ผมก็แค่เชฟที่ผ่านทางมา

    บทที่16 มวยไทย

    เชฟที่ไหนจะปากดีตบคนได้ด้วยคําพูดแบบนี้ ? 
    คงมีเพียงเขาคนนี้คนเดียวเท่านั้นแหละ…ที่ทําได้ !
    “ ไอ้เวรนี่ ไปลงนรกซะ ! ” นักเลงคนนั้นกลายเป็นว่าบ้าคลั่งไปแล้ว เขาพุ่งตัวไปข้างหน้าหายูหมิงอย่างรวดเร็ว
    อัดอีกฝ่ายไม่ได้ก็แย่พออยู่แล้ว แล้วนี้ถูกอีกฝ่ายหยามจนจะบ้า จะให้เขาอยู่เฉยโดยไม่คลั่งได้อย่างไร ?
    “ คุณจะยืนบื้ออยู่ทําไม ? หนีไปสิ ! ” ยูหมิงไม่ได้สนใจนักเลงคนนั้น เขามองไปที่ซินเสวี่ยด้วยสายตางุนงง
    ทําไมเธอถึงยังไม่หนีไปอีก ? เขาอุส่าห์เล่นกับคนพวกนี้ให้ตั้งนาน แต่เธอกลับยืนบื้อดูอย่างเพลิดเพลินซะงั้น !
    ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทําไมเธอถึงได้ถูกล้อมโดยคนพวกนี้ ที่แท้เธอก็โง่ยิ่งกว่าพวกมันนี่เอง !
    “ แล้วคุณล่ะ ? ” ซินเสวี่ยได้สติ แต่จะให้เธอหนีไปโดยที่ทิ้งเขาเอาไว้นี่นะ มันจะไม่โหดร้ายเกินไปหน่อยเหรอ ?
    เขาอุส่าห์ยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อช่วยชีวิตเธอ ถ้าเธอทิ้งเขาไปแบบนี้มันจะไม่ใช่ว่าเธอเป็นคนน่ารังเกียจหรอกเหรอ ?
    ไม่ ! เธอจะไม่ทําอย่างนั้นเด็ดขาด !
    “ ผม ? อ้อ ไปเถอะ แค่เหล่าเด็กน้อยที่หลงผิดจะไปมีปัญญามาทําอะไรผมได้ ” ยูหมิงยิ้มจางๆ 
    คนพวกนี้ไม่ต่างอะไรไปจากเด็กน้อย ถ้าพวกเขาทําร้ายเขาได้ เขาคงต้องพิจารณาตัวเองใหม่แล้วล่ะ 
    “ ไม่ ฉันจะไม่ทิ้งคุณไปเด็ดขาด ” ซินเสวี่ยไม่ใช่คนโง่ เธอรู้ดีว่าเขาเพียงพูดโกหกเพื่อให้เธอสบายใจ
    อย่างไรก็ตามถ้าหากยูหมิงได้รับรู้ถึงสิ่งที่ซินเสวี่ยคิด เขาคงต้องหัวเราะออกมาเสียงดัง แล้วพูดว่า “ คุณหลงตัวเองมากไปหน่อยไหม คนอย่างผมนี่นะจะพูดโกหกเพื่อทําให้คุณสบายใจ เหอะ ฝันหวานไปหน่อยมั้ง ” 
    “ อยากเป็นฮีโร่นักใช่ไหม ? ก็ได้แกได้เป็นฮีโร่สมใจแน่ ” นักเลงที่บ้าคลั่งเมื่อได้ยินการสนทนาที่ดูเหมือนคู่รักกัน เขาก็ยิ่งบ้าคลั่งขึ้นไปอีก
    “ ฮีโร่ ? ใช่ไอ้ที่บินได้ป่ะ ? ” ยูหมิงถาม ในเมื่อนักเลงคนนี้อยากให้เขาเป็นฮีโร่ เขาก็เล่นด้วยนิดหนึ่งจะดีกว่า 
    “ แก… ” ปากที่พูดของนักเลงบ้าคลั่งถึงกับสั่น มันไม่ใช่สั่นเพราะกลัว แต่สั่นเพราะบ้าคลั่งจนแทบสิ้นสติแล้ว
    “ ไปลงนรกซะ ! ” นักเลงบ้าคลั่งซัดลูกเตะพุ่งเข้าหายูหมิง
    “ อะไรกัน คุณจะทําให้ผมเป็นฮีโร่ไม่ใช่เหรอ ? แล้วทําไมคุณถึงเตะผมล่ะ หรือว่าลูกเตะนี้จะทําให้ผมบินได้ ? ” ยูหมิงยิ้มจางๆแล้วโยกตัวหลบลูกเตะของนักเลงคนนั้น
    วูบ
    “ แกจะหลบทําไม ? แน่จริงก็อย่าหลบดิวะ ! ” นักเลงที่บ้าคลั่งพบว่ายูหมิงสามารถหลบลูกเตะที่ตัวเองเตะออกไปได้อย่างสบายๆ เขาจึงโมโหมาก
    “ ล้อมมันเอาไว้ ! ” นักเลงอีกสามคนที่เหลือตามมาถึงแล้วรีบล้อมยูหมิงทันที
    “ แกไม่รอดแล้ว ! ” นักเลงที่บ้าคลั่งแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย ในที่สุดเขาก็จะได้อัดไอ้โง่นี่ซักที
    นักเลงทั้งสี่คนไม่รอช้า พวกเขาซัดทั้งหมัดและลูกเตะเข้าใส่ยูหมิงที่อยู่กลางวงทันที
    “ อันตราย ! ” ซินเสวี่ยกรีดร้องด้วยความตื่นตะหนก เธอกลัวว่ายูหมิงจะถูกทําร้ายจนบาดเจ็บสาหัสได้ แต่ในวินาทีต่อมาเธอก็ต้องตกตะลึงจนดวงตาแทบจะถลนออกมา
    “ เด็กน้อยทั้งหลาย หมดเวลาเล่นแล้ว มา ! ผมจะส่งพวกคุณเข้านอนเอง ” ยูหมิงหัวเราะเบาๆแล้วหายตัวไปอยู่ด้านหลังของนักเลงทั้งสี่ เขาลงมือจู่โจมทีละคนอย่างรวดเร็ว
    ปึก ปึก ปึก ปึก
    หลังจากที่ถูกจู่โจม นักเลงทั้งสี่ก็หมดสติและล้มลงไปนอนกองกับพื้นทันที
    “ ไปกันเถอะ ” ยูหมิงหันไปมองซินเสวี่ย เขารู้สึกดีเล็กน้อยที่เธอไม่หนีไป แต่นั่นมันก็ทําให้เขารู้สึกเช่นกันว่าเธอมันบ้า !
    ดึงเขาเข้ามาเกี่ยวแต่กลัวว่าเขาเป็นอันตรายนี่นะคุณจะตลกไปหน่อยไหม ?
    “ ไอ้หนูฉันยังไม่ได้อนุญาตให้แกไปเลย แล้วแกจะไปได้อย่างไร ” ลู่ซวนพูด ในตอนนี้เขาจ้องมองไปยังเงามืดที่ยากจะเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง
    เพราะเขามองไม่เห็นว่าลูกน้องของเขาหมดสติไปได้อย่างไร เขาจึงระวังเป็นอย่างมาก ในความคิดของเขาไอ้โง่คนนี้มันมีความรวดเร็วเป็นอย่างมาก แต่การโจมตีของมันคงจะไม่ได้มาจากความเร็วนั่นหรอก ซึ่งมันคงต้องใช้ลูกเล่นบางอย่างแน่ๆถึงสามารถทําให้ลูกน้องทั้งสี่คนของเขาหมดสติได้
    “ อนุญาต ? ทําไมผมต้องขออนุญาตคุณด้วย ? ผมไม่ใช่นักเรียนประถมของคุณซักหน่อยถึงได้ต้องขออนุญาตทุกครั้งเหมือนไปเข้าห้องนํ้าน่ะ ! ” ยูหมิงจ้องมองไปยังร่างกํายําที่เดินเข้ามาด้วยความสับสน
    เขาสับสนว่าไอ้คนนี้คงจะหลุดมาจากโรงพยาบาลบ้าอีกคน ไม่อย่างนั้นทําไมอีกฝ่ายถึงต้องให้เขาขออนุญาตด้วย ?
    ไม่บ้าก็คงจิตหลอนล่ะนะ !
    “ แก… ” ร่างที่บึกบึนและกํายําของลู่ซวนถึงกับชะงัก เขาไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอกับตัวเองแบบนี้ ไอ้หมอนี่มันไม่กลัวเขาเลยรึไง ?
    “ แก ? คุณเรียกผมอย่างนั้นได้อย่างไร ! ผมไม่ใช่นักเรียนของคุณซักหน่อย ” ยูหมิงรู้สึกว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจอะไรผิดไป เขาไม่ใช่นักเรียนของอีกฝ่ายนะถึงได้เรียกเขาอย่างนี้ได้ !
    “ บัดซบ ! ถ้าแกไม่เจ็บตัวแกคงไม่รู้ถึงความแข็งแกร่งของฉันสินะ ” ลู่ซวนสบถออกมาด้วยความโกรธ เขาไม่รอช้าและรีบพุ่งไปหายูหมิงทันที
    “ ความแข็งแกร่งของคุณ ? ผมก็ไม่ได้อยากรู้ซักหน่อย ! ” ยูหมิงมองไปยังใบหน้าของลู่ซวนที่โกรธจัดด้วยความรู้สึกเอือม 
    ทําไมผมต้องอยากรู้ถึงความแข็งแกร่งของคุณด้วยล่ะ ?
    มันไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรเลยซักนิด !
    “ แก… ” ลู่ซวนสั่นเทิ้ม 
    “ จะแกอะไรกันนักกันหนา เมื่อเช้าคุณกินยามาผิดขวดรึไง ? ” ยูหมิงเริ่มรําคาญ เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าทําไมคนๆนี้ถึงได้พูดอยู่แค่คําว่า “ แก ” อย่างเดียว
    “ แก ! ” ลู่ซวนคํารามเสียงดัง เขาไม่เคยโกรธใครมากขนาดนี้มาก่อนเลย เพิ่งมีหนนี้หนแรกนี่แหละ วันนี้ถ้าหากเขาไม่ได้อัดไอ้โง่นี่ให้จมดิน เขาคงนอนตายตาไม่หลับแน่
    “ วันนี้ถ้าฉันต้องถูกจับฉันก็ยอม ! ” ลู่ซวนจ้องมองเงามืดตรงหน้าด้วยความโกรธที่แน่วแน่
    “ ในเมื่อคุณยอมแล้วทําไมคุณไม่ไปมอบตัวด้วยตัวเองซะเลยล่ะ ? ” ยูหมิงถามด้วยความสงสัย เขาสงสัยเป็นอย่างมากว่าทําไมอีกฝ่ายไม่ไปมอบตัวเอาตอนนี้เลยล่ะ จะมาบอกให้เขารู้ทําไม ?
    “ แก…ก็ได้ฉันต้องยอมรับจริงๆว่าแกมีฝีปากที่ลํ้าเลิศนัก และยังมีความรวดเร็วนั่นอีก แต่ฉันน่ะต่างจากไอ้สี่ตัวนั่นเฟ้ย ดังนั้นวันนี้แกไม่รอดแน่ ! ” ลู่ซวนพยักหน้าทั้งๆที่ยังคงโกรธอยู่
    “ คุณต่างจากสี่คนนั้น ? หรือว่าเวลาคุณนอนคุณจะร้อง อ๊บ อ๊บ ? ” ยูหมิงถามด้วยความสนใจ เขาไม่เคยเจอใครนอนแล้วร้องแบบนั้นมาก่อน ถ้าหากได้เจอซักครั้งมันคงจะฮาไม่ใช่น้อย
    “ แก… ดี ! วันนี้แหละฉันจะสอนให้แกรู้ถึงศาสตร์การต่อสู้ที่เรียกกันว่ามวยไทย ! ตราบใดที่ฉันใช้มวยไทย แกได้เจ็บตัวนอนโทรมหลายเดือนแน่ ! ” ลู่ซวนไม่รอช้าที่จะแสดงท่วงท่าแห่งศิลปะการต่อสู้แขนงหนึ่งออกมาทันที
    “ มวยไทย ? น่าสนใจดีนี่ ! มา ! มาแสดงให้ผมดูหน่อย ” แววตาของยูหมิงเผยให้เห็นถึงความสนใจ
    มวยไทยงั้นเหรอ ?
    ก็น่าสนใจเหมือนกันล่ะนะ ดูซักหน่อยคงไม่เสียเวลาหรอกมั้ง ?
    “ แก ! ” ถึงตรงนี้ลู่ซวนแทบกระอักเลือด ท่วงท่าที่ถูกทําให้ดูเมื่อครู่ถึงกับหยุดชะงัก