ค่ำนี้อากาศเย็นกำลังดี แสงจันทร์บาง ๆ ส่องผ่านยอดชาพอให้เห็นทางเดินชัดพอควร ลี่อินเดินเคียงข้างซินอี๋เงียบ ๆ ใจยังวูบวาบไม่หาย
เธอพยายามไม่สบตาเขานานเกินไป กลัวจะหลุดอารมณ์อะไรแปลก ๆ ออกมา หลังจาก... ‘เกือบถึง’ เมื่อครู่นี้
แต่ซินอี๋กลับเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาก่อน “เจ้าดูเหนื่อย ๆ นะวันนี้”
“อ่า…เปล่านี่ ข้าแค่…อาจจะคิดอะไรเยอะหน่อย” เธอรีบตอบแบบกลบเกลื่อนทันที
“หรือว่าแอบทำอะไรเหนื่อย ๆ อยู่คนเดียวในห้อง?”
คำพูดธรรมดาแต่ตรงเกินไปของเขาทำให้ลี่อินแทบสะดุดเท้า
“มะ...ไม่ใช่! ข้าจะไปทำอะไรได้ล่ะ!” เธอรีบพูดเสียงสูงก่อนจะกัดปากตัวเอง
ซินอี๋หัวเราะเบา ๆ “ก็เห็นหน้าแดง แถมหายใจแรงเหมือนวิ่งมา ข้าเลยสงสัยนิดหน่อย”
“เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว...” เธอพูดเสียงอ่อย ตาเหลือบหลบไปอีกทางอย่างพยายามสุดชีวิตไม่ให้มันเดาออก
แต่ในหัวกลับตะโกนเสียงดัง ‘ใช่! ข้าทำอยู่จริง ๆ ไอ้รองเอ๊ย!’
เธอกัดฟันแน่นในใจ คนตรงหน้านี่ช่างพูดเล่นไปเรื่อย แต่ดันโดนทุกจุดที่เธอไม่อยากให้ใครรู้ที่สุด
“หรือเจ้าฝันอะไรแปลก ๆ?” เขายังถามต่อหน้าซื่อ ๆ “บางทีใบหน้าของเจ้าตอนนี้…มันดูเหมือนคนที่เพิ่งตื่นจากฝันหวานเลยนะ”
ลี่อินแทบอยากเอาหัวมุดต้นชาไปเลย เธอหลุดหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“เจ้าอย่ามาพูดอะไรแปลก ๆ กับข้าแบบนี้นะ…”
“ทำไมล่ะ? ข้าก็แค่ถามไถ่ตามปกติ” ซินอี๋พูดยิ้ม ๆ อย่างไม่รู้เลยว่าคำพูดของเขาเหมือนกรงเล็บที่ค่อย ๆ เกาะกุมความลับบางอย่างของเธอไว้แน่นขึ้นเรื่อย ๆ
“เงียบเลยเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะเอาชาที่ถืออยู่ฟาดเจ้าแน่”
เขาหัวเราะร่วน ขณะที่ทั้งคู่เดินต่อไปบนทางโรยหินที่มุ่งไปยังร้านชาของเสี่ยวซิน ลี่อินถอนหายใจยาวเบา ๆ — ไม่รู้ว่าเพราะโล่งหรือ...ยิ่งอัดอั้นกว่าเดิมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน