หลินหลินรู้สึกอึดอัดเหมือนถูกบีบให้อยู่ในที่คับแคบมากๆ พยายามดิ้นรนหาทางออกไปสู่แสงสว่างที่พอมองเห็นริบหรี่ใกล้ๆ เธอถูกส่งมาที่ไหนกันนะ และมาเกิดใหม่ยังไง ภายในใจยังคงรู้สึกแปลกๆ กับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้
ตลอดเวลามีเสียงร้องเจ็บปวดดังอยู่ภายนอกไม่ขาดในระหว่างที่หลินหลินอยู่ในที่คับแคบนี้ หลินหลินกำลังเคลื่อนตัวพยายามจะออกไปสู่โลกภายนอกอย่างทุลักทุเล ไม่นานเธอถูกแรงดันขับออกมาอย่างแรงพร้อมกับเสียงกรี๊ดดังลั่น จนเธอตกใจร้องออกมา แต่เสียงของเธอกลับกลายเป็นเสียงร้องของเด็ก
หรือว่าเธอเกิดเป็นเด็กทารกเลยหรือนี่ เธอต้องใช้ชีวิตเป็นเด็กแรกเกิดจนโตอีกตั้ง 25 ปีเลยหรือถึงจะอายุเท่ากับเธอในตอนนี้ ต้องใช้ชีวิตในร่างกายที่เป็นเด็กทั้งที่จิตใจเธอเป็นผู้ใหญ่แล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากร้องไห้ หลินหลินที่ตอนนี้อยู่ในร่างกายเด็กแบเบาะจึงไม่อดกลั้นอีกต่อไป แผดเสียงร้องไห้ดังลั่นอย่างสุดจะทน เธอได้เกิดใหม่จริงๆ ยังดีที่ความทรงจำเก่าๆ ยังอยู่ แม้รู้สึกว่ามันน่าเบื่อที่ต้องใช้ชีวิตเช่นตอนเป็นเด็กอีกครั้งก็เถอะ ถือว่ายังโชคดีกว่าใครหลายๆ คนที่ไม่มีโอกาสได้มาเกิดใหม่เช่นเธอ ในใจก็ได้แต่คิดว่า เอาวะ! สู้เว้ยย!!
สายตาของหลินหลินยังพร่ามัวอยู่เมื่อออกมาสู่โลกภายนอกครั้งแรก แต่เพียงผ่านไปไม่กี่วัน เมื่อเธอลืมตาขึ้นมองเห็นชายหญิงหน้าตาใจดี อ่อนโยน เรียกเธอว่าอาหลินอย่างรักใคร่ ทำให้เธอรู้สึกดีใจที่ยังได้ใช้ชื่อเดิมอยู่ สงสัยจะเป็นคนที่ส่งเธอมาเกิดดลใจให้พวกเขาตั้งชื่อนี้ให้เธอแน่ๆ ชายหญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อแม่ของเธอสวมใส่ชุดจีนโบราณ อยู่ในบ้านกึ่งไม้กึ่งดินหลังเล็ก
ท่าทางของบุพการีทั้งสองคนดูมีสง่าราศี แต่ทำไมถึงมาอยู่ในบ้านหลังเล็กเช่นนี้นะ แม้หลินหลินจะสงสัยใคร่รู้แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ตอนนี้เธอยังเล็กนัก แม้แต่พูดยังทำไม่ได้ ได้แต่ร้องไห้กับโวยวายไปตามเรื่องเท่านั้น
“พ่อกับแม่ตกลงตั้งชื่อให้เจ้าว่าหลินหลินนะ แม่เพียงขอให้เจ้าแข็งแรง ปลอดภัยไร้กังวล กินอิ่มนอนหลับก็พอ ต่อไปนี้เราจะใช้ชีวิตกลางป่าเขานี้อย่างสงบกัน”
มารดาผู้ให้กำเนิดหลินหลินผู้นี้มีนามว่าซูเม่ย ส่วนบิดามีนามว่าหลินฮุย พวกเขาชอบพูดคุยกับเด็กเช่นนางอย่างเอ็นดู จนหลินหลินต้องหัดจำคำที่พวกเขาพูดเพื่อจะนำไปใช้ในอนาคตต่อไปเมื่อพูดได้ จึงชอบออกเสียงอืออาตาม บางครั้งนางพยักหน้าเข้าใจตอบรับพวกเขาจนพวกเขาดีใจแทบบ้าทำหน้าโง่งมมองดูนาง ถามอะไรมานางก็พยายามทำให้พวกเขารับรู้ว่านางเข้าใจ จนพวกเขาแปลกใจ แต่นางก็พยายามไม่แสดงออกมากนักว่านางเข้าใจภาษาและคำพูดของพวกเขาทั้งหมด เพราะจะดูแปลกประหลาดเกินไปสำหรับเด็กที่เพิ่งเกิดได้ไม่กี่เดือน
นางถูกโอบอุ้มและดื่มนมจากอกมารดาอย่างอบอุ่น หลับสบายทุกวัน มันช่างดีนักที่ได้สัมผัสถึงความรักความใส่ใจในช่วงวัยเด็กขนาดนี้ได้ แม้แต่ในชีวิตก่อนของตนเองก็ไม่เคยจำได้เลยว่าเคยได้รับน้ำนมจากมารดาเช่นนี้หรือไม่ ทั้งยังจำไม่ได้อีกด้วยว่ามันอบอุ่นแค่ไหน จนวันนี้หลินหลินได้รู้แล้วว่าแม้พ่อแม่จะไม่มีเวลาให้ แต่เมื่อตนเองยังเล็กก็คงเฝ้าทะนุถนอมกล่อมนอนไม่ต่างกันแน่ๆ
ทำให้ตอนนี้หลินหลินรู้สึกเสียใจที่ทำตัวเย็นชากับพ่อแม่ในชีวิตก่อนมากเกินไป แม้พวกเขาอาจจะบ้างานมากไปหน่อยแต่ก็รักนางหมดหัวใจ
วันคืนผันผ่านไปอย่างรวดเร็วจนหลินหลินเริ่มหัดเดิน หัดพูด เมื่อสามารถเปล่งเสียงคำแรกออกได้แล้ว ก็ไม่ยากที่เธอจะพูดสิ่งใดออกมาให้พ่อแม่เข้าใจ เธอเหมือนเด็กที่รู้ความ จนพวกท่านเองยังต้องถามความเห็นทุกเรื่องเมื่อจะทำสิ่งใด จนหลินหลินนึกขบขันในท่าทีพวกเขาที่เกรงใจเด็กเช่นตน
“เจ้าทานสิ่งนี้หรือไม่ แม่จะทำให้ทาน”
เป็นอีกคำถามที่มารดาชอบถามตน เมื่อรู้ว่าตนเข้าใจและพูดได้แล้วในวัย 2-3 ขวบเท่านั้น เธอพูดได้ไวกว่าเด็กคนอื่นๆ แม้เสียงจะยังกระท่อนกระแท่นเล็กแหลมบ้างก็ตามเพราะเธอหัดออกเสียงแทบทุกวัน และน้ำเสียงก็ยังเป็นเด็กอยู่ จึงดูน่ารักน่าเอ็นดูสำหรับบิดามารดาในโลกนี้ของเธอนัก หลินหลินหันมองดูผักที่มารดาเก็บมาและมีหมูป่าที่บิดาเพิ่งล่ามาได้วางอยู่ใกล้ๆ เธอจึงชี้นิ้วไปยัง 2 สิ่งนั้นทันที
“ข้ากินนี่ๆ หมดเลย หมูย่างๆ กับผัก จิ้มๆ”
หลินหลินอยากกินหมูย่างเช่นหมูกระทะกับผักต้มน้ำซุป เธอชอบมาก ถ้ามีน้ำจิ้มด้วยยิ่งดี เธอเคยลองปรุงน้ำจิ้มเล่นๆ ในครัวกับมารดา แม้จะเลอะเทอะไปบ้างเพราะมือเล็กกลมป้อมของเธอจับสิ่งใดก็ไม่ถนัด ทั้งยังไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงเหมือนผู้ใหญ่ แต่ก็พอช่วยให้ได้น้ำจิ้มรสชาติพอถูไถได้ แม้จะไม่เหมือนน้ำจิ้มรสเด็ดในโลกเก่าของเธอก็ตาม เธอพยายามสื่อสารให้มารดาเข้าใจว่าอยากกินอะไรเช่นนี้บ่อยครั้ง และมารดาก็พยักหน้าว่ารู้แล้วในสิ่งที่นางพูด เพราะเคยทำให้กินมาก่อนหน้านี้หลายครั้งแล้ว ชีวิตในโลกนี้แม้จะเป็นเด็กแต่ก็ไม่ถึงกับน่าเบื่อนัก เพราะเธอเองเหมือนได้เรียนรู้ชีวิตกลางป่ากับพ่อแม่ในปัจจุบันนี้เสมอ บางทีเธอลองปรุงอาหารเล่นๆ ในครัว แต่พ่อแม่ของเธอกลับชอบใจในรสชาติอาหารเช่นนั้น จนกินหมดเกลี้ยง
บางทีก็เหมือนเธอได้ค้นพบความสามารถใหม่ของตนเองได้ บางครั้งเธอก็ช่วยมารดาทำเนื้อแดดเดียวเก็บไว้กินนานๆ แม้มารดาจะทำหน้าสงสัยว่านำเนื้อมาหั่นปรุงตากแดดทำไมในคราแรก แต่ก็ทำตามหลินหลิน เมื่อนำมาทอดกินก็ติดใจจนทำเก็บไว้บ่อยครั้ง บิดาก็ชอบเข้าป่าล่าสัตว์เก็บผักเก็บหลายสิ่งกลับมา จนหลินหลินเองอยากเข้าไปดูในป่าว่ามีพืชผักที่บิดาตนไม่รู้จักว่ากินได้บ้างหรือไม่ บางทีก็เก็บแต่ผักเดิมๆ ซ้ำๆ มา หลินหลินอยากหาสิ่งอื่นมากินบ้าง แม้ฟันของเธอจะยังไม่เยอะมากแต่ก็พอเคี้ยวได้แล้ว ตอนนี้อยากให้เวลาผ่านไปเร็วๆ เธออยากเดินได้ วิ่งได้คล่องแคล่วกว่านี้ และอยากออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ เธอพอรู้ว่าบิดามีวรยุทธเพราะท่านแม่เคยเผลอเล่าเรื่องราวต่างๆ บ่อยๆ ตอนเธอยังแบเบาะ ท่านพูดเหมือนบ่นไปเรื่อยและคงคิดว่าหลินหลินไม่เข้าใจ ยามที่บิดาไม่อยู่หรือออกไปล่าสัตว์หาอาหารให้ครอบครัว
บิดาเคยเป็นถึงแม่ทัพใหญ่แต่ถูกคนไม่ดีในราชสำนักใส่ร้ายจนถูกปลดออกจากตำแหน่ง ทั้งยังถูกทางการยึดทรัพย์สิน บำเหน็จรางวัลจากฮ่องเต้ทั้งหมดไปพร้อมกับขับไล่ท่านพ่อท่านแม่ออกจากจวนแม่ทัพ ดีที่ยังไว้ชีวิตอยู่เพราะเห็นท่านแม่กำลังตั้งครรภ์หลินหลินอยู่ในขณะนั้น ทำให้พวกเขารอดชีวิตมาได้ เพราะหากสังหารสามีที่ภรรยากำลังตั้งครรภ์อยู่ก็ดูเป็นคนแล้งน้ำใจเกินไป จึงถูกลดหย่อนโทษเพียงขับไล่ออกจากเมืองหลวงเท่านั้น ท่านแม่พอมีสินเดิมของติดตัวมาบ้างในตอนที่แต่งให้ท่านพ่อ ทั้งยังไม่เคยนำมาใช้เลย จริงๆ แล้วมีมากมายเพียงพอซื้อเรือนหลังใหญ่ได้เลย แต่เพราะท่านพ่อไม่อยากให้คนที่คิดปองร้ายเพ่งเล็งอีก จึงพากันเข้ามาอยู่ในป่าเพื่อเลี้ยงดูหลินหลินอย่างสบายใจไม่ต้องหวาดระแวงผู้ใดอีก จึงหลบหนีมาอยู่กลางป่าเช่นนี้ ท่านพ่อไม่กลัวสัตว์ร้ายเพราะมีวรยุทธสูง ทั้งยังรู้วิธีทำกำยานไล่สัตว์ร้าย สัตว์มีพิษและสัตว์ใหญ่ได้ เขากลัวจิตใจคนมากกว่าสิ่งอื่นใด
หลินหลินฟังท่านแม่เล่าเรื่องราวความเป็นมาของท่านทั้งสองมาตั้งแต่เธอยังแบเบาะจนเริ่มพูดได้ ทั้งยังพยายามเก็บรายละเอียดข้อมูลของคนทั้งคู่มานาน ท่านแม่ชอบเย็บปักฝีมือหาตัวจับยากและทำงานบ้านงานเรือนได้ดี ท่านแม่เป็นบุตรสาวคนโตของคหบดีใหญ่ที่ร่ำรวย จึงมีสินเดิมมากมายนัก เมื่อรู้ว่าบิดาถูกยึดทรัพย์สินจึงทำได้เพียงนำไปซ่อนไว้ และติดตัวมาไว้ใช้เพียง 1 ส่วนเท่านั้น ยังดีที่มารดาของหลินหลินไหวตัวทัน เพราะรู้สึกไม่ชอบมาพากลนานแล้วเมื่อบิดาถูกจับตัวไปเข้าคุกหลวงในวันแรกๆ มารดาของหลินหลินจึงแอบให้คนที่ไว้ใจได้ขนสินเดิมของนางหลายคันรถทยอยไปซ่อนไว้ยังเรือนหลังเล็กที่นางแอบซื้อไว้ในชานเมืองล่วงหน้า
เมื่อได้รับโทษถูกขับไล่ให้ออกมาจากเมืองหลวงจึงได้แวะยังเรือนหลังนั้นเพื่อนำสมบัติไปซ่อนกับบิดาลำพัง 2 คนในห้องลับที่ทำไว้นานแล้ว เพื่อให้เรือนหลังนี้เป็นที่ปลอดภัยสุดท้ายสำหรับพวกเขาหากเกิดสิ่งไม่คาดฝันเช่นนั้นขึ้นอีก แม้แต่คนที่มารดานางไว้ใจก็ไม่รู้ว่ามีห้องลับลึกลงไป ท่านพ่อให้ทหารคนสนิทที่ชรามากแล้วมาช่วยออกแบบกลไกให้และอ้างว่าทำเป็นที่เก็บเสบียง จนคนผู้นั้นเสียชีวิตไปนานแล้วจึงทำให้ไม่มีใครล่วงรู้ คนติดตามของท่านแม่ก็ถูกยึดไปด้วย ทั้งยังถูกขายเป็นทาสในตลาดมมืดจนไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร แม้มารดาของหลินหลินอยากไปซื้อตัวมาไว้แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะถูกกีดกันและห้ามไม่ให้อยู่เมืองหลวงอีก บิดามารดาจึงทำได้เพียงแบ่งสินเดิมมา 1 คันรถม้าและออกเดินทางมายังป่าใกล้ชายแดนนี้ จะได้อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงและคนไม่หวังดี
บิดามารดาของหลินหลินในโลกนี้ช่างเข้มแข็งจริงๆ ขนาดถูกทำร้ายจนแทบไม่เหลือทางไป แต่ก็ยังใจเย็นพาตัวเองมาอยู่ในป่าได้อย่างมีความสุข แม้จะไม่สบายกายแต่พวกเขายิ้มกว้างมีความสุขทุกครั้ง ได้กินอิ่มนอนหลับไร้กังวลจริงๆ
หลินหลินเองก็หวังว่าเธอจะใช้ชีวิตอย่างไร้กังวล ไม่มีศัตรูหรือคนปองร้ายเช่นในโลกก่อนอีก
การได้มาเกิดใหม่และค่อยๆ สัมผัสความรักความอบอุ่นจากบิดามารดาเช่นนี้มันทำให้จิตใจของหลินหลินเองได้รับการเยียวยาด้วย เธอเหมือนได้น้ำทิพย์ชโลมจิตใจทุกวัน จากที่เคยเป็นคนเฉยชามาก่อน ตอนนี้เธอเริ่มยิ้มได้มากขึ้น และมองทุกสิ่งสวยงามขึ้นจากชีวิตก่อน เธอจะพยายามใช้ชีวิตในโลกใหม่นี้ให้คุ้มค่าที่ได้เกิดใหม่อีกครั้ง
ทุกๆ วัน ทุกๆ นาทีของหลินหลินคือการเรียนรู้โลกใบใหม่แห่งนี้ เธอได้แต่หวังว่ามันคงไม่แย่นัก การได้มีบิดามารดาที่คอยพูดคุยสอนสั่งทุกเรื่องทุกวันตั้งแต่เธอแบเบาะเช่นนี้ ช่างดีนัก...
เธอจะรีบเติบโตและเรียนรู้สิ่งใหม่ให้มากขึ้น แม้ทุกอย่างในโลกใหม่ใบนี้จะล้าหลังและอาจจะลำบากกายไปบ้างสำหรับเธอ แต่เธอคิดว่าคงดีกว่าอยู่ในโลกที่มีทุกสิ่งอำนวยความสะดวกสบายไปหมด แต่ไร้ความสุขและความใส่ใจต่อกัน
ทุกๆ อย่างในโลกเก่าของหลินหลินรวดเร็วไปหมด แม้มีเครื่องมือสื่อสารทางไกลแต่ในใจก็ยังรู้สึกเงียบเหงา การที่ได้ใกล้ชิดกัน นั่งพูดคุยกันทุกวันและเห็นหน้ากันใกล้ๆ มันมีความรู้สึกอิ่มฟูในใจมากกว่า อบอุ่นมากกว่า หรือที่เธอได้มาอยู่ในโลกโบราณแห่งนี้จะบอกใบ้อะไรแก่เธอ เพียงแค่เธอกลับสู่ความเรียบง่าย ทุกอย่างมันก็คือความสุขแล้วใช่หรือไม่