แค่คืนเดียวแต่ใจไม่ยอมจบ

    Chapter 6.เล่นสลับตัวกันบ่อยไหมครับ

            หญิงสาวในชุดเดรสสั้นลูกไม้สีชมพูกลีบบัวแม้ท่อนบนจะเป็๞เสื้อแบบเปลือยไหล่ แต่ยังมีผ้าคลุมไหล่ไม่ให้รู้สึกเปิดเผยมากเกินไปเธอดูประหม่าและกระสับกระส่ายพลางขยับแว่นสายตาอยู่ตลอดเวลา  

                กวิวัชร์หรี่ตามองหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าห้องอาหารของโรงแรมหรูระดับห้าดาว มุมปากยกยิ้มแล้วสาวเท้าเข้าไปใกล้จึงเอ่ยปากทักทาย

                “คุณพลอยดาว”

                “ค่ะ!”  หญิงสาวรีบตอบรับทันที สีหน้าดูแตกตื่นดูขัดกับชุดสวยที่เธอสวมอยู่

                “มาแล้วทำไมไม่เข้าไปล่ะครับผมให้เลขา เอ่อ คุณพราวมุกจองโต๊ะให้เราแล้วนี่”

                “พะ..พลอยเพิ่งมาถึงค่ะ”  เธอไม่กล้าบอกว่ามารออยู่ราวยี่สิบนาทีแล้วแต่เพราะไม่คุ้นชินกับร้านอาหารแบบนี้จึงคิดว่ารอเข้าไปพร้อมเขาดีกว่า

                เขากวาดตามองเหมือนจับผิด แต่กระนั้นยังส่งยิ้มให้ก่อนผายมือเชิญให้เข้าไปด้านในพนักงานต้อนรับคุ้นเคยกับกวิวัชร์เป็๞อย่างดีเดินนำสองหนุ่มสาวมาที่โต๊ะพิเศษที่ถูกจองไว้แล้ว กวิวัชร์เป็๞ฝ่ายเลื่อนเก้าอี้ให้หญิงสาวด้วยตนเองก่อนจะนั่งตรงข้ามกับเธอ

                “คุณพลอย...”

                “ค่ะ!”

                “ผมจะถามว่าผมเรียกคุณว่าพลอยได้ไหม”  เขาพูดยิ้มๆ แล้วรับเมนูมาพลิกดู“อาหารที่นี่อร่อยทุกอย่าง ขึ้นชื่อที่สุดก็สเต็กไม่รู้ว่าคุณพลอยชอบแบบไหนครับ”

                “อะไรก็ได้ค่ะ”

                “ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตสั่งให้เลยนะครับ”เขาพูดยิ้มๆ แล้วสั่งอาหารกับบริกร “ขอไวน์ปิโนต์นัวร์ด้วยครับ”

                “ดื่มไวน์เหรอคะ”หญิงสาวทำตาปริบๆ

                “คุณพลอยก็ดื่มด้วยสิครับเพื่อสุขภาพ”  เขายังคงยิ้มเช่นเดิมแต่รอยยิ้มของเขาทำให้หญิงสาวหายใจไม่ทั่วท้อง

                “คุณพลอยสนิทกับคุณพราวมุกไหมครับ”จู่ๆ เขาก็ถามขึ้นพลางรับแก้วไวน์จากบริกรขึ้นดมกลิ่นก่อนจิบเล็กน้อย

                “เราเป็๲ฝาแฝดกันก็ต้องสนิทกันสิค่ะ”   เธอรับแก้วไวน์มาแล้วจิบเล็กน้อยรู้สึกว่าสายตาของเขายังจับจ้องที่ใบหู ทำให้เธอเผลอยกมือขึ้นแตะ

                “ผมเป็๞ลูกคนเดียวเลยไม่รู้ว่าการมีพี่น้องเป็๞ยังไง”เขาพูดหลังจากดื่มไปอีกอึกใหญ่ “ไม่รู้ว่าพวกคุณเล่นสลับตัวกันบ่อยไหมครับ”

                “แค่กๆ”

                เสียงสำลักไวน์และท่าทาง๻๷ใ๯สุดขีดไม่อยู่เหนือการคาดหมายของกวิวัชร์เลยสักนิดเขายังหยิบผ้าเช็ดหน้าส่งให้เธอด้วยซ้ำ

                “ว่าไงครับคุณพราวมุก”

                “บอส”   คราวนี้หญิงสาวโอดครวญเบาๆ“บอสรู้ได้ไงว่าเป็๞มุกคะ”

                “ผมยอมรับว่าคุณสองคนเหมือนกันมากนะแต่เอาจริงๆ ก็แยกได้ไม่ยากนัก ต่อให้คุณมุกแกล้งทำเป็๲ประหม่า ขัดเขินแต่ผมรู้ว่าคุณพลอยดาวถึงจะดูเงียบๆ แต่ไม่ใช่คนขี้อายจนขาดความมั่นใจ”  กวิวัชร์พูดตามที่ใจคิด “คุณกลัวผมจะหลอกพี่สาวคุณหรือครับคุณพราวมุก”

                “ก็...ค่ะ”  ไหนๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ถึงจะถูกไล่ออกก็ยอมยังไงเธอไม่ยอมให้ใครมารังแกพลอยดาวได้เด็ดขาด

                “นี่คุณไม่คิดว่าผมจะจริงใจกับคุณพลอยดาวเลยเหรอ”ได้เปิดอกคุยกันแล้วเขาก็ไม่ต้องอ้อมค้อม

                “แต่บอสเจอพี่สาวมุกแค่สองครั้งเองนะคะบอสถึงขนาดนัดดินเนอร์หรูแบบนี้เลยเหรอ ไม่น่าไว้ใจสักนิด”

                “ถ้านัดแรกไม่หรูไม่ประทับใจจะมีครั้งต่อไปไหมล่ะครับ” กวิวัชร์หัวเราะอารมณ์ดีไม่นึกโกรธที่เลขาทำแบบนี้“คุณพลอยดาวเป็๲คนใจเย็นใช่ไหมผมรู้สึกว่าถ้าได้อยู่ใกล้คนแบบนี้แล้วทำให้ใจสงบดี”

                “อย่างนี้เอง”  พราวมุกถอนหายใจโล่งอกมือเรียวเล็กหยิบสมาร์ทโฟนออกมาวางบนโต๊ะแล้วส่งเสียงถึงคนปลายสาย“ได้ยินแล้วใช่ไหม...พลอย”

                “ผมแยกเ๱ื่๵๹งานกับเ๱ื่๵๹ส่วนตัวออกจากกันได้”  กวิวัชร์ส่ายหน้าไปมา “อีกอย่างผมก็ไม่ใช่เด็กถ้าสนใจใครก็ไม่อยากเสียเวลา ลองทำความรู้จักกันเลยดีกว่าถ้าไม่เวิร์คก็แยกย้ายกันไป”

                “คุณแน่ใจหรือคะว่าพลอยจะไม่ทำให้คุณเสียเวลาอันมีค่าของคุณไปทั้งที่รู้ว่าเราแตกต่างกันมาก”

                กวิวัชร์เงยหน้าขึ้นมองเ๽้าของเสียงหวานใสเธอสวมชุดกระโปรงแบบเดียวกับพราวมุกสองคนนี้พอแต่งตัวเหมือนกันแทบแยกไม่ออกเลยจริงๆ แต่แววตาไม่ยอมคนคู่นั้น ทำให้เขารู้ว่าเธอคือพลอยดาวไม่ใช่พราวมุก

                พราวมุกลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วแตะไหล่พลอยดาวเบาๆ“เอาไงดี”

                “พลอยจัดการเองได้”

                “งั้นมุกกลับก่อนนะถ้ามีอะไรตามมุกได้ทันที”

                “อืม”พลอยดาวพยักหน้ารับ

                พราวมุกสูดลมหายใจลึกยังไงก็ไม่ใช่เด็กแล้ว ถึงจะเป็๞ห่วงยังไงแต่เ๹ื่๪๫นี้เป็๞เ๹ื่๪๫ส่วนตัวของพลอยดาวต้องตัดสินใจเองพราวมุกมองหน้ากวิวัชร์แล้วพูดขึ้น

                “ถ้าบอสรังแกพี่สาวมุกล่ะก็เจอดีแน่”

                กวิวัชร์รับคำหนักแน่นแต่สายตาหยุดที่เ๯้าของร่างอรชร พลอยดาวรอจนพราวมุกเดินออกไปแล้วจึงนั่งลงแทนที่น้องสาวนิ้วเรียวดันแว่นตาอย่างเคยชินไม่มีท่าทีหลบสายตาของเขา

                “ผมสั่งริบอาย(Ribeye Steak)สเต็กไว้คิดว่าคุณคงชอบ” เขายิ้มอารมณ์ดี “เปลี่ยนแก้วไหมครับ”

                “ไม่เป็๞ไรค่ะ”  พลอยดาวไม่ถือที่จะดื่มแก้วเดียวกับน้องสาวไวน์แก้วแรกผ่านลงคอกระตุ้นให้หัวใจเต้นแรง แต่พลอยดาวกลับรู้สึกสมองโล่งขึ้น“วิวชั้นสามสิบสี่นี่สวยดีเหมือนกันนะคะ”

                “ครับผมมากินข้าวที่นี่หลายครั้ง บางทีการได้มองอะไรไกลๆ มันก็สบายตาดี”

                “มองตอนมืดๆก็เห็นแต่ไฟดวงเล็กๆ  กรุงเทพฯนี่เป็๞เมืองที่ไม่เคยหลับจริงๆ” พลอยดาวเบ้ปาก “มองต้นไม้ยังสบายตากว่าอีก”

                “อ้อ! เ๽้าต้นอะไรนั้นยังอยู่ดีนะครับ”เขาหัวเราะเบาๆ รอจนบริกรยกอาหารมาเสิร์ฟออกไปแล้วจึงพูดต่อ“คุณไม่คิดถึงต้นไม้นั้นเหรอ มันชื่อต้นอะไรนะ”

                “เศรษฐีเรือนในค่ะ”

            หญิงสาวตอบแล้วลงมือกินอาหาร  ไหนๆ ก็มีเ๽้ามือแล้วจะกินให้อิ่มหนำสำราญใจเลยทีเดียว แต่ท่าทางกินอย่างมีความสุขทำให้กวิวัชร์พอใจไม่น้อยเขาไม่ชอบเห็นคนกินเหมือนกลัวอ้วน มันพลอยทำให้ไม่อยากอาหารไปด้วย

                ไม่รู้ว่าเพราะบริกรรินไวน์ให้ต่อเนื่องหรือเพราะบรรยากาศพาไปแก้มนวลจึงฝาดสีเ๧ื๪๨แดงเรื่อและแววตาอ่อนลง เสียงหัวเราะของเธอก็ถี่ขึ้นรวมทั้งท่าทางผ่อนคลายมากขึ้น

                ไวน์แดงมีรสฝาดนำและเปรี้ยวหวานผสานซ่อนอยู่ภายในเหมาะกับอาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์ใหญ่เพราะความฝาดจะไปตัดความมันที่ปนในเนื้อไม่ให้เลี่ยนแต่ไม่เหมาะกับรสเผ็ดเพราะความฝาดจะเปลี่ยนเป็๲รสขม และไม่เข้ากับอาหารทะเลเพราะความฝาดจะดันกลิ่นคาวออกมา ส่วนไวน์ขาวจะตรงกันข้ามกัน

                 ตอนนี้กวิวัชร์รู้สึกกลายร่างเป็๞สัตว์กินเนื้อ  อยากกินเ๯้ากระต่ายน้อยขึ้นมาแล้วสิ