ทะลุมิติมาเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคทั้งสาม (จบ)

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 119 รักษาอาการป่วยให้ผู้เฒ่าเฝิง

            ชีเหนียงสบตากับลั่วจิ่งเฉินและเห็นความผูกพันจากดวงตาของอีกฝ่ายนางคล้อยตามลั่วจิ่งซีและรีบถาม “เช่นนั้นเหตุใดจึงยังอยู่ที่นี่? หรือไม่สามารถไปได้?”

            “ก็นั่นน่ะสิผู้เฒ่าเฝิงเพิ่งไปได้ไม่ถึงครึ่งก้านธูป เขาก็วิ่งโร่กลับมาไม่เพียงแค่ยอมโอนอ่อนให้พี่ใหญ่ แล้วยังช่วยพี่ชายจัดการตำราอะไรสักอย่างทว่าข้าไม่ชอบอ่านตำรา จึงไม่ค่อยเข้าใจ”

            อันที่จริงเดิมทีลั่วจิ่งเฉินไม่คิดจะบอกกับชีเหนียงเรื่องที่ถูกฉีกตำราแต่ในเมื่อลั่วจิ่งซีพูดแล้ว เขาก็เลี่ยงไม่ได้ต้องพูดสักหน่อย

            “ไม่ผิด คาดว่าผู้เฒ่าเฝิงคงรู้สึกว่าตัวเองทำเกินกว่าเหตุจึงชี้แนะข้าเรื่องตำราเล็กน้อย ตอนนี้ข้าจึงมีความมั่นใจมากกว่าเดิม”

            ลั่วจิ่งเฉินแค่กล่าวถึงแต่ไม่ได้ลงรายละเอียดมากนักในที่นี้นอกจากลั่วจิ่งซีที่ยังคงไม่รู้เรื่องชีเหนียงกลับเข้าใจความหมายของลั่วจิ่งเฉิน คาดว่าสถานะของผู้เฒ่าเฝิงคงสูงส่งมากแต่คงมิใช่เรื่องที่คนทั่วไปจะอยากรู้ได้ตามใจชอบ

            “เช่นนั้นตาเฒ่าหลิง…” จนถึงตอนนี้ชีเหนียงก็ยังไม่คุ้นชินกับการเรียกหลิงชางไห่ว่าท่านพ่อยกเว้นสถานการณ์จำเป็นจริงๆ เวลาส่วนตัวก็ยังคงเรียกตาเฒ่าหลิง “คงไม่ทำให้ผู้เฒ่าเฝิงโมโหจนเป็นอะไรไปหรอกนะ?”

            “ท่านไม่ต้องห่วงไปท่านตาคือหมอและยังเป็นหมอหลวง ถึงโมโหจนเป็นอะไรไป แค่รักษาให้หายก็พอ”

            ลั่วจิ่งซีเป็นคนคิดง่ายๆไม่กลัวเรื่องจะบานปลาย ศีรษะของเขาแนบลงกับหน้าต่างและมองดูด้านนอกพร้อมกับหัวเราะ

            “คิดว่าเรื่องนี้คงต้องถามท่านลุงจ้าว” ลั่วจิ่งเฉินชำเลืองมองจ้าวจือชิงแวบหนึ่ง “เพราะถึงอย่างไรท่านลุงจ้าวก็เป็นคนพาท่านตามาผู้เฒ่าเฝิงก็เป็นคนที่เขารั้งให้อยู่ต่อเช่นกัน”

            จ้าวจือชิงมองจิ่งเฉินแวบหนึ่งเจ้าเด็กตัวดี ทีแบบนี้รู้จักผลักภาระมาให้เขาดูท่าทางสนุกสนานของเขาก็รู้ว่าลั่วจิ่งเฉินไม่ได้หวังดีแน่

            “ชีเหนียงเมื่อครู่ข้าบอกกับเจ้าแล้ว เรื่องผู้เฒ่าเฝิง เขามาหาจิ่งเฉินข้ามีหรือจะตัดสินใจได้ หากจิ่งเฉินไม่ยอม ต่อให้รั้งไว้ ก็ต้องหาทางไล่ไปอยู่ดีลูกชายเจ้า เจ้ารู้ดีที่สุด” จ้าวจือชิงรู้สึกว่าโชคดีนักที่ก่อนหน้านี้ตนเองได้สารภาพเรื่องผู้เฒ่าหลิงไปก่อนมิเช่นนั้นตอนนี้คงตกหลุมพรางของลั่วจิ่งเฉินเป็นแน่

            “ทุกอย่างที่นี่ข้าได้มอบให้ลุงจ้าวแล้ว อีกทั้งลุงจ้าวเป็นผู้ใหญ่ เราย่อมต้องฟังผู้อาวุโส”

            “ผู้อาวุโสเจ้าก็รู้ว่าข้าคือผู้อาวุโสของเจ้าด้วยหรือ แต่ดูจากท่าทีแล้วใช่กิริยาที่ควรทำกับผู้อาวุโสหรือไม่?”

            “แล้วไม่ใช่หรือ?”

            “แล้วใช่หรือ?”

            ทั้งสองเริ่มตั้งการโต้เถียงกันไปมาเวลาพูดกับลั่วจิ่งเฉิน จ้าวจือชิงต้องคอยระวังให้ดี เพราะเพียงคำพูดเดียว ก็อาจจะถูกลั่วจิ่งเฉินลากลงคลองได้

            “แต่ที่ท่านตาบอกว่าท่านให้เขามาเพื่อช่วยใครสักคนนี่นา”

            เพียงคำพูดแผ่วเบาของลั่วจิ่งเฉินก็ดึงดูดความสนใจของชีเหนียงเมื่อเห็นชีเหนียงส่งสายตามา จ้าวจือชิงก็ยกยิ้มเอาใจ จากนั้นจึงทำสิ่งตรงข้าม

            “หากข้าไม่พูดเช่นนี้ผู้เฒ่าหลิงมีหรือจะยินดีมา หากเขาไม่มา อาการของผู้เฒ่าเฝิงจะให้ใครรักษา? หากผู้เฒ่าเฝิงเป็นอะไรไปเจ้าเล่าจะเป็นเช่นไร!” จ้าวจือชิงมองดูลั่วจิ่งเฉินเหมือนมองคนไม่เอาไหน “ถือว่าข้าโปรดสัตว์ได้บาปเอง!”

            “อาการป่วยของผู้เฒ่าเฝิงร้ายแรงเช่นนั้นเลยหรือ?”

            “แน่นอนแม้ว่าเขาจะพยายามปิดบัง แต่ทุกเช้าก็มักจะมีเสียงไอดังขึ้นมาจากห้องปีกและเสียงรินน้ำของเสี่ยวเอ้อร์ฟังจากความทุ้มของเสียง ข้าว่าคงอยู่ได้ไม่กี่ปี คนผู้นี้ไม่ธรรมดาจะให้เป็นอะไรไปไม่ได้”

            จ้าวจือชิงอธิบายอย่างสมเหตุสมผลชีเหนียงจึงเริ่มเชื่อขึ้นมาจริงๆ

            “ไม่ใช่สิท่านลุงจ้าว ท่าน…” บอกตั้งแต่เมื่อใดว่าจะให้ท่านตามารักษาผู้เฒ่าเฝิงคำพูดเหล่านี้ ลั่วจิ่งซียังไม่ทันได้พูดจบก็ถูกสายตาข่มขู่จากจ้าวจือชิงทำให้ต้องกลืนมันลงท้องไปก่อน

            ลั่วจิ่งเฉินเห็นว่าท่านแม่เชื่อและรู้ว่าตนเองพูดมากไปก็เปล่าประโยชน์จึงได้แต่คล้อยตาม

            “ท่านตาไม่ได้บอกว่ามาด้วยเรื่องผู้เฒ่าเฝิงเพียงแต่ตอนนี้พวกเขาสองคนเป็นเช่นนี้ ท่านแน่ใจหรือว่าพวกเขาจะยอมท่าน?”

            ผู้เฒ่าเฝิงดูแล้วนิสัยดื้อรั้นคิดจะทำอะไรก็ทำ พออยู่ด้วยกันนานวันเข้าลั่วจิ่งเฉินก็รู้ว่าผู้เฒ่าเฝิงคือคนดื้อรั้นหัวแข็ง เรื่องที่เขาไม่ยินดีทำใช้วัวแปดตัวลากก็คงไม่หันกลับ ส่วนหลิงชางไห่ แม้ว่าเขาจะเจ้าอารมณ์บ้าง แต่เพียงแค่กำจุดอ่อนไว้ได้เช่น เพียงนำอาหารมาล่อ ก็คงรีบยอมแพ้ ตอนนี้ท่านแม่มาแล้วลูกไม้นี้เกรงว่าจ้าวจือชิงคงรีบนำออกมาใช้เป็นแน่

            เดิมทีจ้าวจือชิงคิดว่าจะส่งหลิงชางไห่กลับไปเร็วๆนี้ แต่ก็จำต้องเปลี่ยนแผน ใครจะรู้ว่ายังไม่ทันรอให้เขาคิดว่าจะพูดอย่างไรดีกลับเห็นชีเหนียงเดินตรงดิ่งไปหาหลิงชางไห่

            เห็นนางหยิบหมูตากแห้งออกมาจากห่อผ้าทันใดนั้น กลิ่นหอมของหมูตากแห้งก็กระจายไปทั่วลานบ้าน เดิมทีคิดว่าจะดึงดูดสายตาของหลิงชางไห่ไม่นึกว่าผู้ที่ยื่นมือมาหยิบหมูตากแห้งก่อน กลับเป็นเฝิงเจิ้งชูแทน

            “หอม! หอมเหลือเกิน! ข้ารอคอยสิ่งนี้จนดอกไม้แทบจะร่วงโรยแล้วจ้าวจือชิง เจ้าคนขี้เหนียว ทุกครั้งให้ข้าแค่เศษชิ้นเล็กๆ ช่างขี้เหนียวจริงๆ!”เฝิงเจิ้งชูพูดด้วยความพึงพอใจหลังจากกัดหมูตากแห้งเข้าไปคำหนึ่ง “แม่นางน้อยผู้นี้นี่รู้จักวิธีเอาใจจริงๆ!”

            ท่าทางไร้ยางอายของเขาทำให้หลิงชางไห่โมโหจนทนไม่ไหวจึงลุกพรวดขึ้นและแย่งหมูตากแห้งทั้งหมดในมือชีเหนียงมา “นี่คือของที่ลูกสาวข้าทำเพื่อตอบแทนคุณเรื่องอะไรเจ้าถึงแย่งเอาไปกิน? ร่างกายอย่างเจ้ายังคิดจะกินเนื้อกลัวไม่ตายเร็วสินะ!”

            สำหรับพฤติกรรมการแย่งอาหารเช่นนี้หลิงชางไห่ไม่อนุญาตให้เกิดขึ้น เขาแทบอยากจะเข้าไปแย่งของที่อยู่ในปากของเฝิงเจิ้งชูมาด้วยเฝิงเจิ้งชูรีบกินของมือให้หมดอย่างรวดเร็ว มองหลิงชางไห่แต่ก็ไม่โกรธ

            “ฮึเจ้าบอกว่านางคือลูกสาวเจ้าก็คือลูกสาวเจ้าหรือ เช่นนั้นหากข้าจะเรียกเป็นลูกบ้างก็คงได้สินะ!”เฝิงเจิ้งชูพูดท้าทาย ก่อนมองดูชีเหนียงด้วยความสนใจ “แม่นางน้อยฝีมือทำอาหารของเจ้าดีใช่หรือไม่ ยังทำของอร่อยอย่างอื่นเป็นหรือไม่! มาเร็วขอเพียงเจ้าทำอาหารอร่อยให้ข้ากิน แน่นอนว่าห้ามให้เขา! ข้ารับรองว่าจะมอบของขวัญชิ้นโตให้เจ้า!”

            “เฝิงเจิ้งชู! เจ้ามันคนต่ำช้า!” หลิงชางไห่รู้ว่าเฝิงเจิ้งชูสิ่งใดอยู่เจ้าเฒ่าคนนี้กล้าเอาอนาคตของจิ่งเฉินมาเดิมพัน เขาไม่มีทางอนุญาต! เพราะเขารู้ดีแก่ใจว่าหากจะเปรียบเทียบกันจริง เขาต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อย่างแน่นอน! ดังนั้นเขาจึงยิ่งไม่อาจอนุญาต!

            เดิมทีชีเหนียงคิดจะเบี่ยงเบนความสนใจของผู้เฒ่าหลิงจากนั้นค่อยหยั่งเชิงดูว่าคำพูดของจ้าวจือชิงนั้นเชื่อถือได้แค่ไหนใครจะรู้ว่าทั้งสองคนนี้กลับทะเลาะกันยกใหม่เพียงเพราะหมูตากแห้ง

            เพียงแต่เหตุใดนางถึงรู้สึกว่าชื่อ ‘เฝิงเจิ้งชู’ ช่างคุ้นหูนักเหมือนเคยได้ยินมาจากที่ใดสักแห่ง

            จังหวะนี้เองเท้าของลั่วจิ่งเฉินที่กำลังก้าวออกจากห้องถึงกับชะงักลงและยืนแน่นิ่งเหมือนถูกสายฟ้าฟาดจ้าวจือชิงมองจิ่งเฉินแวบหนึ่งจากนั้นก็เลื่อนสายตาไปทางชายชราทั้งสองที่ยังทะเลาะกันตรงลานบ้านไม่หยุด

            “พวกท่านทั้งสองยังมียางอายหรือไม่ชีเหนียงทำอาหารให้สุนัขกินก็ไม่ทำให้พวกท่านกินแน่!” เมื่อเห็นชีเหนียงใกล้จะโกรธเขาจึงรีบส่งสายตาให้นาง “ขืนพวกท่านยังทะเลาะกันต่อไป แล้วชีเหนียงโกรธขึ้นมาใครก็อย่าหวังจะได้กินเลย”

            “เอ้อ ชีเหนียงเรือนพักผ่อนของเจ้ามีกิจกรรมน่าสนุกกับของอร่อยมากมายใช่หรือไม่?”

            -----

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคทั้งสาม (จบ) ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390