“ให้ข้าอ้อนวอนเ้า ข้าทำกับสุนัขยังดีเสียกว่า อย่างน้อยมันก็ไม่แว้งกัดคนอื่นไปทั่วเช่นเ้า” หญิงสาวเอ่ยกลับทันควัน นางหมายความตามที่พูดทุกประการ คนผู้นี้ไม่เคยจริงใจต่อใครมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการหลอกลวง เสมือนว่าเื่ราวในชีวิตคืองิ้วฉากหนึ่ง และนางก็เป็ดั่งตัวละครที่พอถูกใช้จนหมดผลประโยชน์ก็ถูกเขี่ยทิ้ง และต้นเหตุที่ทำให้นางเดินมาถึงจุดนี้ล้วนแล้วแต่เป็เพราะเขาทั้งสิ้น
ชายในชุดคลุมสีดำหุบยิ้มทันทีเมื่อสิ่งที่ได้ยินยังคงเป็ถ้อยคำปฏิเสธเหมือนเช่นเคย ในความคิดของเขานั้นเรียบง่าย เมื่อคนกลายเป็นักโทษปะาย่อมต้องทำทุกอย่างเพื่อร้องขอชีวิต แต่ไหนแต่ไรจึงชื่นชอบเข้ามาในที่แห่งนี้เพื่อเล่นสนุกบ้างก็เท่านั้น ทว่าสตรีผู้นี้กลับไม่เหมือนคนอื่นๆ แม้จะทำอย่างไรก็ไม่อาจเห็นแววตาแห่งความหวาดกลัว มีแต่จ้องมองเขาตาเขม็งไร้ซึ่งความหวั่นเกรงอย่างที่ควรจะเป็
มือขาวสะอาดยกขึ้นบีบรอบคอของนักโทษหญิงผู้นี้ทันทีที่นางเอ่ยจบ ก่อนจะเหวี่ยงลงพื้นอย่างไม่ไยดี ด้วยร่างกายผ่ายผอมราวกระดูกเดินได้มีหรือจะสู้แรงชายที่ตัวโตกว่าเช่นเขา แรงกระแทกนั้นทำให้ร่างกายอันเต็มไปด้วยาแที่เริ่มแห้ง กลับมาปริแตกจนมีเืไหลออกมาอีกครั้ง แต่เ้าตัวกลับไม่แสดงท่าทีเ็ปใดๆ
ชายหนุ่มก้าวเข้ามาใกล้ก่อนจะยื่นเท้าข้างหนึ่งมาใกล้กับใบหน้าที่แนบอยู่กับพื้นสกปรกของนางพลางเอ่ยน้ำเสียงเย้ยหยัน “หากเ้าเลียรองเท้าของข้าให้สะอาด ข้าจะพิจารณาละเว้นโทษแก่เ้า” เขาไม่ได้คาดหวังว่าสตรีต่ำต้อยผู้นี้จะตอบรับแต่อย่างใด เพียงแค่กล่าวเหยียดหยามอย่างติดเป็นิสัยก็เท่านั้น
“ไปบอกมารดาเ้าเถอะ” หนิงฟางหรงเอ่ยน้ำเสียงเยือกเย็นพลางหัวเราะในลำคอ รู้ทั้งรู้ว่าจากนี้ต้องเจอกับสิ่งใดแต่ความเ็ปทางร่างกายหรือจะสู้ไฟแค้นที่มันสุมอยู่ในอก
ชายชุดดำหลับตาลงถอนหายใจออกมายืดยาว มือข้างซ้ายที่สวมแหวนทั้งสามนิ้วกำแน่นก่อนจะเปิดเปลือกตาที่วาวโรจน์ไปด้วยความโเี้ จากนั้นความรู้สึกที่คุ้นเคยก็ได้เกิดขึ้นอีกครั้ง ความยาวมีดแหลมขนาดหนึ่งชุ่นกระหน่ำเข้ามาที่ร่างกายของหนิงฟางหรงอย่างบ้าคลั่ง
นักโทษคนอื่นต่างยกมือขึ้นปิดปากตนเองด้วยจิตใจระส่ำระสาย เสียงที่เล็ดลอดออกมานอกจากเสียงทุบทำร้ายจากคนผู้นั้นแล้ว ยังมีเสียงหัวเราะของสตรีวิปริตดังมาเป็ระยะ พวกเขาบางคนถึงขั้นยกมือปิดหู แม้จะไม่ใช่เสียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ปอย่างที่ควรจะเป็ แต่ก็สามารถสร้างความหวาดกลัวอย่างถึงขีดสุดให้พวกเขาได้เช่นกัน
หญิงสาวผู้ถูกกระทำร่างกายเต็มไปด้วยเื าแใหม่เช่นนี้ก็ยังไม่สามารถดึงความสนใจจากเ้าของร่างได้อยู่ดี ทำเพียงจดจ้องไปที่ชายคนนั้นด้วยดวงตาอาฆาต ส่วนชายชุดดำเพียงเหยียดมองนางราวมดปลวกไร้ค่า เขาชอบเห็นแววตาแห่งความหวาดกลัวก็จริง แต่ความรู้สึกที่ถูกสตรีผู้นี้จ้องด้วยความแค้นแต่ทำสิ่งใดไม่ได้ยังพอสร้างความสำราญใจให้เขาอยู่บ้าง
ชายหนุ่มในชุดคลุมลงมือรุนแรงมากยิ่งขึ้น ยามนี้รอบคอของหญิงสาวถูกบีบจนติดกับผนัง เขาใช้มือข้างขวาที่พันธนาการนางเอาไว้ยกร่างที่เหลือแต่กระดูกลอยเหนือพื้นจนนางมีใบหน้าคล้ำเขียวเกือบขาดอากาศ เขายกยิ้มด้วยความพึงพอใจเมื่อสามารถสร้างความยากลำบากให้อีกฝ่ายจนสายตาคู่นั้นหลับลงแน่นด้วยความทรมาน
หารู้ไม่ว่า ในมือของหนิงฟางหรงตอนนี้กำลังกำบางสิ่งใต้ชายผ้าแน่น นางกำลังรอ...รอโอกาสที่นางได้เอาคืน รอให้คนชั่วผู้นี้พลั้งเผลอ
ชั่วขณะที่ชายชุดดำง้างมือข้างซ้ายขึ้นฟาดไปที่ไหล่ข้างขวาของหญิงสาว เวลาเดียวกันนางกลับฝืนรวบรวมแรงที่มีทั้งหมดเอาปิ่นหยกสมบัติติดตัวเพียงชิ้นเดียวออกมาจากที่ซ่อนด้านในเสื้อ ก่อนจะใช้ปลายแหลมแทงเข้าไปที่ดวงตาของอีกฝ่ายอย่างรุนแรงโดยที่ไม่ยอมปล่อยมือออกในทันที นางออกแรงมากกว่าเดิมเพื่อกดปิ่นในมือให้แทงทะลุมากขึ้น แต่กลับถูกมือที่กำรอบคอนางอยู่สะบัดร่างที่เหลือแต่กระดูกลงพื้นเสียก่อน
เขาปล่อยร่างของนางพลางยกมือกุมดวงตาข้างขวาด้วยความเ็ป เสียงร้องของชายผู้นี้ทำให้นักโทษในห้องขังคนอื่นตื่นตระหนก บ้างก็อยากรู้ว่าเกิดสิ่งใดจนเพ่งมองไปทางต้นเสียง บ้างก็หวาดกลัวเพราะรู้ว่าหากเขาไม่เป็อะไร ต่อจากนี้สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจะรุนแรงมากขึ้นจนลามมายังนักโทษคนอื่นๆ ก็เป็ได้
หญิงสาวไม่รีรอให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว นางออกแรงเตะไปที่ข้อพับจนอีกฝ่ายล้มลงกับพื้นสกปรกและเร่งรุดเข้าไปคร่อมร่างของเขาเอาไว้ทันที ดวงตาอาฆาตอย่างถึงที่สุดมองคนเบื้องล่างด้วยความสาแก่ใจ จากนั้นใช้มือที่ถูกคล้องไปด้วยโซ่ตรวนหนักอึ้งทุบไปที่บริเวณใบหน้าของอีกฝ่ายที่มีปิ่นหยกปักคาอยู่อย่างบ้าคลั่ง ทว่ากลับถูกปัดป้องจากคนตัวโตด้านล่าง
มือหนาคว้าที่แขนของนางด้วยความโมโหอย่างถึงที่สุด เรียกได้ว่าทั้งชีวิตไม่เคยโกรธได้มากถึงเพียงนี้มาก่อน เคยเห็นแต่นักโทษที่ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด ทว่านักโทษนางนี้กลับกำลังดิ้นรนเพื่อเอาคืน เขาพลิกร่างตัวเองขึ้นมาคร่อมร่างของหนิงฟางหรงแทน ใบหน้าเฉื่อยชายิ้มร้ายราวมัจจุราช ภายในอกพลันสั่นอย่างรุนแรงด้วยความโกรธผสมความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยเป็ผู้ถูกกระทำเช่นนี้มาก่อน
“ไม่เคยมีใครทำกับข้าเช่นนี้ เ้ากล้ามากฟางหรง” เอ่ยจบมือซ้ายที่มีอาวุธจึงฟาดเข้ากับศีรษะบริเวณขมับของสตรีด้านล่างอย่างรุนแรงจนเืไหลออกมาอาบย้อมใบหน้าและเส้นผมที่เกรอะกรัง สตรีใต้ร่างของเขาราวกับแน่นิ่งไป
หนิงฟางหรงหันไปตามแรงฟาดอันรุนแรง สติของนางเริ่มเลือนลางเต็มทีจนร่างกายอ่อนแรง แต่กลับจดจำขึ้นมาได้ว่าเทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วงที่ผู้คนเฝ้ารอได้มาถึงแล้ว พวกเขาคงกำลังกลับไปสังสรรค์กับครอบครัวในเทศกาลไหว้พระจันทร์ ในขณะที่ตัวนางยามนี้ไร้ครอบครัว ไร้คนที่กำลังรอพบเจอด้านนอกนั่น
ทุกครั้งที่สติของนางกำลังจะดับลงมักมองเห็นเป็ภาพเงาเลือนรางของใครบางคนอยู่เสมอ ครั้งนี้เองก็เช่นกัน เงาสีดำกำลังยืนจ้องมองจากมุมหนึ่งของห้องขัง สายตาเป็เช่นใดไม่อาจทราบ หากให้หนิงฟางหรงคาดเดาคงเป็ความสมเพชเวทนาในชีวิตอันแสนขมขื่นเช่นนี้ของนาง หรือไม่ก็ไร้ซึ่งอารมณ์ใดเพียงกำลังมารอรับิญญาเพื่อลงไปยังปรโลกเท่านั้น หญิงสาวไม่ได้มีความคาดหวังในชีวิตอีกต่อไป เพียงแต่เสียดายที่ไม่สามารถทำให้ศัตรูสูญเสียยิ่งกว่านี้ เงาดำเลือนรางคงเป็สิ่งบ่งบอกได้เป็อย่างดี ชีวิตนางคงใกล้ถึงจุดจบแล้ว มิเช่นนั้นเงาที่นางคาดว่าคือยมทูตจะมาวนเวียนอยู่ใกล้ด้วยเหตุอันใด
หนิงฟางหรงละสายตามายังคนที่คร่อมตัวนางเอาไว้อีกครั้ง เขาง้างมือขึ้นก่อนจะฟาดเข้าซ้ำบริเวณเดิม หนังตาหนักอึ้งเป็สิ่งที่บ่งบอกได้ว่านางกำลังจะหมดสติ แต่เมื่อเห็นสีหน้าความเ็ปของอีกฝ่ายจึงทำให้นางยิ้มออกมาในที่สุดก่อนที่จะสลบไป อย่างน้อยก็สามารถทำให้เขาสูญเสียบางอย่างได้แม้จะเป็เพียงดวงตาข้างหนึ่ง
มิใช่สูญเสียทุกสิ่งในชีวิตไปเช่นนาง...
********************
ฮืออออ ถึงน้องหรงจะจนตรอก แต่น้องสู้ขาดใจเลย
ฝากทุกคนเอาใจช่วยน้องหรงของเราต่อไปด้วยนะคะ
ปล.พรุ่งนี้ก็ลง 2ตอน เวลา 07.00 น. กับ 19.00 น.
หลังจากนั้นจะลงวันละตอนแล้วนะคะ เวลา 19.00 น. เตรียมที่นั่ง ตั้งตารอได้เลยค่าาาา