ตอนที่13 :สิ่งที่เรียกว่าโคล่า
โฮก!
ในพริบตา อสูรหมาป่าสีม่วงจึงคำรามออกเสียงดัง ผลึกสีม่วงที่แผ่นหลังของมันขณะนี้กำลังทอประกายอย่างรุนแรง
“ฉิวหยิ่งระวังด้วย!”พบเห็นเช่นนี้ เว่ยฉิงจู่จึงต้องร้องอุทานออก
อาวุธของหลินว่านฉวงคือแส้ยาว ขณะนี้มันยับยั้งขาหน้าของอสูรหมาป่าสีม่วงไว้ได้ทันท่วงที
ซ่งฉิวหยิ่งต้องลอบถอนหายใจโล่งอก ขณะนี้คิดถอย แต่แล้วเสียงหนึ่งพลันดังผ่านอากาศปรากฏที่ด้านหลังของนาง!
ฉัวะ!
เสียงเืและเนื้อถูกฉีกกระชากออก หางผลึกสีม่วงได้ทะลวงผ่านหัวไหล่ของซ่งฉิวหยิ่ง เป็ผลให้นางต้องกรีดร้องออกอย่างเ็ป!
พริบตานี้คราบเืสีแดงฉานจึงย้อมชุดนาง!
“ฉิวหยิ่ง!”
เว่ยฉิงจู่และหลินว่านฉวงต่างร้องออกเผยดวงตาแดงก่ำ
หลินว่านฉวงโบกสะบัดแส้ยาวในมือนางเพื่อรั้งอสูรหมาป่าสีม่วงเอาไว้ นี่จึงเป็การเปิดโอกาสให้เข้าช่วยเหลือซ่งฉิวหยิ่ง
เว่ยฉิงจู่สูดลมหายใจเข้าลึก นางนำเอาห่อแท่งเครื่องเทศออกมา ฉีกมันออกพร้อมกัดเข้าปากอย่างไม่รีรอ
“แท่งเครื่องเทศ!ขอให้เถ้าแก่คนนั้นพูดจริงด้วยเถอะ!”
พริบตาจากนั้น ใบหน้าเว่ยฉิงจู่จึงแดงก่ำ พลังิญญารุนแรงปะทุออกจากกายนาง ขณะนี้นางกลับกลายเป็ขอบเขตโชคชะตาระดับที่เก้า!
“ของจริง!”เว่ยฉิงจู่รู้สึกถึงพลังิญญาในร่างที่แข็งแกร่งขึ้น ภายในใจต้องบังเกิดความยินดี
“รับความตาย!”
ร่างนั้นกลับกลายเป็ภาพติดตา เว่ยฉิงจู่ปรากฏตัวข้างอสูรหมาป่าสีม่วงในพริบตา พร้อมกันนี้ดาบในมือได้ตวัดออกสับฟันลง
เพียงพริบตา ร่างของอสูรหมาป่าสีม่วงจึงแข็งค้าง ดวงตาของมันเผยออกซึ่งความรู้สึกว่ามันไม่มีทางหนีไปได้
มันไม่อาจเข้าใจ ว่าไฉนกำลังของมนุษย์ตรงหน้าถึงพุ่งพรวดได้อย่างกะทันหันเพียงนี้
น้ำพุเืกระเซ็นออกจากลำคอของอสูรหมาป่าสีม่วง หัวใหญ่โตนั้นร่วงหล่น ร่างล้มลงแน่นิ่งกับพื้น
“ฉิวหยิ่ง รีบดื่มนี่เร็วเข้า!”เว่ยฉิงจู่ส่งโคล่าให้ซ่งฉิวหยิ่งที่ยังคงอาการตื่นตระหนก
หลังปรับลมหายใจแล้ว าแที่ไหล่ของซ่งฉิวหยิ่งซึ่งถูกรักษา ดวงตาของสตรีทั้งสามขณะนี้มีแต่อาการตื่นตะลึงเผยให้เห็น
อาการาเ็นี้ไม่ใช่น้อย แม้ได้ยาวิเศษช่วยเหลือก็ยังต้องใช้เวลานับเดือนเพื่อรักษา
ขณะนี้ผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วลมหายใจ ต่อหน้าต่อตาคนทั้งสาม าแเสมือนไม่เคยเกิดขึ้น นี่มันยาจากตลาดมืดอันใด?
“น้องฉิงจู่ นี่ให้ข้าดื่มอะไรไป?” ซ่งฉิวหยิ่งกล่าวออกอย่างที่ตนเองยังแทบไม่เชื่อ “แล้วเมื่อครู่นั้นกินอันใดเข้าไป พลังิญญาถึงกับพุ่งทะยานได้เพียงนั้น!”
นึกย้อนกลับไป เว่ยฉิงจู่จึงค่อยจำได้ว่าลั่วฉวนบอกกล่าวว่าสิ่งนี้คืออะไร “นี่คือโคล่า...”
……
สามวันให้หลัง
ก็เหมือนเฉกเช่นทุกวัน ลั่วฉวนจะนอนอาบไล้แสงตะวันบนเก้าอี้หินที่หน้าทางเข้าร้าน
“เถ้าแก่อาบแดดอีกแล้ว!”
เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้น เสียงนี้คุ้นเคยขนาดไม่ต้องคาดเดา ปู้หลี่เกอมาเยือนอีกครั้งแล้ว
ตลอด่หลายวันมานี้ ปู้หลี่เกอมาเยือนร้านลั่วฉวนทุกวี่วัน ทั้งยังซื้อหาขวดโคล่าและแท่งเครื่องเทศติดไม้ติดมือไปตลอด
ลั่วฉวนย่อมยินดี อย่างไรลูกค้าก็คือผู้นำเงินทองมาให้
ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่ทำเขาไม่ค่อยพอใจ คือปู้หลี่เกอมาที่นี่หลายครั้งแล้ว แต่กลับไม่นำลูกค้าอื่นมาเยี่ยมเยือนร้านด้วย
พี่สาวของปู้หลี่เกอ ปู้ฉืออีนั้นไม่มาเยือนหลายวันแล้ว ลั่วฉวนไม่ใช่คิดอยากพบเจอโฉมงาม ทว่าคิดอยากขายโคล่าและแท่งเครื่องเทศให้มากกว่านี้!
ทว่าจากมุมมองของปู้หลี่เกอ ร้านของลั่วฉวนนั้นน้อยคนแทบรู้จัก หากให้ผู้คนมากมายทราบเื่แล้วสินค้าหมดขึ้นมาจะเป็อย่างไร? ถึงตอนนั้นเขาก็ไม่มีแท่งเครื่องเทศและโคล่าให้ดื่มกินแล้ว!
“ทุกอย่างบนชั้น ไปหยิบด้วยตนเอง จำเอาไว้ว่าวางผลึกิญญาไว้บนโต๊ะก่อนออกจากร้านด้วย” ลั่วฉวนกล่าวออกอย่างที่แทบไม่คิดเปิดตารับชม
“แน่นอน!”
ปู้หลี่เกอตอบสนองทันควัน ขณะนี้เข้าไปคว้าหยิบแท่งเครื่องเทศพร้อมขวดโคล่า จากนั้นจึงวางผลึกิญญาไว้บนโต๊ะ
“ให้มันได้อย่างนี้ดื่มน้ำสุขสันต์นี่ทุกวันไม่ต่างอะไรกับขึ้น์!”
หลังดื่มโคล่าจนหมดขวดใหญ่ ปู้หลี่เกอก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
นาม “น้ำสุขสันต์” นั้นเป็ลั่วฉวนกล่าวออกไปโดยไม่ตั้งใจก่อนหน้า และปู้หลี่เกอที่หูดีได้ยินเข้าจึงจดจำและนำมาเรียกตาม
ตอนที่14 :ขอซื้อทั้งร้าน!
“พูดเลยนะเถ้าแก่ กับร้านขายของแบบนี้ ไม่คิดว่ามีของแค่สองอย่างมันน้อยเกินไปงั้นหรือ?”
หลังกินโคล่าและแท่งเครื่องเทศเรียบร้อย ปู้หลี่เกอจึงอดไม่ได้ที่จะกล่าวคำ
แท่งเครื่องเทศและโคล่าทั้งอร่อยและมากประโยชน์ ทว่าาแของปู้หลี่เกอนั้นมีเพียงหนึ่งและรักษาหายดีแล้ว ดังนั้นที่กินไปจึงเป็ความชอบส่วนตัว!
ลั่วฉวนไม่คิดว่าการที่สินค้าในร้านของเขาจะมีมากหรือน้อย
จะมีปัญหาอะไร และถ้ามีมากกว่านี้จะได้อะไร?
ทว่าคำเ่าั้ก็ได้เพียงคิดในใจ หากจะกล่าวไปก็ไม่ได้ประโยชน์อันใด
จึงกล่าวตอบไปเพียง “สินค้าใหม่จะมีในไม่ช้า”
“นี่เถ้าแก่พูดแบบนั้นมาสามครั้งแล้วนะ” ปู้หลี่เกอบุ้ยปาก
ลั่วฉวนไม่ตอบคำใด
หลังพูดกล่าวสัพเพเหระกับลั่วฉวนไปพักหนึ่ง ปู้หลี่เกอจึงกลับออกจากร้านไป
และขณะนี้เองที่รถลากหรูหราจึงค่อยเคลื่อนเข้าสู่ด้านในนครจิ่วเหยาจากทางประตูตะวันออก
รถลากนี้ใช้กิเลนต่างม้า กล่าวได้ว่าน่าเกรงขามแก่ผู้พบเห็น
กิเลนคือสายเืของัแห่งตำนาน กล่าวขานกันว่ากำลังนั้นทัดเทียมขอบเขตโชคชะตาเมื่ออยู่วัยกำลังเติบโต!
ผู้ฝึกตนและประชากรเมืองตามทางต่างต้องหลบเลี่ยงเส้นทางและมองตาม
ที่ตรงด้านหน้ารถลาก มันมีสัญลักษณ์อันต้องตาประดับเอาไว้ เป็ดวงจันทราสีเงิน
ผู้คนของนครจิ่วเหยาหาได้แปลกใจไม่ เพราะนี่คือตราของตำหนักจันทราสีเงิน!
ตำหนักจันทราสีเงิน เป็หนึ่งในขั้วอำนาจใหญ่ซึ่งอยู่ใกล้จักรวรรดิเทียนชิง กระทั่งว่าทรงอำนาจเสียยิ่งกว่าจักรวรรดิเทียนชิง!
“ชิชิ ไม่นึกเลยว่านายน้อยผู้นี้จะต้องมาเยือนสถานที่เช่นนครจิ่วเหยา”
“จ้าวตำหนักกล่าวเอาไว้ พวกเราเพียงมาหาสถานที่พำนัก กำลังของจักรวรรดิเทียนชิง่นี้ดีเยี่ยม หวังว่านายน้อยจะเก็บงำตัวตนไว้”
“ข้าทราบแล้ว ข้าทราบ...”
นั่นคือบทสนทนาภายในรถลาก
รถลากวิ่งผ่านประตูเข้าสู่ในเมือง
“เร่งรีบรายงานต่อองค์เหนือหัว คนของตำหนักจันทราสีเงิน้าเข้านครจิ่วเหยา!”
“รับทราบ!”
ทหารยามที่ประตูเมืองออกคำสั่ง
……
สายตาของชายหนุ่มในรถลากนั้นแสดงออกแต่ความรังเกียจเดียดฉันท์ เมื่อมองผู้คนที่อยู่ด้านนอกผ่านทางหน้าต่างของรถลาก
รถลากเคลื่อนตัวผ่านตรอกแห่งหนึ่ง เมื่อชายหนุ่มได้เห็นสภาพภายในตรอก ดวงตานั้นพลันต้องเผยประกาย
“หยุด!”
ด้วยเหตุนี้รถลากจึงหยุดชะงักโดยทันที
“นายน้อยมีอะไรหรือขอรับ?” ชายชราผู้บังคับรถลากพลันเปิดหน้าต่างถามด้วยความงุนงง
“จุ๊ จุ๊! ถึงกับเปิดร้านในสถานที่เช่นนี้ สงสัยข้าต้องเข้าไปดูหน่อยแล้ว”
นายน้อยก้าวเดินลงจากรถลาก จากนั้นจึงเดินเท้าต่อไปในตรอก ข้ารับใช้ชราจึงเร่งรีบตามติด
ไม่ช้าชายหนุ่มจึงมาหยุดตรงหน้าร้าน
“ร้านต้นตำรับ!”
หลังได้เห็นชื่อร้าน ชายหนุ่มจึงชะงักไปครู่ แต่ไม่ช้ารอยยิ้มเหยียดหยันก็ปรากฏ “เหอะ วาจาใหญ่โตนัก!”
จากนั้นสายตาจึงหันมองไปทางลั่วฉวนที่นอนเอกเขนกด้วยรับรู้ถึงตัวตน กระนั้นกลับไม่ทราบความผันแปรทางพลังิญญา เขาส่ายศีรษะอย่างผิดหวัง “ก็แค่คนทั่วไป”
แต่สำหรับคนธรรมดาที่ใช้ชีวิตสามัญเช่นนี้ ก็ถือได้ว่าเลือกเส้นทางได้ชาญฉลาด
แต่แล้วขณะชายหนุ่มกวาดตามองภายในร้าน ั์ตาพลันต้องหดแคบลง
“เครื่องแก้ว! ทั้งยังเป็แก้วสีสันงดงาม!” เขาอุทานออกมา
สีหน้านั้นอดไม่ได้ที่จะเผยออกซึ่งความประหลาดใจ
ขณะนี้เขารู้สึกว่าการมาเยือนที่แห่งนี้ก็มีโชคอยู่บ้างเช่นเดียวกัน!
แม้เครื่องแก้วเป็เพียงสิ่งของทั่วไป ทว่ารูปลักษณ์ของมันวิจิตรงดงาม บรรดาผู้ร่ำรวยและผู้ฝึกตนต่างก็รักชอบได้พวกมัน
หากเป็แก้วอันบริสุทธิ์เช่นนี้ ขนาดเพียงฝ่ามือย่อมมีมูลค่าทัดเทียมหลายร้อยผลึกิญญา!
ถ้าสามารถเครื่องแก้วทั้งร้านแห่งนี้ได้ เช่นนั้นก็ไม่ต้องห่วงเื่การอวดร่ำรวยในภายหน้าอีกต่อไป!
“ตื่นได้แล้ว ข้าขอซื้อทั้งร้าน!” ชายหนุ่มะโบอกกล่าวกับลั่วฉวนเสียงดังลั่น
......