21 สิงหาคม 2018 เวลา 08.56 น.
ทุกคนมาพร้อมกันที่หน้าประตูรั้วคฤหาสน์ที่ถูกปิดตาย
คฤหาสน์เมอร์สฟิลด์หรือพิงก้าเพนตาเคิลตั้งอยู่บนเนินเขาทางตะวันตกของเมืองคอตตอนเบย์สโดยห่างจากชายฝั่งของหาดลอยคอประมาณ 500 เมตรและจากชุมชนใกล้ที่สุดราว 20 นาทีด้วยรถยนต์เมื่อออกจากตัวเมืองมาได้สักพักก็จะพบกับธรรมชาติเขียวขจีภายใต้ความเงียบงัน ทว่าในบางมุมก็ดูจะเป็ธรรมชาติมากเกินไปจนให้ความรู้สึกขวัญผวาถนนทางเข้าด้านนอก 2 ข้างทางเป็ป่าโบราณ กิ่งก้านสาขากว้างใหญ่ก่อร่มเงามืดทะมึนลำต้นใหญ่หนาสีขาวสลับดำชวนขนลุก ซึ่งเมื่อแล่นตรงลึกเข้าไปเรื่อยๆ ความมีชีวิตชีวาของธรรมชาติก็ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดกระทั่งความเขียวขจีถูกแทนที่ด้วยความโรยราและความตายเป็วงกว้าง
บริเวณรอบนอกเขตรั้วคฤหาสน์เต็มไปด้วยซากต้นไม้ยืนต้นขาวโพลนราวกระดูกหงิกงอพิกลพิกาลโพรงไม้คล้ายใบหน้าบิดเบี้ยวกรีดร้องทุกข์ทรมานไร้สุ้มเสียง พื้นสุมด้วยใบไม้แห้งกรอบทั่วทุกตารางนิ้วทิวทัศน์บริเวณนี้ไม่ต่างอะไรจากภาพถ่ายซีดๆ ที่น่าขนลุกขนพองหนำซ้ำไม่ไกลจากนั้นยังมีสุสานขนาดใหญ่ตั้งอยู่ติดกับชายป่าแห้งเหี่ยวตายซากกับโบสถ์เก่าๆผุพังอีก 1 แห่งซึ่งเป็อนุสรณ์ของความน่าสะพรึงกลัวจาก่ปี 1920
คาร์ลินแหงนมองคฤหาสน์ซึ่งไม่ต่างจากป้อมปราการที่ถูกทิ้งร้างมานับั้แ่ยุคกลางแล้วก็ต้องขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ผนังหินด้านนอกที่ครั้งหนึ่งเคยขาวสะอาดมาบัดนี้กระดำกระด่างด้วยตะไคร่อีกทั้งถูกกาลเวลากัดกร่อนจนผุพังกระนั้นความยิ่งใหญ่ของมันก็ยังคงตระหง่านมหึมาดั่งซากศพของสัตว์ร้าย คฤหาสน์เมอร์สฟิลด์ปัจจุบันเกิดจากการรวมสิ่งปลูกสร้างทั้ง6 หลังเข้าด้วยกัน โดยมีหอคอยทรงกระบอกสูงไม่มีหลังคาจำนวน 5 หลังประจำอยู่แต่ละทิศได้แต่ ทิศเหนือ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือและทิศตะวันตกเฉียงใต้อาคารตรงจุดศูนย์กลางมีขนาดใหญ่ที่สุดคือตัวคฤหาสน์หลัก คฤหาสน์หลักมีความสูง 5ชั้น ซึ่งเตี้ยกว่าหอคอยประมาณ 1 ชั้น บนหลังคาสามเหลี่ยมประดับด้วยปล่องไฟจำนวน 4ปล่องกับเครื่องวัดทิศทางลมรูปแมว
คาร์ลินไม่เข้าใจสักนิดว่าเพราะเหตุใดถึงมีคนอยากใช้ที่นี่เป็โรงแรมนะมันไม่ใช่แค่ไกลจากตัวเมืองเท่านั้น ถึงที่นี่จะดูยิ่งใหญ่อลังการราวกับปราสาทในเทพนิยายจริงๆก็เถอะ แต่ก็มาจากเทพนิยายสยองขวัญชัดๆ
ชายหนุ่มละสายตาจากหน้าต่างห้องใต้หลังคาของคฤหาสน์หลักที่ดูอย่างกับจะมีตัวอะไรโผล่มาให้เห็นได้ตลอดเวลาไปยังสาวนักสืบข้างๆเมเม่ในวันนี้แต่งกายด้วยชุดทะมัดทะแมง เสื้อกั๊กสีดำชายรุ่ยตัวจิ๋วยาวแค่ชายโครงทับเสื้อยืดแขนสามส่วนพื้นดำแทรกด้วยบริเวณสีขาวลายทางค่อนขวากางเกงยีนส์ขายาวสีดำขาดตรงเข่ากับรองเท้าบู๊ทกำมะหยี่หุ้มข้อ นอกจากนี้ยังสวมหมวกโบตเตอร์สีดำกับสร้อยเงินห้อยสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธ์จากลัทธิความเชื่อต่างๆทั่วโลกในเส้นเดียวอีกด้วย
อามายะ คาร์ลิน: ถ้าจะถอยละก็ นี่เป็โอกาสสุดท้ายแล้วนะ
เมเม่จ้องกลับด้วยสายตาเหยียดๆ
เมเม่ แคลเรสซ่า: นายยังจะมานั่งกลัวอีกหรือ ทั้งที่พวกเราผ่านอะไรโหดๆกันมาแล้วตั้งเยอะแยะเนี่ยนะ
อามายะ คาร์ลิน: ตะ แต่ว่า...
บล็อกเกอร์สาวผิวสีมะกอกเป่าหมากฝรั่งแตกโพละหล่อนเดินล้วงกระเป๋ามาหยุดข้างเขา ก่อนชำเลืองมองด้วยหางตาอย่างดูถูก
วันนี้รีว่าก็ยังคงมาในภาพลักษณ์ของสาวมั่นเช่นเคยเพียงแต่ดูอ่อนลงนิดหน่อยจากผมสั้นยุ่งๆ ที่เปลี่ยนเป็สีเขียวอ่อนแซมด้วยบลอนด์ หล่อนสวมโชคเกอร์หนาม เสื้อกล้ามสีดำลายกะโหลกไขว้สีชมพูสดกับขาวพร้อมข้อความเขียนว่า“ระวัง กัมมันภาพรังสีแห่งความเจ๋งกำลังรั่วไหล!” แจ็คเก็ตยีนส์แขนยาวกับกางเกงยีนส์รัดรูปอวดเรียวคาหล่อนทารอบตาเป็สีเขียวและใช้ลิปสติกสีม่วงเปลือกมังคุด ซึ่งบอกตามตรงว่าเร้าใจสุดๆ
รีว่า โกเมซ: งี่เง่าชะมัด
โอเค ทางนั้นก็เหยียดหยาม พอมาทางนี้ก็โดนดูถูกอีกเพราะงั้นจึงช่วยไม่ได้ที่คาร์ลินจะใจเต้นแรงขึ้นมา
อามายะ คาร์ลิน: แต่มันดูอย่างกับจะมีผีโผล่ออกมาได้ทุกเมื่อยังไงก็ไม่รู้สิ
แจ็ค นอร์แมน: ถ้าแค่ผีก็ไม่ต้องกังวลไปหรอก
ชายตุ้ยนุ้ยหน้ากลมท่าทางอารมณ์ดีพูดขึ้นบ้างจากทางด้านหลังเขากับเพื่อนจากทีมสำรวจเื่ลี้ลับสยองขวัญของเว็บ “สยองพองขนหัวลุก.com” จาเร็ต บอยล์กำลังช่วยกันใช้กล้องวีดีโอถ่ายบรรยากาศของผืนป่าตายซากด้านนอกรั้วคฤหาสน์อยู่ แจ็คนั้นเป็ไม่กี่คนที่ไม่ได้เปลี่ยนไปจากการพบปะกันครั้งก่อนเขายังคงสวมแจ็คเก็ตผ้าร่มสีตุ่นกับเสื้อยืดลายวงดนตรีแล้วก็กางเกงขายาวเก่าๆราวกับว่านั่นเป็ตัวตนของเขาก็ไม่ปาน
แจ็ค นอร์แมน: ผีเป็เพียงพลังงานที่ยังหลงเหลืออยู่
แจ็ค นอร์แมน: เพราะงั้นมันทำอันตรายกับมนุษย์ไม่ได้หรอก...มั้ง
แจ็ค นอร์แมน: อ้าว ทำไมถึงทำหน้าแบบนั้นล่ะพ่อหนุ่มนักสืบ
เมเม่ แคลเรสซ่า: เขาไม่ใช่นักสืบ ฉันต่างหากนักสืบ
เมเม่กัดฟันพูด จ้องหน้าคาร์ลินคล้ายอยากบีบคอเขาเต็มแก่
แจ็ค นอร์แมน: อ้าวเหรอ งั้นก็ขอโทษทีๆ
แจ็คหัวเราะลั่น เสียงของเขาก้องสะท้อนท่ามกลางความเงียบงันชวนขนลุกคาร์ลินพบว่าถึงจะน้อยนิด ทว่าท่าทางอารมณ์ดีของชายอ้วนใหญ่ผู้นี้ก็ช่วยคลายประสาทเครียดเขม็งให้เขาเล็กน้อย
จาเร็ต บอยล์: นายพูดว่า “มั้ง”
เพื่อนร่วมทีมเว็บสยองพองขนหัวลุก.com พูดเรียบๆ
แจ็ค นอร์แมน: อะไรนะ?
จาเร็ต บอยล์: นายพูดว่าผีทำอะไรมนุษย์ไม่ได้...มั้ง
แจ็คส่งยิ้มกว้างให้คาร์ลินอย่างเป็มิตร
แจ็ค นอร์แมน: โอ๊ะ! ขอโทษที ที่พูดนั้นคงไม่ช่วยสินะ
คาร์ลินพยักหน้า
อามายะ คาร์ลิน: จะดีมากเลยครับถ้าไม่มีคำว่า “มั้ง”
แจ็ค นอร์แมน: อย่าห่วงเลย!นายกำลังอยู่กับทีมล่าผีสุดเจ๋ง
แจ็ค นอร์แมน: เพราะงั้นถ้ามีผีโผล่มาพวกเราจะช่วยจัดการให้เอง
แจ็ค นอร์แมน: ไม่ใช่ “ถ้า” สิ
แจ็ค นอร์แมน: มันจะต้องมีผีโผล่แน่ๆไม่งั้นการเดินทางครั้งนี้ก็ไม่มีความหมายสิจริงไหม
แล้วแจ็คก็ะเิเสียงหัวเราะลั่นอีกรอบพลางตบหลังคาร์ลินด้วยเรี่ยวแรงทำเอาเขาแทบทรุดจากนั้นจึงโบกมือให้แล้วผละจากไปช่วยจาเร็ตถ่ายวีดีโอ โดยที่อินกริด โซเรนสันเพื่อนร่วมทีมคนสุดท้ายเอาแต่ยืนพิจารณาเล็บมือตนอยู่ไม่ไกลนักและไม่ช่วยอะไรเลย
แม้จะอยู่ห่างกันพอดู คาร์ลินก็ยังได้กลิ่นน้ำหอมฉุนจมูกของหล่อน
เมเม่ถลึงตาใส่คาร์ลินพร้อมขู่ต่ำๆ ด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่2 คน
เมเม่ แคลเรสซ่า: หยุดทำตัวงี่เง่าสักที! นายกำลังทำฉันขายหน้านะยะ!
เมเม่ แคลเรสซ่า: มีอย่างที่ไหน เป็ผู้ช่วยนักสืบแท้ๆแต่กลับกลัวซะเองเนี่ย!
อามายะ คาร์ลิน: ผะ ผม... ผม...
ศ.โจนส์ ฮอปกิ้นส์: เอาล่ะ ทุกคนพร้อมกันหรือยัง
ศาสตราจารย์ร่างเล็กศีรษะล้านสวมเชิ้ตแขนยาวสีครีมกับกางเกงคอตตอนขาวก้าวฉับๆผ่านทุกคนไปยังประตูรั้วเหล็กดำทะมึนสูง 3 เมตร เขาดูอารมณ์ดีสุดๆ อย่างกับนี่เป็่พักร้อนของเขาแทนที่จะเป็การค้างคืนในคฤหาสน์ผีสิงก็ไม่ปาน
ศ.โจนส์ ฮอปกิ้นส์: เพราะมีคนดูแลคอยเข้าๆ ออกๆ ทุกวันเพราะงั้นเลยไม่ต้องล่ามโซ่อีกแล้ว
ประตูรั้วส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดดังลั่น ไกลออกไปในเขตป่าเขียวชอุ่มฝูงนกโผบินขึ้นอย่างแตกตื่นราวกับลางร้าย
ศ.โจนส์ ฮอปกิ้นส์: ถ้าซึมซับบรรยากาศจนพอใจแล้วก็ขึ้นรถเถอะจากตรงนี้ต้องไปต่อกันอีกนิดหน่อย
เขาบุ้ยปากไปทางรถโฟร์วิลสีดำกับรถเก๋งสีเงินอีกคันที่จอดอยู่ข้างกัน
21 สิงหาคม 2018 เวลา 09.23 น.
คาร์ลินหนาววาบไปถึงสันหลังทันทีที่ลงจากรถแล้วเหยียบบนลานหน้าคฤหาสน์มันมากกว่าบรรยากาศที่เขย่าขวัญเขาเสียกระเจิง เขาก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน แต่ทุกอย่างในบริเวณนี้ราวกับถูกหยุดนิ่งไม่มีลม ไม่มีเสียงขยับไหวของใบไม้ แมลงหรือเสียงร้องของสัตว์เล็กๆ อันสื่อถึงการมีชีวิตอากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอับของความเก่าแก่และเย็นเยียบทั้งที่เป็่กลางวัน กระทั่งดวงอาทิตย์เบื้องบนก็ยังให้ความรู้สึกอ่อนล้าและหม่นหมอง
จู่ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนมีสายตาคอยจับจ้องมาอย่างไม่เป็มิตรคาร์ลินสะดุ้งเฮือก หันมองไปรอบๆ ทว่าก็ไม่พบกับเ้าของสายตาที่ว่า ซึ่งนอกจากเมเม่แล้วก็ไม่มีใครมองเขาอยู่เลย
สมาชิกทีมสำรวจคนอื่นๆ ต่างก็มีปฏิกิริยาต่อสภาพแวดล้อมใหม่นี้ในแบบของตัวเอง
รีว่าอ้าปากหาว ดูเบื่อหน่าย
ไรอันมีท่าทีหวาดระแวง เขาแทบไม่ละสายตาจากมิแรนด้าที่แสดงความตื่นกลัวออกมาอย่างไม่ปิดบังเรียกว่าแม้แต่ใบไม้หลุดจากกิ่งแห้งๆ หงิกงอก็ยังทำให้หล่อนใจนตัวแข็งได้
คู่สามีภรรยาโอลิเวอร์ไม่ค่อยมีความสุขนักพนันว่าเบอร์ธาคงนึกอยากบ่นเื่ที่ตนต้องมาค้างคืนในที่โทรมๆ แบบนี้เป็สัปดาห์ใจจะขาดอยู่แหงๆ
ส่วนตัวสามีน่ะหรือ เขาเอาแต่แอบจ้องขาอ่อนของอินกริดซึ่งดูจะไม่สนใจอะไรอย่างอื่นนอกจากเล็บเงาวับของตนตาแทบเหลือกถลนออกมาขณะที่สองหนุ่มทีมสำรวจเื่สยองขวัญ จาเร็ตกับแจ็คตั้งหน้าตั้งตาช่วยกันขนอุปกรณ์มากมายลงจากรถตู้โทรมๆสีขาวอย่างขะมักเขม้น
คฤหาสน์ดูน่าสะพรึงยิ่งกว่าตอนเห็นจากด้านนอกเสียอีกคาร์ลินตัวสั่นกับความคิดที่ว่าสิ่งที่ใหญ่โตขนาดนี้อาจถล่มลงมาทับเขา เงาของมันทอดลงห่มคลุมสมาชิกสำรวจคฤหาสน์จนดูราวกับกลางคืนมาเร็วกว่าปกติบริเวณลานกว้างด้านหน้าถูกโอบล้อมด้วยซากไม้ยืนต้นหงิกงอประหนึ่งมนุษย์ที่มีร่างกายบิดเบี้ยวตรงใจกลางนั้นมีน้ำพุซึ่งถูกปล่อยปละละเลยมาหลายสิบปี กระทั่งผิวนอกของรูปปั้นเทวดาตัวน้อยๆหลายองค์กะเทาะแตก บ้างก็แขนขาหัก ปากแหว่งจมูกหายไป สูญเสียความงดงามศักดิ์สิทธิ์จนไม่ต่างจากเด็กหัวโตเป็โรคิัจากนรกยังไงยังงั้นอ่างที่ควรมีน้ำอยู่ก็เต็มไปด้วยใบไม้แห้งทับถมกัน กิ่งก้านสาขาของต้นตีนตุ๊กแกเหี่ยวแห้งแทบไม่หลงเหลือใบติดอยู่กระจายเป็ร่างแหปกคลุมน้ำพุพื้นหินบางส่วนไปจนถึงกำแพงด้านล่างของคฤหาสน์ราวกับเส้นเืฝอยของสถานที่แห่งนี้ก็ไม่ปาน
คาร์ลินหันไปดึงแขนเสื้อเมเม่เบาๆ
อามายะ คาร์ลิน: คิดไปเองหรือเปล่านะ... แต่อย่างกับว่ามีใครกำลังจับตามองอยู่เลย
เมเม่ถอนหายใจด้วยความระอา
รีว่า โกเมซ: นายแค่คิดไปเองนั่นแหละ
บล็อกเกอร์สาวเอ่ยขึ้น สายตาหล่อนยามมองเขานั้นไม่ต่างจากมองสัตว์เล็กๆน่ารำคาญตัวหนึ่ง
รีว่า โกเมซ: นายคงดูหนังสยองมากเกินไปจนคิดเอาเองว่ามันต้องเป็แบบนั้นแบบนี้เวลาเจอสถานการณ์ที่มีความคล้ายคลึงกัน
รีว่า โกเมซ: ฉันเรียกมันว่าความเคยชินของจิตใต้สำนึก
คาร์ลินพยักหน้ารับรู้พลางใช้มือปาดเหงื่อบนหน้าผากซึ่งไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีอยู่ทั้งที่อากาศก็เย็นะเืเสียขนาดนี้ระหว่างนั้นทีมสำรวจเื่ลี้ลับจากเว็บสยองพองขนหัวลุก.com ก็เริ่มทำงานหลังจากขนของลงจากรถทั้งหมดเรียบร้อยแจ็ค นอร์แมนผู้มีร่างกายใหญ่และแข็งแรงที่สุดในกลุ่มทำหน้าที่แบกกล้องตัวเบ้อเริ่มแบบที่ใช้ถ่ายหนังขณะที่อินกริดผู้งดงามในชุดนักโบราณคดีเหมือนหลุดมาจากภาพยนตร์แนวผจญภัยไขปริศนาล่าสมบัติ(ทุนต่ำ)ประกอบด้วยเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายแขนยาวสีน้ำตาลกับกางเกงยีนส์ขาสั้นฟิตเปรี๊ยะเริ่มอธิบายออกกล้องถึงสถานที่ที่พวกเขาจะมาทำการ“ล่าผี” คราวนี้ ส่วนจาเร็ตผู้ผมเผ้ารุงรังก็ง่วนอยู่กับอุปกรณ์วัดบางอย่างในมือซึ่งเขาถือมันเดินวนไปมารอบลานกว้างหน้าคฤหาสน์คล้ายกำลังหาสัญญาณโทรศัพท์แต่คาร์ลินรู้ดีว่านั่นคือเครื่องจับการเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กต่างหาก
มิแรนด้า ริชาร์ดสัน: กรี๊ด!
อามายะ คาร์ลิน: อะ! อะไรน่ะ!!!
คาร์ลินหันขวับไปทางต้นเสียงทันที เพื่อจะพบว่ามิแรนด้าผู้ได้ชื่อว่าเป็ผู้มีพลัง“ััทิพย์” สะดุดล้มหลังจากถูกใบไม้ร่วงใส่ศีรษะ ถ้าจะมีใครสักคนในทีมที่ดูใกล้สติแตกยิ่งกว่าเขาก็คงจะเป็หล่อนนี่แหละ
รีว่า โกเมซ: ก็แค่ใบไม้เท่านั้นเองแหละน่า
รีว่าบ่นเบื่อๆ ขณะที่คาร์ลินรี่เข้าไปจะช่วยพยุงสาวร่างท้วมขี้ตื่นขึ้นทว่าก่อนที่เขาจะทันจับถูกแขนหล่อน มิแรนด้าก็ชิงร้องห้ามเสียงหลง
มิแรนด้า ริชาร์ดสัน: ไม่เป็ไรค่ะ! ฉันลุกเองได้!!!
อามายะ คาร์ลิน: เอ๊ะ?
มิแรนด้า ริชาร์ดสัน: ขอโทษนะคะ! แต่ฉันไม่เป็อะไรจริงๆขอโทษที่ทำให้เป็ห่วงนะคะ
มิแรนด้าถอยกรูดเรียกว่าแทบกระโจนหนีราวกับคาร์ลินเป็ตัวเชื้อโรคขนาดั์เลยทีเดียว
รีว่าผิวปาก
รีว่า โกเมซ: ท่าทางจะโดนรังเกียจซะแล้วนะ
มิแรนด้า ริชาร์ดสัน: ไม่- ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะคือว่า-
มิแรนด้าถอยไปเรื่อยๆ กระทั่งหลังชนกับน้ำพุแล้วร้องเสียงหลงออกมาอีกรอบ
มิแรนด้า ริชาร์ดสัน: กะ กรุณาอย่า... เข้าใกล้ฉันอีกเลยนะคะ!
หล่อนละล่ำละลัก ท่าทางแสดงชัดเจนว่าพร้อมวิ่งหนีเต็มที่หากคาร์ลินคิดจะขยับเข้าใกล้อีกตอนนั้นเองที่เมเม่เอื้อมมากระชากแขนดึงชายหนุ่มกลับไป เธอบีบข้อมือเขาเหมือนอยากขยี้ให้แหลกยังไงยังงั้น
เมเม่ แคลเรสซ่า: เลิกทำเป็เล่นได้แล้ว! หรือไม่อยากเก็บแขนข้างนี้ไว้ใช้แล้วล่ะ?
สาวนักสืบกระซิบขู่
อามายะ คาร์ลิน: ปะ เปล่านะ ผมไม่ได้-
เมเม่ แคลเรสซ่า: นายรู้ใช่ไหมว่ามิแรนด้าน่ะเป็ “ััทิพย์”
เมเม่ แคลเรสซ่า: หมายความว่าหล่อนจะ “รู้ทุกอย่าง”หลังจากััตัวนาย
เมเม่ แคลเรสซ่า: นายอยากให้หล่อนรู้ความลับของ “เื่นั้น”งั้นหรือ
ตาคาร์ลินเบิกกว้าง แล้วเขาก็สั่นหัวรัวๆ
เมเม่ แคลเรสซ่า: นั่นแหละ
เมเม่ แคลเรสซ่า: และดูเหมือนทางนั้นเองก็คอยระวังไม่ใช้อำนาจสุ่มสี่สุ่มห้าด้วย
เมเม่ แคลเรสซ่า: เพราะงั้นถ้าไม่จำเป็จริงๆ ก็ห้ามเข้าใกล้มิแรนด้าเด็ดขาดเข้าใจไหม
คาร์ลินพยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า
ไม่รู้ว่าในตอนนั้นมีอะไรดลใจเขาหรือเป็แค่จังหวะบังเอิญพอดิบพอดีก็ไม่รู้ทว่าสายตาเ้ากรรมของหนุ่มผู้ช่วยนักสืบดันเหลือบไปเห็น “บางสิ่ง” เข้าอย่างไม่ตั้งใจ
เงาตะคุ่มของบางสิ่งจับตามองเขาจากหน้าต่างชั้น 2
ไม่ว่าเงานั้นจะเป็อะไร แต่ั์ตาของมันขาวโพลน
ฉับพลันเขาสะดุดขาตัวเองหงายหลังล้มก้นจ้ำเบ้า ร้องลั่นลืมหายใจหายคอตะเกียกตะกายกลับหลังหัน และคงคลานหนีไปแล้วหากเมเม่ไม่ชิงคว้าคอเสื้อยืดเขาไว้เสียก่อน
อามายะ คาร์ลิน: ออก! ออกมาแล้ว!!!
อามายะ คาร์ลิน: เหวอ!!!
อามายะ คาร์ลิน: มันออกมาแล้ว!!!