ทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 54 ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร

            จูเก่ออวิ๋นแตกต่างจากหลี่ชิงเขามีฐานะเป็นกุนซือ มุมมองในการมองปัญหาจึงกว้างไกลกว่าดังนั้นแม้เพียงได้ยินคำพูดเพียงไม่กี่คำจากในห้องเขาก็ตระหนักถึงความไม่ธรรมดาของซูอี้โจวได้ทันที

            คนผู้นี้สามารถคิดหาวิธีการรวบรวมข่าวสารที่มีประสิทธิภาพในเวลาอันสั้นแถมยังเป็นวิธีที่ไม่ทำให้ผู้อื่นสงสัยได้ คนผู้นี้ต้องไม่ธรรมดาแน่

            เขาคิดมาตลอดว่าตนเองกับหลี่ชิงซึ่งเป็นพวกบุ่มบ่ามนั้นคุยกันไม่รู้เรื่องแต่บางทีอาจจะคุยกับซูอี้โจวรู้เรื่องก็ได้

            "ท่านอ๋อง ข้าคิดว่าการร่วมมือกับตระกูลซูก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ไม่ดี"

            "เจ้ามันบ้าไปแล้ว!"

            หลี่ชิงได้ยินจูเก่ออวิ๋นพูดเช่นนั้นก็เบิกตากว้างจ้องมองสหายร่วมรบด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา

            ในความคิดของเขาไม่ใช่ว่าหูของตนเองมีปัญหา ก็คงเป็นสมองของจูเก่ออวิ๋นที่มีปัญหา

            "เศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งแคว้นเยว่ นี่มันความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่เกินไป!ในแคว้นเยว่มีเพียงฝ่าบาทเท่านั้นที่มีสิทธิ์เป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งพ่อค้าต่ำต้อยเช่นนั้นต้องบังอาจเพียงใดกัน!?"

            "เจ้าจะรู้อะไร? ทรัพย์สินในใต้หล้านั้นมากมายเกินคณานับคำว่าเศรษฐีอันดับหนึ่งก็เป็นเพียงนามบัญญัติ ที่ซูอี้โจวกล่าวเช่นนั้นก็เพียงต้องการหยั่งท่าทีของนายท่านเท่านั้น! หรือเจ้าคิดว่าคนฉลาดเช่นเขาจะเพ้อฝันอยากเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของแคว้นจริงๆ?"

            ขณะที่หลี่ชิงแสดงความไม่พอใจต่อซูอี้โจวจูเก่ออวิ๋นกลับพยายามปกป้องซูอี้โจวอย่างเต็มที่

            ในความคิดของเขาการที่อีกฝ่ายเรียกราคามหาศาลเช่นนั้นมีจุดประสงค์เพียงต้องการจะสังเกตท่าทีของเซียวจวิ้นอันและหยั่งเชิงขีดจำกัดของเขาเท่านั้น

            ใครเลยจะรู้ว่าคำพูดของซูอี้โจวมิได้มีส่วนใดเกินจริงแม้แต่น้อย

            ความปรารถนาเดียวของเขาคือการได้เป็นมหาเศรษฐีแห่งแคว้นเยว่และเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งในปฐพีที่ผู้คนรุ่นหลังกล่าวขานถึง!

            อาจกล่าวได้ว่าจูเก่ออวิ๋นยังคงติดอยู่กับกรอบความคิดบางอย่างทำให้มิกล้าจินตนาการถึงสิ่งเหล่านั้น

            เซียวจวิ้นอันครุ่นคิดเงียบๆมาตลอด เมื่อเห็นว่าลูกน้องทั้งสองคนทะเลาะกันไม่หยุดก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองพวกเขาแวบหนึ่ง

            ในดวงตาคมกริบดุจตาเหยี่ยวของเขาไม่มีความรู้สึกใดๆราวกับว่าไม่มีอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น

            เพียงแต่การเหลือบมองครั้งนี้กลับทำให้จูเก่ออวิ๋นและหลี่ชิงหุบปากลงได้สำเร็จ

            "ข้าจะให้คำมั่นสัญญากับเขา ข้าจะทำให้เขาเป็นพ่อค้าหลวงแห่งแคว้นเยว่ส่วนเรื่องเศรษฐีอันดับหนึ่งนั้น ก็ต้องดูว่าเขามีความสามารถเพียงใด"

            กล่าวจบเซียวจวิ้นอันก็เดินออกจากห้อง ตรงไปยังเรือนหลัก

            ในเวลานี้ซูอี้หว่านก็เพิ่งปรึกษาหารือเรื่องต่างๆกับคนในครอบครัวเสร็จ พอได้ยินเสียงเคาะประตู ก็ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ

            นางลุกขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์เปิดประตูห้อง จ้องมองคนที่มาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

            "อะไร? เจ้ามีธุระอะไร?"

            เมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของซูอี้หว่านราวกับอยากจะกินเขาเข้าไปทั้งตัว เซียวจวิ้นอันก็ลูบจมูกด้วยความรู้สึกผิด

            "ก่อนหน้านี้ข้าผิดเอง ข้าไม่ควรแกล้งทำเป็นบาดเจ็บเพื่อหลอกเจ้าเจ้าตีข้าเถอะ! หากทำให้เจ้าหายโกรธได้ จะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น!"

            เซียวจวิ้นอันแสดงออกอย่างจริงใจการขออภัยของเขานั้นสมบูรณ์แบบจนหาที่ติมิได้

            ซูอี้หว่านเห็นดังนั้นก็เพียงหัวเราะเยาะไม่คิดจะยอมรับคำขอโทษของเขาง่ายๆ

            "ช่างเถอะ หว่านหว่าน ผู้ใหญ่เขาไม่ถือสาเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรอก”

            ซูอี้โจวเห็นน้องสาวเป็นเช่นนั้นก็รีบเข้าไปไกล่เกลี่ย

            "จวิ้นอัน เจ้ามาที่นี่เพื่อจะให้คำตอบเรื่องนั้นกับข้าใช่หรือไม่?"

            ดวงตาของเขาเป็นประกายมองเซียวจวิ้นอัน อยากจะได้คำตอบที่น่าพอใจ

            "ใช่แล้ว"

            เซียวจวิ้นอันแสดงสีหน้าขึงขังพยักหน้าอย่างหนักแน่น กล่าวว่า "ขอให้พี่โจวช่วยข้าด้วย!"

            "แล้วเงื่อนไขที่ข้าเสนอไป..."

            "ย่อมเป็นไปตามที่พี่โจวว่า ตราบใดที่ข้าสามารถสร้างความยิ่งใหญ่ได้รับรองว่าข้าจะทำให้พี่โจวได้เป็นพ่อค้าหลวง!" สีหน้าของเซียวจวิ้นอันจริงจังเป็นอย่างยิ่งไม่มีท่าทีเสแสร้งแม้แต่น้อย "ส่วนเรื่องเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งแคว้นเยว่นั้นไม่ใช่สิ่งที่ข้าสามารถทำได้"

            ที่จริงในใจของเซียวจวิ้นอันก็ไม่มีความมั่นใจเขาย่อมไม่สามารถนำคลังสมบัติของแคว้นเยว่ไปมอบให้กับซูอี้โจวได้แล้วเงื่อนไขเรื่องเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งแคว้นเยว่นั้น ควรจะทำให้สำเร็จได้อย่างไรเขาไม่แน่ใจจริงๆ

            "เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกังวล ขอเพียงภายภาคหน้าข้าเรียกร้องทรัพยากรจากเจ้าแล้วเจ้าก็เต็มใจมอบให้ ตำแหน่งเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งแคว้นเยว่นั้นข้าจะไปไขว่คว้ามาด้วยตัวเอง"

            เมื่อเห็นท่าทางกระอักกระอ่วนของเซียวจวิ้นอันซูอี้โจวก็หัวเราะลั่นอย่างไม่ถือสา

            "แต่ว่า ปากเปล่าย่อมไร้หลักฐาน ควรจะทำเป็นหนังสือสัญญาไว้ต่างหาก!"

            ซูอี้โจวสมกับเป็นพ่อค้าวาณิชไม่ไว้วางใจคำมั่นสัญญาที่ให้กันด้วยวาจาแต่กลับยื่นข้อเสนอให้เซียวจวิ้นอันลงนามในสัญญาโดยตรง

            "เรื่องนี้..."

            เซียวจวิ้นอันได้ยินดังนั้นก็ลำบากใจอยู่ชั่วขณะแต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปาก ซูอี้หว่านก็ลงมือทำแล้วหยิบกระดาษพู่กันออกมาวางไว้เบื้องหน้าทันที

            นี่เป็นสิ่งที่นำมาจากมิติกระดาษมีคุณภาพดีเป็นอย่างยิ่ง

            เซียวจวิ้นอันเห็นกระดาษพู่กันที่ซูอี้หว่านหยิบออกมาในใจก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

            "กระดาษนี้..."

            "หยุดพูดจาไร้สาระ ให้เขียนก็เขียน"

            ซูอี้หว่านจ้องเซียวจวิ้นอันด้วยความไม่พอใจรู้สึกว่าเขาต้องการจะเบี่ยงเบนประเด็น

            "มิใช่ ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น"

            เซียวจวิ้นอันยิ้มขื่นในใจแอบเสียใจที่ไม่ควรจะแสดงละครหลอกลวงซูอี้หว่าน

            ในใจของเขาเกิดความไม่สบายใจขึ้นเล็กน้อยกังวลว่าหากตัวตนที่แท้จริงของเขาถูกเปิดเผยในอนาคต ซูอี้หว่านคงจะไม่ให้อภัยเขา

            บางทีนางอาจจะตัดขาดความสัมพันธ์กับเขาไปเลย

            เมื่อคิดถึงตรงนี้ในใจของเซียวจวิ้นอันก็พลันหม่นหมองลง จ้องมองไปยังเด็กสาวตรงหน้าอย่างแน่วแน่

            "อะไร?"

            ซูอี้หว่านไม่รู้ว่าเซียวจวิ้นอันกำลังจะทำอะไรเงยหน้าขึ้นมองด้วยความไม่พอใจ ก็เห็นเขายื่นมือไปรับกระดาษพู่กัน

            "ในเมื่อเป็นสิ่งที่พี่โจวต้องการ ก็ให้พี่โจวเป็นผู้เขียนเองจะเป็นไร?"

            เซียวจวิ้นอันส่งกระดาษพู่กันให้กับซูอี้โจวด้วยความเคารพบ่งบอกว่าให้เขาเขียนเงื่อนไขของตนเอง

            คราวก่อนเขาได้สังเกตแล้วว่าซูอี้หว่านดูเหมือนจะอ่านออก แต่เขียนไม่ได้

            ในเวลานี้เซียวจวิ้นอันอดไม่ได้ที่จะสงสัยใคร่รู้ว่าสถานการณ์ของซูอี้โจวเป็นอย่างไร

            ซูอี้โจวเห็นดังนั้นก็เพียงชะงักไปเล็กน้อยแต่ก็รับมาอย่างรวดเร็ว สะบัดพู่กันเขียนเนื้อหาของข้อตกลงลงบนกระดาษ

            ในฐานะที่เป็นนักปราชญ์สารพัดแขนงแน่นอนว่าเขาต้องเรียนรู้ทุกสิ่ง การจะทำให้เขาจนแต้มด้วยเรื่องดนตรี กวี ภาพวาดหรือหมากรุกนั้นเป็นเรื่องยาก

            เซียวจวิ้นอันเห็นเขาจรดพู่กันเขียนอย่างรวดเร็วไม่นานนักก็เขียนข้อตกลงเสร็จเรียบร้อย

            ซูอี้โจวเป่าหมึกบนกระดาษให้แห้งเขียนชื่อและประทับลายนิ้วมือ ก่อนจะส่งให้กับเซียวจวิ้นอัน

            "ทำสองฉบับ พวกเราเก็บไว้คนละฉบับ"

            เซียวจวิ้นอันมองข้อตกลงตรงหน้าแววตาเป็นประกาย เขาก็ไม่คลุมเครือเช่นกันสะบัดพู่กันเขียนชื่อจริงของตนเองลงบนกระดาษ ประทับลายนิ้วมือ

            ทั้งสองเก็บข้อตกลงไว้คนละฉบับยิ้มให้กัน เรื่องราวก็เป็นอันยุติ

            ซูอี้หว่านมองดูฉากนี้อยู่ข้างๆในใจก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงคำคำหนึ่งขึ้นมา นั่นคือคำว่า‘หมาป่าสมคบคิด’

            นางรู้สึกว่าพี่ชายของตนเองคราวนี้คงจะต้องพลาดท่าชายตรงหน้าดูท่าทางจะไม่ใช่คนที่รับมือง่ายๆ

            "หว่านหว่าน?"

            เมื่อรับรู้ถึงสายตาของซูอี้หว่านเซียวจวิ้นอันก็หันกลับมามองนางด้วยความสงสัยในทันที

            "มีเรื่องอะไรหรือ?"

            "ไม่มีอะไรสักหน่อย!"

            ซูอี้หว่านแค่นเสียงเย็นชาหันหน้าหนี นางเพียงแค่รู้สึกว่าการแอบมองแล้วถูกจับได้นั้นเป็นสิ่งที่น่าหงุดหงิดเป็นอย่างยิ่ง

            "เอาล่ะ ความสัมพันธ์ของพวกเจ้าอย่าให้ตึงเครียดเช่นนี้สิเรายังจะต้องทำงานร่วมกันนะ!"

            ซูอี้โจวเห็นดังนั้นก็รีบออกมาไกล่เกลี่ยทำหน้าที่เป็นคนกลาง

            "หว่านหว่านเจ้ายังต้องเตรียมวัตถุดิบสำหรับแผงขายอาหารเช้าในวันพรุ่งนี้ไม่ใช่หรือ? จวิ้นอัน รีบไปเตรียมวัตถุดิบในครัวกับหว่านหว่านสิพรุ่งนี้ข้ามีลูกเล่นใหม่ด้วยนะ!"

            "ลูกเล่นอะไร?"

            เซียวจวิ้นอันฟังคำพูดของซูอี้โจวก็งุนงงไม่เข้าใจว่าคำพูดของเขามีความหมายเช่นไร

            "พี่ชาย ท่านคิดจะก่อเรื่องหรือ?"

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730