“ผมรับคำขอโทษของคุณ” วอร์เรนตอบหยิ่ง ๆ พร้อมกับปล่อยมือผู้ชายคนนั้นออกเกือบจะในทันที
“ขอบคุณครับ คุณ...ขอโทษ คุณชื่ออะไรนะครับ?” รอยยิ้มกระจ่างอยู่บนใบหน้าของมิทช์ เบรเดน ซึ่งทำให้รอยตรงมุมปากกดลึกลงกว่าเดิมมันเป็เสน่ห์ที่ร้ายกาจอย่างที่ซูซานคิดไว้จริง ๆ
“ซูลลิแวน... วอร์เรน ซูลลิแวน” เป็คำตอบที่ไม่เต็มใจเลยสักนิด
มันเป็ขณะเดียวกันที่วอร์เรนปล่อยมือจากการััลงเขาจึงมิได้สังเกตเห็นประกายที่พราวขึ้นในดวงตาของมิทช์เบรเดน อย่างที่ซูซานเห็น ยามที่เขาตวัดสายตามองมาทางเธอ
“ผมคิดว่าคุณคงไม่้าให้ผมพูดเลยนะครับว่าเพื่อนสาวของคุณเป็ผู้หญิงที่มีความสวยล้ำเลิศขนาดไหน คุณซูลลิแวนซึ่งเห็นชัดอยู่แล้วว่าคุณมีโอกาสที่วิเศษที่สุดทีเดียวที่ได้ชื่นชมกับความสวยของเธอนอกเสียจากเมื่อครู่ก่อนที่ผมนั่งจับตามองดูอยู่ด้วยความรู้สึกที่ชื่นชมด้วยอย่างแท้จริงนาน ๆ ครั้งนะครับที่เราจะได้พบผู้หญิงที่สวยทั้งหน้าตาและรูปร่างอย่างนี้
ซูซานสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลยว่าจะได้ยินคน ๆนี้พูดจาอะไรออกมาอย่างกล้าหาญขนาดนั้นวอร์เรนเองก็ดูเหมือนจะนั่งอึ้งตะลึงตะไลไปด้วยเหมือนกันกับการพูดทื่อๆ ของเขา
“ คุณเบรเดนครับ” เขาพูดอย่างตัดรอน“ผมไม่ชอบคำพูดของคุณเลย”
คิ้วสีน้ำตาลแกมทอง ซึ่งเป็สีเดียวกันกับเรือนผมของมิทซ์เบรเดนเลิกขึ้นอย่างแปลกใจ
“ เอ๊ะ นี่คุณไม่คิดว่าเธอเป็ผู้หญิงที่มีรูปร่างสวยล้ำเลิศเลยจริงๆ น่ะหรือครับ ผมกล้าพูดได้เลยว่า เธอเป็ผู้หญิงที่มีรูปร่างสมสัดส่วนอย่างที่สุดที่เคยพบมาเอ ... แต่ว่าอาจจะเป็เพราะว่าคุณคงไม่ได้สังเกตสังกาอะไรในตัวเธอก็ได้ ... ”
“ซูซานเป็ผู้หญิงที่สวยมาก” วอร์เรนขัดขึ้นอย่างโกรธ ๆ ดวงตาเป็ประกายกล้าด้วยฤทธิ์โทสะ“แต่ว่าผมไม่พอใจที่ได้ยินคุณมาพูดจาอะไรทำนองนี้”
“อ้อ... ครับ” มิทช์ขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สงบกว่าดวงตาที่ฉาบอยู่ด้วยแววหัวเราะนั้นเหลือบมองมาทางซูซาน และดูเหมือนจะจับสังเกตใบหน้าที่แดงขึ้นได้ด้วยยามที่เขามองหน้าเธออยู่นั้น มิทช์ เบรเดนมิได้พยายามที่จะซ่อนเร้นปิดบัง แววเยาะหยันกึ่งล้อเลียนเหมือนเด็กๆ ที่ไม่รู้ประสีประสาเลยด้วยซ้ำ “ก็แปลว่าคุณกลัวว่าเธอจะเหลิงกับคำอภินันทนาการมากเกินไปสินะครับ? ก็น่าเห็นใจอยู่หรอก เพราะว่าเธอเป็คนสวยจริงๆ”เขาตวัดสายตากลับไปมองหน้าวอร์เรนที่แสดงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด “ซูซาน...เมื่อครู่นี้คุณเรียกชื่อเธอว่าซูซานใช่ไหมครับ?”
“เขาชื่อซูซาน ซูลลิแวน...เป็ภรรยาผมอยู่แล้ว” วอร์เรนกระแทกเสียงใส่
ทั้ง ๆ ที่ใจหนึ่งก็อดที่จะขุ่นขี้งอยู่กับที่ผู้ชายคนนี้มีความตั้งใจที่จะยั่ววอร์เรนให้โกรธด้วยคำพูดอยู่ตลอดเวลา แต่ซูซานก็พบว่าตัวเองแอบซ่อนรอยยิ้มไว้ในใบหน้าลักยิ้มที่กดลึกอยู่จางหายไปในทันทีที่ได้ยินวอร์เรนประกาศออกมาเช่นนั้น
“อา...ก็ต้องขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ” มิทช์ เบรเดนกลับตอบรับคำพูดประโยคนั้นง่ายๆ คุณเป็ผู้ชายที่โชคดีที่สุดเลยครับ คุณซูลลิแวน”
“ขอบใจ” วอร์เรนกระชากเสียงตอบ
เมื่อมิทช์ เบรเดนหันไปมองทางซูซานอีกครั้งนั้นแววในดวงตาคู่สีฟ้า สำแดงออกถึงความเสียดายที่เธอแต่งงานเสียแล้ว แต่รอยยิ้มบนใบหน้าก็คล้ายจะพูดอะไรที่มากกว่านั้น
“ถ้าเช่นนั้น ผมขอเลี้ยงเครื่องดื่มคุณทั้งสองเพื่อเป็การอวยพรแก่คู่สมรสที่มีความสุขที่สุดได้ไหมครับ?” เขาสำแดงน้ำใจพร้อมด้วยรอยยิ้ม
หัวใจของซูซานสะท้านขึ้นมาอีกแล้ว
“โอ ไม่ต้องหรอกค่ะ ขอบคุณมากคุณเบรเดน” เธอรีบปฏิเสธออกไปอย่างรวดเร็วด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า
“เรากำลังจะเข้าไปทานอาหารกันอยู่แล้ว”วอร์เรนช่วยเสริม “และผมก็ต้องขอบใจคุณเช่นเดียวกัน”
มิทช์ เบรเดนส่ายศีรษะช้า ๆ อย่างยอมรับในคำปฏิเสธ
“ที่ผมอยากทำอย่างนั้น ก็เพื่อที่จะได้ทำอะไรเพื่อเป็การทดแทนที่ตัวเองได้แสดงมรรยาทไม่ดีออกไปเมื่อสักครู่นี้เท่านั้นเอง”
วอร์เรนผุดลุกขึ้นยืน ซึ่งออกจะสร้างความแปลกใจให้กับซูซานอยู่ที่ได้เห็นว่าเขาสูงกว่ามิทซ์ เบรเดนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นด้วยท่าทางที่เขายืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำให้เธอเหมาเอาว่าเขาน่าจะมีเรือนกายที่สูงกว่าวอร์เรน แต่ถึงอย่างไรท่าทางของมิทซ์ก็ยังอ่อนโยนสุภาพกว่าอยู่นั่นเอง
“เราก็ยอมรับในคำขออภัยของคุณแล้วนี่นะคุณเบรเดน” วอร์เรนตอบด้วยน้ำเสียงชาเย็น เอื้อมมือมาแตะไหล่ซูชานเร่งให้เธอลุกขึ้น“ขอโทษด้วยนะ”
“เชิญครับ”รอยยิ้มนั้นเหมือนจะตราติดอยู่บนใบหน้าของมิทช์ตลอดเวลา ดวงตาที่เปี่ยมประกายแพรวพราว จรดจ้องบุคคลทั้งสองอยู่ตลอดเวลา “ผมหวังว่าคุณทั้งสองจะมีชีวิตสมรสที่เป็สุขและยั่งยืนนานด้วยนะครับเพราะถ้ามิได้เป็เช่นนั้นแล้ว ... ” ดวงตาที่แฝงเลศนัยปรายมาทางซูซาน “ผมก็หวังว่าจะได้เป็ผู้ประสานชิ้นส่วนที่สลายแล้วด้วยตัวเองเท่านั้น”
ซูซานเกาะแขนวอร์เรนไว้กระชับเมื่อกล่าวตอบว่า
“เราจะต้องมีชีวิตแต่งงานที่มีความสุขแล้วก็ราบรื่นแน่ค่ะคุณเบรเดนสวัสดี”
วอร์เรนผงกศีรษะให้กับมิทช์ เบรเดนอย่างหยิ่ง ๆ ก่อนที่จะเดินนำซูซานตรงไปยังประตูห้องกล้ามเนื้อตรงต้นแขนของเขาเครียดเขม็ง ซึ่งเธอแน่ใจอย่างที่สุดว่ามันเกิดจากการที่เขาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ไว้อย่างสุดความสามารถและไม่เป็การจำเป็เลยที่เธอจะต้องหันกลับไปมองทางเื้ั เพราะรู้อยู่แก่ใจ ว่ามิทช์เบรเดน จะต้องมองตามมา
หลังจากที่พ้นออกมาเสียได้จากห้องนั้นและมิทช์เบรเดนแล้ว อารมณ์ของวอร์เรนจึงผ่อนคลายลง
“ไอ้บ้านั่นมันเหลือทนจริงๆ ” เขาคำรามออกมา “ทั้ง ๆ ที่มันขอโทษ แต่ก็ยังพยายามจะขโมยคุณไปจากผมต่อหน้าต่อตายังงั้นแหละมันไม่ได้สะดุ้งะเืสักนิด ทั้ง ๆ ที่ผมพูดกับมันว่า คุณเป็ภรรยาผม”
“รู้สึกว่าออกจะเป็คำพูดที่ค่อนข้างรุนแรงอยู่สักหน่อยเหมือนกันนะคะ” ซูซานพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ “ฉันหมายถึงว่าเราเองก็ยังไม่ได้แต่งงานกันจริ งๆ สักหน่อย”
“ที่มันเป็อย่างนั้นก็เพราะว่าตอนนี้มันยังไม่สะดวกที่เราจะแต่งงานกันน่ะสิ”วอร์เรนพูดห้วน ๆ “แล้วเดือนสิงหามันก็อีกแค่ 2 เดือนเท่านั้น ซึ่งเราก็กำหนดไว้แล้วว่าจะแต่งงานกันตอนนั้น”
“ค่ะ” ซูซานคล้อยตาม แต่คำเท็จที่วอร์เรนกล่าวออกไปก็ยังรบกวนจิตใจเธออยู่ดี
แต่วอร์เรนก็ยังพูดต่อราวกับมิได้ยินคำตอบจากเธอ
“คุณรู้ไหมว่า นี่เป็ครั้งแรกนะที่ผมอยากจะชวนมันออกไปต่อยกันข้างนอก นับั้แ่สมัยที่ผมอยู่ไฮสกูลแล้วก็ซัดกับไอ้เ้าถิ่นมาแล้ว”
มันเป็เื่เล่าที่เธอเคยได้ยินได้ฟังมานับครั้งไม่ถ้วนดังนั้นซูซานจึงเพียงแต่พยักหน้ารับรู้สึกดีใจอยู่เงียบ ๆ ที่วอร์เรนมิได้เล่าถึงเหตุการณ์ครั้งสำคัญในชีวิตนักศึกษาครั้งกระนั้นให้เธอฟังอีกวอร์เรนเป็ตัวสร้างความรำคาญให้เธอกระนั้นหรือ? เื่เล่าของเขาน่าจะเป็เื่ที่ชวนขบขันเสียละมากกว่าเมื่อนึกถึงว่า เขาเป็คนที่พยายามรักษาความสุภาพ ทำตัวอย่างเหมาะสมอยู่ตลอดเวลาเพียงใดซึ่งทำให้เธออยากจะเปล่งเสียงหัวเราะออกมาดัง ๆ
“ลืมเื่ผู้ชายคนนั้นเสียเถอะค่ะ”เธอเอ่ยขึ้น แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมตัวเองถึงทำอย่างที่พูดออกมาไม่ได้
“ที่คุณพูดมามันก็ถูกนะ”ริ้วรอยของความขุ่นขึ้งเลือนหายไป เมื่อวอร์เรนโน้มใบหน้าลงมาหาเธอ “ไม่มีประโยชน์ที่จะให้ความหยาบคายของมันมาทำลายความสุขในยามค่ำวันนี้ของเราเลยเราจะทานอาหารกันที่นี่อย่างตั้งใจกันไว้ั้แ่แรกหรือเปล่าล่ะ? แต่ผมไม่คิดว่ามันจะตามเข้ามารังควานเราอีกหรอก”
ซูซานไม่ใคร่จะแน่ใจอย่างที่วอร์เรนพูดนักแต่ถึงอย่างไรเธอก็จำเป็จะต้องคล้อยตามข้อเสนอของเขาอยู่แล้ว ยิ่งกว่านั้นเธอบอกกับตัวเองขณะที่พนักงานเสิร์ฟในห้องรับประทานอาหารเดินนำไปยังโต๊ะว่า เธอควรจะมองทุกสิ่งทุกอย่างในด้านที่สดใสมิใช่จมปลักอยู่กับความคิดถึงเหตุการณ์ที่มันบังเอิญเกิดขึ้นเช่นนั้นอย่างน้อยในตอนนี้เธอก็พอจะอ่านออกแล้วว่าวอร์เรนเป็คนขี้หึงอยู่ แม้ว่าในหลาย ๆครั้งเขาจะเป็คนค่อนข้างสำรวมจนเธอไม่แน่ใจเลยว่า เสน่ห์ของตัวเองจะปลุกเร้าอารมณ์ของเขาให้ตื่นขึ้นได้บ้างหรือไม่ก็ตาม