหมที่ค่อย ๆ ละสายตาจากเขาแล้วหันกลับมามองหน้ากัน
“เชิญทางนี้ครับ เดี๋ยวผมไปส่ง”
“ไม่เป็ไรค่ะ แพรกลับเองได้”
“ให้ผมไปส่งเถอะครับ เชิญครับ” อเล็กซ์ผายมือเชิญเธอ และสุดท้ายเธอก็ต้องยอม
“คงเป็เื่ปกติที่เขาชอบใช้คุณให้ไปส่งผู้หญิงใช่มั้ยคะ” ระหว่างอยู่ในรถ แพรไหมเอ่ยขึ้นเล่นทำเอาอีกฝ่ายไปไม่เป็
“ไม่นะครับ”
“ทำไมเ้านายคุณถึงชอบบังคับแต่คนอื่น แพรไม่เข้าใจเลยจริง ๆ”
“นายคงคิดว่าคุณแพรยังเด็ก ไม่ควรทำงานแบบนี้มั้งครับ”
“เขาไม่ใช่ผู้ปกครองแพรสักหน่อยนะคะ”
“เอ่อ…นายเขาคงเอ็นดูคุณแพร ก็เลยไม่อยากให้ทำงานมั้งครับ ว่าแต่ทำไมคุณแพรต้องทั้งเรียนแล้วก็ทำงานไปด้วยล่ะครับ”
“แพรมีปัญหาเื่เงินค่ะ พอดีพี่ชายแพรป่วยค่าใช้จ่ายในการรักษาก็ค่อนข้างสูง ก็เลยต้องทั้งเรียนทั้งทำงานไปด้วย แต่ถ้าเทอมหน้าไม่ไหวจริง ๆ แพรน่าจะพักการเรียนไว้ก่อนค่ะ”
“ถึงขั้นต้องพักการเรียนเลยเหรอครับ”
“ค่ะ แพรอยากทำงานหาเงินไปรักษาพี่ แต่ถ้าเรียนก็จะมีเวลาทำงานไม่เต็มที่ แต่คุณอเล็กซ์อย่าเอาเื่นี้ไปบอกนายของคุณนะคะ แพรไม่อยากให้เขามายุ่งด้วยอีก”
“แต่คงน่าเสียดาย ถ้าคุณแพรไม่เรียนต่อเพราะเหลือแค่อีกเทอมเดียว”
ขณะที่สองคนกำลังคุยกัน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น อเล็กซ์รีบกดรับสายทันทีเมื่อรู้ว่าเ้านายโทรมา
ตืด…ตืด
“ครับนาย”
“เรียบร้อยหรือยัง”
“ใกล้จะถึงแล้วครับ ส่วนเื่เงินเดี๋ยวผมจัดการให้ครับ”
“หลับรึไง ทำไมไม่ได้ยินเสียง”
อเล็กซ์ค่อย ๆ หันมามองหน้าแพรไหม ก่อนเธอจะพยักหน้ารัว ๆ เพื่อให้อีกฝ่ายตอบเขาไป
“เอ่อ…ครับ คุณแพรหลับครับ”
“ปรับแอร์ขึ้นด้วย ยัยนั่นขี้หนาวเดี๋ยวก็ไม่สบายอีก”
“ครับ รับทราบครับนาย”
หลังจากที่แพรไหมได้ยินในสิ่งที่เขาพูด จู่ ๆ หัวใจของเธอก็เต้นแรงอย่างไม่ทันตั้งตัว ความรู้สึกแปลกที่ไม่เคยเป็มาก่อน ทำเอาเธอได้แต่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่เบาะด้านหลัง ในหัวพยายามไม่คิดอะไรหากแต่ความรู้สึกของเธอกลับเปลี่ยนไปจากเดิม