ในตำหนักเซียนซือเต็มไปด้วยบรรยากาศชวนซึ้งทว่าที่ตำหนักใหญ่โอรส์กลับเลิกคิ้วมององครักษ์คนสนิทที่มารายงานตามรับสั่งของพระธิดาด้วยความสงสัยแล้วก็เปลี่ยนเป็ความหวาดหวั่นใจ
“เ้าว่าเ้าก้อนแป้งโกรธอะไรเจิ้นอีกหรือไม่”
“น่าชังเช่นฝ่าาทำให้องค์หญิงขุ่นเคืองย่อมไม่แปลก” องค์รักษ์ฟู่เสวียนเอ่ยอย่างไม่เกรงกลัวก่อนจะลอยหน้าลอยตาเมื่อนายเหนือหัวส่งสายตาดุมาให้ ฟู่เสวียนที่อยู่กับองค์หญิงองค์ชายและครอบครัวคือบุรุษอบอุ่น ฟู่เสวียนที่อยู่ต่อหน้าขุนนางคือองค์รักษ์ผู้สุขุมเืเย็น แต่ฟู่เสวียนที่อยู่ตามลำพังกับนายเหนือหัวคือ….สหายน่าตาย
คนผู้นี้มีหลายหน้ายิ่งนัก เื่นี้มีเพียงฮ่องเต้ไท่เสียนที่รู้ดีที่สุด ไอ้เ้านี่หน้าหนาและปากจัดยิ่ง ทั้งยังไม่เกรงกลัวเขาอีกต่างหาก
“เ้านี่ช่าง…”
“ฝ่าา ได้เวลาพลิกแผ่นป้ายแล้วพะย่ะค่ะ” ไม่ทันจะต่อว่าสหายผู้กล้าหาญกล่าวตรง ๆ ต่อหน้าฮ่องเต้ เหรินฉิน ขันทีคนสนิทก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับถาดแผ่นป้าย...ได้เวลาต้องพลิกแผ่นป้ายแล้ว
แม้ว่าความจริงเหรินกงกงจะทราบดีว่าสุดท้ายนายเหนือหัวก็จะสะบัดมือไล่ให้เอาไปเก็บเพราะวันนี้องค์หญิงน้อยได้พลิกแผ่นป้ายไว้ให้เป็ที่เรียบร้อยแล้ว...ฝ่าาไม่ขัดใจองค์หญิงอย่างแน่นอน
แต่ก็ใช่ว่าในวังหลังแห่งนี้จะมีผู้ยินยอมง่าย ๆ ั้แ่ข่าวคราวว่าองค์หญิงใหญ่เสด็จไปอยู่กับหรงกุ้ยเฟยกระจายออกไปอัครชายาและเพราะสนมที่พอจะมีความโปรดปรานอยู่บ้างผู้ใดนั่งได้อย่างสงบ
ตำหนักเซียนซือแทบจะเลือนหาไปจากความทรงจำของสนมในวังไปแล้วเพราะเ้าของตำหนักแทบไม่ต้อนรับผู้ใด ฮ่องเต้เองก็ไม่ได้มาเยือนตำหนักแห่งนี้ั้แ่องค์ชายสามประสูติ แต่ว่าเวลานี้องค์หญิงผู้เป็แก้วตาดวงใจเหนือโอรสธิดาองค์อื่นเคลื่อนไหวไปยังตำหนักเซียนซือ ใครบ้างไม่รู้ว่าฮ่องเต้ไท่เสียนจะต้องเสด็จไปหาร่วมเสวยกระยาหารค่ำกับองค์หญิงเป็ประจำหากไม่มีเื่ร้ายแรง
เป็เช่นนี้ไม่เท่าเข้าทางหรงกุ้ยเฟยผู้ไร้ความโปรดปรานมาเนิ่นนานหรอกหรือ
แล้วผู้ใดจะยินยอม
“ไปตำหนักเซียน...”
“ฝ่าา นางกำนันตำหนักเถียนเจาอี๋มาขอเข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ” ไม่ทันที่จะรับสั่งจบ ขันทีน้อยก็เร่งรุดเข้ามาด้านในพร้อมกับเอ่ยรายงาน เหรินกงกงลอบสบตากับฟู่เสวียนก่อนที่องครักษ์รูปงามจะลอบกรอกตา เป็ที่แน่ชัดว่าสนมทั้งหลายต่างก็อยาก่ชิงคำคืนโชคดีของผู้อื่น...ไม่ว่าต้องใช้ข้ออ้างใดก็ตาม
เถียนเจาอี๋ผู้นี้เข้าวังมาก็ใช้ข้ออ้างว่าพระธิดาประชวรเรียกความสนใจจากฮ่องเต้จนผิดสัญญากับองค์หญิงใหญ่ ค่ำคืนนี้...จะมีอะไรอีกเล่านอกจากองค์หญิงห้าประชวร
“ฝ่าา ได้โปรดช่วยองค์หญิงห้าด้วย ฮึก ช่วยองค์หญิงห้าด้วยเพคะ”
“เกิดอะไรขึ้นกับนาง”
“องค์หญิงห้าประชวรหมดสติไปเพคะ” นางกำนันตำหนักเถียนเจาอี๋ที่รีบร้อนมารายงานเอ่ยแล้วก็หอบน้อย ๆ ขณะที่ฟู่เสวียนลอบกลอกตาอีกครั้ง...นั่นอย่างไรเล่า
“ตามหมอหลวงแล้วหรือไม่” ก็ใช่ว่าฮ่องเต้ไท่เสียนจะดูไม่ออก ทว่าความรู้สึกผิดเกาะกินใจทั้งความเป็พ่อยังค้ำคอการไม่รับฟังก็เป็เื่ที่ไม่ควรทำ เขาอาจจะเป็บิดาที่รักลูกไม่เท่ากัน แต่ในฐานะผู้ครองแผ่นดิน อย่างไรก็ต้องปฏิบัติกับลูก ๆ อย่างเท่าเทียม
ฟู่เสวียนเป็ผู้ที่เข้าใจพระทัยนายเหนือหัวที่สุด เขารู้ว่าแม้ฮ่องเต้จะมองออกอย่างทะลุปรุโปร่งแต่ก็ปล่อยเมินเฉยมิได้
แต่...องค์หญิงประชวร ควรไปตามหมอมิใช่หรือไร
เห็นท่าทีอ้ำอึ้งของนางกำนันก็ทราบได้ว่ายังไม่ได้เรียก...ก็ไม่มีคนป่วย จะเรียกหมอด้วยเหตุใดเล่า
มารยาสนมวังหลังช่างตื้นเขินเสียจริง...
“เหรินกงกงตามหมอหลวงไปรักษาองค์หญิงห้า” เป็ฟู่เสวียนที่สั่งการกงกงวัยย่างสี่สิบแทนฮ่องเต้ก่อนจะก้มหน้าไม่ยอมสบตาสหายผู้สูงศักดิ์ที่กำลังจะส่งคำปรึกษามาทางสายตา บุรุษสูงศักดิ์แทบจะค้อนให้สหายแต่ก็ยังรักษามาดประมุขแห่งแผ่นดินก่อนจะทรงลุกขึ้นและเอ่ยคำตัดสินใจ
“ไปตำหนักอันฉี”
บุรุษสูงศักดิ์ในอาภรณ์สีทองอร่ามก้าวออกจากตำหนักใหญ่มุ่งหน้าสู่ตำหนักอันฉีที่ประทับของเถียนเจาอี๋และองค์หญิงห้าพระธิดาผู้ประสูตินอกรั้ววังหลวงในเวลาต่อมา ด้านหลังของขบวนเสด็จนางกำนันจากตำหนักอันฉีลอบยิ้มอย่างสมใจที่ทำให้นายเหนือหัวเปลี่ยนมาหานายหญิงของตนได้สำเร็จอีกครั้ง ไม่เสียแรงที่ให้สินน้ำใจขันทีน้อยไปหลายตำลึงเงิน
หากเป็ไปด้วยดี นายหญิงของนางจะต้องมองรางวัลให้นางมากกว่าเดิมเป็แน่
นางกำนันผู้มีความโลภลอบคิดอย่างพอใจทว่าไม่ทันที่เหรินกงกงจะได้ประกาศการเสด็จมาขององค์ฮ่องเต้ที่หน้าตำหนักอันฉี คนผู้หนึ่งก็ส่งเสียงขึ้นซะก่อน
“ฝ่าา ฝ่าา”
“จวิ้นชาง” เอกบุรุษตรัสเรียกชื่อของผู้มาใหม่อย่างคุ้นเคยทำให้นางกำนันที่ตามหลังมาได้รับรู้ไปด้วยว่าผู้ใดมาขวางทาง จวิ้นชาง...จวิ้นกงกง
จวิ้นกงกงผู้เป็แขนขาของอดีตฮองเฮาที่ปัจจุบันเป็กงกงประจำตำหนักอันหนิงรับหน้าที่ถวายการดูแลองค์หญิงใหญ่ ในเวลานี้ที่องค์หญิงใหญ่ทรงเสด็จไปอยู่ตำหนักเซียนซือ จวิ้นกงกงมีหรือจะไม่ติดตามไป
“ฝ่าา” จวิ้นกงกงที่มาขวางด้วยใบหน้าตื่นตระหนักก้าวมาตรงหน้านายเหนือหัว ไม่รอให้ถูกถามก็บอกเล่าถึงเหตุผลที่ทำให้ต้องทำตัวไม่กลัวตายมาขวางทางฮ่องเต้ออกไป “ องค์หญิง…องค์หญิงทรงกล่าวว่าถ้าฝ่าาไม่เสด็จไปหาเดี๋ยวนี้ จะไม่ยอมเสวยพะย่ะค่ะ”
“ทั้ง...ทั้งยังตรงว่าจะไม่รักเสด็จพ่ออีกแล้วด้วยพะย่ะค่ะ”
“เ้าก้อนแป้ง...” เพียงแค่ได้ยินว่าบุตรสาวจะไม่รักหัวใจของเอกบุรุษก็คล้ายจะหล่นไปอยู่บนพื้น จุดหมายปลายทางถูกเปลี่ยนในทันทีจนนางกำนันสาวต้องรีบเอ่ยรั้ง...หากปล่อยไปเช่นนั้นนางก็ถูกเถียนเจาอี๋เล่นงานสิ
“ฝ่าา องค์หญิงห้า…”
“เหรินฉิน เ้าอยู่ที่นี่ติดตามอาการองค์หญิงห้าแล้วมารายงานเจิ้นที่ตำหนักเซียนซือ หากไม่มีอันใดร้ายแรงก็รักษาตามอาการไม่ต้องมารายงานเจิ้น”
“พะย่ะค่ะ”
“ไปตำหนักเซียนซือ” โอกาสดี ๆ ที่่ชิงมาอยู่เพียงแค่เอื้อมมือออกมาคว้า ทว่าเ้าของตำหนักอันฉีก็ไร้ซึ่งโอกาสไคว้คว้า ฟู่เสวียนลอบยกยิ้มขณะติดตามนายเหนือหัวไปยังตำหนักเซียนซือ...องค์หญิงน้อยรู้ความแล้ว