บทที่ 5
หน้าที่ ที่ไม่สามารถปฏิเสธได้
ด้านรพีพัฒน์
เขามาส่งแฟนสาวที่คอนโดหรูของเธอโดยที่ได้ขึ้นไปส่งเธอที่ห้องโดยใช้เวลาในคอนโดเธอพอสมควร จึงกลับวังอิศรากุล วันนี้เขาเห็นสีหน้าของมินตราตอนที่เขาพาอลิสสาไปบ้าน สีหน้าของเธอดูปกติ ซึ่งเขาก็คิดว่าเป็การดีที่เธอไม่แสดงกิริยาอะไร เพราะถ้าถึงเวลาที่เขาพาอลิสสาเข้ามาอยู่ในบ้านในวันที่แต่งงานกัน เขาจะได้ไม่ต้องกังวลว่าเธอจะรู้สึกเช่นไร แต่หากคิดให้ดีเธอก็เป็เมียเขาที่ถึงแม้ว่าเขาไม่สามารถยอมรับเธอเป็เมียอย่างออกหน้าออกตาได้ และไม่สามารถบอกแก่ใครได้ แต่เื่นี้เขารู้ดีที่สุด ถ้าถึงเวลานั้นจริงๆเขาคงตอบแทนเธอเพื่อชดเชยกับสิ่งที่เขาทำกับเธอในเวลาที่ผ่านมา
ฉันจะอาบน้ำมาเตรียมน้ำให้ฉัน
หลังจากที่รพีพัฒน์กลับถึงบ้านเขาก็ส่งข้อความไปยังคนที่คอยดูแลเขามาตลอดหลายปี จนเป็ความเคยชิน แม้ตอนนี้จะดึกมากแล้ว และก็กลัวว่าคนในบ้านจะเห็น แต่ดีที่ห้องของเขาตกแต่งแยกออกมาจากวัง วังนี้แยกสัดส่วนของคนในบ้านอย่างชัดเจนเพื่อความเป็ส่วนตัวของแต่ละคน และด้วยการที่มีพื้นที่ค่อนข้างเยอะ หม่อมย่าเคยบอกว่าหากใครมีครอบครัวก็สามารถสร้างบ้านของตัวเองในพื้นที่นี้ได้ เพื่อความเป็ส่วนตัวของแต่ละคน แต่ก็สามารถไปมาหาสู่กันได้
ก๊อก ก๊อก
มินตราหลังจากที่เธอได้รับข้อความจากเขา เธอก็ต้องแต่งตัวใหม่เพื่อออกมาตามคำสั่งของเขา แม้จะดึกมากแค่ไหน และกลัวคนอื่นจะรู้เห็น แต่เมื่อเขาสั่งเธอจะทำอะไรได้ ดีที่เธอกับน้องสาวแยกห้องกันแล้วั้แ่เข้าสู่วัยรุ่น เพื่อความเป็ส่วนตัวของกันและกัน จึงไม่ต้องคอยตอบคำถามน้องสาวของตนเอง
“เดี่ยวมินไปเตรียมน้ำให้คุณชายนะคะ”เมื่อเขาเปิดประตูด้วยสภาพที่มีเพียงผ้าเช็คตัวผืนเดียวเธอจึงเลี่ยงเพื่อไปทำหน้าที่ของตนเอง จะได้รีบกลับห้องก่อนที่ใครจะมาเจอและอาจจะเป็เื่ใหญ่
“วันนี้ฉันพาอลิสสามาเธอคิดยังไง”ขณะที่เธอกำลังเตรียมน้ำให้เขาอาบ เขาที่ยืนพิงประตูเอ่ยถามเธอขึ้น
มินตราชะงักกับคำถามเขาเล็กน้อยก่อนที่มือจะทำหน้าที่ต่อและก็ตอบคำถามเขาไปด้วย
“เธอสวยเหมาะกับคุณชายค่ะ”เธอตอบภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยจนคนที่ตั้งคำถามยังรู้สึกว่าเธอนิ่งจนเกินไป และเธอก็ตอบไม่ตรงกับคำถาม
“ฉันกับลิสาคบกันมาสักพักแม้สาจะมาทีหลังเธอ แต่ฉันจริงจังกับลิสาหวังว่าเธอจะเข้าใจ”เขาพูดกับเธอ
“ค่ะ มิน เข้าใจ คุณชายไม่ต้องห่วง เื่ระหว่างมินกับคุณชาย มินจะไม่ให้ใครรู้เพราะที่นี่มีบุญคุณกับมิน”
“ถ้าเธอเข้าใจก็ดี แต่ฉันไม่ได้จะปล่อยเธอไปเธอก็ยังคงทำหน้าที่ของเธอจนกว่าจะถึงวันที่ฉันกับลิสาจะแต่งงานกัน”
“ค่ะ มินผสมน้ำเสร็จแล้ว มินขอตัวไปนอนก่อนนะคะ พรุ่งนี้มินมีสอบค่ะ”
“อืม”
เธอที่แสดงอาการไม่รู้สึกกับสิ่งที่เขาพูด พยายามเข้มแข็งเพื่อไม่ให้เขารู้ถึงความรู้สึกของเธอ แต่ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้ว เธอรู้สึกยังไง
ทันทีเมื่อกลับถึงห้องบ่อน้ำตาที่พยายามอดกลั้น อดทน มันก็ไหลออกมาเป็สายธาร แม้จะพยายามห้ามใจตัวเองมากแค่ไหน แต่จิตใจของผู้ที่ไม่มีใคร ผู้ที่เป็เสาหลักให้น้องสาว ต้องเข้มแข็งตลอดเวลาเพื่อน้อง มันย่อมอ่อนไหวเมื่อได้ใกล้กับผู้ชายที่ผู้หญิงทุกคนต่างใฝ่ฝัน
เธอเป็ผู้หญิงที่ไม่เคยมีประสบการณ์เื่ความรัก ยิ่งย่อมอ่อนไหวกับบุรุษที่เธอพบเจอมาั้แ่เด็ก ตอนเด็กเขาคอยให้กำลังใจ เปรียบเสมือนพี่ชายที่คอยดูแลน้องสาว เขาเปรียบเหมือนเ้าชาย ขณะที่เธอเหมือนต้นกล้า
ไม่ผิดที่เธอจะตกหลุมรักเขา เป็รักที่บริสุทธิ์ที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน ขอเพียงได้เห็นคนที่เรารักมีความสุขเธอก็ดีใจแค่นี้จริงๆสำหรับต้นกล้าอย่างเธอที่ได้เห็นความสุขของเขา เธอก็สามารถมีกำลังใจหล่อเลี้ยงต้นกล้านี้ให้เติบใหญ่ได้
“ฮึก ฮือ”
แต่วันนี้ต้นกล้านี้กำลังเหี่ยวเฉา เมื่อเ้าชายที่เธอรักกำลังจะรักเ้าหญิง ทั้งๆที่ทำใจ ทั้งๆที่รู้ว่าเธอกับเขาเป็ไปไม่ได้ แต่สุดท้าย เธอก็ก้าวผ่านความเสียใจนี้ไม่ได้ มีเพียงน้ำตามที่คอยนำพาเธอขึ้นไปยืนจุดเดิมได้
ด้านรพีพัฒน์
“ครับผมถึงห้องแล้วครับ คิดถึงที่รักจัง”
‘แหม พึ่งเจอกันเมื่อกี้คิดถึงลิสาแล้วเหรอคะ’
“ผมคิดถึงคุณตลอดเวลา ถ้าเป็ไปได้ อยากจะเจอ 24 ชั่วโมงเลยครับ”
‘พูดแบบนี้ก็ให้แม่มาขอสิคะ’
“คุณอย่าท้าผมนะครับ”
‘ลิสาล้อเล่นค่ะ รอให้ลิสาศึกษาคุณไปสักพักก่อนสิคะ เดี่ยวพีทำร้ายจิตใจลิสา แล้วลิสาจะทำยังไง’
“ไม่มีวันนั้นแน่นอนครับ”
หลังจากที่เขาวางสายจากแฟนสาวหลังจากที่โทรบอกเธอว่าเขาถึงบ้านแล้ว ขณะที่สมองของเขากลับคิดถึงผู้หญิงที่พึ่งออกจากห้องเขาไปเมื่อสักครู่ เขาเพียงคิดว่า เธอสามารถเก็บความรู้สึก โดยไม่แสดงอาการใดๆออกมาให้เขารู้ได้เลยว่าเธอกำลังรู้สึกเช่นไร ภายใต้ใบหน้าของเธอที่แสดงออกมันนิ่ง มีแววตาเท่านั้นสื่อถึงความรู้สึกบางอย่างที่เขามองแล้วไม่สามารถละสายตาได้
