บทที่ 6 เอาใจคุณย่า
“พูดถูกแล้ว หัวหน้ากองพันฮั่วเขาชอบจือจือลูกสาวเรา เขาจะไปดีกับคนอื่นได้ยังไง? ว่าแต่สามวันหลังจากนี้ที่เธอจะกลับบ้าน ถ้าเธอกลับมาคนเดียว มันจะไม่ทำให้บ้านเราเสียหน้าแย่เหรอ?”
ต่งฮุ่ยเจวียนถอนหายใจ พลางจงใจพูดกับสามีด้วยความกังวล
เธอรู้ดีว่าสามีเป็คนรักหน้าตา ถ้าจางจิงจิงทำให้เขาขายหน้าอยู่เรื่อย ๆ เขาต้องผิดหวังในตัวลูกสาวคนนี้อย่างแน่นอน พอถึงตอนนั้น เธอก็ไม่ต้องกลัวแล้วว่าสามีจะมีใจให้กับผู้หญิงหน้าเหลืองคนนั้นในหมู่บ้านหรือไม่
ครั้งที่แล้วผู้หญิงคนนั้นเข้ามาในเมือง เธอเห็นแววตาของสามีที่มองผู้หญิงคนนั้น ดูเหมือนว่าเขายังคงห่วงหาอาลัยอาวรณ์อยู่บ้าง
ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ ผู้หญิงคนนั้นทำงานตากแดดตากลมอยู่ในชนบทมาหลายปี ผิวพรรณก็เหี่ยวแห้ง มีแต่ความเหนื่อยล้า แต่ยังพอมองเห็นเค้าโครงความงามสมัยสาว ๆ อยู่บ้าง
พอคิดถึงเื่ที่สามีเคยรักกับผู้หญิงบ้านนอกคนนี้ เธอก็แทบกัดฟันกรอด
จางอ้ายกั๋วหน้าตึงเครียด ไม่พูดอะไรแล้วเดินออกไปโดยไม่หันหลังกลับมา ส่วนต่งฮุ่ยเจวียนและลูกสาวเห็นดังนั้นจึงรีบเดินตามไป
ในขณะเดียวกัน จางจิงจิงก็เดินตามหลังฮั่วฉางชิงเข้าไปในเขตบ้านพัก
ทุกคนในบริเวณนั้นรู้จักฮั่วฉางชิงดี พอเห็นเขาก็พากันทักทาย พร้อมกับแอบมองสำรวจจางจิงจิงที่เดินอยู่ข้าง ๆ เขาไปด้วย
จางจิงจิงโด่งดังชั่วข้ามคืนจากเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ทำให้ทุกคนมองเธอด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หลังจากทักทายกันเสร็จ ฮั่วฉางชิงพาเธอและเด็ก ๆ ขึ้นไปชั้นบน พอเคาะประตูก็มีหญิงชราหน้าตาดูใจดีมาเปิดประตูให้
เธอดูดีใจมากที่เห็นฮั่วฉางชิงมา
“ฉางชิง พาเด็ก ๆ มาด้วยเหรอ? รีบเข้ามาสิ”
เมื่อวานนี้งานแต่งงานวุ่นวายมาก จางจิงจิงจำใครไม่ได้เลย วันนี้เธอเพิ่งจะได้เห็นใบหน้าของคุณย่าชัด ๆ
หลังจากเข้ามาในบ้าน จางจิงจิงก็มองสำรวจรอบ ๆ ห้องอย่างรวดเร็ว ทั้งเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่ง ทุกอย่างล้วนบ่งบอกถึงความเรียบง่าย
แต่เธอรู้ว่าคุณปู่ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เห็น เขาคืออดีตผู้บัญชาการทหาร
พอดูจากสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยแล้ว ก็รู้ได้ว่าคุณปู่เป็คนซื่อสัตย์แค่ไหน
จางจิงจิงยิ้มทักทายผู้สูงอายุ จากนั้นจึงให้เด็ก ๆ ทั้งสามคนเรียกคุณปู่คุณย่า
ทั้งสองไม่ค่อยสนใจจางจิงจิงนัก แต่ดูจะกระตือรือร้นกับเด็ก ๆ ทั้งสามคน หญิงสาวเองก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดใจอะไรนัก เธอนั่งลงบนโซฟาข้าง ๆ ฮั่วฉางชิงอย่างสง่างาม
คุณย่าเดินเข้าไปหยิบลูกอมผลไม้ในห้องนอนออกมา คุณปู่ก็คุยกับฮั่วฉางชิง ส่วนใหญ่เป็เื่ราวในค่ายทหาร จางจิงจิงไม่ค่อยเข้าใจ จึงไม่ได้พูดแทรกอะไร แต่ก็ตั้งใจฟังอย่างอดทน
คุณปู่เอ็นดูหลานชายคนนี้มาก พูดคุยกันจนเกือบจะลืมจางจิงจิงไปเลย
“สะใภ้จาง อยู่ที่บ้านตระกูลฮั่วเป็ยังไงบ้าง?”
คุณปู่ไม่ได้ทำหน้าบึ้งตึงใส่เธอ ถือว่าควบคุมอารมณ์ได้ดีมาก
จางจิงจิงนั่งตัวตรง “อยู่สบายดีค่ะ ทุกคนใจดีกับหนูมาก”
คุณปู่พยักหน้า “ต่อไปนี้ก็ดูแลเื่เด็ก ๆ ให้ดีล่ะ”
“ค่ะ”
คุณย่าดูเหมือนไม่อยากให้สามีคุยกับจางจิงจิง จึงพูดขัดขึ้นมาทันที “ฉางชิง เที่ยงนี้อยู่กินข้าวที่นี่ไหม?”
ฮั่วฉางชิงมองจางจิงจิงแล้วพยักหน้า
“กินครับ”
คุณย่าดูดีใจขึ้นมาอีกรอบ เธอลุกขึ้นแล้วบอกว่าจะออกไปซื้อผัก
พอเห็นแบบนั้น ฮั่วฉางชิงก็หันไปมองจางจิงจิง
“คุณไปเป็เพื่อนคุณย่าสิ”
จางจิงจิงไม่เข้าใจว่าทำไมฮั่วฉางชิงถึงพูดแบบนั้นขึ้นมา แต่เธอก็ไม่ได้ขัดอะไร พยักหน้ารับแล้วลุกขึ้นยืน
คุณย่าขมวดคิ้ว สีหน้าแสดงออกชัดเจนว่าไม่พอใจ “ไม่ต้องหรอก ฉันไปเองได้”
คุณย่าเดินเข้าไปหยิบตะกร้าใส่ผักในครัว และกำลังจะออกไป จางจิงจิงคิดในใจว่า ในเมื่อฮั่วฉางชิงให้เธอไปกับคุณย่า แสดงว่าต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่าง เขาอาจจะมีเื่คุยกับคุณปู่โดยไม่ให้เธอรู้ หรือไม่ก็อาจจะอยากให้เธอไปสร้างความสนิทสนมกับคุณย่า
“คุณย่าคะ ให้หนูไปเป็เพื่อนคุณย่านะคะ เดี๋ยวฉันช่วยคุณย่าถือตะกร้าเองค่ะ”
ท่าทางของจางจิงจิงดูจริงใจ บนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
สุภาษิตโบราณว่าไว้ ‘มือที่ยื่นมาย่อมไม่ตีคนที่ยิ้มให้’ แต่คุณย่าอายุขนาดนี้แล้ว จะมาใช้วิธีนี้กับหญิงชราอย่างตนน่ะเหรอ? เธอก็ไม่หลงกลหรอก ทันใดนั้นเสียงเ็าของหญิงชราก็ดังขึ้น
“ฉันไม่กล้ารบกวนเธอหรอก เดี๋ยวเธอโยนตะกร้าผักของฉันทิ้งซะเปล่า”
พอคุณปู่เห็นดังนั้นจึงเอ่ยปากขึ้น
“ก็ให้เสี่ยวจางไปเป็เพื่อนคุณเถอะ ผมกับฉางชิงยังมีเื่ต้องคุยกัน”
ได้ยินแบบนั้น คุณย่าจึงยอมตกลงอย่างเสียไม่ได้
จางจิงจิงรับตะกร้าในมือคุณย่ามาถือไว้ แล้วเดินตามออกไปอย่างว่าง่าย เด็ก ๆ สามคนตั้งใจจะตามไปด้วย แต่จางจิงจิงรู้สึกว่าพวกเขาเดินมาเหนื่อยแล้ว จึงไม่ยอมให้ไป
คุณย่าอายุมากแล้ว ขาไม่ค่อยดี ตอนลงบันได จางจิงจิงจึงอาสาเข้าไปประคอง
“ไม่ต้องหรอก ฉันยังไม่แก่ขนาดนั้น”
ในใจคุณย่ายังโกรธ จึงไม่อยากทำสีหน้าดี ๆ ให้หญิงสาว
หลานชายของเธอแสนดี แต่กลับต้องมาแต่งงานกับผู้หญิงแบบนี้ เมื่อคืนเธอเสียใจจนนอนไม่หลับ คิดว่าหลานชายถูกหมูคาบไปเสียแล้ว ไม่คิดเลยว่าวันนี้หมูตัวนั้นจะโผล่มาให้เธอเห็นเต็มตา
ในตอนนั้น จางจิงจิงยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองถูกเปรียบเทียบเป็หมูเสียแล้ว เธอยังคงพยายามจะเข้าไปจับมือคุณย่าอย่างไม่ลดละ
คุณย่าเห็นท่าทางหน้าด้านหน้าทนของเธอแบบนั้นก็จนใจ เลยต้องยอมๆ ไป
แต่พอลงมาถึงข้างล่าง คุณย่าก็รีบปล่อยมือจางจิงจิงทันที เหมือนกลัวว่าคนข้างบ้านจะเห็น
จางจิงจิงก็ไม่ได้บังคับอะไรอีก เธอไม่รู้ว่าสหกรณ์การค้าไปทางไหน เลยเดินตามคุณย่าไป
ตลอดทาง คุณย่าไม่พูดกับเธอแม้แต่คำเดียว ทำเอาจางจิงจิงรู้สึกอึดอัดขึ้นมาบ้าง
พอถึงสหกรณ์การค้า จางจิงจิงถึงกับใ ผักที่วางขายต่างก็ถูกคนอื่น ๆ หยิบไปจนเกือบหมดแล้ว เหลือแต่ผักเหี่ยว ๆ ไม่น่าดู
เธอเดินเข้าไปเลือกดูอย่างตั้งใจ ผักพวกนี้ราคาไม่ได้ถูก เธอต้องใช้เงินอย่างคุ้มค่าที่สุด
ถ้าให้พูด เธอคิดว่าแทนที่จะซื้อผักไป งั้นปลูกเองไม่ดีกว่าเหรอ? เธอเห็นว่าสวนของพื้นที่บ้านตระกูลฮั่วมีพื้นที่ว่างอยู่มาก ปลูกแต่กุหลาบไม่กี่กระถางเอง
คุณย่าเห็นเธอเลือกผักอย่างตั้งใจ ก็คิดในใจว่าแม้ผู้หญิงคนนี้นิสัยใจคอจะไม่ค่อยดี แต่ดูจากท่าทางแล้วน่าจะเป็คนรู้จักใช้ชีวิต
“คุณย่าคะ ตอนเที่ยงนี้คุณย่าจะทำอะไรกินเหรอคะ? เราจะซื้อผักเท่าไหร่ดีคะ?”
คุณย่าบอกชื่ออาหารมาสองสามอย่าง จางจิงจิงก็เลือกผักตามชื่ออาหารที่คุณย่าบอก
หลังจากซื้อของเสร็จ คุณย่ากำลังจะจ่ายเงิน แต่จางจิงจิงกลับชิงจ่ายเงินไปก่อน
พนักงานขายจำคุณย่าได้ และรู้ว่าเธอไม่ใช่ผู้ใหญ่ธรรมดา ๆ ทั่วไป จึงเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มว่า “คุณย่า คนนี้เป็ใครเหรอคะ? กตัญญูจังเลย”
ปกติคุณย่าเป็คนใจดี แต่จู่ ๆ ก็เปลี่ยนสีหน้า เธอพ่นลมหายใจอย่างเ็าแล้วหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้พนักงานขายยืนอึ้งอยู่คนเดียว
จางจิงจิงยิ้มแห้ง ๆ ให้พนักงานขายอย่างรู้สึกผิด ก่อนจะถือตะกร้าผักเดินตามคุณย่าออกไป
เธอเริ่มดูออกแล้ว คุณย่าคนนี้หยิ่งไม่เบา
ขณะเดียวกันที่บ้านพัก ฮั่วฉางชิงกำลังถูกคุณปู่ถามเื่ชีวิตการแต่งงาน
“หลานสะใภ้คนนี้ แกเลือกไม่ดีเลย แต่ตอนนี้มันก็เป็แบบนี้แล้ว คงหย่าไม่ได้ แกคิดยังไง?”
ตอนแรกเขาคิดว่าเธอเป็แค่เด็กสาวบ้านนอกธรรมดา ๆ ใครจะไปคิดว่าเธอจะทำตัวไม่เป็โล้เป็พายอย่างเมื่อวาน
แต่การแต่งงานของทหารไม่ใช่เื่เล่น ๆ การแต่งงานแล้วหย่าร้างทันทีคงไม่เป็ผลดีต่ออนาคตของฮั่วฉางชิง
ฮั่วฉางชิงนึกถึงความเอาใจใส่ที่จางจิงจิงมีต่อเด็ก ๆ ทั้งสามคนในวันนี้ เขาก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาเล็กน้อย
“ขอแค่เธอทำดีกับเด็ก ๆ ก็พอครับ เธอรักเด็ก ๆ มาก”
ประโยคนี้ทำให้คุณปู่รู้สึกประหลาดใจ
“เป็แบบนั้นจริงเหรอ?”
ฮั่วฉางชิงพยักหน้า “ครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ แกก็ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพไป ไม่ต้องกังวลเื่ที่บ้าน ตราบใดที่หลานสะใภ้คนนี้ไม่ก่อเื่ใหญ่โตอะไร ครอบครัวเราก็สามารถช่วยกันดูแลเธอได้อยู่แล้ว”