เช้าวันรุ่งขึ้นมะปราง,โอ๋และต้อมรีบมาโรงเรียนั้แ่เช้าครูหนึ่งเรียกประชุมทีมครั้งแรกที่ห้องปฐมพยาบาลร่วมกับวิทย์และบัวทั้งหมด 5 คนครูใหญ่มอบหมายให้วิทย์ทำหน้าที่เป็หัวหน้าทีมชุดนี้ต้องเดินทางไปแข่งขันที่กรุงเทพเดือนหน้า
“วันนี้เป็การรวมทีมครั้งแรกครูพูดกับครูใหญ่จนครูใหญ่ยอมส่งทีมแล้ว ตอนนี้พวกเราต้องวางแผนแข่งขันกันใหม่ทั้งหมดเมื่อคืนนี้ครูคุยกับวิทย์จนได้ข้อสรุปเรียบร้อยแล้วครูส่งรายชื่อของพวกเราตอบรับการแข่งขันไปที่กรุงเทพแล้ว นี่เป็เอกสารที่ครูได้มา”วิทย์เดินแจกเอกสารข้อสรุปแผนเข้าการแข่งขัน
“ครูอยากให้ทุกคนอ่านกติกาการแข่งขันครั้งนี้ก่อนใครไม่เข้าใจตรงไหนให้ถามตอนนี้ได้เลย”
“หนูไม่เข้าใจเื่การแพ้ชนะและสลับผู้เข้าแข่งขันอ่านไม่เคลียร์ค่ะ” มะปรางตั้งคำถามเป็คนแรก
“แบบโอเพ่นทุกทีมมีนักกีฬาในทีม3 คน ขึ้นเวทีครั้งละ 1 คนต่อสู้กันจนกว่าจะเกิดผลแพ้-ชนะ คนชนะอยู่บนเวทีสู้ต่อส่วนคนแพ้ต้องลงจากเวทีให้คนถัดไปในทีมขึ้นมาสู้ต่อทันทีเช่นกันทำแบบนี้จนกว่าทีมใดทีมหนึ่งแพ้จนครบ 3 คน ก็จะได้ผู้ชนะในคู่นั้นๆ”
“แบบนี้แสดงว่าถ้ามีใครก็ตามสามารถตัดกำลังคู่ต่อสู้ได้หลายๆ คนคนที่เหลืออยู่ในทีมก็ไม่ต้องเสียแรง”โอ๋ออกความเห็นเพิ่มเติมจากครูหนึ่ง “ถ้าอย่างนั้นเราก็น่าจะจัดคนที่เก่งที่สุดไว้คนแรก จะได้จัดการคู่ต่อสู้ให้เหลือน้อยที่สุด”
“โอ๋อาจจะพูดถูกแค่บางส่วน”คำตอบของครูหนึ่งทำให้ทุกคนสงสัยเป็อย่างมาก “เมื่อเข้ารอบคนที่แพ้ไปแล้วไม่สามารถกลับมาสู้ได้อีกแล้วเหลือแค่คนชนะกับคนที่ยังไม่สู้เท่านั้น”
“โอ้โห!!!ถ้าเป็แบบนี้คนเก่งลงคนแรก แต่ต้องสู้ไปเรื่อยๆ ก็หมดแรงก่อนสิ!!!”
“กติกาการแข่งขันเป็แบบนี้เราต้องวางแผนทีมเราให้ได้ประโยชน์มากที่สุด จริงอยู่ว่าการไปแข่งครั้งนี้เรา้าเงินรางวัลให้มากที่สุดแต่เหนือสิ่งอื่นใด ครู้าให้พวกเราทุกคนปลอดภัยเป็อันดับแรกเื่เงินเป็เื่รอง พวกเธอยังเป็นักเรียนกันอยู่ครูต้องย้ำเื่นี้เป็อันดับแรก”
ครูหนึ่งพูดจบก็เดินไปที่กระดานไวท์บอร์ด“ครูขอให้พวกเราเปิดเอกสารหน้าที่ 2พวกเราจะพบกับสายการแข่งขันในครั้งนี้ มีทั้งสิ้น 8 ทีม…ทุกคนจะเห็นว่าในรอบแรกนี้เราได้เงินรางวัลแน่นอนแล้ว 5 หมื่นบาท ต่อให้เราแพ้ั้แ่รอบแรกนัดแรกถ้าเอาไปรวมกับงบประมาณที่เราได้มาทำทีมอีก 5 หมื่นบาท พวกเราไปกรุงเทพกัน 5 คน 10วัน ถ้าเราใช้กันประหยัดๆ หน่อย ครูคิดว่าเราจะเหลือเงินครั้งนี้ประมาณ 7-8หมื่นบาท...เงินจำนวนนี้มากพอที่จะซื้อเครื่องดนตรีได้ 3-4 ชิ้น”
“ครูครับไม่มีใครไปแข่งขันแล้วอยากแพ้ั้แ่รอบแรกหรอกครับ?...”ต้อมออกความเห็นแย้งครูหนึ่ง
“ที่ครูพูดแบบนี้ก่อนครูขอย้ำจุดประสงค์หลักอีกครั้ง ครูห่วงความปลอดภัยของพวกเธอทุกคนเป็หลักส่วนเื่เงินครูอยากให้ทุกคนคิดเป็เื่รองลงมา พวกเรารู้ไหมว่ารายการนี้ใหญ่มากใหญ่ที่สุดเท่าที่โรงเรียนของเราเคยส่งแข่งขันเลยก็ว่าได้พวกเธอเป็นักเรียนทีมชุดแรกที่เข้าแข่งขันรายการใหญ่ขนาดนี้พวกเธอต้องไปต่อสู้กับผู้ใหญ่ทั้งนั้น”
“ทีมของเรามีผู้ชาย2 คนผู้หญิง 1 คน...ครูอยากให้ต้อมเป็คนแรก โอ๋เป็คนที่ 2 และมะปรางเป็คนสุดท้ายทั้ง 2 คนต้องคุ้มกันและปกป้องมะปรางให้ได้มากที่สุด ครูคาดหวังว่าถ้าต้อมกับโอ๋เอาชนะได้ก็ดี แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็ไร ส่วนมะปรางครูก็ขอให้ต่อสู้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้ครูไม่้าให้มะปรางฝืนต่อสู้จนเกินกำลังของตัวเอง”
“สมมติว่าถ้าเราชนะแล้วเข้ารอบแต่เหลือมะปรางเพียงคนเดียวครูไม่้าให้มะปรางต้องฝืนต่อสู้อีก ผลงานเพียงเท่านี้ก็ทำให้ครูภูมิใจแล้วทุกคนคือฮีโร่ของครูและทุกคนในโรงเรียน”
“หมายความว่าถ้าทีมเราเจอสถานการณ์แบบนี้ เราจะโยนผ้ายอมแพ้เหรอคะ?”มะปรางตั้งคำถามทันที
“ถ้าจะพูดแบบนั้นก็ได้ครูไม่้าให้มะปรางรวมถึงต้อมกับโอ๋ ต้องมาเสี่ยงาเ็โดยไม่จำเป็”
“แต่ครูคะ!!!พอถึงเวลาจริงๆ ถ้าเหลือหนูคนเดียวจริงๆ หนูก็อยากสู้ต่อนะคะไม่มีนักสู้คนไหนอยากยอมแพ้หรอกค่ะครู มันทำไม่ได้ค่ะ”มะปรางโต้แย้งครู
“แต่ถ้าเหลือ2 คน ครูคิดว่ายังพอสู้พอลุ้นต่อได้แต่ถ้าเหลือคนเดียวมันยากเกินไปนะ...การแข่งขันครั้งนี้ไม่มีทีมอ่อนเลย แต่ละทีมเต็มไปด้วยคนที่เก่งในสกิลเก่งในศิลปะการต่อสู้ของตัวเองทั้งนั้น พูดง่ายๆ ว่า มีแต่ทีมชาติ อดีตทีมชาติ ไม่ใช่นักกีฬาอาชีพก็จริงแต่ก็โหดไม่แพ้กันคนเก่งๆ จากทั่วประเทศทั้งนั้น ไม่ใช่ระดับรายการที่ต้อมหรือโอ๋เคยแข่งมาก่อน ครูอยากให้พวกเราคิดถึงข้อนี้กันด้วยครูเข้าใจความรู้สึกของเราทุกคนแต่ครูก็อยากให้ทุกคนเข้าใจในความเป็ครูด้วยเหมือนกัน ครูไม่ได้ดูถูกพวกเราครูไม่ได้สอนให้พวกเราอ่อนแอ ไม่้าให้พวกเราต้องยอมแพ้อะไรง่ายๆแต่ครูไม่้าให้พวกเราอยู่ในภาวะเสี่ยงมากจนเกินไปเหมือนกัน”
“ระยะเวลาฝึกซ้อม27 วัน ครูจะแบ่งออกเป็ 2 ส่วน 20 วันแรกให้พวกเธอเข้าเรียนในคาบเช้าและเข้ามาฝึกซ้อมเฉพาะคาบบ่าย ส่วนอีก 4 วันสุดท้ายก่อนแข่งพวกเธอจะซ้อมทั้งเช้า-บ่ายโดยที่ไม่ต้องเข้าเรียน ส่วน 3 วันที่เหลืออยู่เราจะเดินทางเข้ากรุงเทพและใช้เวลาพักผ่อนจนถึงเวลาแข่งขัน สำหรับตารางการฝึกซ้อมครูอยากให้คุณวิทย์อธิบายเพิ่มเติม”
“การฝึกซ้อมในแต่ละวันพี่จะเป็คนดูแลเกือบทั้งหมด จะมีบางวันที่ครูหนึ่งว่างจากการสอนก็จะมาดูพวกเราด้วย แต่คราวนี้จะมีปัญหาอยู่นิดหนึ่ง”
“ปัญหาอะไรเหรอครับพี่หมอ?โอ๋คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรนะ ก็ซ้อมกันตามปกติเหมือนที่เคยทำนี่ครับ?”
“ของต้อมกับโอ๋ไม่มีปัญหาหรอก พี่กับครูหนึ่งคุ้นเคยอยู่แล้วแต่ของมะปรางนี่สิปัญหา...”
มะปรางได้ยินก็ค่อนข้างแปลกใจเล็กน้อย“ปัญหาอะไรเหรอคะพี่หมอ?”
“ต้อมกับโอ๋ใช้มวยสากล, มวยไทยไปซ้อมที่ชมรมมวยได้ เรามีอุปกรณ์เครื่องมือให้ซ้อม แต่ของมะปรางใช้มวยหย่งชุนคือพี่กับครูหนึ่งก็ยอมรับว่า ก็เคยเห็นแต่ในหนังในทีวี แต่พอมาคิดจริงๆพี่กับครูหนึ่งก็ไม่รู้ว่า มวยหย่งชุนต้องฝึกซ้อมยังงัยแล้วการซ้อมต้องใช้อะไรกันบ้าง”
“อ๋อนึกว่าอะไร ไม่เป็หรอกค่ะ หนูมีหุ่นไม้อยู่ที่บ้าน 2 ตัวค่ะ เดี๋ยวหนูยกมาซ้อมที่โรงเรียนก็ได้ค่ะ”
“โอ๋ไม่เคยเห็นหุ่นไม้ของจริงอ่ะเคยเห็นแต่ในหนัง แล้วแบบนี้คือปรางต้องไปตีหุ่นไม้เหรอ?”
“อืม ก็เหมือนกับในหนังอ่าแหละหนังก็สร้างมาจากเื่จริงๆ”
“ฮ่าๆๆโอ๋อยากเห็นตอนปรางตีหุ่นไม้จัง โอ๋ว่ามันสนุกดีนะแล้วปรางต้องตีทุกวันแบบนี้เลยเหรอ ซ้อมแปลกดี”
“ปรางชินแล้วปรางตีมาั้แ่เด็กๆ”
“ถ้าอย่างนั้นพี่ใช้รถโรงเรียนไปขนหุ่นไม้มาที่นี่1 ตัว เอามาไว้ที่ชมรมมวยก็แล้วกัน มีลานกว้างอยู่ด้านข้างจะได้ซ้อมอยู่ด้วยกัน...ส่วนตารางการฝึกซ้อมพี่กับครูหนึ่งก็ไม่รู้จะสอนอะไรมะปรางแต่เอาเป็ว่าถ้าอยากได้อะไรเพิ่มเติมในการซ้อม ก็บอกพี่ได้เลย มะปรางก็ซ้อมตามที่เคยทำพี่กับครูหนึ่งก็อยากเห็นของจริงๆ เหมือนกันว่า มวยหย่งชุนต้องซ้อมแบบไหน”
“หนูขอไปซ้อมที่อื่นได้ไหมคะ?”
“ที่อื่น...อ้าว! ทำไมไม่มาซ้อมที่ชมรมมวยแล้วมะปรางจะไปซ้อมที่ไหน?” ครูหนึ่งถามด้วยความแปลกใจ
“หนูลงแข่งครั้งนี้หนูอยากทำให้ชมรมดนตรีอยากทำให้ทุกคน หนูอยากไปซ้อมที่นั่นมากกว่าตอนนี้ห้องชมรมดนตรีปิดมานานแล้ว หนูอยากให้ห้องนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งถึงแม้ว่าตอนนี้เหลือหนูเพียงคนเดียวก็ตาม…”
คำตอบของมะปรางทำให้ทุกคนที่ได้ยินต่างก็เข้าใจความรู้สึกของมะปรางเป็อย่างดี
“ไอ้พลอยมันก็ทำเกินไปจริงๆดูสิ รุ่นน้องก็แบนปรางหมดอ่ะ ไม่มีใครพูดด้วยสักคน ไม่มองหน้ากันด้วยซ้ำเื่ที่เกิดขึ้นมา ปรางก็ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย มันจะรู้ไหมว่าปรางรักชมรมดนตรีมากขนาดไหน แล้วเนียก็ไล่ปรางออกเฉยเลย…โอ๋เป็คนนอกยังเจ็บใจแทนปรางอ่ะ”
“โอ๋อย่าว่าพี่พลอยแบบนั้นถ้าปรางเป็พี่พลอย ปรางก็ต้องทำเหมือนกันแหละ”
“ครูว่าพอเถอะหลังจากนี้น่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ ค่อยมาเคลียร์กันทีหลังพวกเราทุกคนต้องช่วยกันทำให้ชมรมดนตรีเปิดขึ้นมาอีกครั้ง”
“แล้วตอนนี้พวกเครื่องดนตรีหายไปไหนหมดเหรอ?”
“เจ๊งหมดแล้วก็เลยเอาไปไว้บ้านพลอยก่อน...เห็นพลอยบอกว่าจะขนไปให้ลุงหมูซ่อมก่อนซ่อมเท่าที่ไหว ถ้าได้ตังมาคราวนี้ ไอ้พลอยต้องมาสำนึกบุญคุญกันบ้างต้องมาขอโทษมะปรางด้วย โอ๋ไม่ยอมจริงๆ นะ”
“ไม่ต้องหรอกโอ๋ปรางไม่ได้โกรธพี่พลอย ไม่ได้โทษพี่พลอย ไม่โกรธใครทั้งนั้น คนที่ผิดคือปรางปรางต้องขอโทษทุกคนต่างหาก”
“พอแล้วๆไม่ต้องเถียงกันเื่นี้อีก วันนี้พวกเราไปเข้าเรียนกันก่อนพรุ่งนี้พี่จะไปเอาหุ่นไม้ที่บ้านมะปรางตอนเช้าก็แล้วกัน จะได้มาโรงเรียนพร้อมกัน”
“โอ๋ไปด้วยนะพี่หมอ”
ฝ่ายจัดการแข่งขันที่กรุงเทพประกาศรายชื่อนักกีฬาที่จะเข้าร่วมการแข่งขันZe-Corp Martial Arts Thailand Master ปีนี้ออกสู่สาธารณะชนเป็ครั้งแรกข่าวการเข้าร่วมการแข่งขันของมะปรางเริ่มเผยแพร่ในวงกว้างทันที ชื่อของเธอกลับมามีกระแสฮือฮาอีกครั้งในแอดมีจนเกิดแฮชแท็ก#น้องมะปราง ขึ้นเป็อันดับ 1 ผู้คนต่างให้ความสนใจกับประกาศครั้งนี้เป็อย่างมาก
ที่แคมป์เก็บตัวทีมชาติของสมาคมศิลปะป้องกันตัวสมัยใหม่“โรจน์”กับเพื่อนๆ ในแคมป์ทีมชาติ 30 คนกำลังวอร์มร่างกายประจำวันตามปกติทางสมาคมมีแผนเก็บตัวนักกีฬาทีมชาติระยะยาวเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่การชิงแชมป์เอเชียที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็เ้าภาพเป็ครั้งแรกในอีก5 เดือนข้างหน้า
“พี่โรจน์ๆแข่งครั้งนี้ ผมว่าเริ่มสนุกแล้วล่ะ”นักกีฬาทีมชาติคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในโรงยิมพร้อมกับยื่นเอกสารใบหนี่งให้โรจน์ดู
“มีอะไรเหรอ?”
“ครั้งนี้น้องมะปรางลงแข่งด้วยพี่”
“ทีมหญิงเหรอ?”
“ไม่ใช่ครับพี่น้องลงรายการโอเพ่นเลยพี่!!!”
“อะไรนะ!น้องลงโอเพ่นเลยเหรอ?”
ทุกคนในแคมป์ทีมชาติเข้ามามุงดูรายชื่อนักกีฬาทีมชาย,ทีมหญิงและทีมโอเพ่น “รายชื่อคนที่ 3จากโรงเรียนขอนแก่น...คนนี้คือน้องมะปรางครับพี่”
“พี่รู้ป่ะฝ่ายจัดการแข่งขันให้ทีมนี้ขึ้นเป็เต็ง 3 เลยนะ ทั้งๆ ที่เป็แค่ทีมเด็กมัธยมเพิ่งลงแข่งเป็ครั้งแรกส่วนพวกวงพนันแต้มต่อยกให้เป็ทีมเต็ง 2 ให้ทีมเด็กเหนือกว่าทีมพี่มนต์ชัยด้วยซ้ำ...เป็รองทีมพี่โรจน์ทีมเดียว”
“หลิว...ฮุ่ย...หนิง”โรจน์พูดพึมพำในลำคอไม่เต็มเสียงมากนัก
“มนต์ชัย”เป็เพื่อนสนิทกับโรจน์ ทั้ง 2 คนติดทีมชาติไทยรุ่นเดียวกันหยิบกระดาษรายชื่อมาจากโรจน์พร้อมกับจ้องมองรายชื่อนักกีฬาจากทีมโรงเรียนขอนแก่น
“หึ...หึ...หึ...แข่งครั้งนี้น่าสนุกแล้วสิ!!!!”
*****************************