ตอนที่ 32 ปัญหาภายในตระกูลซุน
ปัญหาภายในตระกูลซุนเป็ที่รู้กันดีในหมู่บ้าน ไป๋เพ่ยเพ่ยเพิ่งย้อนเวลามาที่นี่ได้ไม่นานจึงไม่ทราบแน่ชัดนัก
ป้าหลิวเล่าว่าเหตุที่แม่เฒ่าซุนโปรดปรานซุนเหล่าลิ่วมากถึงเพียงนี้ ไม่เพียงเพราะเขาเป็ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน แต่ยังเพราะป้าซุนลิ่วสามารถให้กำเนิดลูกชายให้นางได้
“ทันทีที่ป้าซุนลิ่วแต่งเข้ามา นางก็มีลูกชายจ้ำม่ำตัวน้อยให้ตระกูลซุน เขากลายเป็หลานชายคนโตของตระกูลซุน แม่เฒ่าซุนจะไม่ดีใจได้อย่างไร บ้านลูกชายคนโตใหญ่กับบ้านลูกชายคนรองจึงถูกจัดไว้รั้งท้าย...”
“เดิมทีสะใภ้รองของนางมีโอกาสคลอดลูกก่อนป้าซุนลิ่ว ทว่าเคราะห์ร้ายไม่ต่างกับแม่เสี่ยวเป่า ระหว่างตั้งครรภ์ต้องทำงานหนักจนด่วนจากไป บ้างว่าแท้จริงเ้าตัวถูกแม่เฒ่าซุนผลัก ไม่แน่ชัดว่าเป็เพราะแม่เฒ่าซุนยอมรับในตัวสะใภ้ผู้นี้หรือไม่”
“แต่ข้าคิดว่าน่าจะเป็ฝีมือพ่อเฒ่าซุน เขาสามารถโยนลูกสาวตนเองใส่ตะกร้ากดน้ำได้ด้วยซ้ำ คงจะกล้าผลักลูกสะใภ้หรืออะไรพรรค์นั้นได้นั่นแหละ”
…
เมื่อวานเกิดเหตุวุ่นวายในตระกูลซุน
จบลงด้วยการแยกบ้านและหย่าร้าง ทำให้เกิดเื่ตามมาอีกเป็ระลอก
ไม่ผิดที่ซุนเหล่าลิ่วจะ้าหย่าร้างกับภรรยา ป้าซุนลิ่วเองก็มีพี่น้องบ้านเดิมอยู่ อย่างไรเสียนางก็แต่งงานกับซุนเหล่าลิ่วมาหลายปี มีลูกชายสองคนให้ตระกูลซุน แม้ไร้ความดีความชอบแต่ก็ยังทำงานหนัก มันหาใช่เพียงเื่ปลดภรรยา
บ้านเดิมของป้าซุนลิ่วทวงถามคำอธิบายจากตระกูลซุน
“คิดจะปลดก็ปลดกันเช่นนี้ แล้วในภายภาคหน้าลูกสาวข้าจะแต่งงานได้อีกหรือ พวกเขาคิดว่าลูกสาวเราผิด นางอายุมากถึงเพียงนี้แล้วยังจะปลดกันได้ลงอีก”
“นางถูกทำร้าย จะกลับไปเอาเื่ไม่ได้เชียวหรือ ตระกูลซุนอ่อนหัด ไม่ใช่ว่าไม่อาจสู้ผู้อื่นได้ จึงโทษว่าเป็ความผิดนางหรอกหรือ”
“ซุนโก่วหวากับซุนเอ้อร์โก่วเป็เืเนื้อเชื้อไขของตระกูลซุน พ่อเป็ฉันใดลูกชายก็เป็ฉันนั้น อย่าคิดว่าผู้อื่นจะไม่รู้สภาพในครอบครัว...”
…
มันก็แค่เื่สูญเงิน ป้าซุนลิ่วหาได้ทำสิ่งใดน่าอับอาย บ้านเดิมของนางยืนกรานเสียงแข็ง ไม่ยอมให้หย่า อีกทั้งในวันนั้นนางไม่ใช่ผู้ลงมือเพียงหนึ่งเดียว มีคนตระกูลซุนหลายคนผสมโรงอยู่ด้วย เหตุใดความผิดจึงตกอยู่ที่นางเพียงผู้เดียว
นางเป็ต้นเหตุหรืออย่างไร
ที่ใดกัน!
นางเป็คนนำหรือ
ให้ตายเถิด!
เหนือนางไปก็ยังมีแม่สามี ลูกสะใภ้อย่างนางมีโอกาสออกหน้าั้แ่เมื่อไรกัน
ว่ากันตามตรงควรเป็ความรับผิดชอบของแม่เฒ่าซุน เนื่องจากเ้าตัวล้มเหลวในการเป็ผู้นำและไม่ดูแลลูกชายให้ดี...
ว่าโดยง่ายคือบ้านเดิมของป้าซุนลิ่วไม่ยอมรับ แถมยืนกระต่ายขาเดียว ไม่ปล่อยให้หย่าโดยเด็ดขาด
ไม่รู้ว่าภายหลังจะเจรจากันอย่างไร แต่ถึงอย่างไรตระกูลซุนก็ไม่มีทางปลดป้าซุนลิ่วได้
“อย่างไรก็คงไม่อาจปลดได้ ป้าซุนลิ่วมีลูกชายสองคนให้ตระกูลซุน ลูกชายของนางเติบใหญ่ถึงเพียงนี้แล้ว ยามนี้คงไม่อาจตัดสินแบบนั้นได้” ป้าหลิวโน้มกายกระซิบบอกไป๋เพ่ยเพ่ยด้วยสีหน้ามีลับคมใน “เ้าเคยได้ยินเื่นั้นหรือยัง?”
“มีอะไรนอกจากเื่นี้ด้วยหรือ?”
“ตายแล้ว ดูเหมือนเ้าจะไม่รู้จริง ๆ สินะ... ข้าจะบอกให้ ต่อไปเ้าควรระวังลูกชายบ้านหกตระกูลซุนทั้งสองคนเอาไว้ พวกเขามือเท้าไม่สะอาด ได้ยินว่ามีความสัมพันธ์อันดีกับคนนอก... หากข่าวแพร่ไปถึงหูครอบครัวคู่ครอง เกรงว่าพวกเขาคงถูกถอนหมั้น”
“ท่านหมายถึง... ซุนโก่วหวาหรือ” โอ้ สายป่านที่เซี่ยเหล่าเอ้อร์ฝังเอาไว้ได้ผลแล้วหรือ ไป๋เพ่ยเพ่ยพลันยินดีที่ได้รับรู้
นางไม่ลืมว่าหลานชายตระกูลซุนสองคนนี้ ยุ่งเกี่ยวกับเสื้อผ้าของเซี่ยเหมียวเหมียวและเซี่ยเสี่ยวหย่าในวันนั้น หากไม่ได้เซี่ยต้ายามาห้ามปรามเอาไว้ คงไม่รู้ว่าจะเกิดอันใดขึ้นหลังจากนั้น
ในยุคนี้หากสตรีได้เสื่อมเสียชื่อเสียงแล้ว ทั้งชีวิตก็พลันพังทลาย
น่ารังเกียจนักที่ตระกูลซุนทำเื่พรรค์นี้ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ
“ใช่ เขานั่นแหละ มีใครในตระกูลซุนที่หมั้นหมายแล้วบ้าง พวกเขาหมายตาฝ่ายหญิงทางนั้น ซุนโก่วหวามีปัญหานี้ั้แ่ยังเล็ก หากแต่งงานสะใภ้เข้าไป จะยังอยู่ดีมีสุขหรือ” ป้าหลิวเล่าให้ฟังเพื่อเตือนไป๋เพ่ยเพ่ยให้ดูแลลูกสาวของตนให้ดี อย่าได้ปล่อยให้ใครมาข่มเหงได้
อย่างไรเสียหากไม่ใช่เพราะนางมาทันการในวันนั้น ก็ยากจะคาดเดาชะตาของเซี่ยเหมียวเหมียวกับเซี่ยเสี่ยวหย่า
โดยเฉพาะเซี่ยเหมียวเหมียวที่อายุสิบสามย่างสิบสี่ เข้าวัยออกเรือนได้แล้ว ไม่อาจปล่อยให้มีข่าวอื้อฉาวได้
ไป๋เพ่ยเพ่ยกล่าวขอบคุณป้าหลิว บอกว่าหากวันนั้นไม่ได้อีกฝ่ายช่วยเหลือ ลูกสาวทั้งสองของตนคงถูกรังแกไปแล้ว
นางเข้าบ้านไปหยิบตะกร้ามันสำปะหลังที่แช่แล้วออกมามอบให้ป้าหลิวเพื่อแสดงความซาบซึ้งใจ
“มันคืออะไรหรือ?”
“มันสำปะหลัง เอาไปกินได้ สิ่งนี้เป็พิษแต่ข้าเอาไปแช่อยู่หลายวันจนพิษจางหายไปหมดแล้ว แต่เพื่อความปลอดภัย ท่านต้องปรุงสุกตามคำแนะนำของข้า พิษของมันรุนแรงมาก เหมือนกับเห็ดพิษ หากทำกินไม่ถูกต้องอาจถึงแก่ชีวิตได้”
ทันทีที่ป้าหลิวได้ยินว่ากินแล้วถึงแก่ชีวิตก็ใจเต้นแรงและไม่กล้าตอบ “เช่นนั้น... ก็ช่างมันเถิด ข้ามาพูดคุยสัพเพเหระกับเ้า ทำไมเ้าถึงมอบสิ่งนี้ให้ข้าเล่า...”
หากไม่รู้เจตนาของไป๋เพ่ยเพ่ย ป้าหลิวคงคิดว่าอีกฝ่าย้าวางยาพิษทั้งครอบครัวของนางแล้ว
“เอาไปเถิด เมื่อปรุงสุกแล้วมันอร่อยมาก ทั้งหอมฟุ้งและนวลเนียน รับรองได้ว่าท่านไม่เคยกินของอร่อยขนาดนี้มาก่อนแน่นอน มันไม่ต่างกับข้าวที่กินอยู่ท้อง หากมีผู้าุโในบ้านที่ฟันฟางไม่ดี หรือเด็กเล็กที่กินอาหารแข็งไม่ได้ ก็นับว่าเหมาะมาก”
ป้าหลิวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เนื่องจากมีผู้เฒ่าฟันเสื่อมและเด็กเล็กที่ทานอาหารแข็งไม่ไหวอยู่ที่บ้าน “แล้วเ้ารู้วิธีปรุงให้หมดพิษด้วยหรือ?”
“ข้ารู้ ไม่เช่นนั้นจะขุดมาทำไมกัน ข้าขุดบ่อน้ำไว้แช่พวกมันด้วยซ้ำ ข้าจะวางยาพิษตนเองหรืออย่างไร” ไป๋เพ่ยเพ่ยหัวเราะ “ก็เหมือนเห็ด ปกติท่านกินเห็ดไม่ใช่หรือ ต่อให้กินตอนมีพิษ ขอเพียงรู้วิธีล้างพิษก็เอาออกมากินได้แล้วไม่ใช่หรือ”
“ต้องเก็บมากินอยู่แล้ว ทุกวันนี้หาของกินไม่ใช่เื่ง่าย แค่กินได้และไม่มีพิษถึงชีวิต ทำไมจะไม่กินเล่า”
“ใช่แล้ว มันสำปะหลังนี้ดีกว่าเห็ดเสียอีก เห็ดไม่อยู่ท้อง แต่มันสำปะหลังอยู่ท้อง ท่านนำกลับไปแช่น้ำ พอจะทำกินเย็นนี้ก็ให้นำออกมาล่วงหน้าครึ่งชั่วยาม” ไป๋เพ่ยเพ่ยสอนวิธีการปรุงให้ป้าหลิว
ขั้นตอนแสนง่ายดาย เพียงปอกเปลือกให้ป้าหลิวนำกลับไปแช่น้ำต่อ ล้างอีกทีก็พร้อมนำมาปรุงสุก เทลงหม้อและเติมน้ำให้ท่วม ต้มไปอีกอย่างน้อยครึ่งชั่วยาม
เวลาห้ามน้อยไปกว่านี้ อย่าได้ดมกลิ่น หรือคิดว่าเสียบตะเกียบโดยง่ายแล้วหมายความว่าสุกพร้อมกิน
อาหารนี้มีพิษ ต้องต้มให้นานหน่อย ไม่ต้องกังวลว่าจะสุกเกินไปหรือดิบเกินไป
ผ่านไปครึ่งชั่วยามก็จะสุกและพร้อมกิน
“พี่สะใภ้ ท่านห้ามเก็บน้ำต้มหลังทำเสร็จเอาไว้ ต้องเททิ้งและขัดหม้อใหม่ เข้าใจไหม น้ำที่ใช้ต้มมันสำปะหลังเป็พิษ ข้าใช้น้ำแช่ล้างพิษ และใช้น้ำต้มล้างพิษอีกทีหนึ่ง เพราะกลัวว่าแค่แช่น้ำจะขจัดพิษไม่หมด จึงต้มเพื่อล้างพิษที่หลงเหลืออยู่ให้เกลี้ยง...”
นางยังบอกป้าหลิวว่าหากไม่วางใจให้มาเรียกนางหลังต้มเสร็จ นางจะไปช่วยดูให้
อย่างไรเสียก็บ้านใกล้เรือนเคียงกัน เดินทางไปหาไม่ใช่เื่ใหญ่โต
หากป้าหลิวรู้วิธีปรุงมันสำปะหลัง ต่อไปก็จะมีอาหารอีกอย่างติดบ้านให้ครอบครัวได้อิ่มท้อง
ไป๋เพ่ยเพ่ยเห็นว่าบนเขามีมันสำปะหลังจำนวนมากที่สามารถกินไปได้อีกนาน นางตั้งใจจะขุดมันหัวเล็กกลับมาปลูกที่บ้านและในไร่ ปลูกให้ทั่วทั้งในนอก
ป้าหลิวได้ฟังแล้วก็คล้อยตาม
มันไม่ได้เป็เพียงผักป่า ยังสามารถกินเป็อาหารหลักได้ ทุกวันนี้ใครไม่ขาดแคลนอาหารบ้างเล่า
ไป๋เพ่ยเพ่ยใจกว้างเผยวิธีการล้างพิษให้ หากนางยังไม่รับไว้อีกก็เสียน้ำใจแล้ว
“ได้ ๆ... ข้าจะนำมาปรุงเย็นนี้แล้วจะเรียกเ้าไปช่วยดู เมื่อเชี่ยวชาญแล้วคงไม่ต้องกังวล หรือรบกวนเ้าอีก”
“รบกวนอะไรกัน เพียงเดินไปไม่กี่ก้าว เราอยู่บ้านใกล้กัน มาขอความช่วยเหลือจะเป็อะไรไปเล่า”