บทที่ 12 คล้ายโฉมคนคุ้นเคย สองพ่อลูกตระกูลเซียวตกตะลึง
"ข้าจะไปกับพวกท่านด้วย"
หลินม่อยืนอยู่กลางห้องโถง ร่างกายตั้งตรงสง่างาม ชุดสีดำสนิทส่งเสริมให้เขาดูหล่อเหลาเป็พิเศษ กลิ่นอายความกร้านโลกซึ่งมีเพียงเขาที่ ยิ่งขับเน้นให้เขาดูเป็ผู้ใหญ่และเปี่ยมเสน่ห์ แหวนสีขาวบริสุทธิ์บนนิ้วชี้ทำให้ซูชิงลั่วชะงักไปในทันที
'เหตุใดเขาถึงมีแหวนเหมือนกัน? ดูแล้วยังคล้ายกับของข้ามาก หรือว่า... นี่จะเป็แหวนคู่?!'
แววตาของซูชิงลั่วสั่นไหวด้วยความประหลาดใจ ในใจเกิดความสงสัยขึ้นมาวูบหนึ่ง และสำหรับการที่หลินม่อจะตามไปด้วยนั้น นางยิ่งไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่
'เขาจะไปด้วยทำไม ไปเพื่ออะไรกัน? หรือว่า... ยังคง้าขัดขวางไม่ให้ข้าถอนหมั้น?
เช่นนั้น... เมื่อวานข้าเข้าใจเขาผิดไปอย่างนั้นหรือ?!'
เมื่อมองใบหน้าอันหล่อเหลาของหลินม่อ ซูชิงลั่วก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเื่เมื่อวาน
เมื่อวานนางคิดว่าคำพูดของหลินม่อล้วนเป็การเหน็บแนมนาง แต่ตอนนี้แม้กระทั่งจะไปถอนหมั้น หลินม่อก็ยังจะตามไปด้วย
หรือว่านางจะเข้าใจเขาผิดไปจริง ๆ ? เมื่อคิดถึงตรงนี้ ใบหน้าสวยของซูชิงลั่วก็เริ่มร้อนผ่าว
"อะแฮ่ม! หลินม่อ! ข้าว่าเ้าพอเถอะ! วันนี้พวกเราจะไปถอนหมั้น เ้าไม่อยากให้ชิงลั่วถอนหมั้นไม่ใช่หรือ? ดังนั้นอย่าตามไปด้วยเลยจะดีกว่า"
ซูฉี่อู่กระแอมไอในลำคอ เขาไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกของหลินม่อหรอก แต่เขาไม่อยากให้หลินม่อไปสร้างความอับอายต่างหาก!
ในฐานะลูกเขยแต่งเข้าที่ขึ้นชื่อว่าเป็ขยะของตระกูลซู หลินม่อมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งเมืองชิงอวิ๋น คนเช่นนี้จะให้เป็ตัวแทนตระกูลซูไปถอนหมั้นได้อย่างไร
เื่การถอนหมั้นจำเป็ต้องเด็ดขาดและแข็งกร้าว ไม่เช่นนั้นยอดฝีมือระดับสร้างรากฐานขั้นสูงสุดสองท่านของตระกูลซูจะยอมเคลื่อนไหวพร้อมกันได้อย่างไร! หากหลินม่อไปด้วย แล้วทำให้ตระกูลเซียวดูแคลน เมื่อนั้นหน้าตาของตระกูลซูจะเอาไปไว้ที่ไหน?
ซูฉี่เหวินได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วย "นั่นสิหลินม่อ เวลาเช่นนี้เ้าอย่าเข้ามาวุ่นวายเลย
มีข้าและท่านผู้นำตระกูลอยู่ จะไม่ยอมให้ชิงลั่วต้องเสียเปรียบแน่นอน
เ้าอยู่เฉย ๆ เถอะ อย่าให้ชิงลั่วต้องกังวลเพราะเ้าเลย" ซูฉี่เหวินเอ่ยเตือน
เมื่อเห็นดังนั้น หลินม่อก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
ขณะที่กำลังจะพูดบางอย่าง ซูชิงลั่วที่อยู่ด้านข้างกลับชิงพูดขึ้นก่อน
"ให้เขาไปด้วยเถอะเ้าค่ะ อย่างไรเสียเขาก็เป็... บิดาของข้า
ในโอกาสเช่นนี้ควรจะต้องอยู่ด้วย แต่ว่า..."
ซูชิงลั่วพูดพลางหันหน้าไปทางหลินม่อเล็กน้อย
"ท่านไปแล้วห้ามพูดมาก ให้คอยดูอยู่เงียบ ๆ ก็พอ ทุกอย่างให้ท่านผู้นำตระกูลเป็คนจัดการ"
พอซูชิงลั่วพูดจบ ก็ก้มหน้ามองปลายเท้าตนเอง ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ส่วนหลินม่อเมื่อเห็นเช่นนั้นย่อมไม่คัดค้าน และพยักหน้าทันที
"วางใจเถอะ ข้ายอมรับในการถอนหมั้นของเ้าแล้ว ข้าจะตามไปโดยไม่สร้างความวุ่นวาย
ไม่ต้องกังวลเื่ข้า" หลินม่อเอ่ยเรียบ ๆ
เขาไม่ใช่คนไร้มารยาทจนไม่รู้ที่ต่ำที่สูง เขาเข้าใจความหมายของซูชิงลั่ว
ซูชิงลั่วไม่อยากให้ตระกูลต้องอับอาย จึงบอกเขาเป็นัย ๆ ว่าไม่ต้องกังวล และให้ตามไปด้วยกัน
ส่วนซูฉี่อู่ เมื่อเห็นดังนั้นก็รู้ว่าตนไม่ควรพูดอะไรอีก เขาแค่นเสียงหึและสะบัดแขนเสื้อ ทันใดนั้น เรือลำเล็กขนาดเท่าฝ่ามือก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา
"ไป!"
ซูฉี่อู่ส่งเสียงสั่งการเบา ๆ พร้อมกับสะบัดมือขว้างออกไป เรือลำน้อยบินขึ้นและขยายใหญ่ขึ้นตามแรงลม พริบตาเดียวก็กลายเป็เรือวิเศษสีเทาที่มีความยาวหลายจั้ง
"หึ! ไปกันเถอะ!"
ซูฉี่อู่ปรายตามองหลินม่อแวบหนึ่ง ก่อนจะหันหลังะโเข้าไปในเรือวิเศษเป็คนแรก
จากนั้นซูชิงลั่วและซูฉี่เหวินก็ะโตามเข้าไป ส่วนหลินม่อก้าวตามเข้าไปในเรือวิเศษเป็คนสุดท้าย หลังจากนั้น เรือวิเศษก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า และลอยหายไปจากเหนือตระกูลซูในชั่วพริบตา!
"ระยะทางใกล้เพียงนี้ ยังต้องใช้อาวุธวิเศษอีกหรือ? แต่ว่าอาวุธวิเศษชิ้นนี้ใช้งานดีจริง ๆ ทั้งมั่นคงและรวดเร็ว
ไปตระกูลเซียวครั้งนี้ คาดว่าไม่เกินหนึ่งเค่อก็น่าจะถึงแล้ว!"
หลินม่ออดไม่ได้ที่จะอุทานเมื่อมองเรือวิเศษใต้เท้า
ในแดนเซียน อาวุธวิเศษนั้นล้ำค่าทั้งตระกูลซูก็มีอาวุธวิเศษสำหรับบินเพียงไม่กี่ชิ้น โดยเฉพาะเรือวิเศษลำนี้ ดูจากอักขระที่สลักอยู่ก็รู้ว่าอย่างน้อยต้องเป็อาวุธวิเศษระดับสอง!
"เ้าจะไปรู้อะไร พวกเราจะไปถอนหมั้น ย่อมต้องแสดงบารมีของตระกูลซูออกมา หากทำให้ตระกูลเซียวดูแคลน แล้วเกิดดื้อดึงไม่ยอมเลิกราขึ้นมา... จะไม่ยุ่งยากหรือ!"
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินม่อ ซูฉี่อู่ก็แค่นยิ้มเย็น เขามองหลินม่อด้วยสายตาเ็า
หากไม่ใช่เพราะมีซูชิงลั่วอยู่ด้วย เขาไม่มีทางยอมให้หลินม่อก้าวขึ้นมาบนเรือวิเศษของเขาเด็ดขาด
ยังไม่ทันที่คำพูดจะสิ้นสุด คฤหาสน์ตระกูลเซียวก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าทุกคน
"ถึงแล้ว! ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม!"
ซูฉี่อู่สูดลมหายใจลึก พลางก้าวออกจากเรือวิเศษ แล้วะโก้องไปยังคฤหาสน์ตระกูลเซียวว่า "ซูฉี่อู่แห่งตระกูลซู พร้อมด้วยผู้าุโตระกูลและรุ่นเยาว์ ขอเข้าเยี่ยมตระกูลเซียว!"
น้ำเสียงนี้แฝงไปด้วยพลังิญญาระดับสร้างรากฐานอย่างชัดเจน เสียงไม่เพียงแต่ดังกึกก้องไร้ขอบเขต แต่ยังเปี่ยมไปด้วยอำนาจ ให้ความรู้สึกว่าผู้ที่มานั้นไม่ได้มาด้วยไมตรี!
ทางฝั่งตระกูลเซียวพลันเกิดความโกลาหลขึ้นทันที
"เมื่อครู่คือคลื่นพลังของเจินเหรินระดับสร้างรากฐานหรือ?!
ผู้นำตระกูลซูมาหรือ? เหตุใดจึงมาโดยไม่แจ้งล่วงหน้า!
อีกฝ่าย้าอะไร? รีบไปแจ้งท่านผู้นำตระกูลเร็วเข้า!"
"ขอรับ... ขอรับ!"
หลังจากความวุ่นวายครู่หนึ่ง ภายในคฤหาสน์ตระกูลเซียวก็มีเสียงชายผู้หนึ่งดังกังวานออกมา
"ท่านผู้นำตระกูลซู รีบเข้ามาเถิด ข้าเตรียมน้ำชาไว้รอแล้ว!"
น้ำเสียงนั้นดังกังวาน แฝงไปด้วยความน่าเกรงขามอย่างยิ่ง
เมื่อได้ยินดังนั้น ซูฉี่อู่และซูฉี่เหวินจึงสบตากัน
จากนั้นซูฉี่อู่ก็ตบเรือวิเศษหนึ่งครั้ง เรือลำน้อยค่อย ๆ ร่อนลง ทั้งสี่คนก้าวเข้าสู่ห้องโถงภายในคฤหาสน์ตระกูลเซียว...
"ท่านผู้นำตระกูลซู! ผู้าุโฉี่เหวิน! ไม่ได้พบกันนานเลยนะ!"
ภายในห้องรับแขกของคฤหาสน์ตระกูลเซียว ชายวัยกลางคนในชุดสีเขียวยืนขึ้นใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้ม เพียงแต่ดวงตากลับทอประกายเฉียบคม
ชายวัยกลางคนผู้นี้อายุประมาณสี่สิบปี มีเคราสีดำสนิท ใบหน้าทรงเหลี่ยม เครื่องหน้าดูใจดีและดูเป็คนซื่อสัตย์ยิ่งนัก ซึ่งคนผู้นี้ก็คือผู้นำตระกูลเซียว เซียวจั้ง!
"ท่านผู้นำตระกูลเซียว ไม่ได้พบกันเสียนาน!"
ซูฉี่อู่และซูฉี่เหวินประสานมือคารวะพร้อมกัน แม้คำพูดจะดูสุภาพ แต่บนใบหน้ากลับไม่มีรอยยิ้มเลยแม้แต่น้อย มีเพียงท่าทางเคร่งขรึม
เมื่อเห็นดังนั้น เซียวจั้งขมวดคิ้วเล็กน้อย ในใจรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี แต่เขาก็ยังเชื้อเชิญให้ทุกคนนั่งลงอย่างสุภาพ และในตอนนั้นเอง สายตาของเขาจึงเริ่มสำรวจซูชิงลั่วและหลินม่อที่อยู่ข้างกายทั้งสองคน
"นั่นคือ... แม่นางน้อยตระกูลซูหรือ? อืม น่าจะเป็นาง แม้จะเปลี่ยนไปมาก แต่สีผมสีเงินขาวนั้นจำง่ายยิ่งนัก
แล้วชายชุดดำที่อยู่ข้างนางคือใครกัน เหตุใดจึงดูไม่คุ้นหน้าเลย...
เดี๋ยวก่อน... คนผู้นี้เหตุใดจึงดูคล้ายกับผู้นำตระกูลหลินคนก่อน...
หรือว่า..."
เซียวจั้งดูเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออก รูม่านตาหรี่ลงทันที สายตาที่มองหลินม่อเต็มไปด้วยความแปลกประหลาดและซับซ้อน
การที่สามารถปรากฏตัวพร้อมกับคนตระกูลซู และมีโฉมหน้าที่คล้ายคนคุ้นเคย เพียงเท่านี้ก็บ่งบอกถึงฐานะของหลินม่อได้เป็อย่างดี
เพียงแต่ว่า...
'คนพวกนี้วันนี้มาด้วยจุดประสงค์อะไรกันแน่? ผู้นำตระกูลซูและผู้าุโใหญ่เคลื่อนไหวพร้อมกัน หรือว่าจะเป็เพราะ... เยี่ยนเอ๋อร์?' ในใจของเซียวจั้งเครียดเขม็ง แต่บนใบหน้ากลับไม่แสดงออกแม้แต่น้อย เพียงแต่ยิ้มร่ามองทั้งสี่คนจากตระกูลซู
ทว่า เมื่อสายตาของเขากวาดผ่านระดับการบำเพ็ญของซูชิงลั่ว เขากลับหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง สุดท้ายจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากหยั่งเชิง
"ท่านผู้นำตระกูลซู วันนี้พวกท่านมาเพื่อเื่ของเยี่ยนเอ๋อร์ใช่หรือไม่?"
"ถูกต้อง!"
"ท่านผู้นำตระกูลเซียว วันนี้... พวกเรามาเพื่อถอนหมั้น!"
"ถอนหมั้น?!"
"ถอนหมั้น!"
เสียงอุทานด้วยความใดังขึ้นพร้อมกันสองสาย!
เสียงหนึ่งดังมาจากปากของเซียวจั้ง ส่วนอีกเสียงหนึ่งดังมาจากเซียวเยี่ยนที่อยู่มุมห้องโถง...