“เพ้อเจ้อ!” ซินหรูอี้โมโหจนหน้าดำหน้าแดง มนุษย์พวกนี้จะไปรู้อะไร! ตัวนางเองก็บ่มเพาะวิชายุทธ์ในสายเทพสัตว์เช่นกัน เสียงจิ้งหรีดกรีดร้องที่นางฝึกฝนในระดับกลางสามารถทำให้คนหูหนวกได้เลยเชียวนะ! นางยังมีความฝันจะได้เป็เทพจิ้งหรีดอยู่เลย
“หรูอี้ เ้าใจเย็นลงก่อน” เวยวั่งซูรีบห้ามปราบสตรีผู้กำลังจะบันดาลโทสะไปอีกรอบ
ไม่แปลกที่มนุษย์จะไม่รู้ว่าทวยเทพมีจำนวนมากมายเพียงใด เพราะพวกเขาขาดการติดต่อกับแดน์มาเนิ่นนาน ส่วนคนในตระกูลใหญ่ที่พวกเขายังจดจำได้ ก็อาจเป็เพราะความมั่งคั่งของพวกเขาจึงมีการถ่ายทอดเื่ราวออกมาเป็ตัวหนังสือหรือสิ่งของบางอย่างส่งต่อมายังคนรุ่นหลัง
ชาวบ้านธรรมดาต้องต่อสู้กับความหิวโหย ละเลยเื่การฝึกตนไปหลายต่อหลายรุ่น จนในที่สุดแม้แต่การรวบรวมลมปราณก็ยังมีการสอนกันเฉพาะในตระกูลใหญ่ และเข้าใจผิดไปว่าเป็เพราะตระกูลใหญ่มีการบูชาเทพจึงได้รับโอกาสให้เป็ผู้ฝึกตนเท่านั้น
“เราสองคนไม่ได้ถือกำเนิดจากตระกูลใหญ่โต เราพักอาศัยอยู่ในป่าที่กันดารโดยต้องหาอาหารเลี้ยงปากเลี้ยงท้องด้วยสองมือทั้งสิ้น การฝึกฝนเป็เื่ที่คนเราสามารถทำได้ไม่ใช่เป็เพราะคนเ่าั้ถือกำเนิดจากตระกูลใหญ่” เวยวั่งซูไม่ยอมปล่อยให้ผู้คนเข้าใจผิดต่อไป เพียงแต่พวกเขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็เป็เื่ของเขา
“ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บนฟ้า บนดินหรือในน้ำล้วนมีทวยเทพปกปักรักษา ไม่ได้มีเพียงเทพั เสือ หรือหมีอย่างที่เ้าเข้าใจหรอก” เวยวั่งซูกล่าวถ้อยคำทั้งหมดด้วยเสียงที่ดังมากพอจนคนทั้งตลาดได้ยิน
“บอกข้ามาว่าเมืองหลงเทียนไปทางทิศใด เรา้าไปที่ตระกูลอ๋าวผู้บูชาเทพั” เวยวั่งซูหมดเื่ที่ตนสงสัยและถือว่าตนได้พูดความจริงไปแล้ว เขาไม่คิดจะรั้งอยู่ต่อให้เสียเวลาเพราะหากมีอะไรที่เกี่ยวกับเทพั หลวนหลงผู้บ่มเพาะพลังในสายเทพัก็อาจจะเดินทางไปที่ตระกูลอ๋าวเมืองหลงเทียนเช่นกัน
“ช้าก่อนนายท่าน! ท่านว่าท่านไม่ได้มาจากตระกูลใหญ่ และอาศัยอยู่ในป่าเขาเช่นนั้นหรือขอรับ” ชายชราผู้หนึ่งรวบรวมความกล้าเอ่ยปากถามผู้ฝึกตนทั้งสอง
“ใช่ มีอะไรหรือท่านผู้เฒ่า”
“พวกท่านใช่สองพี่น้องที่มีข่าวลือว่าอาศัยอยู่บนเกาะลอยหรือไม่ขอรับ”
“เกาะลอย? เป็เพียงชื่อเกาะหรือว่าเกาะมันลอยอยู่บนอากาศได้จริงๆ?” ซินหรูอี้ทวนคำของผู้เฒ่าชราอย่างไม่แน่ใจ
ได้ยินเช่นนี้ ชาวบ้านที่เพิ่งจะทำตาโตท่าทางตื่นเต้นก็กลับไปมีทีท่าหวั่นเกรงดังเดิม พวกเขาได้ยินข่าวลือมาว่าบนเกาะลอยมีสองพี่น้องอาศัยอยู่ เห็นผู้ฝึกตนสองคนตรงหน้าเป็หนุ่มสาวที่ดูผิดแปลกจากคนปกติยังคิดว่าอาจจะเป็สองพี่น้องคู่นั้น หากได้ทำความรู้จักกับสองพี่น้องผู้เป็เ้าของผลไม้รสชาติดีจำนวนมหาศาลจะดีเพียงใด แต่พวกเขากลับไม่ใช่
“เกาะลอยเป็ชื่อของเกาะหนึ่งที่อยู่กลางมหาสมุทร มันไม่ได้ลอยอยู่ในอากาศหรอกขอรับ แต่มันสามารถเคลื่อนย้ายไปทั่วท้องทะเลโดยอิสระ เลยมีชื่อว่าเกาะลอย”
“แล้วสองพี่น้องคู่นั้นที่ท่านว่ามีความสำคัญอย่างไร เหตุใดจึงคิดว่าเป็พวกเราสองคนเล่าท่านผู้เฒ่า”
“พวกเราไม่เคยเห็นหน้าค่าตาคู่พี่น้องหรอกนายท่าน ได้ยินเพียงว่าอยู่ดีๆ พวกเขาทั้งสองก็ปรากฏตัวขึ้นมาและอาศัยอยู่บนเกาะลอยทีไม่มีผู้ใดเคยเข้าใกล้ได้มาก่อน เห็นท่านทั้งสองเป็คนต่างถิ่นผิดแปลกจากชาวบ้านทั่วไป ข้าก็เลยถามด้วยความใคร่รู้เท่านั้น”
เวยวั่งซูกับซินหรูอี้มองหน้ากัน สองพี่น้องที่อยู่ดีก็ปรากฏตัว อาจเป็เซียนคู่หนึ่งที่ลงมาแดนมนุษย์พร้อมกันกับพวกตนก็เป็ได้ และยังอาจจะเป็เหยาจีกับสี่เสินที่จับคู่กันลงมาั้แ่คราวแรกได้อีกด้วย
“นำทางเราสองคนไปที่เกาะลอยได้หรือไม่ขอรับท่านผู้เฒ่า มันอยู่ห่างไกลจากที่นี่มากหรือไม่”
“เมืองหยุนไห่เป็เมืองที่มีเขตติดต่อกับทะเล รอบนอกก็มีเกาะใหญ่น้อยมีชาวบ้านทำอาชีพชาวประมงอาศัยอยู่ตามเกาะทุกเกาะ แต่พวกท่านมาช้าเกินไป เกาะลอยเคลื่อนที่ออกจากอาณาเขตเมืองหยุนไห่ไปเมื่อราวสี่เดือนก่อน ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ได้ว่ามันจะลอยไปที่ใด”
เวยวั่งซูเม้มปากแน่น รู้สึกเสียดายโอกาสที่จะได้สืบหาข่าวคราวของเซียนคนอื่นๆ และยิ่งเสียดายที่ไม่อาจรู้ได้แน่ชัดว่าสองพี่น้องที่กำลังเป็ที่กล่าวขวัญจะเป็เหยาจีกับสี่เสินหรือไม่
“เช่นนั้นเราจะมุ่งหน้าไปที่เมืองหลงเทียนก่อนก็แล้วกัน หากมีโอกาสค่อยกลับมาสืบหาเื่ของเกาะลอยกันอีกที” ประโยคนี้เวยวั่งซูหันมากล่าวกับซินหรูอี้
“ตกลง แต่ก่อนที่เราจะไป” ซินหรูอี้เผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมมองไปยังชายหนุ่มหน้าสิว เ้าอ้วนและสหายที่เข้ามาร่วมรังแกนางกับเวยวั่งซู
“พวกเ้าลบหลู่ผู้ฝึกตนเช่นข้า สมควรต้องชดเชยปลอบขวัญให้ข้าหายใสักหน่อยมิใช่หรือ ส่งของมีค่าของพวกเ้าออกมาให้หมด!!”
เวยวั่งซูอับอายจนคิดอยากจะแทรกแผ่นดินหนีก็ทำไม่ได้ เขากับซินหรูอี้เป็ถึงท่านเซียนผู้เคยอยู่ในแดน์ บัดนี้กลับต้องกลายร่างมาเป็โจรปล้นชิงเอาทรัพย์สินจากผู้อื่นซึ่งหน้า!!
ขู่กรรโชกอันธพาลในตลาดจนหมดเนื้อหมดตัวไม่พอ ซินหรูอี้จัดการดึงเอาผ้าคลุม หมวก ถุงมือและเสื้อผ้าของคนเ่าั้ติดตัวไปด้วยอีกไม่น้อย สุดท้ายนางก็หันไปมองหน้าพ่อค้าซาลาเปาที่เคยสาดน้ำสกปรกใส่นาง จนอีกฝ่ายจำต้องเทซาลาเปาบนเตาทั้งหมดมอบให้ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองเป็เสบียงอาหารระหว่างทาง
……….
ตระกูลอ๋าวเมืองหลงเทียน
อ๋าวหลวนหลงกำลังปวดเศียรเวียนเกล้าอย่างหนักเมื่อได้ยินเื่ราวจากปากท่านย่าของตน เขารู้แล้วว่าคนในตระกูลอ๋าวสืบทอดการรวบรวมพลังปราณในร่างกายจากรุ่นสู่รุ่นทำให้ทายาทในสกุลล้วนแล้วแต่เป็ผู้ฝึกตนกันทั้งสิ้น ขึ้นอยู่ความช้าเร็วในการรับรู้ของแต่ละคนว่ามีมากเพียงใด
กระบวนท่าวิชายุทธ์ประจำตระกูลก็เป็วิชาการต่อสู้ในขั้นต้นที่ขยับร่างไม่กี่ทีสองสามกระบวนท่า และยังเป็การใช้พลังจากร่างกายล้วนๆ ปราศจากการขับเคลื่อนลมปราณอีกด้วย
“เช่นนั้นท่านย่าต่อสู้เอาชนะท่านปู่รองทั้งสี่กลายเป็ผู้นำตระกูลได้เช่นไรขอรับ ในเมื่อท่านเป็เพียงสตรีคนหนึ่งเท่านั้น”
“ยามนั้นพวกเขายังมีความเกรงใจย่าในฐานะพี่สะใภ้อยู่บ้าง ย่าฝึกฝนวิชายุทธ์มาจากตระกูลกัวสามกระบวนท่า ฝึกฝนวิชายุทธ์ตระกูลอ๋าวสองกระบวนท่า แค่เพียงร่ายรำเพลงยุทธ์ออกมาปู่รองของพวกเ้าก็หวาดกลัวกันแทบจะฉี่ราดกางเกงอยู่แล้ว ไหนเลยจะมีการต่อสู้เกิดขึ้นจริง พวกเขายินยอมมอบตำแหน่งผู้นำตระกูลให้ข้าเองโดยไม่มีผู้ใดคัดค้านสักคำ”
ฮูหยินผู้เฒ่ากัวเล่าไปก็โมโหไป คนเ่าั้ต่อหน้าก็ก้มหัวให้นางจนต่ำ แต่ลับหลังใช่ว่านางไม่รู้ว่าคนตระกูลอ๋าวั้แ่บนยันล่างล้วนแล้วแต่นินทานางกันลับหลังว่าเป็เพียงสะใภ้แต่งเข้า ใช้แซ่อื่นแต่มายึดเอาอำนาจไปอย่างไม่ชอบธรรม
“ยังดีที่ภายหลังท่านลุงทั้งสองของเ้าเข้าร่วมการต่อสู้เพื่อเปิดศาลเทพัแล้วเอาชนะผู้อื่นมาได้ตลอด บ้านสายรองจึงไม่มีผู้ใดกล้าทวงคืนตำแหน่งผู้นำตระกูลจากข้ากลับคืนไป”
“หากข้าเปิดเผยวิธีการควบคุมลมปราณที่ถูกต้องออกไปก็ไม่แน่ขอรับท่านย่า" อ๋าวหลวนหลงกล่าวคล้ายรำพัน
ในอดีตก็เป็เพราะพลังอำนาจมิใช่หรือที่ทำให้สามภพต้องเกิดาเข่นฆ่ากันเองจนต้องตัดขาดออกจากกัน ในเมื่อตนต้องใช้ชีวิตอยู่ในแดนมนุษย์ตลอดไปก็สมควรคิดป้องกันปัญหาภายในเอาไว้ก่อน
“หลวนหลง ผู้ใดสอนให้เ้ารู้วิธีการฝึกฝนแบบนั้นกัน? ย่าไม่เคยเห็นผู้ใดฝึกฝนด้วยวิธีการนี้มาก่อนเลยสักครั้ง หรือจะเป็ฝูซึผู้ติดตามใหม่คนนั้น เขามาจากตระกูล บูชาเทพองค์ใด”
“ข้ารู้ทุกอย่างด้านการฝึกฝนบำเพ็ญเพียรมาจากเทพั ส่วนฝูซีเขาก็เป็ผู้ฝึกตนเช่นกัน วิชาความรู้ของเขาไม่ได้มีเฉพาะด้านการต่อสู้แต่โดดเด่นเื่การสื่อสารกับสัตว์และสัตว์เทพขอรับ”
“ไม่น่าเชื่อว่านอกจากการบูชาสัตว์เทพเพื่อฝึกฝนวิชายุทธ์ได้ ยังมีการบ่มเพาะสายพลังทางด้านอื่นอยู่อีก” เวลานี้ฮูหยินผู้เฒ่ากัวยกประโยชน์ให้กับฝูซีเต็มเปี่ยม นางเข้าใจว่าหากไม่ใช่เพราะผู้สื่อสาร หลานชายจะติดต่อกับเทพัได้อย่างไรกัน