ตอนที่ 4 หมอน…ไม้ขีดไฟ
เ้าหล่อนอุทานเสียงหลง“ฉิบหายแล้วแก!!”
เสียงของสมระโดังลั่นเล่นทำเอาทั้งสองคนที่อยู่ในรถ พากันตกอกใตามกันไปส่วนลุงกิตเกือบจะเหยียบเบรกกะทันหันเสียแล้ว
เอื้อยเอ่ยปากถามขึ้นว่า“ป…เป็อะไร เกิดอะไรขึ้น!?”
“ม…มะ…แม่ฉันรู้เื่แล้ว!”ก่อนจะหยิบเอาข้อความในเพจเจอร์ขึ้นมาให้เธอดู
“หา!แม่แกรู้เื่แล้ว? บ…แบบนี้ฉันก็ซวยไปด้วยน่ะสิ ทำยังไงดีแก!?”
ทั้งสองสาวเริ่มร้อนรนขึ้นมาและกำลังพยายามหาวิธีแก้ตัว เพราะข้อความจากแม่สมพร เด้งเข้าเครื่องขึ้นมารัว ๆยิ่งเป็ข้อความ่หลัง ยิ่งแฝงกลิ่นอายของความเกรี้ยวโกรธไว้!
……
ระหว่างที่นั่งรถกลับบ้านสองสาวเ้าแผนการก็ปรึกษาหารือกัน“ถึงวิธีการรับมือ” จนผลสุดท้ายก็ตกลงกันที่ว่า จะยอมรับสารภาพผิดแต่โดยดีเผื่อจะได้ลดโทษครึ่งหนึ่งโดยมีลุงกิตไปด้วยเพื่อยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ไปคนเดียวด้วยแต่อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่
เอื้อยที่ไม่ว่าดูอย่างไรเื่คราวนี้ย่อมต้องถึงหูของครอบครัวเธอโดยปริยายเนื่องจากทั้งสองคนสนิทกันเป็ที่สุด…แถมมีพิรุธหายตัวไปพร้อม ๆ กันอีก!
ลุงกิตคนขับแท็กซี่ก็ถูกสองสาวสุดแสบลากลงน้ำไปด้วยกันโดยได้จ่ายเป็เงินค่าจ้างสามพันบาท รับบทบาทเป็คนขับแท็กซี่ที่ไว้ใจได้
แน่นอนว่าพอเื่แดงขึ้นมาสองสาวก็ใช้สมองประมวลผลเป็การด่วนดูท่าแล้วจะใช้มากยิ่งกว่าตอนทั้งคู่สอบกลางภาคเสียอีก
ไม่นานรถแท็กซี่ของลุงกิตก็มาจอดถึงหน้าบ้านทั้งสองคนจับมือกันแน่น ก่อนจะเตรียมใจเข้าไปในบ้าน…
บัดนี้ท่านเสมอส.ส. ผู้ทรงเกียรติในสภาก็ได้ถูกเรียนเชิญไปนั่งด้านข้างส่วนหัวโต๊ะกลับเป็แม่สมพร ที่สายตาลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงกำลังจิบน้ำชารอลูกสาวคนสวยอยู่…
และพอได้ยินเสียงบีบแตรคนงานในบ้านก็รีบวิ่งกุลีกุจอวิ่งไปเปิดประตูให้โดยพลัน ซึ่งมีรถแท็กซี่ขับเข้ามาในบ้าน…
จวบจนกระทั่งทั้งสองสาวก้าวเท้าเดินลงจากรถ จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตาเดินเข้าไปในห้องโถงเพื่อสารภาพผิด ส่วนตัวของลุงกิตคนขับแท็กซี่ก็ได้แต่เดินตามมาอย่างห่าง ๆเพื่อรอคอยการเบิกตัว พยานของฝั่งจำเลย
ยามเมื่อเข้ามาในห้องโถงทั้งคู่ก็ได้พบกับบรรยากาศที่คล้ายจะเป็ดั่งห้องพิพากษา ทั้งแม่บ้าน คนสวนคนขับรถ ต่างก็นั่งหาวกันจนเบื่อหน่าย รอเพียงแค่การมาถึงของคุณหนู ของพวกตน
เอื้อยมาถึงพนมมือไหว้กล่าวสวัสดีทักทายทุกคนในห้องซึ่งคุ้นหน้าคุ้นตากันดี เพราะเธอไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับคนในบ้านนี้ หล่อนแวะเวียนมาหาบ่อยจนสนิทและรู้จักกับทุกคนในบ้าน
หลังจากที่เธอได้กล่าวสวัสดีเสร็จก็ก้มหน้าก้มตาเหมือนกับเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ด้านข้าง
สมรที่กำลังก้มหน้าตีหน้าเศร้าอันที่จริงเธอก็ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นจ้องมองแม่ของตนเองซึ่งกำลังส่งสายตาพิฆาตมาให้เธอ จนกระทั่งเธอััได้ถึงรังสีอำมหิตผ่านบรรยากาศที่เงียบงันในห้อง
คุณนายสมพรก็ยิ่งทำให้บรรยากาศภายในห้องดูกระอักกระอ่วนขึ้นไปอีกด้วยการใช้ความเงียบงัน ซึ่งเป็แรงกดดันที่มองไม่เห็น
พอเห็นดังนั้นสองสาวเริ่มลุกลี้ลุกลนเล็กน้อยโดยสมรเป็คนที่เริ่มเอ่ยปากพูด “พ่อจ๋าแม่จ๋า หนูขอโทษ…หนูแอบไปเที่ยวมา”เธอเงยหน้าขึ้นจ้องมองไปที่พ่อกับแม่
“แอบไปเที่ยว!อายุเท่านี้ก็ทำเื่แบบนี้เสียแล้ว…ฮื้อ! เท่านั้นยังพอว่าแต่กลับแอบไปวางแผนหลอกคนอื่น ๆ ในบ้านด้วย ฉลาดจริง ๆ นักนะลูกฉัน!” เธอกัดฟันพูดเค้นเสียงลอดผ่านไรฟันออกมา
“เปรี้ยง!”เสียงตบโต๊ะดังขึ้น ทำเอาทุกคนสะดุ้งตื่นทั้งบ้าน
สมรก้มหน้าก้มตาทิ้ง่ไปพักหนึ่งก่อนจะพูดขึ้นว่า “หนูรู้ว่าผิดไปแล้วจึงมาสารภาพผิดโดยดีจ๊ะแม่…”
พอเห็นลูกสาวสุดที่รักทำท่าทางร้องไห้กระซิกๆ เนื้อตัวสั่น ดูคล้ายกับลูกนกตัวน้อย ซึ่งกลัวเสียงฟ้าร้องที่ดังครืนอยู่บนฟ้า!
พ่อเสมอก็ค่อยๆ ตบทีหลังมือของแม่สมพร เบา ๆ เป็เชิงว่าให้ทำใจเย็น ๆ เข้าไว้
“งั้นบอกมาสิว่า…แอบไปเที่ยวที่ไหนกันมา?”คุณนายผู้พิพากษาเอ่ยปากถามขึ้น
“เอ่อ…ไปเดอะพาเลซมาจ๊ะแม่”สมรตอบไปตามตรง
เสียงทุบโต๊ะดังขึ้นอีกคราคุณนายสมพรกัดฟันกรอด “นี่ไปไกลถึงขนาดนั้นเลยเหรอถ้าเกิดว่าถูกฉุดไปข่มขืนขึ้นมาจะทำยังไง ไหนตอบมาสิ! ยัยหมอน ยัยเอื้อย…”
เอื้อยที่ถูกลากเข้าไปในคำถามด้วยก็ตอบแบบตะกุกตะกักว่า“เอ่อ…คือรถแท็กซี่ที่ขับไปส่งเป็คนที่คุณป้าคุณลุงรู้จักค่ะ ไว้ใจได้แน่นอนอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ไม่ต้องเป็ห่วง…ล…เลย”
ก่อนที่ทางคุณนายสมพรจะพยักพเยิดส่งสัญญาณให้พาคนขับแท็กซี่ที่ได้รออยู่ด้านนอกเข้ามา
พอเห็นชายวัยกลางคนเดินเข้ามาท่าทางดูคุ้นเคยเป็อย่างมาก เธอก็ปรายตามองและนึกขึ้นได้ทันที “พี่กิต!นี้เป็พี่เองเหรอที่แอบพาลูกสาวฉันหนีเที่ยวฮะ!?”
กิตทำได้เพียงยิ้มเจื่อนก่อนจะเกาหัวด้วยความเก้อเขิน และพูดขึ้นว่า “ใช่ครับคุณนายพอดีผมหลวมตัวโดนคุณหนูหลอกไปรอบแรกน่ะครับ เลยโดนคุณหนูขู่ไว้ว่าถ้าความแตก…จะมาบอกคุณนายนี่แหละครับ!”
พอเห็นคุณนายสมพรกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไร
ทางกิตก็ได้ตัดบทชิงพูดไว้ก่อนว่า “แต่ว่าไม่ต้องเป็ห่วงเื่ความปลอดภัยของพวกคุณหนูเลยนะครับทั้งสองคนอยู่ในสายตาของผมตลอด เพราะผมรู้ดีว่าถ้าเกิดมีเื่อะไรเกิดขึ้น ตัวผมคงซวยและมีหวังได้โดนคุณนายเล่นงานยับเป็แน่!”
ลุงกิตพูดร่ายยาวเหยียดแถมตบอกตัวเอง ออกหน้ารับประกันถึงความปลอดภัยของสาวสวยทั้งสองจากนั้นทั้งสองสาวก็คอยพูดเสริมในส่วนที่ตัวเองผิดไม่เปิดโอกาสให้แม่สมพรถามเสียเท่าไหร่
เดิมทีแผนการของหมอนกับเอื้อยก็คือให้ผู้ใหญ่ออกหน้า เพราะเชื่อถือได้มากกว่า…
ส่วนตัวของพวกเธอทั้งสองคนก็ยอมรับผิดแต่โดยดีที่แอบหนีไปเที่ยว แถมพูดเสียงอ่อนยอมให้พ่อกับแม่ลงโทษตามแต่เห็นสมควร
ทั้งสองเรียกได้ว่าปิดจุดอ่อนของตัวเองซึ่งจุดที่สำคัญนั่นก็คือ เื่ของความปลอดภัย โดยโยนไปให้ลุงกิตรับแทนทั้งหมดส่วนพวกเธอเองก็เอ่ยปากพูดสมทบว่า “บีบลุงกิตยังไงให้กลายมาเป็คนขับรถให้”
คุณนายสมพรมองสองสาวก่อนจะพูดขึ้นว่า “บทลงโทษของพวกเธอทั้งสองคน รอฟังในวันพรุ่งนี้เช้า ส่วนวันนี้ให้พอเท่านี้ก่อนหนูเอื้อยก็ไปนอนรวมกับห้องยัยหมอน ตามปกตินั่นแหละ”
ส่วนพี่กิตเชิญกลับบ้านไปได้แล้ว“ประเดี๋ยววันหลัง เราค่อยหาเวลามาคุยกันใหม่!” สมพรพูดน้ำเสียงเฉียบขาดคล้ายคำประกาศิต ไม่มีที่ให้เจรจาต่อรอง
ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเช่นนี้เธอก็ได้กวาดสายตาไปมองยังสามี ทั้งยังรวมไปถึงคนงานในบ้านที่เริ่มงัวเงียอยู่นานแล้ว และใกล้จะหลับกันเต็มที คงจะไม่ดีถ้าอยู่ต่อเช่นนี้…
พอได้ฟังวีรกรรมของสองสาวสุดแสบแล้วเธอเองก็ได้เตรียมการลงโทษในวันพรุ่งนี้!
คุณนายสมพรเดินไปที่โทรศัพท์บ้านก่อนจะต่อสายไปบ้านของเอื้อยและเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ครอบครัวของเอื้อยฟังทั้งหมด ทางด้านโน้นก็โกรธควันออกหูพอๆ กันเมื่อได้รู้ข่าว!
……
พอมาถึงห้องนอนทั้งสองก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก อย่างน้อยก็ผ่านพ้นวันนี้ไปได้แล้วด้วยกลยุทธ์…ขายผ้าเอาหน้ารอดได้แล้ว อย่างน้อยก็ยื้อเวลาตายไปได้วันหนึ่ง!
ทั้งสองที่เหน็ดเหนื่อยจากการออกไปท่องราตรีและแถมยังต้องมาวางแผนต่าง ๆ นานา เพื่อเอาตัวรอด ต่างก็พากันอาบน้ำก่อนนอนกอดกันกลม และเริ่มหลับปุ๋ยไปโดยที่ไม่รู้ตัว…
ตื่นเช้ามาสมองของทั้งคู่ก็โล่งปลอดโปร่งสองสาวนั่งอยู่ในชุดนอน กำลังหันหน้าเข้าหากันและเริ่มพูดคุยปรึกษากันอย่างออกรสเพื่อเตรียมการรับมือกับคุณนายสมพร
ถึงแม้จะถูกลงโทษแต่อย่างน้อยก็พากันคาดการณ์กันคร่าว ๆ ว่าทางแม่สมพรจะมาไม้ไหน? หรือเล่นลูกไม้อะไร?
เอื้อยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงงัวเงีย“นี่…บ้านของแกน่ะรู้เื่หมดแล้ว แถมเตรียมโทษไว้แล้วด้วย แต่บ้านของฉันนี่สิจะทำยังไงดี?” หล่อนพยายามถ่างตาขึ้นเนื่องจากเมื่อวาน ‘กลับดึก’ สมกับที่พี่ใหม่ เจริญปุระ ได้เปิดการแสดงสดในเธคเมื่อคืนจริง ๆ
หมอนตอบกลับทันทีว่า“จะไปคิดอะไรมาก…อย่างมากพวกแม่ ๆ ของเรา เขาก็เอาไม่ถึงตายหรอกน่า!แต่ก็คงหาวิธีลงโทษแบบอื่นแหละ!”
เธอเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดถึงเื่เมื่อคืน “ว่าแต่แผนของฉัน มันก็ใช้ได้ใช่มั้ยล่ะ? ก็นะมันสมองระดับยัยหมอนคนนี้นี่นะ!”เธออดไม่ได้ที่จะยกหางตัวเองเล็กน้อย
พอพูดมาถึงตรงนี้สมรเริ่มยกยิ้ม พูดขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ ในแผนการรับมือของเธอเพราะว่ารู้จุดที่ควรจะต้องกังวล และรับมือกับพวกพ่อแม่จึงพยายามคิดหาดักไว้ทุกทาง
เธอเท้าคางส่วนขาก็แกว่งไปมาอยู่บนเตียงนอน ในขณะที่กำลังสาธยายความเ้าเล่ห์ให้เพื่อนฟัง!
“แหม…แม่คนเ้าเล่ห์แต่หล่อนลืมอะไรไปหรือเปล่าจ๊ะแม่คุณ ถ้าไม่ใช่เพราะฉันเองก็ออกแรงคิดแผนมีหรือจะออกมาดีขนาดนี้” เสียงกระเซ้าเย้าแหย่ดังขึ้นจากฝ่ายของเอื้อย
สองหญิงสาวพากันหัวเราะคิกคักกันอยู่ในห้องนานสองนาน…